บทที่ 879 : ขออภัยที่รบกวน! (ต้น)
ภายในโถงถ้ำ เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนพื้น ขณะนั้นกลืนอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างลนลาน
การขับเคลื่อนใช้งานทักษะนี้ทำให้สูญเสียพลังความแข็งแกร่งไปเป็นอันมาก!
พลังความแกร่งกล้าในตอนนี้ อย่างมากคงขับเคลื่อนใช้งานวิชาไตรนิรมิต!
ปัจจุบันนี้การใช้งานวิชาจตุรนิรมิตยังมีข้อจำกัด
และหากไร้ซึ่งกระบี่เทพราชันหรือบัลลังก์เทพราชัน เขาก็สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตได้โดยไม่ยากเย็น
กล่าวได้ว่าคนขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้อีกต่อไป!
แน่ละย่อมไม่ประมาทด้วย ถึงอย่างไรคนขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตยังจัดว่ามีพลังแกร่งกล้าใช่ย่อยอยู่ดี
ราวหนึ่งชั่วยามให้หลัง พลังของเยี่ยฉวนเกือบฟื้นคืนเป็นปกติแล้วทั้งหมด ชายหนุ่มหยิบวงแหวนสัมภาระของสตรีคลุมหน้าออกมา อย่างไรก็ตามเมื่อใช้พลังจิตตรวจตราเข้าไปตรวจสอบดูข้างใน ถึงกับมีอาการตกตะลึง
ภายในวงแหวนสัมภาระมีเพียงป้ายตราสัญลักษณ์สีดำอยู่เพียงชิ้นเดียว!
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้น ออกจากสถานที่ตรงไปยังนครอานุภาพทันที
นครอานุภาพ!
ในคราวนี้เยี่ยฉวนแอบลอบเข้าข้างในอย่างเงียบเชียบ
ชายหนุ่มทำให้คนที่ซุ่มซ่อนตัวเกิดความหวาดกลัวก็จริง ทว่าตนเองไม่ได้อยากมีเรื่องกับคนพวกนั้น ด้วยพวกเขาไม่มีใครแสดงตัวว่าเป็นแกนนำที่แท้จริง!
เขาแค่อยากไปเจอน้องเยี่ยหลิงรวมทั้งคนอื่นเร็วๆ เท่านั้น!
หนึ่งวันถัดมาเยี่ยฉวนเข้าสู่ดินแดนจักรวาลดาวอานุภาพ!
ดินแดนจักรวาลดาวอานุภาพไม่ใหญ่นัก ถ้าพูดกันตามจริงออกจะเล็กไปด้วยซ้ำ ภายในมีเมืองอยู่เมืองเดียวคือนครอานุภาพ
ทว่าเป็นเมืองขนาดเล็กที่ทรงพลังน่าเกรงขาม
ต่อมาไม่นานเยี่ยฉวนมองเห็นนครโบราณปรากฏขึ้นในจักรวาลดารา เมืองนั้นมีขนาดใหญ่ ยาวเหยียดออกไปไกลจนสุดขอบฟ้า เหนือท้องฟ้าของนครอานุภาพปรากฏรูปปั้นขนาดมหึมาสองรูป
หนึ่งเป็นรูปปั้นสตรีถือทวนยาวและอีกหนึ่งเป็นรูปปั้นบุรุษถือกระบี่
เมื่อมองไปที่รูปปั้นบุรุษ เยี่ยฉวนชะงักนิ่งงัน เหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคยนัก?
เวลานั้นบรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อีกทั้งชั้นอากาศรอบด้านแตกออกในทันที ทันใดนั้น กระดานหมากล้อมแผ่นยักษ์ทะยานวาบ ขณะต่อมาเบี้ยหมากสี่ก้อน เป็นเบี้ยหมากสีดำสองและสีขาวสองที่เข้าห้อมล้อมตัวเขาไว้รอบด้าน!
สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึม คนพวกนี้ยังตามหาเขาจนพบ!
พลันนั้นเองชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากรอยแยกของชั้นอากาศ ขณะที่คนทำท่าขยับจะเอ่ยพูดนั้น เยี่ยฉวนหายวับไปต่อหน้าต่อตา เมื่อปรากฏตัวออกมาอีกครั้งชายหนุ่มอยู่ต่อหน้าชายชราแล้วพร้อมกับลำแสงกระบี่สองลำพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย!
ตอนนั้นเยี่ยฉวนกำลังถือกระบี่เจิ้นหุนอยู่ในมือ!
บัดนี้จู่โจมชายชราแปลกหน้าโดยปราศจากความลังเล!
ฝ่ายชายชราออกจะแปลกใจเล็กน้อย ด้วยไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะลงมือจู่โจมอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มฉวยโอกาสเป็นฝ่ายลงมือก่อน อย่างไรก็ตามชายชรามีปฏิกิริยาตอบโต้ฉับไว เผยฝ่ามือโดยแยกออกและกดลงเล็กน้อย
เปรี้ยง!
พลังงานแผ่พุ่งจากร่าง ส่งให้ลำแสงกระบี่ทั้งสองของเยี่ยฉวนชะงักนิ่งไปทันที ยิ่งกว่านั้นร่างของเขาถึงกับสั่นสะเทือนพร้อมกับถอยกรูดไปหลายต่อหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง
ชายชราเห็นเยี่ยฉวนถึงกันสั่นสะท้านถอยหลังไปไกลจึงแสยะมุมปากยิ้มเย้ยหยัน ในตอนนั้นแก้วตาพลันบีบเข้าหากันจนเล็กลงเท่าปลายเข็มอย่างรวดเร็ว ชั่วอึดใจต่อมาศีรษะอีกฝ่ายขาดกระเด็นทันที!
ที่ด้านหลังของร่างชายชรา เยี่ยฉวนสะบัดฟาดกระบี่เจิ้นหุนกระหน่ำลงไป
ฉัวะ!
ช่องอากาศฉีกขาดด้วยคมกระบี่เจิ้นหุน ครู่ต่อมาชายหนุ่มจึงใช้เต๋าแห่งสุญญากาศพาตนหลุดออกจากบริเวณที่เป็นค่ายกลอย่างรวดเร็ว เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นมาอีกหนที่ระยะห่างออกไปราวหกลี้ จากนั้นรีบมุ่งหน้าตรงเข้าสู่นครอานุภาพต่อไป!
ทว่ามิทันไร จู่ๆ มีทวนลำยาวพุ่งตัดอากาศลงมาขวางหน้า
เยี่ยฉวนหยุดฝีเท้า ขณะมองขึ้นไปที่ทวนลำยาวได้เห็นเพียงแสงสว่างจ้าวาบเข้ามาจนแสบตา
ทันใดนั้นปรากฏคลื่นพลังแห่งลำแสงกระบี่ฟาดใส่ทวนเต็มแรง
ตูม!
เมื่อทวนเล่มนั้นต้องพลังลำแสงกระบี่จึงหยุดอยู่กับที่ พลันที่เหนือศีรษะของชายหนุ่มปรากฏร่างชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
มือกำด้ามทวน มองลงมาที่เยี่ยฉวนด้วยแววตาเย็นชา “ข้าประมาทเกินไป……”
เมื่อเขาทำท่าเหมือนอยากพูดต่อ ชายหนุ่มดันร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที ฝ่ายตรงข้ามเห็นเข้าถึงกับหรี่นัยน์ตามองก่อนจะเหวี่ยงทวนฟาดใส่โดยไม่รีรอ
ตูม!
แสงกระบี่แหลกสลายกระจายไป ส่วนตัวเยี่ยฉวนถอยกลับคืนยังตำแหน่งเดิม
ชายหนุ่มก้มลงมองดูที่แขนทั้งสองข้าง ในขณะนั้นมือข้างที่ถือกระบี่เกิดบาดแผลไปทั่ว สายตามองเลยขึ้นไปยังคนด้านบนพร้อมด้วยอาวุธทวนในมือที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ เป็นดังคาด……ถ้าไม่คืบคลานเข้าใกล้โดยที่พวกมันไม่รู้ตัว การจะสังหารผู้ที่พลังขั้นสูงกว่าตนเองเหล่านี้เป็นไปได้ยาก
ในอากาศ คนด้านบนเฝ้ามองมายังเยี่ยฉวนด้วยสายตาระแวดระวังอย่างที่สุด
เขาไม่กล้าลงมือโดยประมาท!
เมื่อคราวที่รู้ว่าฝ่ายนั้นสังหารชายชรา จึงถือว่าเยี่ยฉวนเป็นศัตรูระดับชั้นเดียวกันกับตน ด้วยความแกร่งกล้าของเขาเทียบเท่ากับชายชราที่ถูกฆ่าตายไป!
คนถืออาวุธทวนชำเลืองสายตามองไปที่เยี่ยฉวน “มอบสมบัติล้ำค่าซะ จากนั้นออกไปเสียจากที่นี่!”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะย้อนถามกลับ “พูดจริงหรือ?”
ชายถือทวนหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยอย่างระวังตัว “อย่ามาเล่นลูกไม้!”
คนตรงข้ามสั่นศีรษะปฏิเสธ “เปล่าเลย! ถ้ามอบของล้ำค่าให้แล้วเจ้าจะยอมให้ข้าออกไปจากที่นี่จริงหรือ?”
ชายผู้นั้นไม่ตอบทันทีหากสีหน้าคร่ำเคร่ง ทำเพียงมองหน้าคนพูดเงียบๆ
สัญญาณภายในเตือนว่าคนอย่างเยี่ยฉวนไม่มีทางส่งสมบัติล้ำค่าให้แต่โดยดีแน่
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นขณะมองไปที่ชายถือทวน “ว่าอย่างไร ไม่อยากได้แล้วหรือ?”
คนที่ถูกถามจ้องเขม็งมายังเยี่ยฉวน “อย่าหักหลังข้าก็แล้วกัน!”
ชายหนุ่มตรงข้ามพยักหน้าหงึก “หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดด้วยเหมือนกัน!”
ว่าแล้วที่กึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาบังเกิดเป็นภาพเลือนรางของหอคอย จากนั้นภาพหอคอยๆ ลอยออกมาจากบริเวณกลางแสกหน้า
เมื่อชายถือทวนได้เห็นภาพเลือนรางของหอคอย พลันจ้องมองด้วยแววตากระตือรือร้นทันที
พลันมีเสียงเยี่ยฉวนบอกกับฝ่ายนั้น “ตอนนี้สมบัติเป็นของเจ้าแล้ว! ลาล่ะ!”
คนพูดหันหลังกลับและวิ่งออกไป!
เขาตั้งใจจะหนีไปจริงๆ
ผู้ที่เห็นเหตุการณ์มองมาจากภายในหอคอยแห่งเรือนจำ สุนัขอสูรตกตะลึง
ด้วยเยี่ยฉวนปลดหอคอยแห่งเรือนจำออกแล้ววิ่งหนีไป!
ทำอะไรของมัน?
ในอากาศ ชายถือทวนมองตามสีหน้าฉงนงงงัน เยี่ยฉวนหนีไปจริงๆ งั้นหรือ?
หากไม่มัวคิดให้เสียเวลา พลันร่างของชายถือทวนสั่นเล็กน้อยก่อนจะตรงไปยังหอคอยแห่งเรือนจำ
เวลานั้นทั่วทั้งบริเวณปรากฏพลังลมหายใจเป็นจำนวนมาก ขณะต่อมาเสียงระเบิดดังอึกทึกอื้ออึง จากนั้นร่างของชายถือทวนถูกแรงสะเทือนผลักออกจนร่างกระเด็นห่างจากที่ไปไกลนับร้อยจั้ง
บริเวณโดยรอบหอคอยแห่งเรือนจำปรากฏชายชราผู้หนึ่ง คนสวมชุดดำ และเงาสีแดง!
