Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 785


บทที่ 785 ชั้นห้า!

หลังจากที่ท่านไป๋จากไปแล้ว จ้านจุนและคนอื่นๆ พาเยี่ยฉวนออกไป

หลังจากที่พวกเขาไปแล้ว เหรินจุนที่จากไปก่อนหน้าปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง

เมื่อมองไปยังทิศทางที่เยี่ยฉวนและคนอื่นๆ จากไป สีหน้าของเหรินจุนมืดหม่นลงไปอย่างมาก นั่นน่ากลัวยิ่งนัก!

ท้ายที่สุด เยี่ยฉวนก้าวเข้าสู่กำแพงใหญ่จางเถี่ยนแล้ว!

ตอนนี้ตัวเขายังมิอาจต่อสู้ได้ เหตุเพราะแม้แต่ตนยังไม่สามารถรับมือกับกำแพงใหญ่จางเถี่ยนได้! หากคิดจะสู้ต่อ สิ่งที่จะได้เผชิญไม่ใช่เยี่ยฉวนเพียงผู้เดียว แต่น่าจะทั่วทั้งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง

หลังจากเงียบงันไปครู่หนึ่ง เหรินจุนกล่าวเบาๆ ว่า “ผู้ที่อยู่เหนือขั้นศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้รับอนุญาตให้สู้กัน… เอาล่ะ ข้าอยากเห็นนักว่าเยี่ยฉวนจะไร้เทียมทานสักเพียงใดในหมู่คนระดับเดียวกัน!”

หลังจากนั้นเขาหายตัวไปทันที

หลังจากที่เหรินจุนหายตัวไป ไม่ไกลนั้นเงาสีดำที่ถือเคียวปรากฏขึ้น เงาดำมองขึ้นไปที่สุดขอบฟ้า กำลังจะไล่ตามไป อยู่ๆ มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ไม่ต้องตาม”

เงาดำพยักหน้าให้เล็กน้อย หันกลับมาแล้วหายตัวไป บรรยากาศเงียบสงัดลง

หลังจากนั้นไม่นาน เยี่ยฉวนรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง

ในยามนั้นเอง เกิดเสียงหนึ่งดังขึ้นในหู “ตื่นแล้วหรือ?”

เยี่ยฉวนลุกขึ้นนั่ง กล้ำกลืนความเจ็บปวดไว้ ความรู้สึกฉีกขาดจากภายในร่างกายทำให้ต้องสูดหายใจเข้าลึก

ข้างๆ เยี่ยฉวน จ้านจุนกล่าวว่า “อย่าเพิ่งขยับ! ร่างกายของท่านแตกสลายจำเป็นต้องพักฟื้น!”

เยี่ยฉวนยิ้มอย่างขมขื่น คราวนี้เจ็บสาหัสจริงๆ!

ชายหนุ่มไม่คิดสิ่งใดอีก หยิบเพชรน้ำค้างสีม่วงออกมากลืนกิน เมื่อพลังของเพชรน้ำค้างสีม่วงเข้าสู่กาย บาดแผลต่างๆ เริ่มหายดีทีละน้อย

จ้านจุนพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึก “พี่เยี่ย คนเมื่อครู่คือผู้ใดหรือ?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “ข้าไม่รู้เช่นกัน”

จ้านจุนกล่าวว่า “ในภายภาคหน้า อย่าไปนอกกำแพงใหญ่จางเถี่ยน หากท่านไม่มีเรื่องที่ต้องจัดการที่นั่น”

เหตุที่พูดเช่นนี้ เป็นเพราะยังกังวลถึงพลังอันแกร่งกล้าของเหรินจุนและคนอื่นๆ เมื่อครู่นี้อยู่

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ช่วงเวลานี้ข้าจะไม่ไปหนใดทั้งสิ้น!”

จากนั้น จึงเหลือบมองไปรอบๆ “นี่คือกำแพงใหญ่จางเถี่ยน?”

จ้านจุนยิ้มและกล่าวว่า “ถูกต้อง! ตอนนี้ท่านอยู่ในบ้านหินของข้า หลังจากที่ฟื้นตัวแล้ว ค่อยออกไปดูกำแพงใหญ่จางเถี่ยนก็ย่อมได้”

จากนั้นจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมาแล้วพูดว่า “ข้ายังมีบางอย่างที่ต้องจัดการ ท่านรักษาตัวไปก่อน!”

หลังจากนั้นเขาออกจากบ้านหินโดยถือไม้กวาดไปด้วย

ภายในบ้านหิน……เยี่ยฉวนนั่งบนพื้นอย่างเงียบๆ

ชายหนุ่มตระหนักบางสิ่งได้จากการต่อสู้ครั้งก่อน ว่าบัดนี้ ความแข็งแกร่งของตนยังไม่เพียงพอ เพราะคนที่โจมตีมักจะเป็นอัจฉริยภาพรุ่นเก่า! ยิ่งกว่านั้น สัญชาตญาณยังบอกอีกว่าในโลกใบนี้ ศัตรูจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในภายภาคหน้า!

นอกจากนี้ ปัญหาในหอคอยกลับใหญ่หลวงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะชั้นห้านี่!

เจ้าชั้นห้าต้องการจะสังหารเขาเป็นแน่!

การจะผ่านชั้นห้า วิธีที่ดีที่สุดคือการหากฎเต๋า ใช้มันเพื่อกำราบชั้นห้า……ปัญหาคือหารู้ไม่ว่ามันอยู่หนใด จะไปหาได้ที่ใดกัน?

เยี่ยฉวนรู้สึกปวดศีรษะเมื่อคำนึงถึงเรื่องนี้

ดังที่สตรีลึกลับกล่าวไว้ว่า ‘หอคอยแห่งเรือนจำได้นำผลประโยชน์ที่ไม่รู้จบมาให้ รวมทั้งภัยพิบัติที่ไม่สิ้นสุดเช่นกัน!’

เคราะห์ดีมักมาคู่กับเคราะห์ร้าย!

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ เลิกคิดเรื่องนี้ไปก่อน ในยามนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการรักษาตัว!

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม ชายหนุ่มอาการดีขึ้นเล็กน้อย

เมื่อมองไปที่ร่างอันสะบักสะบอมของตนพลางส่ายศีรษะมุมปากยกยิ้มขึ้น ‘เหรินจุนน่าหวาดเกรงจริงๆ ชายที่แข็งแกร่งระดับนี้ไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยในเวลานี้ได้!’

ต้องเสริมความแข็งแกร่ง!

เยี่ยฉวนสูดหายใจเข้าลึก ชายหนุ่มต้องพัฒนาความแข็งแกร่งของตนโดยเร็วที่สุด!

หลังจากพักผ่อนได้ราวๆ หนึ่งชั่วยาม เยี่ยฉวนค่อยๆ เดินออกจากบ้านหินไป……ชายหนุ่มอยากมองกำแพงใหญ่จางเถี่ยนให้เต็มตา!

หลังจากที่เยี่ยฉวนเดินออกจากบ้านหลังนั้นมา ปรากฏคลื่นความร้อนที่พวยพุ่งตรงมาหาเขา คลื่นอันร้อนระอุจนผิวหนังเริ่มแสบไหม้ ทั้งนี้คลื่นความร้อนยังมีเศษทรายจำนวนนับไม่ถ้วน!

สถานที่แห่งนี้มันอย่างไรกัน?

เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเร่งฝีเท้า ในไม่ช้าชายหนุ่มมาถึงกำแพงใหญ่จนได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏพื้นที่รกร้างซึ่งอยู่ไกลออกไป ไม่พบจุดสิ้นสุดเพียงแค่ชำเลืองมอง ด้านซ้ายและขวาเป็นกำแพงที่ล้อมรอบคล้ายกับมังกรยักษ์ ไม่เห็นจุดสิ้นสุดเช่นกัน!

ตรงหน้าชายหนุ่มนี้มีความสูงมากกว่าเก้าสิบจั้ง!

ข้างหลังมีบ้านหินกระจัดกระจายอยู่ แต่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่สิบหลังเท่านั้น ถัดไปไม่ไกลมีป้ายหลุมศพบางหลุมที่มองเห็นได้รางๆ อยู่จำนวนมาก

กำแพงใหญ่จางเถี่ยนหรือ?

เยี่ยฉวนเงียบงันไป กำแพงใหญ่จางเถี่ยนค่อนข้างแตกต่างจากที่จินตนาการไว้ ที่นี่รกร้างมาก อีกทั้งบรรยากาศยังเศร้าซึม

บัดนั้น ชายผู้หนึ่งเดินไปหาเยี่ยฉวน เป็นผู้ชายหัวโล้นนั่นเอง!

ชายหัวโล้นเหลือบมองเยี่ยฉวนแล้วพูดว่า “ดีขึ้นแล้วหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มเล็กน้อย “ดีขึ้นแล้ว! ขอบใจเจ้ามาก……ที่ยื่นมือเข้ามาช่วย”

ยามที่ชายหัวโล้นและคนอื่นๆ มาช่วย ชายหนุ่มไม่ได้หมดสติ ยังจำคนตรงหน้าได้

ชายหัวโล้นเอ่ยเสียงค่อย “จงไปทำความสะอาดตำหนักทองเสีย! นี่คือสิ่งที่ท่านไป๋สั่งไว้นี่”

“ตำหนักทองหรือ?”

เยี่ยฉวนตกตะลึง “ที่ใดหรือ?”

ชายหัวโล้นกล่าวว่า “หลังจากเจ้าไปที่นั่น เจ้าจะรู้เอง!”

จากนั้นชี้ไปทางขวา “ห่างจากที่นี่ราวๆ สองร้อยจั้ง”

หลังจากนั้น จึงหันหลังเดินจากไป

เยี่ยฉวนเอ่ยขึ้นทันที “ข้าต้องไปที่นั่นหรือ?”

ชายหัวโล้นพูดโดยไม่หันมา “ตราบใดที่ไม่สามารถเอาชนะท่านไป๋ได้……ย่อมเป็นเช่นนั้น คนที่ตามล่าเจ้าก่อนหน้านี้โดนท่านไป๋ไล่ออกไป!”

เยี่ยฉวนอับจนพูด…

ชายหนุ่มส่ายศีรษะพลางถอนหายใจแล้วเดินตรงไปยังตำหนักทอง

‘ในเมื่อเอาชนะท่านไป๋ไม่ได้ อืม……ควรสงบเสงี่ยมเจียมตัวดีกว่า!’

หลังจากนั้นไม่นาน เยี่ยฉวนยืนอยู่หน้าสิ่งที่เรียกว่าตำหนักทอง ซึ่งไกลจากที่จินตนาการไว้มาก

ตำหนักทองที่ว่านั่นเป็นเพิงไม้ขนาดใหญ่ ด้านบนว่างเปล่าแต่กลับส่งกลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้งอยู่ข้างใน หากคำว่า ‘ตำหนักทอง’ ไม่ได้เขียนไว้ที่ประตู คงคิดว่ามาผิดที่เป็นแน่!

ในยามนี้ ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมา สายตาเหลือบมองที่เยี่ยฉวน “เจ้าคือเยี่ยฉวนที่เพิ่งมาใหม่หรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ข้าเอง!”

ชายชราเอ่ยเสียงเบา “จงไปทำความสะอาด”

เยี่ยฉวนสับสนเล็กน้อย “ทำความสะอาดสิ่งใดหรือ?”

ชายชราชี้ไปที่ตำหนักทองที่อยู่ไม่ไกล “มูลสัตว์อสูรที่อยู่ข้างในน่ะสิ!”

สีหน้าของเยี่ยฉวนมืดมนลงทันที ล้างมูลของสัตว์อสูร? เขาน่ะหรือ?

ชายชราเหลือบมองเยี่ยฉวน “ทำไมหรือ……เจ้าไม่อยากทำรึ?”

เยี่ยฉวนรีบพยักหน้า…

ชายชราเยาะเย้ย “นี่……เจ้าเด็กใหม่ ข้าจะชี้แนะให้นะ อย่าท้าทายอำนาจท่านไป๋ มิฉะนั้น……จะได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากเป็นแน่!”

หลังจากนั้นเขาหันหลังกลับเดินจากไป

ในยามนี้ เยี่ยฉวนพูดขึ้นมาทันทีว่า “ช้าก่อนท่าน!”

ด้วยเหตุนี้ เยี่ยฉวนจึงรีบเดินไปหาชายชราสีหน้าไร้ความรู้สึก “เจ้าต้องการจะทำอันใดอีกหรือ?”

เยี่ยฉวนหยิบแหวนสัมภาระออกมา แล้วยื่นให้ชายชราพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเป็นผู้มาใหม่ โปรดรับน้ำใจจากข้าด้วย!”

ชายชราเหลือบมองที่แหวนสัมภาระเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “เจ้าต้องการติดสินบนข้าหรือ?”

เยี่ยฉวนพูดอย่างจริงจังว่า “หาไม่! ไม่อย่างแน่นอน! นี่เป็นเพียงของขวัญจากข้า น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ น่ะ!”

ชายชรามองไปที่เยี่ยฉวนแล้วค่อยๆ แผ่รังสีเย็นเยือก “เจ้าคิดว่าข้าเป็นผู้ใด?”

เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบแหวนสัมภาระออกมาอีกวง ซึ่งข้างในเป็นเพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อน!

เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายชราโกรธจัด กำลังจะเอ่ยปาก ตอนนั้นเอง เยี่ยฉวนหยิบแหวนสัมภาระออกมาอีกวง ข้างในเป็นเพชรน้ำค้างสีม่วงห้าแสนก้อน!

ชายชราตกตะลึง! เมื่อเห็นชายหนุ่มเก็บพวกมันลงไปอย่างเงียบๆ จึงกระซิบว่า “เจ้ายังบาดเจ็บอยู่……ไม่เหมาะจะทำงานหนักจริงๆ อืม……ปล่อยให้คนอื่นทำแทนแล้วกัน ทว่าจงจำไว้ว่า ข้าไม่ได้ยกผลประโยชน์ให้โดยไม่ชอบธรรม เพียงแค่……แสดงความเห็นอกเห็นใจต่ออาการบาดเจ็บของเจ้าเท่านั้น เข้าใจหรือไม่?”

เยี่ยฉวนรีบเอ่ยว่า “ย่อมได้! ย่อมได้แน่นอน! ตลอดช่วงเวลานี้ ข้าจะเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างดี!”

ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันหลังกลับเดินจากไป

เยี่ยฉวนรู้สึกโล่งใจในทันใด ชายหนุ่มย่อกายลงนั่งพร้อมส่ายศีรษะใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม ‘เสน่ห์ของเงินตรายังเยี่ยมยอดเช่นเคย!’

ในตอนนั้น อยู่ๆ อาหลิงวิ่งออกมา เยี่ยฉวนตกใจ……กำลังจะพูดขึ้น พลันอาหลิงรีบวิ่งเข้าไปในอ้อมแขน พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ชั้นห้า ที่ชั้นห้า…”

ชั้นห้างั้นหรือ?

เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย จิตสัมผัสเริ่มจมดิ่งลงไปในร่างของตน ในไม่ช้าสีหน้าชายหนุ่มเกิดอึมครึมขึ้นมา

ประตูชั้นห้าถูกเปิดออก!

มันจะออกมาหรือไม่?

เยี่ยฉวนนิ่งงันไปทันใด……

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version