Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 884


บทที่ 884 : เคล็ดวิทยายุทธ! (ปลาย)

คนตรงข้ามถามเสียงกร้าว “แน่ใจหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มไม่ตอบคำถาม ทว่าชายหนุ่มเขาหายวับไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนที่เยี่ยฉวนหายวับไปนั้นเอง เป็นจังหวะที่ชายชราขยับตัวพร้อมเตะเท้าขวาออกไปข้างหน้าเล็กน้อย พลันกิ่งไม้ที่อยู่เบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่และทะยานออกไป ณ สถานที่หนึ่งซึ่งระยะห่างออกไปร้อยจั้ง……

เปรี้ยง!

บังเกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้าง จากนั้นร่างของใครคนหนึ่งตกลงมาจากบนอากาศ

คนผู้นั้นคือเยี่ยฉวน!

ชายหนุ่มหันขวับมองไปยังชายชรา บนยอดเขาชายชราก้าวเท้าออกมาก้าวหนึ่ง ก่อนจะมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม!

ขณะที่เยี่ยฉวนเมื่อเห็นเช่นนั้นชักสีหน้าไม่สู้ดี

ชายชราผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!

คนตรงข้ามเยี่ยฉวนมองกลับมาพลางกวาดสายตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “สำแดงเพลงกระบี่ของเจ้าออกมาสิ”

ชายหนุ่มเม้มปากขณะพยักหน้า ทันใดนั้นปรากฏสองลำแสงกระบี่พุ่งตัดร่างของชายชราเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อลำแสงทั้งสองพุ่งไปถึงตรงหน้าชายชรา ลำแสงนั่นกลับหยุดชะงักทันทีด้วยฝ่ายนั้นสะบัดนิ้วมือรวดเร็วก่อนจะคีบเอาไว้อย่างแน่นหนา!

สิ่งนี้ทำให้เยี่ยฉวนออกจะประหลาดใจนัก ชายชราผู้นั้นมีพลังแกร่งกล้ากว่าที่คิดไว้มาก!

ขณะที่ชายชราขยับนิ้วมือบีบเข้าหาขยุ้มลำแสงทั้งสองไว้ แล้วบดขยี้จนมันแหลกสลายไปสิ้น!

เยี่ยฉวนพึมพำเสียงขรึม “ผู้อาวุโส พลังช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!”

ชายชราบอกอีกฝ่ายว่า “เข้ามา สำแดงฤทธิ์เดชออกมา!”

คนตรงข้ามส่ายหน้า “ข้ากับท่านไม่ใช่ศัตรูกัน!”

ชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามีพลังแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าหุ่นไม้ในหอคอยแห่งจำอีก!

เชาจับกระบี่บินไว้ได้ด้วยมือเปล่า……

พลังความแข็งแกร่งปานนี้ อาจบดขยี้ชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย!

สายตาเยียบเย็นของชายชรามองตรงมายังเยี่ยฉวน “ไอ้หนุ่ม อย่ามั่นใจในตัวเองให้มากนัก เพราะความแข็งแกร่งของเจ้ามีเพียงน้อยนิด ต้องหัดรู้จักประมาณกำลังของตัวเองซะบ้าง!”

เยี่ยฉวนพยักหน้าซ้ำๆ อย่างยอมรับ “ใช่ ท่านพูดถูก!”

อีกฝ่ายพูดอย่างเยาะเย้ย “แต่ท่าทางของเจ้าบอกว่าไม่เห็นด้วยกับข้าสักนิด”

ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบออกไปเสียงเข้ม “ไม่จริงเลย!”

ทว่าชายชรากลับเหยียดยิ้มอย่างขุ่นเคือง “เข้ามา ข้าจะต่อให้ด้วยการสู้แค่มือเดียว ถ้าทำให้ถอยไปได้แม้เพียงครึ่งก้าว ข้าจะจดจำว่าเจ้าเหนือกว่าอย่างแท้จริง!”

ครึ่งก้าว!

เยี่ยฉวนสับกระบี่ออกไป

ชายชราบิดมุมปากยิ้มเย็น พลันนั้นสะบัดชายแขนเสื้อกว้างครั้งหนึ่ง

ในตอนนั้นเอง ลำแสงของกระบี่เยี่ยฉวนแตกสลายไปทันที ทว่าขณะนั้นจู่ๆ ปรากฏลำแสงกระบี่พุ่งเข้ามายังร่างของชายชราทั้งด้านซ้ายและด้านขวาในเวลาเดียวกัน

ฝ่ายหลังโบกมือทั้งสองข้างขวาซ้ายพร้อมกันขณะสีหน้าเรียบเฉย ชั่วพริบตาเดียวลำแสงกระบี่สองลำแตกกระจายไปในเวลาอันรวดเร็ว!

เขาหันไปมองที่เยี่ยฉวนขณะทำท่าขยับปากพูด ทันใดนั้นสีหน้าวูบไหวเปลี่ยนเล็กน้อย “ภาพลวงตา!”

ว่าแล้วกดฝ่าเท้าลงบนพื้นเพียงเบาๆ ปรากฏแสงกระบี่พุ่งออกจากใต้ฝ่าเท้าเป็นระลอกดุจลูกคลื่นถาโถม

ตูม!

พลันในบริเวณบังเกิดเสียงระเบิดสนั่นดัง คลื่นพลังลำแสงแห่งกระบี่ที่เบื้องหน้าแตกกระจายไปในทันที!

ชายชราเขม้นมองเยี่ยฉวนซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ไกลนัก เมื่อขยับปากจะพูด สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอีกครา “นี่ก็ยังเป็นภาพลวงตาอีกงั้นหรือ!”

หลังจากนั้น ประกบนิ้วมือเข้าด้วยกันก่อนจะทำท่าตวัดตัดในอากาศ

ชริ้งงงง!

ช่องอากาศเบื้องหน้าชายชราพลันฉีกขาดไปในทันที ทว่าเพียงครู่เดียวช่องอากาศกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างฉับพลัน!

ชายชราหมุนตัวหันขวับพลางนิ่วหน้า “ยังเป็นภาพลวง!”

กล่าวออกไปแล้ว เขาขยับเท้าก้าวออกไป ขณะนั้นปรากฏคลื่นพลังแห่งลำแสงกระบี่พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

คนใช้ฝ่ามือตวัดออกไปแล้วสับลงอย่างรุนแรง

เปรี้ยง!

พื้นอากาศรอบข้างพังทลายลงในพริบตา! ทว่าก็กลับสู่สภาพเดิมในเวลาไม่นาน!

ชายชรามองไปยังชายหนุ่ม ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ไม่ห่างเท่าใดนัก บัดนี้มุมปากของเยี่ยฉวนมีหยาดโลหิตสีเข้มค่อยรินไหลเป็นทางอย่างช้าๆ

สีหน้าแววตาหม่นมัวเป็นอย่างยิ่ง!

พลังไตรนิรมิตถูกชายชราทำลายจนยับเยิน!

ชายชราเอ่ยกับเขาขณะสายตาจ้องเขม็ง “เจ้าผสานภาพลวงตากับเต๋าแห่งกระบี่……”

เยี่ยฉวนถามกลับเสียงขรึม “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าภาพที่เห็นคือไตรนิรมิต?”

คนตอบน้ำเสียงเย็นเยียบ “ในฐานะของผู้ฝึกฝนกระบี่ หากเกิดความสับสนต่อภาพลวงตา สมควรได้ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกกระบี่อย่างนั้นหรือ?”

ผู้ฝึกกระบี่?

ชายหนุ่มยิ้มเฝื่อน เป็นเรื่องปกติที่ผู้ฝึกกระบี่จนถึงขั้นพลังจิตรู้แจ้ง ย่อมแยกแยะภาพลวงตาได้!

ไม่ใช่!

ดูเหมือนเยี่ยฉวนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาบางอย่าง จึงมองไปยังชายชรา “ผู้อาวุโส บอกข้าตามตรงเถิดว่าในสำนักกระบี่……มีอีกกี่คนที่ทำลายพลังภาพลวงตาของข้า?”

คนถูกถามนิ่งคิดชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบว่า “ไม่เกินสี่!”

ไม่เกินสี่คน!

ได้ฟังคำตอบเช่นนั้นเยี่ยฉวนค่อยเบาใจขึ้น ถ้าผู้ฝึกกระบี่ทุกคนทำลายภาพลวงตาของเขาได้ แสดงว่าขั้นพลังคงไม่ด้อยกว่าเต๋าแห่งนิรมิต!

ชายชรามองตรงมาพลางบอกว่า “กระบี่บินและภาพลวงตาที่เจ้ากำหนดขึ้นมา……”

เยี่ยฉวนรีบสวนคำออกไปก่อนจะฟังจนจบ “มีพลังอำนาจมากทีเดียวใช่ไหมขอรับ?”

อีกฝ่ายพูดหน้าตาเฉย “อ่อนด้อยมาก!”

พลันคนฟังชักสีหน้า นิ่งงันไปทันที

เสียงชายชราถามขึ้นว่า “ไม่ยอมรับสินะ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ขอรับ!”

คนตรงหน้าพูดว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดมันจึงอ่อนด้อย?”

อีกฝ่ายส่ายหน้าแทนคำตอบ

ชายชราจึงบอกว่า “เป็นเพราะกระบี่ของเจ้า!”

เยี่ยฉวนเสียงเคร่ง “โปรดชี้ทางสว่างให้ด้วย!”

ชายชราเดินตรงมายังเยี่ยฉวน “พลังความแข็งแกร่งและความเร็วของเจ้าใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ยอมรับว่าข้าเองแปลกใจไม่น้อย! ถึงกระนั้นเจ้าให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งและความเร็วมากเกินไป ทว่ากลับหลงลืมสิ่งที่สำคัญที่สุด!”

ชายหนุ่มถามเสียงเร็ว “อะไรขอรับ?”

คนตอบเสียงเรียบ “เคล็ดวิทยายุทธ!”

จากนั้น เขาเบนสายตามาทางเยี่ยฉวน “ข้าไม่ได้รวดเร็วกว่าเจ้าและพลังก็มิได้แข็งแกร่งยิ่งกว่า ทว่ามีเคล็ดวิทยายุทธที่เหนือกว่า เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมีความเร็วและพลังเพียงใด……ก็ไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามแต่ประการใด! นอกเสียจากว่าเจ้าได้ประโยชน์จากพลังงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งต้องอาศัยเคล็ดวิทยายุทธอยู่ดี!”

คำกล่าวนั้นทำให้เยี่ยฉวนนิ่งงันไปพักใหญ่ ก่อนจะขึ้นพูดว่า “กรุณาอบรมสั่งสอนข้าด้วย!”

ชายชราพยักหน้าน้อยๆ ชี้มือไปยังแปลงผักในที่ไม่ไกลห่าง “ถ้าเช่นนั้นไปปลูกผักแทนข้าก่อนแล้วกัน!”

ชายหนุ่มหันกลับ เดินตรงไปที่นั่นแต่โดยดี

สายตาของอีกฝ่ายมองตามหลังเยี่ยฉวนไปเงียบๆ ชายชราทอดถอนใจใหญ่ พึมพำกับตนเอง “เคราะห์ยังดีที่ข้าทำให้มันสับสนไปเอง……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version