Skip to content

A Will Eternal 1070

บทที่ 1070 ป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นคนบอกให้ข้าทำ!

ขณะที่ทุกคนร้องคำรามอย่างคลั่งแค้น สีหน้าของจักรพรรดิเซิ่งก็ไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด มือขวาพลันยกขึ้น ไม่ว่าความเร็วของเจ้าเต่าน้อยจะมีมากแค่ไหน ต่อให้มันจะไปไหนมาไหนอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอย ทว่าเมื่อจักรพรรดิเซิ่งลงมือ มันก็ยังไม่สามารถหนีไปได้อยู่ดี

เห็นเพียงว่าแทบจะชั่วขณะเดียวกันกับที่เงาร่างของเจ้าเต่าน้อยเตรียมจะพุ่งหนีไป พริบตาเดียวความว่างเปล่ารอบกายของมันก็แข็งตัวเหมือนถูกปิดผนึก ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ผล พลันถูกพละกำลังมหาศาลขุมหนึ่งดูดสวบเข้าไป กลายร่างเป็นรุ้งยาวเส้นหนึ่งที่ตรงดิ่งเข้าหาวังหลวง พอปรากฏตัวอีกครั้งก็มาอยู่ในมือของจักรพรรดิเซิ่งแล้ว!

คราวนี้ดูเหมือนว่าเจ้าเต่าน้อยจะตกใจมากจริงๆ พอเห็นว่าตัวเองตกมาอยู่ในกำมือของคนที่ทำให้มันหวาดกลัว มันก็พลันกรีดร้องโหยหวนขึ้นมาทันที

“ข้าถูกบังคับ ป๋ายเสี่ยวฉุน ป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นคนบอกให้ข้าทำ เขาต่างหากที่เป็นตัวการชั่วร้าย พวกเจ้าไม่รู้อะไร ไอ้หมอนี่มันคือตัวหายนะ เขาบังคับให้ข้าไปขโมยเม็ดบัว! ข้าคือผู้บริสุทธิ์ ข้าเองก็เป็นเหยื่อผู้รับเคราะห์เหมือนกัน!!”

ขาทั้งสี่ของเจ้าเต่าน้อยตะกุยตะกายไปมา เสียงของมันแหลมปรี๊ดดังก้องไปแปดทิศ สะท้อนอยู่ในหูของนักพรตทุกคนที่อยู่บนลานกว้าง

เดิมทีพวกเขาก็โมโหมากพออยู่แล้ว พอมาได้ยินคำพูดของเจ้าเต่าน้อยจึงรีบหันขวับไปมองป๋ายเสี่ยวฉุนทันใด

พริบตานั้นสายตามากมายพลันมารวมตัวกันอยู่บนร่างของป๋ายเสี่ยวฉุน

ป๋ายเสี่ยวฉุนตัวสั่น ลมหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก แม้เขาจะรู้ว่าเจ้าเต่าน้อยนิสัยร้ายกาจ ยากจะปิดปากได้สนิท แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าไอ้หมอนี่จะไม่มีการยืนหยัดอดทนใดๆ มาถึงก็ขายตนไปโต้งๆ อย่างนี้

ยิ่งพอนึกถึงเรื่องที่เจ้าเต่าน้อยขโมยกินเม็ดบัวเองตั้งนับหมื่นเม็ด แต่เอามาให้ตนแค่พันเม็ด คำสาปแช่งในใจของป๋ายเสี่ยวฉุนก็เป็นดั่งคลื่นลูกยักษ์ที่โถมตัวขึ้นสูง ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเขากลับรวดเร็วพอกัน สีหน้าของเขาเปลี่ยนมาเป็นงุนงง ทั้งยังกระโดดเหยงชี้หน้าเจ้าเต่าน้อยราวกับเพิ่งจะคืนสติ

“เจ้าเป็นใคร เจ้ารู้จักชื่อข้าได้อย่างไร! องค์จักรพรรดิเซิ่ง นี่คือแผนการชั่วร้าย! มีคนคิดจะใส่ร้ายข้า!”

สีหน้าป๋ายเสี่ยวฉุนเต็มไปด้วยความเดือดดาล คล้ายคนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวง แม้แต่เสียงก็ฟังดูเกรี้ยวกราด

ทว่าเหล่าชนชั้นสูงที่อยู่รอบด้านมีหรือจะมองไม่ออก หากก่อนหน้านี้ไม่มีเรื่องของปลามังกรสวรรค์ก็ยังพอทำเนา พวกเขาอาจจะยังลังเลอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มีตัวอย่างเรื่องปลามังกรสวรรค์มาก่อนแล้ว พวกเขาจึงตัดสินได้ทันทีว่าเจ้าเต่าน้อยนี่คือพวกเดียวกับป๋ายเสี่ยวฉุน!

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเต่าน้อยบงการป๋ายเสี่ยวฉุนหรือป๋ายเสี่ยวฉุนที่บงการเจ้าเต่าน้อย หนึ่งคนหนึ่งเต่านี้ก็คือ มหาโจรขโมยเม็ดบัว และตอนนี้ก็ถูกจับครบทั้งพยานและหลักฐาน!

โดยเฉพาะเดิมทีวันนี้ควรมีเม็ดบัวสองร้อยเม็ด ที่ถูกจักรพรรดิเซิ่งเก็บมาแล้วนำไปแจกจ่ายให้กับใต้หล้า จากนั้นนักพรตของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งก็จะนำไปประมูล การค้าครั้งนี้ตัวจักรพรรดิเซิ่งเองไม่ได้เข้าร่วมด้วย ทว่าพวกชนชั้นสูงที่อยู่ในลานกว้างที่แม้จะพูดไม่ได้ว่า มีส่วนได้รับผลประโยชน์กันทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ก็ล้วนมีส่วนแบ่ง

ทุกครั้งที่มีการประมูลเม็ดบัว จะมีช่องว่างมากมายที่พวกเขาสามารถเข้าควบคุม สำหรับพวกเขาแล้วนี่ถือเป็นผลเก็บเกี่ยวก้อนมหึมา ทว่าตอนนี้…เห็นได้ชัดว่าผลประโยชน์นั้นหายไปแล้ว

จักรพรรดิเซิ่งเองก็ไม่มีทางอนุญาตให้เก็บเม็ดบัวที่หายไปเกือบเจ็ดส่วนนี้ต่อแน่นอน อีกทั้งยังพอจะจินตนาการได้เลยว่าดอกบัวเหล่านี้ต้องสูญเสียพลังต้นกำเนิดไปมหาศาล เกรงว่าอนาคตอันใกล้นี้คงไม่สามารถมีงานเลี้ยงบงกชขึ้นมาได้อีก

พอคิดมาถึงตรงนี้ ต่อให้เป็นพวกกู่เทียนจวินสามคนก็ยังเดือดดาลสุดขีด นั่นเป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขามากเกินไป แม้พวกเขาจะเป็นเทียนจุน แต่ก็มีคนในตระกูล มีลูกน้องให้ต้องดูแล ทรัพยากรที่ใช้จ่ายในแต่ละปีมากจนเกินจะคณนา แล้วจู่ๆ ทรัพย์สินก้อนใหญ่มาอันตรธานหายไปกับตา แล้วจะไม่ให้พวกเขาโกรธาได้อย่างไร

“ป๋ายเสี่ยวฉุน เจ้ากำเริบเสิบสานถึงขนาดกล้ามาขโมยบงกชเซียน!!”

“ฝ่าบาท ข้าผู้อาวุโสขอเสนอฎีกาให้สังหารป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้!”

“ฝ่าบาท ข้าผู้อาวุโสเห็นด้วย เจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้ต้องถูกลงโทษ!”

เหมือนไปแหย่รังผึ้งให้แตกฮือ ปราณสังหารของนักพรตผู้สูงศักดิ์แทบทุกคนที่อยู่บนลานกว้างในวังหลวงต่างก็เดือดปะทุ หากที่นี่ไม่ใช่วังหลวง เกรงว่าทุกคนคงลงไม้ลงมือกันไปแล้ว ยามนี้แต่ละคนปรี่ขึ้นหน้ามาเสนอความเห็นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปราณสังหารเทียมฟ้า

ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดลมหายใจดังเฮือกติดๆ กัน เหงื่อบนหน้าผากยิ่งผุดพราย เมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากคนรอบด้าน เขาก็พลันอกสั่นขวัญผวาชาไปทั้งหนังหัว ขณะที่เตรียมจะเปิดปาก จู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่าเจ้าเต่าน้อยที่ถูกจักรพรรดิเซิ่งจับไว้ในมือหันมาขยิบตายิกๆ ให้ตน

จากนั้นเจ้าเต่าน้อยก็แหกปากตะเบ็งเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

“เหล่าบุรุษทั้งหลาย เรื่องทุกอย่างนี้ล้วนเป็นป๋ายเสี่ยวฉุนที่บงการให้ข้าทำ เขาเป็นเจ้านายของข้า คำส่งของเขาข้าจะไม่ทำตามได้อย่างไร!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนถลึงตาใส่เจ้าเต่าน้อย มองดูเหมือนเกรี้ยวราด แต่จริงๆ แล้วในใจกลับคลางแคลง ก่อนหน้านี้ท่าขยิบตาของเจ้าเต่าน้อยมองดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้จักเจ้าเต่าน้อยมานานหลายปีขนาดนี้ ย่อมสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล

พอหวนนึกไปถึงข้อที่ว่า พออ้าปากพูดได้เจ้าเต่าน้อยก็เอ่ยอ้างถึงตนทันที นี่จึงทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มีปัญหา!

เวลานี้ลานกว้างเต็มไปด้วยความโกลาหลปั่นป่วน เสียงเสนอฎีกาของเหล่านักพรต เสียงคำรามเดือดดาลของเจ้าเต่าน้อย เสียงตะโกนของป๋ายเสี่ยวฉุนดังปนกันเซ็งแซ่ไปหมด

“จักรพรรดิเซิ่ง ป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้ต้องตายสถานเดียวเท่านั้น เขากระทำความผิดใหญ่หลวงอย่างไม่น่าให้อภัยถึงเพียงนี้ แล้วยังมีราชาผียักษ์นั่นอีกคนที่ข้าสงสัยว่าจะเป็นพวกเดียวกับเขา ซึ่งต้องประหารเช่นกัน!!”

เวลานี้เอง กู่เทียนจวินพลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ตอนที่มองมายังป๋ายเสี่ยวฉุน จิตสังหารในสายตาของเขาเด่นชัดมากเป็นพิเศษ

ภายใต้เสียงคำรามแห่งความโกรธเคืองของทุกคน พระยาสวรรค์หลิวที่อยู่ในกลุ่มคนสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเขาโชนแสงเจิดจ้า

ก่อนหน้านี้เขาจับตามองป๋ายเสี่ยวฉุนมานานมากแล้ว แต่กลับไม่เจอเส้นสนกลในอะไรสักอย่าง ต่อให้มองความผิดปกติไม่ออก แล้วก็ไม่มีทั้งเบาะแส เป็นเหตุให้เขาร้อนใจจนแทบจะตีอกชกหัวตัวเอง

ทว่าพอตอนนี้ได้เห็นเจ้าเต่าน้อย เขากลับเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง และพอเห็นป๋ายเสี่ยวฉุนถูกทุกคนพร้อมใจกันโจมตี พระยาสวรรค์หลิวก็ให้ฮึกเหิมขึ้นมาทันใด

“ช่างเป็นภาพที่คุ้นตายิ่งนัก!” ร่างของพระยาสวรรค์หลิวสั่นเทิ้มด้วยความฮึกเหิมที่มิอาจสะกดกลั้นไว้ได้

“ตอนนั้นที่อยู่ในตำหนักต้าเทียนซือนครจักรพรรดิขุย ก็เคยมีภาพเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกันไม่ใช่หรือ แล้วข้าก็แพ้เพราะครั้งนั้นเหมือนกัน…”

“สวรรค์มีตา วันนี้ภาพเหตุการณ์ในปีนั้นกลับหวนคืนมาปรากฏที่นี่อีกครั้ง

ป๋ายเสี่ยวฉุน ครั้งนี้ข้าไม่มีทางแพ้แน่นอน!”

พระยาสวรรค์หลิวคิดมาถึงตรงนี้ก็พลันแหงนหน้าหัวเราะร่า ครั้นจึงยกเท้าขึ้นเดินออกไปข้างหน้าก้าวใหญ่

และบัดนี้ร่างของเขาก็คล้ายจะมีพลังอำนาจที่น่าตะลึงขุมหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมา เมื่อเดินมาอยู่ตรงกลางของลานกว้างก็หันไปคารวะโค้งตัวต่ำๆ ให้กับจักรพรรดิเซิ่งที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่สนใจใคร เอาแต่จ้องเจ้าเต่าน้อยในมือและทำท่าครุ่นคิด

“ฝ่าบาท กระหม่อมสรุปโทษทัณฑ์ของป๋ายเสี่ยวฉุนได้ทั้งหมดห้าร้อยข้อ วันนี้กระหม่อมจะต้องป่าวประกาศโทษทัณฑ์ที่ใหญ่หลวงเทียมฟ้าของคนผู้นี้ที่นี่ให้จงได้ โทษข้อแรกของคนผู้นี้….”

พระยาสวรรค์หลิวรู้สึกว่าตัวเองในยามนี้เหมือนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ตลอดทั้งร่างเต็มไปด้วยความห้าวเหิมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง แต่ขณะที่พลังอำนาจของเขาไต่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดและเปล่งคำพูดออกไปนั้น ประโยคแรกยังไม่ทันเอ่ยจบ จู่ๆ ดวงตาของจักรพรรดิเซิ่งที่ยืนถือเจ้าเต่าน้อยทำท่าครุ่นคิดอยู่ตรงตำแหน่งประธานก็พลันส่องแสงคมกริบ แล้วทันใดนั้นก็แหงนหน้าหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยความปิติยินดีเป็นล้นพ้น

เสียงหัวเราะของเขาเป็นดั่งระฆังที่ดังก้องกังวานไปทั่วแปดทิศในนครจักรพรรดิเซิ่ง ตัดบทคำพูดของพระยาสวรรค์หลิวไปอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็ข่มไฟโทสะของนักพรตชนชั้นสูงที่อยู่รอบๆ นครจักรพรรดิเซิ่งได้อย่างราบคาบ

“ดี ดี ดี!” เสียงหัวเราะของจักรพรรดิเซิ่งยิ่งนานก็ยิ่งดัง ความปิติยินดีในสีหน้าของเขาเด่นชัดมากเป็นพิเศษ ตอนที่มองมายังเต่าน้อยในมือ ร่างทั้งร่างของเขาก็เหมือนว่าจะสั่นเทิ้มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างไรอย่างนั้น

ต้องรู้ว่าในฐานะที่เป็นบุพกาล คลื่นอารมณ์ที่แสดงออกเด่นชัดเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ภาพนี้ทำเอาทุกคนอึ้งงัน คนอื่นๆ ยังดีหน่อย แต่พวกเฉินซูสามคนกลับดวงตาเป็นประกายวาบ หันขวับไปมองเจ้าเต่าน้อยในมือของจักรพรรดิเซิ่ง และไม่นานดวงตาคนทั้งสามก็เผยความตะลึงพรึงเพริดและเหลือเชื่อออกมา

“เต่านิรันดร์กาล เต่านิรันดร์กาล!”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของจักรพรรดิเซิ่งมีเสียงสั่นๆ ที่แฝงไว้ด้วยความยินดีของเขาดังคลอขึ้นมา

“นี่คือเต่านิรันดร์กาล!!” วัตถุชิ้นเดียวบนโลกใบนี้ที่ในตำนานเล่าว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคียงคู่อยู่กับบุปผานิรันดร์กาล!!

“มันมาปรากฏตัวอยู่ในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งของเรา นี่คือเรื่องมงคล หมายความว่าราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งของเราก็คือผู้สืบทอดที่ถูกต้องของแผ่นดินหย่งเหิง ซึ่งถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องเจริญรุ่งเรืองไปชั่วนิจนิรันดร์!!”

ได้ยินเสียงหัวเราะของจักรพรรดิเซิ่งก็ทำเอาป๋ายเสี่ยวฉุนอึ้งงันไปเล็กน้อย วันนั้นตอนที่คนเฝ้าสุสานกรอกเลือดของเจ้าเต่าน้อยให้กับเขา ป๋ายเสี่ยวฉุนอ่อนแอจนสลบไปจึงไม่รู้รายละเอียด พอมาได้ยินอย่างนี้เขาก็ตระหนักได้ทันทีถึงสาเหตุที่เจ้าเต่าน้อยขยิบตาให้เมื่อครู่นี้

เสียงหัวเราะของจักรพรรดิเซิ่งยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ มาถึงท้ายที่สุดเขาก็สะบัดปลายแขนเสื้อพาเจ้าเต่าน้อยกลับเข้าไปในวัง ก่อนจะจากไปยังทิ้งคำสั่งแต่งตั้งเอาไว้อีกด้วย!

“แต่งตั้งให้เต่านิรันดร์กาลเป็นเต่าเทพแห่งราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งของเรา เพื่อนำพาความโชคดีมาสู่บ้านเมือง ไม่ว่าไปที่ใดก็เหมือนข้าผู้เป็นจักรพรรดิไปเยือนด้วยตัวเอง! ป๋ายเสี่ยวฉุนมีคุณความชอบในการนำเต่าตัวนี้มามอบให้ ประทานเข็มขัดเจ็ดสีและโอสถเซียนสิบเม็ด!”

ประโยคนี้ดังจบ นักพรตชนชั้นสูงที่อยู่รอบด้านล้วนสูดลมหายใจดังเฮือก ตอนที่มองไปยังเจ้าเต่าน้อยในมือของจักรพรรดิเซิ่ง ในใจแต่ละคนก็ราวกับมีคลื่นยักษ์โถมกระหน่ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version