บทที่ 794 ข้ารับคำท้า! (ต้น)
รับมือไม่ไหวแน่!
เพียงประมือแค่ครั้งเดียว เยี่ยฉวนก็รู้แล้วว่า……คนทั้งสามฝีมือไม่ได้ยิ่งหย่อนอ่อนด้อยกว่าตนแต่อย่างใด!
รับมือพวกมันทุกคนไม่ได้แน่!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าคนสวมชุดคลุมยาวสีเขียวนั่น!
บัดนี้ เยี่ยฉวนอยากฆ่าเขาด้วยการทำให้หมดสติ ทว่าชายคนนั้นหลบหลีกพลังฟาดอันร้ายกาจถึงชีวิตนั่นได้ ไม่เพียงเท่านั้น ชายตรงหน้ายังฟื้นฟูแขนที่ขาดด้วนกลับมาด้วย!
ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวนัก!
เยี่ยฉวนรู้ดีว่าตนไม่อาจรับมือกับเจ้าคนทั้งสามได้! ถ้าพวกนั้นยังไม่ยอมไป……แล้วเมื่อใดที่เยี่ยฉวนพลาดท่าเสียที จ้านจุนกับคนอื่นๆ ต้องพลอยถูกฆ่าตายหมดแน่!
“หนีงั้นหรือ?”
ตอนนั้นเอง มีเสียงหัวเราะ ‘หึ’ ดังมาจากคนสวมชุดคลุมตัวยาวสีเขียว “เจ้าคิดว่าจะรอดหรือ?”
ว่าแล้ว เจ้านั่นทำท่าจะออกเคลื่อนไหว แล้วหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยพร้อมเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างๆ อย่างรวดเร็ว
คนอื่นที่เห็นเช่นนั้น ต่างมองดูชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวด้วยแววตาพิศวง
หลังจากทุกคนนิ่งงันไปไม่ถึงอึดใจ ปรากฏหยาดโลหิตค่อยๆ ซึมไหลลงมารวมตรงปลายจมูกของคนผู้นั้น
เมื่อประจักษ์แก่สายตาว่าอะไรเป็นอะไร ทุกคนจึงเบนหน้าหันไปทางเยี่ยฉวนซึ่งขณะยืนอยู่ไม่ไกล
เจ้าเยี่ยฉวน……มันลงมือตั้งแต่เมื่อไร?
นอกจากคนสามคน คนอื่นๆ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเยี่ยฉวนเป็นคนลงมือ!
ในตอนที่เทียนซาขยับตัวจะออกปะทะ พลันชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวพูดขัดขึ้นมาว่า “ข้าเอง!”
เทียนซาหยุดชะงักก่อนขยับหลีกทางให้
ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวก้าวเข้ามาตรงหน้าเยี่ยฉวน “กระบี่ของเจ้า……ช่างรวดเร็วนัก!”
เยี่ยฉวนไม่ได้ตอบโต้คนตรงหน้า เหลือบมองจ้านจุนและชายหัวโล้นจากนั้นจึงเอ่ยกับทั้งสองผ่านพลังชี่ลึกลับ “ถ้าพวกเจ้าไม่อยากให้ข้าถูกพวกมันฆ่าตาย……ให้รีบไปเสีย! ข้าอยู่คนเดียวคงหาทางเอาตัวรอดได้!”
ชายหัวโล้นกับจ้านจุนชำเลืองมองซึ่งกันและกัน ก่อนที่ทั้งสองจะส่ายหน้า……
คนหัวโล้นบอกกับชายหนุ่มเสียงเคร่ง “พี่เยี่ย ถ้าเราหนีไป……เจ้าตายแน่! ส่วนเรื่องใครที่จะมาช่วย ข้าเชื่อว่ามีคนกำลังตามมาที่นี่”
จ้านจุนพยักหน้าพร้อมรีบเสริมมาว่า “พี่เยี่ย เจ้ารับมือกับไอ้ตัวที่ฤทธิ์มากก็แล้วกัน ปล่อยเจ้าเทียนซากับเจ้าตี้ซาให้เป็นหน้าที่ของเราเอง ข้ารอเวลาประมือกับเทียนซา ไหนจะตี้ซาผู้โด่งดังแห่งสำนักแมวดำมานานแล้ว ฮ่าฮ่า……”
เยี่ยฉวนได้ยินแล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงบอกกับคนทั้งสองว่า “ระวังตัวกันด้วยล่ะ!”
พูดจบชายหนุ่มหันไปยังชายสวมชุดคลุมสีเขียวอีกครั้ง “สำนักแมวดำปรารถนาจะครอบครองสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ด้วยสินะ?”
คนสวมชุดยาวสีเขียวบิดมุมปากยิ้ม “แน่นอน”
จากนั้นคนพูดหายวับไปต่อหน้าต่อตา
เมื่อคนตรงหน้าหายตัวไปนั้น ทันใดนั้นเยี่ยฉวนยื่นมือออกไปก่อนจะเผยฝ่ามือออก
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างสองคนทะยานวูบถอยหลังไปเป็นระนาวทันที ก่อนทั้งคู่จะหายวับไปอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของทั้งสองเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนมองเห็นเป็นเพียงเงาวูบวาบเท่านั้น!
สิ่งที่น่าเขย่าขวัญที่สุด คือการต่อสู้ปะทะกันของทั้งสองในช่วงต่อมา มีแต่ความเงียบ……ไม่มีแม้กระทั่งเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมา การเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความเงียบเชียบ!
น่าหวาดกลัวนัก!
ไม่ห่างออกไป เทียนซาและตี้ซาไม่ได้ออกปะทะในทันที ต่างมองดูการต่อสู้ของชายสวมชุดคลุมเขียวกับเยี่ยฉวนอย่างสนใจ
ขณะที่จ้านจุนพร้อมทั้งคนอื่นๆ ไม่ได้ออกปะทะแต่อย่างใดเช่นกัน เวลานั้นทุกคนกำลังรอคนของกำแพงใหญ่จางเถี่ยนตามมาถึงเสียก่อน
ด้วยคนทั้งสามของสำนักแมวดำตรงหน้าจัดว่าเป็นคนแข็งแกร่งที่สุด ถึงกระนั้น อีกด้านกลับมีเพียงเยี่ยฉวนคนเดียว ส่วนเซวี่ยไป่อี้กับโจวเซิงเซิงไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อใดที่เริ่มโจมตีก่อน อาจก่อเกิดความเสียหายครั้งใหญ่!
ในขณะนั้น เยี่ยฉวนกับชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวผงะแยกออกจากกัน ต่างคนต่างถอยไปไกลราวสิบกว่าจั้ง
ทันทีที่ฝ่าเท้าของทั้งคู่สัมผัสพื้น คนที่สวมชุดเขียวประกบนิ้วมือก่อนผลักขึ้นสู่ด้านบน “ทะยาน!”
หลังจากนั้นบริเวณพื้นตรงเท้าของเยี่ยฉวน มีเถาวัลย์ไม้เลื้อยที่แห้งเหี่ยวไปแล้วพลันฟื้นชีพขึ้นมาทันทีแล้วพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ที่ปลายนิ้วมือของชายหนุ่มปรากฏลำแสงแห่งกระบี่พุ่งวาบออกมา ทำให้เถาวัลย์แห้งที่อยู่รอบตัวพลันฉีกขาดกระจุยกระจาย!อย่างไรก็ตาม ม้วนเถาวัลย์ปรากฏขึ้นมาอีกราวกับไม่มีวันหมดสิ้น กระทั่งชายหนุ่มถูกเถาวัลย์แห้งเฉาเลื้อยเข้ามารุมทึ้งอีกครั้ง ถึงอย่างไรพวกไม้เลื้อยเหล่านี้ ไม่อาจเข้าใกล้ชายหนุ่มได้เลย เนื่องจากกระบี่อันว่องไวที่สับไม้เลื้อยจนแหลกเละก่อนจะมีโอกาสได้เข้าใกล้เสียอีก!
ถึงกระนั้น เยี่ยฉวนไม่อาจกำจัดเถาวัลย์ไม้เลื้อยออกไปได้อย่างหมดสิ้นเสียทีเดียว!
ทันใดนั้น ชายสวมชุดคลุมเขียวเผยฝ่ามือผลักออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมปิดเปลือกตาทั้งสองข้างแล้วดึงฝ่ามือประกบเข้าหากันทันที “ลมพิฆาต!”
หลังจากนั้นบรรยากาศรอบด้านแปรเปลี่ยนไปในทันที บังเกิดกระแสลมพิฆาตโหมเข้ามาจากทุกทิศประหนึ่งพายุโหมกระหน่ำ ซัดเข้าหาร่างของเยี่ยฉวนที่ถูกเถาวัลย์แห้งเหี่ยวกลุ่มรุมล้อมรัดอยู่เต็มไปหมด กระแสลมพิฆาตนี้ไร้สี ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา กระแสลมมิได้สัมผัสโดนกิ่งก้านเถาวัลย์แห้งทว่ากลับแหวกผ่านช่องว่างเข้าหาชายหนุ่ม……
สถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ จ้านจุนและคนอื่นๆ ที่อยู่ในละแวกต่างพากันหน้าเคร่งถมึงทึง
ท่ามกลางกิ่งเถาวัลย์ล้อมรอบ ในใจของเยี่ยฉวนอดรู้สึกพิศวงไม่ได้ว่าวิชานี้มันคืออะไรกันแน่?
ชายหนุ่มไม่อาจประมาทได้แม้แต่น้อย ต่อมาชายหนุ่มยื่นฝ่ามือออกไปพลันตรงกลางฝ่ามือปรากฏกระบี่เซียนหลิง แล้วยกเท้ากระทืบลงบนพื้นเต็มแรงพร้อมกับดีดตัวพุ่งออกไป!
บริเวณที่ร่างนั้นเคลื่อนผ่าน กิ่งก้านเถาวัลย์แห้งพลันฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อย ในเวลาเดียวกันกระบี่ชี่ขนาดจิ๋วที่ไม่สามารถตรวจจับพลังได้สองเล่มทะยานออกมารอบข้าง ด้วยความที่กระบี่ทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็วจึงมองเห็นเพียงปราการแสงแผ่กระจายโอบร่างเยี่ยฉวนไว้ทั้งร่าง!
กระบี่ชี่สองเล่มเข้าป้องปัดพลังลมพิฆาตทั้งหมดทันที
ทันที่ที่เห็นเยี่ยฉวนเสือกกระบี่แทงเข้าใส่ตนเอง คนตรงข้ามยังสงบนิ่งจากนั้นดึงฝ่ามือประกบเข้าหากันพลันพื้นพิภพใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นไหว ชายหนุ่มคำรามเสียงต่ำ “เสื้อเกราะปฐพี!”
พลังงานมหาศาลแห่งพื้นปฐพีค่อยๆ ไหลพรูเข้ารวมเป็นหนึ่ง ทันใดนั้นปราการสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพร้อมปัดป้องกระบี่ของเยี่ยฉวนที่พุ่งเข้าหา!
ในตอนนั้นเอง บริเวณหน้าผากกลางแสกหน้าของเยี่ยฉวน บังเกิดแสงสว่างสีเหลืองนวล ชายหนุ่มควงกระบี่หมุนวน จนปราการทองคำระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงเกิดเสียงปะทะดังสะเทือนเลือนลั่น!
ชายสวมชุดยาวสีเขียวขมวดคิ้วขณะเขม้นสายตามอง แววตาเต็มไปด้วยความฉงนฉงาย
ฉัวะ!
เยี่ยฉวนฉวยกระบี่ไว้มั่น ฟาดเข้าใส่หน้าอกของคนสวมชุดเขียวตรงๆ ทว่าฉับพลันต่อมา สีหน้าของชายหนุ่มกลับแปลกเปลี่ยนไป
เพราะชายคนดังกล่าวปรากฏตัวห่างออกไปราวสิบจั้งเสียแล้ว!
