Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 878


บทที่ 878 : นางไม่ใช่ผู้หญิงของข้า!

รอบๆ ตัวของชายหนุ่ม พลังแห่งปฐพีมากมายมหาศาลเฝ้าไหลหลากเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่มีหยุดหย่อน ภายหลังจากดูดซับพลังปฐพีนี้แล้วพลันร่างเริ่มสั่นอย่างรุนแรง!

ทางด้านหนึ่งสีหน้าของสุนัขอสูรแลดูหม่นหมองไปเล็กน้อย

การที่เยี่ยฉวนสูบเอาพลังแห่งปฐพีเป็นเรื่องที่อันตรายด้วยการสูบแตกต่างกับการใช้ ถ้าร่างกายหนุ่มแบกรับพลังมากมายไม่ไหว ร่างกายอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ!

ขณะนั้นจู่ๆ เยี่ยฉวนหยุดนิ่งทันที

ทันใดนั้นพลังงานพุ่งวาบออกจากร่าง

สุนัขอสูรร้องถามเสียงเร็ว “เป็นอะไร?”

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะ “ข้าไม่กล้าสูบพลังอีกต่อไป!”

สูบพลัง!

ชายหนุ่มสูบเอาพลังแห่งปฐพีไปมาก จนบัดนี้ร่างกายเกือบจะรับไม่ไหวอีกต่อไป

สุนัขอสูรผงกหัว “ไม่ต้องรีบร้อน!”

เสียงชายหนุ่มพึมพำ “เจ้าพูดถูก!”

เขาพบว่าการฝึกฝนบ่มเพาะพลังไม่อาจทำโดยเร่งรีบ!

เพราะว่าเพิ่งฝึก

เสียงเจ้าสุนัขอสูรบอกมา “ค่อยเป็นค่อยไป!”

เยี่ยฉวนพยักหน้าก่อนจะมองเลยไปยังท้องฟ้ากว้างไกลพลางพูดเสียงเบาราวกระซิบ “ไปนครอานุภาพกันเถอะ”

อีกฝ่ายเห็นดีด้วย “ถึงเวลาเดินทางแล้ว”

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ “ข้ากำลังสงสัยอยู่ว่าพวกเขากำลังทำอะไร ไปกันเถอะ!”

จากนั้นเยี่ยฉวนกระโดดขึ้นไปบนหลังของสุนัขอสูรทันที ฝ่ายหลังจึงเผ่นโผนกระโจนออกไปในอากาศก่อนหายวับไปยังสุดขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างทาง

อสูรสุนัขเอ่ยกับคนว่า “ข้าเดาว่านครอานุภาพคงมีแต่ยอดฝีมือเป็นแน่!”

เยี่ยฉวนพยักหน้าหงึก “เห็นว่าโม่เยี่ยก็ไปที่นั่นเหมือนกัน!”

โม่เยี่ย!

ผู้ฟังจึงเอ่ยว่า “ถ้าเจ้านั่นไปด้วย……คงจะสนุกพิลึก”

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ “ใช่ ข้าแทบจะรอเจอเจ้านั่นไม่ไหวแล้ว”

นครอานุภาพ!

อันหลานซิ่ว เหลียนว่านลี่ โม่เยี่ย น้องหลิง…

คนรู้จักของเขาหลายคนล้วนไปที่นั่น!

เยี่ยฉวนนึกครึ้มอกครึ้มใจจึงหัวเราะออกมา “พี่ชาย เร่งหน่อยเร็วเข้า!”

ฝ่ายสุนัขอสูรไม่รอช้า มันกระโจนพรวดเดียวหายลับไปปรากฏในระยะไกลทันที

เยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรคล้อยหลังไปไม่นาน ในบริเวณนั้นปรากฏเงาสีแดงขึ้นยังสถานที่

เงาสีแดงหันหน้าไปทางที่สุนัขอสูรกับเยี่ยฉวนซึ่งบัดนี้อยู่ไกลลิบ ก่อนจะรำพึงกับตนเอง “นครอานุภาพ… เกรงว่าข้าคงไปไม่ได้เสียแล้ว”

นครอานุภาพ!

สถานที่เสมือนเป็นแดนสนธยา ครั้นเยี่ยฉวนไปถึงที่นั่น แม้แต่ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวยังไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือจนเป็นเหตุให้เกิดปัญหา

ฉะนั้นพวกที่หวังสมบัติล้ำค่าของเยี่ยฉวน จะฉวยจังหวะจู่โจมตอนที่เขาไปนครอานุภาพนี่เอง!

ด้วยครั้งนี้น่าเป็นโอกาสอันดี!

ณ จุดเดิมเงาสีแดงครุ่นคิดก่อนจะมีเสียงรำพึงออกมาเบาๆ “มันเป็นกลลวง!”

หลังจากได้เห็นเยี่ยฉวนสังหารชายชราแห่งชุมนุมผู้คุมกฎต่อหน้าต่อตา เขาเกิดความลังเลใจอย่างแท้จริง

ลังเลว่าควรเล็งเป้าไปที่เยี่ยฉวนต่อไปดีหรือไม่!

เป็นเพราะเยี่ยฉวนช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!

นอกจากนั้น พลังความแกร่งกล้าของชายหนุ่มเหนือกว่าความคิดจินตนาการของตน และบุคคลลึกลับที่อยู่เบื้องหลังเจ้าหนุ่มนั่นอีก…

ถ้ามีอะไรคลาดเคลื่อนไปจากแผนการที่วางไว้แล้วทำให้พลาดโอกาสครองสมบัติล้ำค่า……เท่ากับพาตัวเองไปหาปัญหาโดยแท้!

ทว่าเขาไม่อยากล้มเลิกในตอนนี้!

ส่วนเรื่องสมบัติล้ำค่าของเยี่ยฉวนชิ้นนั้น…

ช่องทางเข้าสู่โลกห้ามิติ!

พลังเย้ายวนของสิ่งนั้นต่อคนให้แกร่งกล้าก็มิอาจต้านทาน!

ร่ำลือกันว่า……หลังจากเข้าสู่โลกห้ามิติแล้ว ผู้ฝึกฝนบ่มเพาะพลังเสมือนได้ก้าวสู่โลกใหม่ พวกเขาอาจข้ามผ่านอุปสรรคซึ่งมีผลให้เกิดการล่าช้าของขั้นพลังจนกลายเป็นอมตะ……

ไม่มีเฒ่าวิปริตผู้ฝึกฝนที่แกร่งกล้าสามารถทนต่อความเย้ายวนของสิ่งนั้นได้!

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขา!

ครู่ใหญ่เงาสีแดงรำพึงกับตนเองว่า “ต้องลองดูสักตั้ง มิเช่นนั้นคงไม่ต่างอะไรกับพวกเศษสวะ……จริงไหม?”

หลังจากนั้นหายวับไปจากสถานที่ทันที

หนึ่งวันต่อมา ในจักรวาลดารา ณ ยานจักรดารา เยี่ยฉวนยืนมองไปในจักรวาลดาราก่อนจะพูดเปรยๆ ว่า “อีกเพียงครึ่งวันจะเข้าสู่ดินแดนจักรวาลดาวอานุภาพ”

พลันเสียงพูดหยุดกะทันหัน ดูเหมือนจะฉุกใจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชายหนุ่มมีอาการนิ่วหน้าเล็กน้อย “หยุดก่อน!”

ยานจักรดาราจึงหยุดอยู่กับที่ทันที

สุนัขอสูรหันไปมองคนด้วยความแปลกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

เยี่ยฉวนบอกกับอีกฝ่ายว่า “พี่ชาย เจ้ากลับเข้าหอคอยเดี๋ยวนี้!”

อสูรสุนัขถามกลับเสียงเคร่ง “ทำไม?”

ชายหนุ่มหันไปมองรอบๆ พลางพูดว่า “นครอานุภาพมีบรรยากาศไม่ชอบมาพากล เมื่อเข้าไปแล้วคนที่คิดจะสังหารข้าคงไม่ลงมือโดยพลการ ด้วยครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งเดียวของพวกมัน!”

ฝ่ายที่ได้ฟังจึงกวาดตามองรอบข้าง “เจ้าหมายถึงอาจจะมีคนตามเรามา……งั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “หึหึ มีคนตามเรามาอย่างแน่นอนต่างหาก!”

ว่าแล้วคนพูดหันหน้ามองไปรอบข้าง จักรวาลดาราสงัดเงียบ ไม่มีทีท่าว่าแถวนั้นจะมีผู้คน

ทว่าชายหนุ่มตระหนักดีว่าในเงามืด……มีใครบางคนกำลังแอบซ่อนตัว

สุนัขอสูรพยักหน้าแล้วกลับเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำแต่โดยดี

เยี่ยฉวนจัดการเก็บยานจักรดารา หลังจากนั้นวาบหายไปปรากฏตัวขึ้นในที่ไกล

เขาตัดสินใจจะไม่เข้านครอานุภาพในทันที ทว่าออกสำรวจไปรอบๆ จักรวาลดาราแห่งนั้นแทน

ราวครึ่งชั่วยาม เยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นที่ดาวเคราะห์อับแสงและเงียบสงัดแห่งหนึ่งทันที

ขณะลอยตัวอยู่บนอากาศชายหนุ่มกวาดตามองไปทั่วๆ ดาวเคราะห์ดวงนี้พลังชี่จิตวิญญาณของมันสลายสิ้นหมดแล้วจนกลายเป็นดาวเคราะห์อับแสง

เยี่ยฉวนเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนร่างจะแปรเปลี่ยนเป็นแสงกระบี่แล้วพุ่งวับหายไป

ทันทีที่ชายหนุ่มหายลับสายตาไป เงาสีแดงพลันปรากฏขึ้นมาแทนขณะมองตามยังทิศทางที่ไกลออกไปพลางพึมพำเบาๆ “เขาหาข้าเจองั้นหรือ?”

ว่าแล้วหันขวับไปข้างหลัง “มีคนอื่น!”

มีคนอยู่ที่นั่น

เงาสีแดงหันไปยังสถานที่ที่เยี่ยฉวนเพิ่งลับตาหายไปในระยะไกลก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ “หมอนี่เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก!”

จากนั้นเงาแดงหายวับไปอย่างรวดเร็ว

ครู่ใหญ่ต่อมาเยี่ยฉวนเข้าสู่หุบเขาสูงใหญ่ เขาไม่ได้เพิ่มพลังจิตตรวจตราด้วยการใช้จิตวิญญาณมังกร ด้วยถ้าใช้แล้ว……จะทำให้มองเห็นฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังมองเห็นตนด้วย!

ถ้าฝ่ายตรงข้ามมีแค่คนเดียว นั่นยังสามารถจัดการได้ ทว่าหากมาเป็นขบวนเท่ากับพวกมันร่วมพลังกันจู่โจม……นั่นคงไม่อาจต้านได้!

ชั่วครู่จากนั้น เยี่ยฉวนเร่งความเร็วฝีเท้ามากขึ้น ชายหนุ่มผลักเต๋าแห่งสุญญากาศออกเพื่อเร่งความเร็วเต็มพิกัด ภายหลังเพียงไม่กี่อึดใจใช้พลังชี่โกลาหลในการซ่อนตัวอย่างมิดชิด

บนภูเขาสูงเยี่ยฉวนนั่งซุ่มอยู่บนกิ่งไม้เงียบๆ

ราวครึ่งชั่วยามต่อมา ทันใดนั้นปรากฏชายสวมชุดดำทะยานมาในอากาศเหนือศีรษะชายหนุ่ม!

เยี่ยฉวนสะกดจิตให้เย็นลง ตั้งอกตั้งใจไม่ไหวติง

พลันต่อมาชายชุดดำหายวับไป

ถัดจากชายชุดดำที่เพิ่งหายตัวไปไม่นานนัก บนนั้นมีชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นทันที คนที่เข้ามาใหม่นิ่งอยู่นานก่อนจะหายไปอีกคน

เยี่ยฉวนยังคงไม่เคลื่อนไหว

ต่อมาไม่นาน ที่เบื้องหน้าไม่ห่างนักด้านหน้าชายหนุ่มปรากฏร่างสตรีผู้หนึ่ง

นางสวมชุดสีดำที่ทำจากผ้าโปร่งบางเบาเผยให้เห็นเรือนร่างงดงาม ผมยาวสลวยเคลียไหล่ทั้งสองข้าง ด้วยนางยืนหันหลังให้จึงไม่อาจมองเห็นใบหน้า

สตรีผู้นั้นเอนกายพิงโคนต้นไม้ใหญ่ ยืนนิ่งอยู่นาน ไม่มีทีท่าว่าจะไปจากตรงนั้น

ในที่ซ่อน สีหน้าชายหนุ่มเคร่งขรึมลงทุกขณะ

เหตุการณ์ดำเนินไปจนกระทั่งเข้าสู่เวลาค่ำคืน สตรีแปลกหน้ายังไม่มีท่าว่าจะกลับไปเสียที

ถึงยามนี้พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางเวหา……โลกสงบนิ่งเงียบ

พลันนั้นเยี่ยฉวนจึงออกมาจากที่ซุ่มซ่อน

เสียงสตรีหัวเราะคิก “ในที่สุดก็ออกมาจนได้สินะ?”

ทันใดนั้นนางหมุนตัวหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

เยี่ยฉวนมองตรงไปยังสตรีเบื้องหน้า จึงพบว่าสวมผ้าคลุมหน้าสีดำซึ่งแหวกช่องให้เห็นเฉพาะดวงตาสองข้างเท่านั้น

ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆ “เจ้าก็หาข้าพบ!”

อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ

ชายหนุ่มสั่นศีรษะ “ไม่สิ เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดกันแน่”

หนนี้สตรีพูดยิ้มๆ “จอมยุทธ์เยี่ย วิชาซ่อนลมหายใจนับว่าใช้ได้ แต่แย่หน่อยที่พลังปราณไม่เอาไหน มิเช่นนั้นพวกเราคงตามรอยเจ้าไม่พบ”

เยี่ยฉวนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย “ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา เจ้ามาที่นี่เพราะสมบัติล้ำค่า……ใช่ไหม?”

สตรีพยักหน้า “ไม่เชิง!”

คนถามบิดมุมปากยิ้ม “เจ้าทำให้ข้าสนใจขึ้นมาแล้วสิ”

สตรีมองเยี่ยฉวนตรงๆ “จอมยุทธ์เยี่ย สนใจมาเข้าร่วมกับพวกเราไหม?”

เยี่ยฉวนย้อนถาม “เข้าร่วม?”

หญิงสาวผงกศีรษะรับ “ถ้าตกลง พวกเราจะดูแลความปลอดภัยให้แก่เจ้าเอง”

ชายหนุ่มถามกลับ “กองกำลังของพวกเจ้าเป็นใคร?”

คนถูกถามส่ายหน้า “เสียใจ ตอนนี้ข้าบอกอะไรมากไม่ได้”

ชายหนุ่มนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “เพียงอยากให้ข้าเข้าร่วมด้วยเท่านั้นหรือ? พวกเจ้ามีจุดหมายที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่……ใช่ไหม?”

สตรีตอบเจือเสียงหัวเราะ “เงื่อนไขมีเพียงเล็กน้อยคือ ต้องมอบหนึ่งดวงวิญญาณและหนึ่งดวงจิตให้แก่เรา พวกเรารับประกันว่าจะไม่มีใครทำอันตรายเจ้าได้ อีกอย่างจะคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในการฝึกฝนพลัง”

“ฮ่าฮ่า……”

เยี่ยฉวนหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

พลันรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว

ฉับพลันสีหน้าของนางแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับตวัดฝ่ามือฟาดออกไปข้างหน้าอย่างแรง

เปรี้ยง!

หลังจากนั้น พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าของสตรีระเบิดแตกกระจาย ในเวลาเดียวกัน อีกฝ่ายถึงกับผงะหลายถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างละลิ่วออกไปนั้น ทำให้กระบี่ที่สับลงเฉี่ยวสันจมูกไปเพียงนิดเดียว

ถ้าถอยช้ากว่านี้ มีหวังถูกฟันจมูกขาดครึ่งเป็นแน่!

สตรีสวมผ้าคลุมหน้าถอยออกห่างไปราวสามร้อยจั้ง ทันทีที่นางหยุดอยู่กับที่พลันสีหน้ากลับแปรเปลี่ยนซีดเผือดอีกครั้ง ด้วยปรากฏลำแสงกระบี่สองลำแสงพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง และดูเหมือนกระบี่จะกำลังคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว!

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจแก่สตรีก็จริง ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของนางว่องไวนัก เมื่อคนหมุนตัวหันขวับพร้อมกับผสานฝ่ามือผลักออกไปทันที

เมื่อฝ่ามือทั้งสองข้างประกบเข้าหากันส่งให้ลำแสงกระบี่แหลกสลายไปในบัดดล ในตอนนั้นเองที่กระบี่ถูกฝ่ามือของสตรียึดไว้ทั้งสองเล่ม

ขณะนั้นสตรีคลุมหน้าหมุนตัวพุ่งออกไปข้างหน้า เมื่อร่างเคลื่อนผ่านส่งให้ช่องอากาศในบริเวณพังทลายลงทันทีทีละส่วน!

เปรี้ยง!

ไกลออกไปบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับปรากฏร่างของใครคนหนึ่งถูกพลังปะทะจนลอยละลิ่ว!

คนผู้นั้นคือเยี่ยฉวน!

ร่างที่ลอยในอากาศ ตามเนื้อตัวของชายหนุ่มปรากฏริ้วรอยแตกยับ……

สตรียืนนิ่งมองตามร่างของเยี่ยฉวนที่กำลังถอยห่างด้วยสีหน้าเย็นเยียบ “เจ้าไม่แกร่งเอาเสียเลย……”

เสียงพูดชะงักหยุดกะทันหัน แววตาบอกว่าตกใจสุดขีด “ไม่!”

ทันใดนั้นที่บริเวณลำคอของสตรีปริแตกออกทันที

จากนั้นทุกสิ่งในพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติ รวมทั้งช่องอากาศที่นางเป็นคนพังถล่มเมื่อครู่ด้วย

ในขณะที่เยี่ยฉวน ซึ่งร่างกายทำท่าว่าจะแตกสลายเมื่อครู่ บัดนี้กลับยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าสตรีโดยไม่มีร่องรอยว่าบุบสลายแต่อย่างใด

สตรีสวมผ้าคลุมมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้า……ทำได้อย่างไร……”

เยี่ยฉวนไม่ตอบ หยิบเอาอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงออกมาแล้วเริ่มกลืนลงคออย่างใจเย็น

เต๋าแห่งนิรมิต!

บัดนี้เขาสร้างความฝันไตรนิรมิต ถึงกระนั้นทำให้ต้องสูญเสียพลังไปไม่น้อย!

เขาเองเกือบจบการปะทะครั้งนี้ไม่ได้เช่นกัน!

คนที่อยู่ต่อหน้าเยี่ยฉวน สตรีคลุมหน้าจ้องเขม็ง “เจ้าจะทำอะไรข้า?”

นางอยากสละกายเนื้อเสียตอนนี้ แต่กลับพบว่าไม่อาจเคลื่อนดวงวิญญาณได้เลย

“ทำอย่างไรงั้นหรือ?”

ชายหนุ่มเหยียดมุมปากขณะถามอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก “ลองเดาสิ!”

คนตรงข้ามจ้องหน้าผู้พูดด้วยแววตาแห่งความแค้นใจ “เจ้าไปไหนไม่รอดหรอก……คนอื่นไม่ปล่อยเจ้าแน่!”

พลันเยี่ยฉวนยกมือขึ้นสะบัดกระบี่ ศีรษะของสตรีคลุมหน้ากระเด็นหลุดจากบ่าอย่างฉับพลัน

โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็น!

เวลานั้นมีเสียงสุนัขอสูรพูดขึ้นว่า “นี่สหาย ละเว้นให้ผู้หญิงบ้างไม่ได้เชียวหรือ?”

คนตอบเสียงเรียบ “นางไม่ใช่ผู้หญิงของข้า ทำไมต้องละเว้นด้วย?”

ว่าแล้วเขาจัดการฉวยเอาวงแหวนสัมภาระของสตรีคลุมหน้ามาเก็บไว้แล้วหายวับไปทันที

สุนัขอสูรนิ่งอึ้ง “……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version