Skip to content

A Will Eternal 1156

บทที่ 1156 หายไปแล้ว

ป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้กำลังเอามือกุมถุงเก็บของแล้วทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เขาจะไม่กุมเอาไว้ก็ไม่ได้ เพราะแม้ว่ากิ้งก่ายักษ์นั่นจะถูกปิดผนึก แต่พอเอาเข้ามาไว้ในถุงเก็บของแล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม มันถึงทำท่าเหมือนจะดันถุงเก็บของออกมา ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงจำเป็นต้องใช้ตบะสยบเอาไว้

“ต้องหาที่สักแห่งแล้วล่ะ” สถานที่แรกที่ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดถึงก็คือซากพัด เพียงแต่ว่าพอเขาทดลองกลับค้นพบว่าใยแมงมุมนี่เป็นอุปสรรคขัดขวาง ทำให้การนำส่งของเขาไม่ราบรื่นนัก หากฝืนจะดึงดันออกไป ป๋ายเสี่ยวฉุนกังวลว่าระหว่างการนำส่ง แขนหรือขาอาจจะขาดไป แบบนั้นคงมีอึ้งตาแตกกันบ้าง

“แขนขายังถือว่าดีหน่อย แต่ถ้าหัวไม่ถูกนำส่งไปด้วยล่ะก็…”

พอนึกถึงภาพเหตุการณ์นี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ตัวสั่น รีบสะบัดหัวแรงๆ

“ไม่ได้ ต่อให้จะนำส่งไปจริงๆ ก็ต้องหาตำแหน่งที่ใยแมงมุมเปราะบางเนื่องจากถูกวิชาอภินิหารของจักรพรรดิแสและจักรพรรดิเซิ่งก่อนหน้านี้ให้เจอเสียก่อนถึงจะทำได้”

ส่วนตรงทางออกนั้น ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่คิดจะนำมาพิจารณาแม้แต่น้อย ยามนี้จึงทำแค่เพียงรีบตามหาสถานที่เหมาะๆ ต่อ

ขณะเดียวกัน พวกกู่เทียนจวินก็กำลังบินทะยานมาห่างๆ พวกเทียนจุนของราชวงศ์จักรพรรดิแสตามหาตัวป๋ายเสี่ยวฉุนไม่เจอ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะทำไม่ได้ เป็นเทียนจุนของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งเหมือนกัน พวกเขาจึงมีวิธีการมากมายให้กะหาตำแหน่งของป๋ายเสี่ยวฉุน โดยเฉพาะเฉินซูที่แม้ว่าพลังการต่อสู้จะค่อนข้างอ่อนด้อย ทว่าในด้านวิชาการอนุมานแล้วกลับเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง

ยามนี้เฉินซูเพียงแค่ค้นหาเล็กน้อยก็เล็งไปยังทิศทางหนึ่งได้ทันที

“อยู่ที่นั่น!” ดวงตาเฉินซูเป็นประกายวาบ

กู่เทียนจวินรีบบินออกไป พวกซือหม่าอวิ๋นหัวเองก็ร่ายความเร็วเต็มกำลัง พวกเขาไม่ได้ส่งข้อความเสียงไปบอกป๋ายเสี่ยวฉุนก่อน นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีความเชื่อใจใดๆ ให้กับป๋ายเสี่ยวฉุน แล้วก็กังวลว่าหากส่งข้อความเสียงไป ป๋ายเสี่ยวฉุนจะเตรียมการรับมือไว้ก่อน เมื่อเป็นเช่นนั้น ระดับความยากที่พวกเขาจะแย่งคุณความชอบมาได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น

แม้จักรพรรดิเซิ่งจะบอกแล้วว่า ขอแค่หาเจอ ทุกคนก็ล้วนมีคุณความชอบทั้งหมด ทว่ามีหรือที่พวกกู่เทียนจวินจะไม่เข้าใจว่า คุณความชอบนี้…ก็ต้องมีการแบ่งมากน้อยเช่นกัน!

โดยเฉพาะครั้งนี้ที่กู่เทียนจวินต้องได้มาครองอย่างเดียวเท่านั้น อีกทั้งเขายังได้พูดคุยกับพวกเฉินซูเรียบร้อยแล้วด้วยว่าเขายินดีจ่ายค่าตอบแทนบางส่วน เพื่อแลกมาด้วยการเป็นผู้สร้างคุณูปการอันดับหนึ่ง

เวลานี้ทั้งสี่คนร่ายความเร็วเต็มกำลัง เนื่องด้วยเดิมทีระยะห่างก็ไม่ไกล ซ้ำคนทั้งสี่ยังทะยานไปเร็วมาก เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม ดวงตาของเฉินซูก็เป็นประกายวิบวับอีกครั้ง

“หมื่นลี้ข้างหน้า!” เขาพูดพลางชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ดวงตาของกู่เทียนจวินระเบิดแสงเย็นเยียบ ยกมือขวาทำมุทราโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทันใดนั้นในร่างของเขาก็มีแสงกระบี่เจ็ดเส้นสาดยิงออกมาแล้วกลายเป็นรุ้งยาวเจ็ดเส้น ครั้นจึงพุ่งไปยังทิศทางที่เฉินซูชี้ด้วยความเร็วที่มากกว่าตัวเขาเอง

ความเร็วนั้นมีมากจนมองไม่เห็นเงาร่างของพวกมัน พริบตาเดียวก็ลอดทะลวงรัศมีหมื่นลี้ออกไป เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็มาอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่ป๋ายเสี่ยวฉุนกำลังตามหาที่พื้นที่ใยแมงมุมเปราะบาง

ป๋ายเสี่ยวฉุนหน้าเปลี่ยนสี เรือนกายที่เดิมทีกำลังบึ่งไปข้างหน้าอย่างว่องไวพลันถอยกรูดออกไปหลายสิบจั้ง แทบจะชั่วขณะเดียวกับที่เขาถอยหนีไปนั้นเอง สถานที่ที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ก็มีรุ้งยาวเจ็ดเส้นโผล่พรวดออกมา คล้ายจำแลงมาจากความว่างเปล่า พริบตาเดียวก็ตัดสลับกันฉวัดเฉวียนจนเกิดเสียงกัมปนาทครืนครั่นราวฟ้าคำรณ

หากไม่เป็นเพราะป๋ายเสี่ยวฉุนหลบได้เร็ว บัดนี้ต่อให้เขาไม่ตาย ก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน

“กู่เทียนจวิน!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนกัดฟันรอด รุ้งยาวเจ็ดเส้นนี้ก็คือกระบี่บินเจ็ดเล่ม ด้านบนมีปราณของกู่เทียนจวินที่เด่นชัดมากอย่างถึงที่สุด

“นี่เป็นเพราะคิดจะมาแย่งชิงไปจากข้าชัดๆ!!”

“หากพวกเจ้าอยากได้คุณความชอบก็ควรส่งข้อความเสียงมาหาข้า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คุยกันได้ทั้งนั้น ทว่าตอนนี้กลับทำเช่นนี้…เห็นได้ชัดว่าไม่เห็นข้าป๋ายเสี่ยวฉุนอยู่ในสายตา!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนเดือดดาลขึ้นมาในบัดดล

เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่า พวกเทียนจุนของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งเหล่านี้ต่างก็เป็นพวกมือถือสากปากถือศีลกันทั้งนั้น แล้วเรื่องในวันนี้ก็เห็นได้ชัดด้วยว่าเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์มหาศาล แม้จักรพรรดิเซิ่งจะบอกเอาไว้ว่าทุกคนมีคุณความชอบเหมือนกันทั้งหมด ทว่าในความเป็นจริงแล้ว จะอย่างไรซะเขาป๋ายเสี่ยวฉุนก็เป็นเพียงคนนอกเท่านั้น จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร

และการกระทำของกู่เทียนจวินก็มากพอจะอธิบายทุกอย่างอย่างแจ่มชัดอยู่แล้ว

“รังแกกันมากเกินไปแล้ว!” ป๋ายเสี่ยวฉุนกัดฟัน ระเบิดความเร็วอีกครั้ง เมื่อหลบเลี่ยงกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่มมาได้ก็ทะยานไปยังจุดที่ใยแมงมุมเปราะบางซึ่งเขาสำรวจเจอก่อนหน้านี้

แม้ว่าด้านหลังของเขาจะมองไม่เห็นเงาร่างของพวกกู่เทียนจวิน ทว่าอำนาจจิตของพวกเขาพุ่งมาถึงแล้วขยายลามไปแปดทิศก่อนแล้ว ราวกับว่ามีคลื่นไร้รูปลักษณ์กำลังแผ่เข้ามาหาป๋ายเสี่ยวฉุน

และที่เร็วยิ่งกว่าอำนาจจิตของพวกเขาก็คือกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่มซึ่งหลังจากบินตัดสลับกันแล้วก็พุ่งเข้าโจมตีป๋ายเสี่ยวฉุนอีกครั้งด้วยความเร็วสูงสุด พริบตาเดียวก็เข้ามาใกล้ ท่ามกลางเสียงอึกทึกกึกก้อง หลังจากที่ป๋ายเสี่ยวฉุนฝืนหลบไปได้ เขาก็ได้ขยับเข้ามาใกล้จุดที่ใยแมงมุมเปราะบางแล้ว เขารู้ดีว่าโอกาสมีเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น หากล้มเหลว แล้วพวกกู่เทียนจวินไล่ตามมาทัน อีกฝ่ายก็ย่อมต้องแย่งชิงร่างแยกผู้บงการที่อยู่กับตนไป เพราะหากคนทั้งสี่ร่วมมือกัน ต่อให้ป๋ายเสี่ยวฉุนมีกระบี่ใหญ่สายเหนืออยู่ในมือก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย ซ้ำทั้งสี่คนนี้ยังไม่กลัวตาย เพราะถูกชุบชีวิตได้ แต่หากป๋ายเสี่ยวฉุนตายไป ก็จะไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ ในการฟื้นคืนชีพกลับมาอีก

“ในเมื่อพวกเจ้าทำเช่นนี้ ก็อย่ามาโทษว่าข้าโกงก็แล้วกัน ก่อนหน้านี้ข้ายังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ข้าไม่รู้สึกผิดอะไรอีกแล้ว!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียง ด้านหลังมีกระบี่บินเจ็ดเล่มพุ่งมาด้วยเสียงดังสะเทือนเลือนลั่น และอำนาจจิตของพวกกู่เทียนจวินก็ได้ขยับเข้ามาใกล้ในชั่วพริบตา เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วเรียกซากพัดอยู่ในสมองตัวเอง!

เมื่อความคิดของเขาบังเกิดขึ้น ความว่างเปล่ารอบกายของป๋ายเสี่ยวฉุนก็พลันบิดเบือน พริบตาเดียวกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่มก็เข้ามาใกล้ ครั้นแล้วก็บินสวบผ่านจุดที่ป๋ายเสี่ยวฉุนยืนอยู่ก่อนหน้านี้ไป ขณะเดียวกันนั้นอำนาจจิตของพวกกู่เทียนจวินก็พัดกวาดที่แห่งนี้ประหนึ่งพายุบ้าระห่ำ

เพียงแต่…ไม่ว่าจะเป็นกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่ม หรืออำนาจจิตของกู่เทียนจวินที่พอพัดกวาดมาถึง ก็ล้วนไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของป๋ายเสี่ยวฉุนแม้แต่เสี้ยวเดียว!

เวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น รุ้งยาวสี่เส้นก็แหวกอากาศมาจากขอบฟ้าไกล พวกเขาก็คือกู่เทียนจวินสี่คน สีหน้าของพวกเขาทั้งตะลึงทั้งคลางแคลงใจ เพิ่งจะมาถึงก็กระจายตัวแผ่อำนาจจิตออกไปเป็นวงกว้าง บนท้องฟ้า ใต้พื้นดิน สี่ด้านแปดทิศล้วนถูกพวกเขาค้นหาจนทั่ว

กู่เทียนจวินยังถึงขั้นบังคับกระบี่บินให้ลอดทะลวงความว่างเปล่ารอบด้าน เฉินซูก็ยิ่งทำมุทราไม่หยุด พยายามจะตามหาให้เจอ ทว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ค้นพบอะไร ป๋ายเสี่ยวฉุน…หายตัวไปจริงๆ!

“เป็นไปไม่ได้!” กู่เทียนจวินหอบหายใจถี่รัว ดวงตาแดงก่ำไปหมด ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนผ่านกระบี่บินว่าป๋ายเสี่ยวฉุนอยู่ที่นี่ แต่เพียงชั่วพริบตา อีกฝ่ายกลับหายไปเสียแล้ว

โดยเฉพาะรอบด้านนี้ยังไม่มีร่องรอยการนำส่งใดๆ นี่จึงทำให้พวกกู่เทียนจวินไม่อาจเชื่อได้ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนหนีไปด้วยวิธีการใด เขาที่ตอนนี้หน้าตามืดทะมึนอย่างถึงที่สุดพลันยกมือทั้งคู่ขึ้นโบก ทันใดนั้นกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่มต่างก็เกิดภาพทับซ้อนแล้วกลายมาเป็นกระบี่สี่สิบเก้าเล่มที่แผ่กระจายไปรอบด้าน กลายเป็นพายุกระบี่บินที่ลอดทะลวงพื้นดินซึ่งแต่เดิมก็มีฝุ่นผงให้ตลบอบอวลไปทั่วทุกมุม แต่กลับไม่ได้รับผลพวงใดๆ

ซือหม่าอวิ๋นหัวและเทียนจุนวิเศษกาลนานก็คิดทุกวิถีทาง แต่ก็ยังหาป๋ายเสี่ยวฉุนไม่เจอ สุดท้ายคนทั้งสามก็พากันหันไปมองเฉินซูที่ยังคงทำมุทรา และดวงตาประกายแห่งการอนุมานรุนแรงขึ้นทุกขณะอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วรอผลการอนุมานจากเฉินซู

ทว่ามองไปมองมา ใจของพวกเขาสามคนกลับร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นั่นก็เพราะว่าสภาพท่าทางของเฉินซูดูผิดปกติไม่น้อย ดวงตาของเขาค่อยๆ มีเส้นเลือดฝอยปรากฎ หน้าผากเริ่มมีเหงื่อผุดซึม เรือนกายสั่นเทิ้ม ลมหายใจยิ่งหอบหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

มาถึงท้ายที่สุด เฉินซูก็พลันเบิกตากว้าง กระอักเลือดออกมาคำใหญ่อย่างควบคุมไม่อยู่ เซถอยหลังไปหลายก้าว ท่าทางดูอ่อนแอกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังมีเส้นผมถึงสามส่วนที่สลายกลายเป็นผุยผง ริ้วรอยบนใบหน้าก็เพิ่มมากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

“เป็นไปไม่ได้!!”

“เว้นเสียแต่ว่าจะมีบุพกาลช่วยปกป้อง หรือไม่เขาก็ไม่อยู่บนดินแดนเซียนแห่งที่สองนี้อีกแล้ว หาไม่แล้วก็ไม่มีทางที่ข้าจะทำนายไม่เจอ!!”

เฉินซูพึมพำ รู้สึกรับผลลัพธ์จากการอนุมานที่ล้มเหลวและโดนพลังแว้งกลับไม่ได้

คำพูดของเขาทำให้พวกกู่เทียนจวินสามคนเงียบงัน ผ่านไปพักใหญ่ กู่เทียนจวินถึงได้กัดฟันกรอด

“เขาต้องไปซ่อนตัวแน่ๆ พวกเราแยกย้ายกันตามหา ต้องตามหาเขาเจอแน่นอน!”

กู่เทียนจวินยอมไม่ได้จริงๆ พอพูดจบจึงสะบัดตัวทะยานออกไปตามหาอีกครั้ง

ซื่อหม่าอวิ๋นหัวสามคนก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึก ต่างคนต่างแยกย้ายกันออกตามหาเต็มกำลัง

และขณะที่ทุกคนของราชวงศ์จักรพรรดิแสมาออรอขวางอยู่ที่ทางออก เทียนจุนสี่คนของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งตามหาป๋ายเสี่ยวฉุนกันให้ควั่กอยู่นั้นเอง ป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่บนซากพัดที่ล่องลอยท่ามกลางท้องฟ้ามวลดาราแล้ว

อันดับแรกเขารีบตรวจสอบร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็วว่ามีชำรุดเสียหายตรงไหนหรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าทุกสัดส่วนในร่างกายยังอยู่ครบ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนที่ความลำพองจะผุดขึ้นมาในใจ

“หึหึ คิดจะหาตัวข้างั้นหรือ ฝันไปเถอะพวกเจ้า!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนสะบัดปลายแขนเสื้อเบาๆ ครั้นจึงนั่งขัดสมาธิลงไปบนลานกว้างของซากพัดอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง จากนั้นก็ตบถุงเก็บของเอาร่างแยกผู้บงการออกมา

กิ้งก่าใหญ่ที่จำแลงมาจากผู้บงการตัวนี้ เวลานี้ลมหายใจรวยรินเต็มที แม้ว่าจะยังมีลมหายใจอีกเฮือกหนึ่ง แต่กลับเห็นได้ชัดว่าไม่มีทางฟื้นคืนมาดีได้แน่แล้ว ซ้ำตอนนี้ร่างของมันยังเริ่มแข็งแล้วด้วย

“นี่มันของดีจริงๆ” ดวงตาทั้งคู่ของป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นประกาย แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก เขารู้ดีว่าผลเก็บเกี่ยวครั้งนี้ของตนมหาศาล จนถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าใครที่ได้รู้เข้าก็คงอิจฉากันเจียนคลั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version