บทที่ 1001 สงบศึก ไม่สู้แล้ว
ภายใต้ตาข่ายแห่งโลก มังกรแสงดาวร้องคำรามเสียงแหบโหย แข็งแกร่งขนาดมันก็ยังรับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากทั่วร่าง รวมไปถึงสัญญาณที่บอกว่าตัวเองกำลังจะพังทลาย
ทว่าขณะที่มังกรแสงดาวกำลังจะระงับการพังทลายของร่างตัวเองและพุ่งเข้าโจมตีป๋ายเสี่ยวฉุนนั้นเอง…ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนกลับเปล่งประกายวาบ อาการบาดเจ็บทุกอย่างที่อยู่ภายใต้แรงสะเทือนพลันฟื้นคืนกลับมาในชั่ววินาที เขาไม่ได้ถอยหลัง แต่เดินออกมาอีกหนึ่งก้าว เมื่อยกมือขวาขึ้น…เขาก็ร่ายใช้หมัดจักรพรรดิมิดับสูญติดต่อกันอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน!
เสียงตูมตามดังสะเทือนฟ้าดินอีกคำรบ
หลังจากที่ฝึกเลือดคงกระพันได้สำเร็จ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็สัมผัสได้ว่าขีดจำกัดของหมัดจักรพรรดิมิดับสูญหายไปนานแล้ว ท่ามกลางการฟื้นตัวของเลือดคงกระพัน เขาในเวลานี้จึงสามารถ…ต่อยหมัดจักรพรรดิมิดับสูญออกมาได้อย่างแทบจะไร้ขีดจำกัด!
หมัดที่สาม หมัดที่สี่ หมัดที่ห้า!!
ห้าหมัดต่อยรัวออกไปติดต่อกันด้วยความเผด็จการเหี้ยมหาญ มังกรแสงดาวตัวนั้นมิอาจต้านรับได้ไหว เรือนกายที่ใหญ่นับแสนจั้งของมันพลันแตกทลาย ทว่าวินาทีที่ร่างแหลกสลายกลับมีพลังการระเบิดตัวเองขุมหนึ่งปะทุออกมาจากในร่างของมันแล้วตรงเข้ากลบทับป๋ายเสี่ยฉุนไว้ภายใน
พลังการระเบิดตัวเองขุมนี้ต่อให้เป็นราชาผียักษ์เองก็ยังตกใจ หน้าเปลี่ยนสี คิดจะขัดขวาง แต่กลับสายไปแล้ว นี่ก็คือท่าไม้ตายของบุรพาจารย์ซิงคง เดิมทีเขาคิดจะเก็บไว้ใช้กับราชาผียักษ์ แต่พอเห็นถึงความรับมือยากของป๋ายเสี่ยวฉุน เขากลับเอามันออกมาใช้ทันที
มองไกลๆ การระเบิดตัวเองของมังกรแสงดาวได้กลายมาเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์ลูกหนึ่ง บนท้องฟ้าจึงเหมือนมีปากขนาดมหึมาซึ่งได้กลืนกินป๋ายเสี่ยวฉุนไว้ภายใน พลังทำลายล้างที่อยู่ในน้ำวนลูกนี้มากพอจะทำให้จิตวิญญาณของครึ่งเทพสั่นสะเทือน ส่วนนักพรตที่มีขอบเขตต่ำกว่าครึ่งเทพลงไปที่หากถูกดูดเข้าไป ร่างและจิตวิญญาณก็จะแหลกสลายไปในชั่วพริบตา
นักพรตสำนักสยบธารที่อยู่บนแผ่นดินพากันร้อนรน
ซ่งจวินหว่านหน้าขาวเผือด ร่างสั่นเทาโงนเงนเหมือนจะล้มลง นางไม่อยากเชื่อภาพทั้งหมดที่ตัวเองเห็นในเวลานี้ บุรพาจารย์สำนักธาราเทพเองก็กลั้นลมหายใจ จ้องน้ำวนเขม็ง ในใจตึงเครียดอย่างถึงที่สุด ทว่าชั่วขณะที่ทุกคนพากันเพ่งสายตามองมานั้น น้ำเสียงสงบนิ่งของป๋ายเสี่ยวฉุนกลับดังออกมาจากในน้ำวน
“มีแค่นี้เองหรือ?” เมื่อเสียงดังก้อง ร่างของเขาก็พลันเผยกายอยู่ในน้ำวน และเดินออกมาข้างนอกทีละก้าว อาการบาดเจ็บบนร่างกายของเขาก็สาหัสอย่างถึงที่สุด เส้นผมของเขายุ่งเหยิง ร่างทั้งร่างเหมือนคนอ่อนแอโรยแรง เพียงแต่ว่า…เมื่อเขาเดินออกมาทีละก้าว ปราณของเขากลับยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำยังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าอาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งป๋ายเสี่ยวฉุนเดินออกมาจากน้ำวนอย่างสมบูรณ์แบบ เขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับไร้ร่องรอยความเสียหายใดๆ ขณะเดียวกันปราณก็ยังคงอยู่ในสภาวะสูงสุด และตอนนี้กำลังมองมายังบุรพาจารย์ซิงคงด้วยสายตาเย็นชา
“เป็นไปไม่ได้!!” ในสมองของบุรพาจารย์ซิงคงมีเสียงดังอึงอล ร้องอุทานเสียงหลง ถอยกรูดไปข้างหลังคล้ายมิอาจเชื่อทุกสิ่งที่ตัวเองมองเห็น
ทวนยาวฟ้าดาราล้มเหลว เขายังพอจะยอมรับได้ การดับสลายของมังกรแสงดาว เขาก็ยอมรับได้เช่นกัน
แต่เขามิอาจยอมรับกับการที่ต่อให้อยู่ภายใต้พลังทำลายล้างซึ่งเกิดจากการระเบิดตัวของมังกรแสงดาวก็ยังมิอาจสั่นคลอนป๋ายเสี่ยวฉุนได้แม้แต่น้อย ราวกับว่าต่อให้คนผู้นี้จะบาดเจ็บหนักแค่ไหนก็ยังฟื้นตัวได้ในเวลาเพียงแค่ชั่วอึดใจ
นี่ทำให้บุรพาจารย์ซิงคงรู้สึกชาไปทั้งหนังหัว จิตวิญญาณสะท้านสะเทือนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ศัตรูเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีทางต่อสู้ด้วยได้เลย อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักได้ว่าการที่ก่อนหน้านี้ป๋ายเสี่ยวฉุนพูดว่าจะกำราบเขาให้ยอมแพ้ หาใช่จะเป็นไปไม่ได้เสียเลย!
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อาการบาดเจ็บของคนผู้นี้จะฟื้นคืนได้ในชั่วพริบตา สำหรับเขาแล้ว ทุกวิชาอภินิหารของข้าย่อมไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย…ถ้าอย่างนั้น…ตอนนี้เขายังไม่ได้เป็นฝ่ายลงมือเอง แต่หากเขาลงมือ…” คิดมาถึงตรงนี้บุรพาจารย์ซิงคงก็สูดลมเย็นๆ ดังเฮือก ร่างสั่นเทิ้ม ขณะเดียวกันความกริ่งเกรงในดวงตาของเขาก็รุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในสมองของเขาอดนึกไปถึงผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งที่เมื่อหลายปีก่อนทำให้ครึ่งเทพทุกคนบนแผ่นดินทงเทียนหวาดผวาอย่างถึงที่สุดไม่ได้ คนผู้นั้น…ก็มีพลังการฟื้นตัวที่น่าหวาดหวั่นเช่นเดียวกับป๋ายเสี่ยวฉุนที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้
“บรรพบุรุษโลหิตในปีนั้น…” บุรพาจารย์ซิงคงสูดลมหายใจ
เขาพอจะจินตนาการออกว่า ป๋ายเสี่ยวฉุนที่มีพลังการฟื้นตัวเช่นนี้ ไม่พูดว่าไม่มีการรบครั้งใดที่ไม่ชนะ ทว่าบนโลกนี้ คนที่มีคุณสมบัติจะกำราบเขาได้ เกรงว่าคงมีแค่เทียนจุนและคนเฝ้าสุสานเท่านั้น
นอกจากสองคนนี้แล้ว ครึ่งเทพคนอื่นๆ ล้วนไม่มีคุณสมบัติ ต่อให้พลังการต่อสู้ของป๋ายเสี่ยวฉุนจะไม่นับเป็นอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าครึ่งเทพผู้มีประสบการณ์โชกโชน ทว่าต่อให้ครึ่งเทพทั้งหมดร่วมมือกัน…ก็ยังไม่สามารถทำอะไรป๋ายเสี่ยวฉุนที่บาดแผลทั้งหมดฟื้นตัวในชั่วพริบตาผู้นี้ได้!
“คิดจะสังหารเขา หากไม่ทำลายการฟื้นตัวของเขา ก็ต้องทำเหมือนกับที่เคยทำต่อบรรพบุรุษโลหิตในปีนั้น…นั่นคืออาศัยพลังการบดขยี้ของเทียนจุนมาฝ่าทะลวงเข้าไปในร่างมิวางวายของเขา แล้วสังหารวิญญาณต้นกำเนิดของเขาไปโดยตรง!”
ราชาผียักษ์เองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน ตอนนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง พลังการฟื้นตัวที่เหนือทุกจินตนาการของป๋ายเสี่ยวฉุนทำให้ในใจราชาผียักษ์มีคลื่นลูกใหญ่ซัดครืนผ่านไปลูกแล้วลูกเล่า
บุรพาจารย์ซิงคงสามารถนึกไปถึงบรรพบุรุษโลหิต ราชาผียักษ์ที่เป็นหนึ่งในสี่ราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ก็หวนนึกถึง…บรรพบุรุษโลหิตอยู่นานแล้วเช่นกัน!
เขาคิดถึงคนผู้นั้นที่เมื่อหลายปีก่อนสามารถช่วงชิงตำแหน่งจักรพรรดิกับจักรพรรดิขุยองค์ก่อน แต่ภายหลังกลับจากไปไกลยังแผ่นดินทงเทียน และไปตายอยู่ที่นั่นอย่าง…บรรพบุรุษโลหิต!
เมื่อเห็นสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปของราชาผียักษ์และบุรพาจารย์ซิงคง
ป๋ายเสี่ยวฉุนก็สูดลมหายใจเข้าลึก มองบุรพาจารย์ซิงคงพลางเอ่ยเนิบช้า
“ยังมีวิชาอภินิหารอะไรอีกหรือไม่ หากไม่มี ข้าจะลงมือบ้างแล้ว”
“มี!” ดวงตาทั้งคู่ของบุรพาจารย์ซิงคงแดงก่ำ ตอนที่เอ่ยประโยคนั้นเขาก็พลันตบหน้าผาก ทันใดนั้นวิญญาณเทพของเขาก็ลอยออกมาจากกลางกระหม่อมและตรงดิ่งไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ครู่เดียววิญญาณเทพของเขาก็ผสานรวมเป็นหนึ่งกับท้องฟ้ามากหมู่ดาว ก่อนที่ท้องฟ้ามากหมู่ดาวซึ่งถูกเขาจำแลงออกมาจะส่องประกายแสงดาวที่เจิดจ้าบาดตายิ่งกว่าก่อนหน้านี้
“ป๋ายเสี่ยวฉุน นี่คือวิชาอภินิหารที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าผู้อาวุโส ข้าอยากจะเห็นนักว่าพลังการฟื้นตัวของเจ้าจะยืนหยัดต่อไปได้หรือไม่!” ยามที่เสียงคำรามด้วยความไม่ยอมแพ้ดังกึกก้อง ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งบุรพาจารย์ซิงคงร่ายออกมาก็พลันสะเทือนไหว พริบตาเดียวก็พุ่งวูบลงมาจากเบื้องบน!
ประหนึ่งฟ้าถล่มลงมา มองไกลๆ ท้องฟ้าที่ดวงดาวดารดาษผืนนั้นก็คล้ายกับเข็มทิศขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตรงเข้ากดทับป๋ายเสี่ยวฉุน
“วิชาอภินิหารที่แข็งแกร่งที่สุดงั้นหรือ…” ป๋ายเสี่ยวฉุนเงยหน้าขึ้น ดวงตามีปณิธานแห่งการต่อสู้ผุดพล่านไร้ที่สิ้นสุด การลงมือของบุรพาจารย์ซิงคงสองครั้งก่อนหน้านี้ เขาแค่ต้านรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่ได้โจมตีกลับ ทว่าตอนนี้…เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว ครั้นจึงกระโจนพรวดตรงดิ่งเข้าหาเข็มทิศฟ้าดารา
พอเข้ามาใกล้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็คำรามกร้าว ชนาเขย่าภูเขาพลันถูกร่ายใช้พร้อมๆ กับผนึกมิวางวาย ทำให้ความเร็วของเขาฝ่าทะลุขีดจำกัดบางประการแล้วพุ่งเข้าชนกับท้องฟ้ามากหมู่ดาวทันที
เสียงตูมดังลั่น ท้องฟ้าทั้งผืนสั่นสะเทือน ขณะเดียวกันพลังงานจากดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนก็สาดเทลงบนร่างของป๋ายเสี่ยวฉุน ทำเอาป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นเยือกไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลาย ทว่าเพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียว การฟื้นตัวของเลือดคงกระพันก็ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับมาเป็นดังเดิม พลังอยู่ในสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดอีกครั้ง เขาไม่ได้หยุดนิ่ง พอขยับเข้าไปใกล้ท้องฟ้าดารา ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ต่อยหมัดจักรพรรดิมิดับสูญออกไป!
หนึ่งหมัดไม่พังภินท์ก็สิบหมัด!
สิบหมัดไม่พังทลายก็เปลี่ยนมาเป็นร้อยหมัด พันหมัด หมื่นหมัด!
“จงแตกออกให้ข้า!” ป๋ายเสี่ยวฉุนคำรามกร้าว ทุกครั้งที่หมัดสะท้านฟ้าสะเทือนดินต่อยออกไป ฟ้าดาราก็สั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นทุกขณะ บุรพาจารย์ซิงคงที่ผสานรวมอยู่ในท้องฟ้าดารารู้สึกเพียงว่าวิญญาณเทพเริ่มไม่มั่นคง ภายใต้แรงสะเทือนนี้ เขารู้สึกย่ำแย่ยากเกินจะทนรับ แต่กลับกัดฟันทน ปล่อยให้ตบะโคจรฟ้าดารา
ทำให้พลังการทำลายล้างที่ระเบิดออกมาจากในร่างของเขากระแทกลงบนร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าครั้งไหนก็ล้วนทำให้ครึ่งเทพบาดเจ็บสาหัส ทว่าสำหรับป๋ายเสี่ยวฉุนแล้ว ขอแค่มีพลังการฟื้นตัวของเลือดคงกระพันอยู่ เขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรทั้งนั้น!
บาดเจ็บกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การฟื้นตัวในเสี้ยววินาทีก็มีมากเทียมกัน และพลังอำนาจตลอดทั้งร่างของเขาที่มาพร้อมกับความเผด็จการดุดันก็ยิ่งสะท้านฟ้ามากขึ้นทุกขณะ สั่นสะเทือนทุกจิตวิญญาณของคนที่อยู่บนพื้นดิน ท่ามกลางอาการปากอ้าตาค้างของราชาผียักษ์
ท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดอย่างไม่หยุดยั้งของบุรพาจารย์ซิงคง เสียงกัมปนาทที่ราวกับฟ้าจะถล่มดินจะทลายก็พลันดังลอยมา!
ตามมาด้วยภาพที่ท้องฟ้ามากไปด้วยหมู่ดาวซึ่งบุรพาจารย์ซิงคงร่ายออกมา…แหลกลาญ ระเบิดออกเป็นโพรงมหึมา ท่ามกลางการแตกสลายของแสงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน วิญญาณเทพของบุรพาจารย์ซิงคงถูกแรงกระเทือนจนกระเด็นออกมา ส่วนร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนก็พุ่งพรวดเข้าไปในโพรงแห่งนั้น!
ไม่มีหยุดชะงัก พอกระโจนออกไป ความเร็วของเขาก็ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมจนร่างกลายมาเป็นภาพติดตา…ที่พุ่งกระโจนเข้าหาวิญญาณเทพของบุรพาจารย์ซิงคงซึ่งกระเด็นออกมาจากฟ้าดาราผืนนั้น!
เขาไม่อยากฆ่าใคร แค่จะกำราบให้อีกฝ่ายยอมแพ้เท่านั้น
บุรพาจารย์ซิงคงหน้าซีดเผือด เมื่ออยู่ในสภาพของวิญญาณเทพ
ร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนที่สวมอาภรณ์แห่งโลกในสายตาเขาจึงเต็มไปด้วยปณิธานของโลก ซึ่งพออีกฝ่ายขยับเข้าใกล้ ความรู้สึกที่มิอาจต้านทานได้ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ความรู้สึกนี้โจมตีเข้าสู่จิตใจของบุรพาจารย์ซิงคงจนลดทอนปณิธานในการต่อสู้ของเขาให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เขาที่เต็มไปด้วยความขมขื่นหวาดกลัวป๋ายเสี่ยวฉุนแล้วจริงๆ ยิ่งพอเห็นป๋ายเสี่ยวฉุนขยับเข้ามาใกล้และเห็นอีกฝ่ายยกมือขวาขึ้นมา เขาก็รีบเอ่ยเสียงรัวเร็ว
“เชื่อเจ้าแล้ว เชื่อแล้วว่า…สู้กับเจ้าต้องเหนื่อยตาย สงบศึก สงบศึก!! ไม่สู้แล้ว!”