บทที่ 885 : จะไม่ก่อปัญหา ข้าสัญญา! (ต้น)
ทำสวน!
เยี่ยฉวนเริ่มลงมือทำสวนอย่างจริงจัง!
ตื่นเต้น!
ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยในที่สุดจะได้รู้ข้อบกพร่องของตนเองเสียที!
ความแข็งแกร่ง!
ความรวดเร็ว!
เขาใกล้จะถึงขีดจำกัดของทั้งสองด้านนี้แล้วนั่นเอง!
ถึงกระนั้น อย่างที่ชายชราได้กล่าวว่า เขาเพิ่งจะคุ้นเคยกับเคล็ดวิทยายุทธ!
อีกด้านหนึ่งชายชรามองชายหนุ่ม เขายอมรับว่าค่อนข้างตกใจ
ความแกร่งกล้าของเยี่ยฉวนเหนือกว่าที่คิดไว้!
โดยเฉพาะการใช้ทักษะภาพลวงตาและกระบี่บิน เจ้าหนุ่มนั่นเกือบฆ่าคนขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตได้แล้ว!
ถ้าเขาค่อยๆ คืบคลานเข้าหาฝ่ายตรงข้าม……จะส่งผลดียิ่งกว่า
ชายหนุ่มเป็นคนมีอนาคตไกล!
ชายชราหมายมั่นไว้ในใจ มีอยู่เพียงเรื่องเดียวที่ไม่สบอารมณ์เจ้าหนุ่มนั่นคือนิสัยหุนหันพลันแล่น อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย เถรตรงเกินไปและอุปนิสัยเจ้าเล่ห์
สำหรับผู้เดินบนเส้นทางเต๋าแห่งกระบี่ นิสัยเช่นนี้ไม่เลวนัก ทว่าไม่ส่งผลดีต่อสำนักกระบี่!
ตัวปัญหา!
นับตั้งแต่ได้พบกัน เขารู้ทันทีว่าเยี่ยฉวนเป็นตัวปัญหา!
เวลานั้นเสียงเยี่ยฉวนซึ่งอยู่ไม่ไกล เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ผู้อาวุโสข้ามีอยู่เรื่องหนึ่ง!”
ชายชราเหลือบตามองคนพูด “อะไร?”
ชายหนุ่มสีหน้าเคร่ง “ท่านถอยไปก้าวหนึ่งเดี๋ยวนี้!”
ชายชรา “…”
เมื่อเยี่ยฉวนทำท่าขยับตัว ชายชรารีบพูดทันที “หา? เจ้ามีปัญหาเรื่องนั้นสินะ? ดีล่ะ มา……มาสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!”
ชายหนุ่มตกใจเมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกเช่นนั้น ชายชราคนนี้ท่าทางไร้ยางอายนัก!
“ฮ่าฮ่า……”
ตอนนั้นเอง ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ เสียงหัวเราะด้วยความขบขับของสุนัขอสูรดังขึ้นทันที “ในที่สุด เจ้าก็ได้เจอคนที่ไร้ยางอายกว่าตัวเองเสียแล้ว!”
เยี่ยฉวน “……”
ชายชราเดินตรงไปหาชายหนุ่ม ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน “เจ้ามีอะไรจะถามอีกไหม?”
คนที่ถูกถามรีบสั่นศีรษะ “มะ……ไม่มี!”
อีกฝ่ายทำเสียงพ่นจมูกอย่างเย็นชา “ทำสวนไป! เร็วเข้า!”
เยี่ยฉวนเอ่ยถาม “หลังจากทำสวนเสร็จแล้วท่านช่วยสอนวิชาให้ข้าได้ไหม……ขอรับ?”
ชายชราตัดบทอย่างฉุนจัด “เลิกพูดมากไร้สาระ! ทำงานให้เสร็จ!”
ชายหนุ่มพยักหน้ารวดเร็ว “ขอรับๆ!”
เมื่อพูดแล้วราวกับเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ ทว่ามีท่าทีลังเลจะกล่าวออกไป
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางถามเสียงเอื่อย “อะไร?”
คนตรงข้ามระบายลมหายใจก่อนจะพูดว่า “ขอบอกความจริงให้อย่างหนึ่ง ก่อนหน้านี้ มีเหตุผลที่แท้จริงที่ต้องการไปจากสำนักกระบี่ เพราะก่อนมามีศัตรูอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งอยากได้สมบัติล้ำค่าของข้ามาก……เกรงว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุให้สำนักกระบี่ต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ไปด้วยขอรับ!”
“ศัตรู?”
ชายชราชำเลืองมองคนพูดตั้งแต่ศีรษะจดเท้า “การที่มีศัตรูนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่อย่างเจ้าไม่สามารถกำจัดพวกมันได้เลยเชียวหรือ?”
เยี่ยฉวนสั่นหน้าพลางปฏิเสธ “ไม่ได้ พวกมันมีคนมาก ข้าไม่สามารถพอที่จะกำจัดได้ขอรับ!”
ผู้ฟังบอกเสียงเย็นเยียบ “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เจ้าเป็นคนของสำนักกระบี่แล้ว ไม่ว่าศัตรูเหล่านั้นจะเป็นใคร ข้าจะเป็นคนจัดการกับพวกมันให้เอง!”
ชายหนุ่มทำท่าถอนใจอีกครั้ง “แต่ศัตรูพวกนั้นพลังแกร่งกล้ามหาศาล ท่านจะ……”
ชายชราพูดโกรธๆ “บอกแล้วไงว่าเรื่องพวกนั้นข้าจะจัดการเอง เหตุใดยังพร่ำเพ้อราวกับสตรีเช่นนี้?”
เยี่ยฉวนจึงตอบเสียงรัว “ได้ๆ ในเมื่อท่านว่าอย่างนั้น ข้าเชื่อก็ได้!”
ว่าแล้วชายหนุ่มเริ่มลงมือเพาะปลูกทันที!
ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเยี่ยฉวนจะปลูกพืชผักได้ดี ด้วยสมัยเป็นเด็กน้อยอาศัยอยู่กับตระกูลเยี่ย ชายหนุ่มเคยทำงานเช่นนี้มาบ้าง
ชายชรามองดูชายหนุ่มขณะครุ่นคิด “ในดินแดนวิมานแห่งนี้สำนักกระบี่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น ถ้าศัตรูเจ้าฉลาดมีหัวคิดคงไม่มีทางโผล่มาที่นครอานุภาพเป็นแน่ แต่ถ้ากล้ามา ข้าจะสังหารมันด้วยมือข้างนี้เพียงข้างเดียว!”
เยี่ยฉวนรีบถามกลับ “จริงสินะ อืม ท่านสังหารพวกมันได้สบาย……”
เสียงอีกฝ่ายสวนคำทันที “ปลูกผักเร็วเข้า! ข้าไปล่ะ”
จากนั้นเสียงพูดหยุดไปพร้อมกับร่างที่หายวับทันที
หลังจากที่อีกฝ่ายกลับไปแล้วเยี่ยฉวนทรุดตัวลงนั่งบนพื้น “ศิษย์พี่ ทำอย่างไรข้าถึงจะแข็งแกร่งเหมือนผู้เฒ่าคนนั้น?”
เสียงเงียบไปชั่วขณะ สุนัขอสูรจึงเอ่ยกลับมาว่า “พลังของเขาล้ำลึกยากจะหยั่งถึง!”
พลังล้ำลึกจนยากหยั่งถึง!
เยี่ยฉวนผงกศีรษะช้าๆ ผู้เฒ่าใช้นิ้วมือจับยึดกระบี่บินให้หยุดนิ่ง ความแกร่งกล้านั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เขามองไปรอบด้าน ยอมรับเลยว่าไม่ทันสังเกตว่าภายในสำนักกระบี่เต็มไปด้วยยอดฝีมืออย่างแท้จริง!
ขณะนั้น บังเอิญนึกถึงบางอย่างขึ้นมา สีหน้าของชายหนุ่มดูหมองไปเล็กน้อย
ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาว!
คนที่อยู่เบื้องหลังศึกที่ปะทะกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง ย่อมไม่ปล่อยให้เขาหนีรอดเป็นแน่
พวกที่มาตามล่าชายหนุ่มในตอนนี้คงเป็นพวกที่ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวส่งมา!
เขาต้องเสริมสร้างพลังความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไปอีก!
เวลานี้จะไม่ยอมอยู่เฉยอีกแล้ว
ทันใดนั้นชายชราซึ่งเพิ่งจะกลับไปได้ย้อนกลับมา
พร้อมกันนั้น เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเปาะ ปรากฏแผ่นป้ายตราสัญลักษณ์อันหนึ่งอยู่ตรงหน้าเยี่ยฉวน “นับแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์สำนักกระบี่อย่างเป็นทางการ”
เยี่ยฉวน “……”
จากนั้น ชายชราหย่อนตัวลงบนม้านั่งที่ทำจากไม้เบื้องหน้าเยี่ยฉวน “ศิษย์ของสำนักกระบี่แข่งขันประลองกันเอง แต่จะต้องเป็นไปด้วยความเมตตาต่อกัน หากพลังแกร่งกล้ามากพอคนคนนั้นอาจเป็นผู้รับสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก”
พูดพลางเบนสายตามองมายังชายหนุ่ม “จำเอาไว้ให้ดี สำนักที่ขาดความสามัคคีในที่สุดต้องมีอันพินาศฉิบหาย เวลานี้เจ้าเป็นศิษย์คนของสำนักกระบี่แล้วมีหน้าที่ที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสำนักกระบี่เรา……เข้าใจไหม?”
ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ “ตราบใดที่คนอื่นไม่มายุ่งวุ่นวายด้วย ข้ารับปากว่าจะไม่ก่อปัญหา แต่ถ้ามีใครปรารถนาต่อชีวิตหรือเล่นไม่ซื่อ ข้าจะไม่ละเว้นผู้นั้น”
ชายชรามองคนพูด สีหน้าแววตาเรียบเฉยไม่ประหวั่นพรั่นพรึงต่อสิ่งใดทั้งสิ้น
เยี่ยฉวนจะตอบแทนการถูกทำร้ายด้วยความกรุณาเช่นนั้นหรือ?
ไม่เด็ดขาด!
เขามักตอบแทนความดีด้วยการดีตอบและตอบแทนความร้ายด้วยการร้ายกลับคืน!
ชายชราสั่นศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ “ช่างเป็นคนอารมณ์รุนแรงนัก มันไม่ส่งผลดีต่อตัวเจ้าเอง”
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบ
คนพูดกล่าวต่อไปว่า “อีกอย่างกระบี่ของเจ้ามีจุดอ่อนที่ร้ายแรง!”
ชายหนุ่มบอกอีกฝ่ายว่า “โปรดให้ความกระจ่างด้วยขอรับ!”
ชายชรากล่าวว่า “เจ้ามักจดจ่ออยู่กับความเร็วกับพลังแห่งกระบี่ อันที่จริง นับว่าเป็นคนมีฝีมือขั้นดีมากในกระบวนคนรุ่นเดียวกันของสำนักกระบี่เรา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญมิใช่ความเร็วหรือพลังแห่งกระบี่เพียงเท่านั้น เวลานี้ความเร็วและพลังกระบี่ของเจ้ามีแนวทางที่เรียกว่า ‘สุดขั้ว’ นั่นเอง!”
“แนวสุดขั้ว?”
