Skip to content

A Will Eternal 1154

บทที่ 1154 โอกาสอันดี

สีหน้าของหญิงชราคนนี้ออกสีดำคล้ำคล้ายถูกพิษร้าย ระหว่างที่กระโจนออกมา เลือดของนางที่ไหลรินก็เป็นสีดำด้วย ซ้ำตรงหน้าผากยังมีอักขระสีดำตัวหนึ่งประทับเด่นหรา

อักขระตัวนี้กำลังกะพริบถี่รัวรุนแรง หากมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า อักขระตัวนี้กำลังกดทับเงาร่างที่เหมือนกับหญิงชราอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเอาไว้ เพียงแต่ว่าเงาร่างนั้นกลับเป็นเพียงภาพมายา!

เงาร่างนั้นก็คือวิญญาณเทพต้นกำเนิดที่จำแลงมาจากเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของนางเอง!

อักขระนี้ผนึกเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของหญิงชราเอาไว้ในร่างที่พิกลพิการ ทำให้เรือนกายของหญิงชราที่ถูกพิษร้ายค่อยๆ เดินไปสู่ความตาย ทั้งเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของนางยังมิอาจสลัดหลุดพ้น ราวกับว่าเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของนางกำลังจะถูกเผาผลาญให้หมดสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้หญิงชราจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้งก็ต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวงอยู่ดี

ภาพนี้ทำให้พวกป๋ายเสี่ยวฉุนที่มองเห็นใจสั่นสะท้าน ทว่าทุกอย่างนี้ยังไม่สิ้นสุด วินาทีที่หญิงชราหนีออกมา ด้านหลังของนางยังมีอีกเรือนกายหนึ่งที่พกพาความหวาดกลัวและพรั่นพรึงเผ่นโผนตามออกมาด้วย

คนผู้นี้ก็คือ ซื่อหลิงซ่างเหริน!

เขากระอักเลือดสดอย่างบ้าคลั่ง ปราณทั่วร่างอ่อนกำลังลงอย่างถึงที่สุด ดวงตาของเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความหวาดผวา ความเร็วนั้นสูงถึงขีดสุด และหน้าผากของเขาก็มีอักขระสีดำตัวหนึ่งลอยอยู่เช่นกัน อักขระนี้คล้ายคลึงกับอักขระตัวที่อยู่บนหว่างคิ้วของหญิงชรา แต่ก็มีส่วนที่แตกต่าง ราวกับว่ามีพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่พิเศษบางอย่างทำให้เรือนกายของซื่อหลิงซ่างเหรินที่กำลังกระโจนออกมาเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว!

และด้านหลังของเขาก็มีแสงสีเลือดเส้นหนึ่ง พุ่งตัวตามออกมาจากในหมอกควันซึ่งกำลังเบาบางลงอย่างรวดเร็ว!

แสงสีเลือดนี้เพิ่งจะปรากฏก็มีปราณแห่งความชั่วร้ายที่ป๋ายเสี่ยวฉุนคุ้นเคยเป็นอย่างดีระเบิดปะทุแผ่อวลไปทั่วฟ้าดินแห่งนี้ แสงสีเลือดไม่ได้หยุดชะงัก พอมันพุ่งออกมาก็ตั้งท่าจะเผ่นหนีไปไกล

“จับมันไว้ มันใกล้จะตายแล้ว!!” คนที่หนีออกมาคนสุดท้ายก็คือเทียนจุนจักษุไพศาล แขนของเขาขาดไปข้างหนึ่ง ใบหน้าของเขาในเวลานี้ขาวเผือด กระโจนไล่ล่าแสงสีเลือดไปด้วยความไม่ยอมแพ้และบ้าคลั่ง

แทบจะเวลาเดียวกับที่เทียนจุนจักษุไพศาลไล่กวดตามมา เทียนจุนปฐพีพินาศ นักพรตทงเทียนและหยวนเยาจื่อต่างก็กัดฟันกรอด หมายจะเข้าไปขัดขวาง ส่วนพวกกู่เทียนจวิน ซือหม่าอวิ๋นหัว เทียนจุนวิเศษกาลนานต่างก็ถลาพรวด แยกย้ายกันออกไปขัดขวางแสงสีเลือดในทิศทางที่แตกต่างกัน

ป๋ายเสี่ยวฉุนเองก็อยู่ในกลุ่มคนนั้นด้วย ทว่าชั่วขณะที่ทุกคนขยับเข้าไปใกล้นั้นเอง แสงสีเลือดกลับชะงักกึก แล้วแผดเสียงคำรามที่มีพลังแห่งการทะลุทะลวงรุนแรงออกมา!

เสียงคำรามนี้ก่อให้เกิดลมพายุหมุนคว้างครืนครั่นไปสี่ทิศ แล้วก็ด้วยเหตุนี้ แสงสีเลือดจึงจำต้องหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ เผยให้เห็นเรือนกายที่อยู่ในแสงสีเลือดซึ่งเป็นตัวประหลาดคล้ายคนแต่ไม่ใช่คน คล้ายกิ้งก่าแต่ไม่ใช่กิ้งก่า!

ตัวประหลาดนี้มีแขนขาและลำตัวเหมือนคน แต่ทว่าบนร่างกลับมีเกล็ดสีเลือด เครื่องหน้าทั้งห้าพอจะมองเห็นได้อย่างเลือนรางว่าเป็นชายคนหนึ่ง ทว่าลูกตาดำที่ทับซ้อนอยู่ในดวงตาและลิ้นเรียวยาวสองแฉกในปาก กลับทำให้ทุกคนที่มองเห็นชัดเจนตระหนกตกใจกันไปอีกครั้ง

ซ้ำลมพายุนั้นยังแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด เทียบเคียงได้กับตบะของบุพกาลช่วงท้าย เมื่อพัดกวาดไปแปดทิศ พวกปฐพีพินาศก็ถอยกรูดอย่างที่มิอาจทานรับได้ไว้

ป๋ายเสี่ยวฉุนรีบยกกระบี่ใหญ่สายเหนือขึ้นมาตั้งขวางอยู่เบื้องหน้า นั่นถึงพอจะสกัดกั้นแรงปะทะรุนแรงของพายุระห่ำได้

มีเพียงพวกกู่เทียนจวิน เทียนจุนจักษุไพศาลเท่านั้นที่พอจะฝืนต้านทานแล้วขยับเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว ยามลงมือก็ใช้ท่าไม้ตายทันที ท่ามกลางเสียงอึกทึกเป็นระลอกจึงเห็นได้ชัดว่าร่างแยกของผู้บงการนั้นอ่อนกำลังมากแล้ว ดวงตาของมันฉายความบ้าคลั่ง พุ่งเข้ามาประหัตประหารกับทุกคนอย่างรวดเร็ว

เสียงกึกก้องดังสะท้อนไม่หยุด หลังจากที่ถอยออกไปสองสามก้าว ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ได้ขยับขึ้นหน้าต่อ เพียงแต่ว่าถึงแม้เขาจะไม่อยากขยับขึ้นหน้า ทว่าร่างแยกผู้บงการนั้นกลับดิ่งเข้ามาหาป๋ายเสี่ยวฉุนเสียเอง

พอป๋ายเสี่ยวฉุนมองเห็นความเคียดแค้นที่ซ่อนแฝงอยู่ในลูกตาดำซ้อนชั้น ใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“จะมาแก้แค้นข้าจริงๆ หรือนี่”

ป๋ายเสี่ยวฉุนถลึงตาโต รู้ดีว่าถอยหนีอีกไม่ได้แล้ว จึงแข็งใจคำรามดังลั่น กระบี่ใหญ่สายเหนือในมือตวัดขึ้นแล้วฟันลงไปยังร่างแยกผู้บงการที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างแรง!

ร่างแยกผู้บงการแผดเสียงร้อง ถูกบีบให้ต้องถอยหนีไปอยู่ท่ามกลางวงล้อมอีกครั้ง ทุกคนไม่มีเวลามัวมาตั้งกระบวนท่ารับมือ แต่ละคนเพียงร่ายใช้กำลังทั้งหมดที่มี ต่อให้เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายก็จะต้องสังหารร่างแยกผู้บงการนี้ให้จงได้

“จะปล่อยให้มันหนีไปไม่ได้ พลังการฟื้นตัวของมันแข็งแกร่งเกินไป ห้ามให้เวลามันเด็ดขาด!” เทียนจุนจักษุไพศาลพูดรัวเร็วด้วยความร้อนใจ

พวกกู่เทียนจวินเองก็หายใจหอบกระชั้น เมื่อลงมือจึงไม่มีกั๊กแรงเอาไว้ พลังที่เกิดจากการรวมกันของทุกคน บีบให้ร่างแยกผู้บงการยิ่งอ่อนแรง และเมื่อเวลาผ่านพ้น ความรู้สึกอ่อนกำลังนี้ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้พวกกู่เทียนจวินจิตใจสั่นสะท้าน สภาพน่าสังเวชของหญิงชรา ร่างกายที่เน่าเฟะของซื่อหลิงซ่างเหริน แขนที่ขาดหายไปของเทียนจุนจักษุไพศาล ทั้งหมดนี้ล้วนไม่มีอะไรที่ไม่บอกให้รู้ถึงระดับความน่ากลัวของร่างแยกผู้บงการ!

ยิ่งนึกถึงว่าหากอีกฝ่ายหนีรอดไปได้ เมื่อพวกตนเสียโอกาสครั้งนี้ไปแล้ว ด้วยความสามารถในการดูดซับพลังชีวิตของร่างแยกผู้บงการ เกรงว่าหากหามันเจออีกครั้ง มันก็คงฟื้นพลังคืนมาไม่น้อยแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีทางทำภารกิจได้สำเร็จ หากจักรพรรดิแสและจักรพรรดิเซิ่งตามมาถึงด้วยตัวเอง ของรางวัลก่อนหน้านี้ของพวกเขาก็คงถูกหักลดไปมาก

ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดวงตาของร่างแยกผู้บงการฉายความสิ้นหวัง ตอนนี้อาการบาดเจ็บของมันสาหัสยิ่งนัก จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้ เมื่อเห็นว่าตัวเองอ่อนแอจนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย ร่างแยกผู้บงการก็พลันแหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วแผดเสียงคำราม

ภายใต้เสียงคำราม เรือนกายของมันกลับพองขยายคล้ายลูกหนังยักษ์ที่ถูกสูบลม ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นกระตุก จิตสำนึกสั่งให้ต่างคนต่างถอยหนี

แทบจะชั่วขณะเดียวกันกับที่ทุกคนถอยห่างออกมา ร่างแยกของผู้บงการก็ระเบิดดังตูม ตามหลังการระเบิดคือพลังโจมตีมหาศาลที่แผ่กระจายไปทั่วทิศ!

คลื่นเสียงที่ก้องสะท้อนสั่นสะเทือนไปทั้งฟ้าดิน

เทียนจุนปฐพีพินาศ หยวนเยาจื่อ เทียนจุนจักษุไพศาล นักพรตทงเทียนต่างก็กระอักเลือด พวกกู่เทียนจวิน ซือหม่าอวิ๋นหัว เฉินซู เทียนจุนวิเศษกาลนานรวมถึงป๋ายเสี่ยวฉุน ต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน อีกทั้งร่างของทุกคนยังถอยร่นไปไกลอย่างที่มิอาจควบคุม

“ร่างแยกผู้บงการนี่แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!” ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดลมหายใจ มือที่ถือกระบี่ใหญ่สายเหนือปวดแปลบจนเกินบรรยาย หัวใจผวาพรั่นพรึง ขณะเดียวกันเขาก็กวาดตาไปเห็นนักพรตทงเทียนที่ถูกแรงสั่นสะเทือนจนกระอักเลือดและถอยกรูดออกห่างไปไม่ไกล

ดวงตาของเขาจึงเปล่งแสงวาบ แอบขยับเข้าใกล้อย่างเงียบเชียบ

“ทุกคนต่างก็กำลังแย่งชิงร่างแยกผู้บงการนี้ ดูสิว่าข้าจะฉวยโอกาสนี้สังหารเจ้านักพรตทงเทียนได้หรือไม่”

ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดมาถึงตรงนี้ จิตสังหารก็ท่วมท้นเต็มหัวใจ

และหลังจากที่ร่างแยกผู้บงการระเบิดตัวเองแล้ว ด้านในร่างของมันก็มีกิ้งก่าขนาดครึ่งจั้งตัวหนึ่งมุดลอดออกมา กิ้งก่าตัวนี้เพิ่งจะปรากฎตัวก็เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย มันอ่อนแออย่างถึงที่สุด เปราะบางจนมิอาจทานรับการโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่เลือกทิศทางมั่วๆ แล้วใช้ลมหายใจสุดท้ายที่เหลืออยู่เผ่นหนีไปไกล

และทิศทางที่มันเลือกไปก็คือจุดเดียวกับที่นักพรตทงเทียนยืนอยู่ ซึ่งแม้แต่นักพรตทงเทียนเองก็ยังอึ้งงัน ทว่าเพียงชั่ววินาทีเดียวดวงตาของเขาก็ฉายแสงสีดำแปลกประหลาด มือทั้งคู่ทำมุทรารวดเร็ว ร้องคำรามดังลั่น

“สิบประตูรวมเป็นหนึ่ง!” เมื่อเขาทำมุทรา

ขณะที่ทุกคนกำลังถอยร่นเพราะถูกแรงโจมตีก่อนหน้านี้ผลักให้กระเด็น เบื้องหน้าของนักพรตทงเทียนก็มีเสียงสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้นมา อักขระสั้นๆ ยาวๆ จำนวนมากประกอบรวมกันขึ้นเป็นประตูอักขระใหญ่ยักษ์บานหนึ่งที่เยื้องกรายลงมาจากความว่างเปล่า ราวกับแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการปิดผนึกที่ดิ่งฮวบลงมากักกันกิ้งก่าตัวนั้นเอาไว้!

กิ้งก่าตัวนี้ไม่เหลือสติแล้ว เวลานี้มันได้แต่โจมตีตามสัญชาตญาณของตัวเองเท่านั้น หัวจึงทิ่มพรวดลงไปบนประตูอักขระ พริบตาเดียวก็ชนจนประตูบ้านนี้ปูดนูนออกไป!

และประตูอักขระบานนี้ก็เหมือนถูกแยกให้แตกออกจากกัน กลายมาเป็นอักขระจำนวนนับไม่ถ้วน แล้วกลบทับเรือนกายของกิ้งก่าที่กึ่งหมดสติกึ่งใกล้ตายตัวนี้เอาไว้ เพียงกระชากมาหนึ่งที ก็จะถูกนักพรตทงเทียนเก็บเอาไป

“นักพรตทงเทียน เจ้ากล้ารึ!!” กู่เทียนจวินตาแดงก่ำทันที

พวกซือหม่าอวิ๋นหัว เทียนจุนวิเศษกาลนานและเฉินซูต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน ทั้งสี่คนพลันเดือดดาล ทว่าเนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกแรงโจมตีผลักออกไปไกลมากเกิน คิดจะเข้าไปขัดขวางจึงไม่ทันการเสียแล้ว ขณะเดียวกันพวกเทียนจุนจักษุไพศาลก็พุ่งตัวออกมาสกัดพวกกู่เทียนจวินอย่างเร่งร้อนด้วย

สำหรับพวกจักษุไพศาลแล้ว ในฐานะที่นักพรตทงเทียนเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นเทียนจุนคนใหม่ ต่อให้เขาได้ศพของกิ้งก่าไป หลังจบเรื่องก็ย่อมไม่กล้าไม่ส่งมอบ ซึ่งคุณความชอบครั้งนี้พวกจักษุไพศาลก็ย่อมต้องได้รับอยู่แล้ว

แต่หากพวกกู่เทียนจวินแย่งชิงไปได้ ทุกอย่างก็จะเป็นปัญหาขึ้นมาทันที

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป ชั่วขณะที่ทุกคนร่วมกันลงมือ ป๋ายเสี่ยวฉุนหายใจถี่รัว ดวงตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า หัวใจเต้นกระหน่ำรัวแรง นั่นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาแอบขยับเข้ามาใกล้นักพรตทงเทียนเพราะเจตนาร้ายแท้ๆ แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาจึงกลายมาเป็นคนที่อยู่ใกล้กับนักพรตทงเทียนมากที่สุด!

“โอกาสดี!” ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่ลังเลอยู่ครู่เดียวก็ร่ายใช้ชนาเขย่าภูเขาโดยตรง ทั้งยังร่ายผนึกมิวางวาย พลังของกล้ามเนื้อระเบิดรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่รบกับร่างแยกผู้บงการก่อนหน้านี้หลายเท่า ทั้งยังโคจรตบะครบทุกด้านอย่างไม่สนใจสิ่งใด เมื่อปลุกเสกพลังเข้าไป ความเร็วของเขาจึงทะยานสู่จุดสูงสุด ท่ามกลางเสียงเกริกก้อง เขาก็มาโผล่พรวดอยู่ข้างกายของนักพรตทงเทียน เมื่อยกมือขวาขึ้น กระบี่ใหญ่สายเหนือก็ระเบิดแสงสีฟ้าเจิดจ้าแล้วตวัดฟันลงไปอย่างแรงภายใต้สีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของนักพรตทงเทียน!

“ทงเทียน เอาชีวิตของเจ้ามา!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนคำรามกร้าว!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version