Skip to content

A Will Eternal 1157

บทที่ 1157 เป็นเขา ต้องเป็นเขาแน่นอน

ในขณะที่เทียนจุนของสองราชวงศ์ใหญ่กำลังตามหาป๋ายเสี่ยวฉุนอยู่ในใยแมงมุมของดินแดนเซียนแห่งที่สองกันให้ควั่ก บนซากพัดกลางท้องฟ้า ป๋ายเสี่ยวฉุนก็กำลังมองกิ้งก่าใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความห้าวเหิม

เขาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วรอบหนึ่ง จึงแน่ใจว่ากิ้งก่าใหญ่ตัวนี้รวยรินใกล้ตายเต็มที มันไม่เหลือภัยคุกคามใดๆ ต่อตนอีกแล้ว ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นคนระมัดระวังรอบคอบ จึงยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ดังนั้นหลังจากร่ายตราผนึกจำนวนไม่น้อยลงไปบนร่างของกิ้งก่าใหญ่แล้ว สุดท้ายเขายังหยิบเอากระบี่ใหญ่สายเหนือออกมากระหน่ำฟันลงไปบนร่างของกิ้งก่าใหญ่อีกหลายสิบที

แม้จะไม่ได้ฟันกิ้งก่าใหญ่จนตาย แต่กลับทำให้ลมหายใจที่แต่เดิมก็รวยรินอยู่แล้วของมันแทบไม่เหลืออีกเลย มันที่นอนอยู่ตรงนั้นจึงมองดูเหมือนเนื้อที่ตายแล้วชิ้นหนึ่ง

แล้วเสร็จป๋ายเสี่ยวฉุนถึงได้ถอนหายใจโล่งอก

“ระวังตัวไว้ก่อนย่อมไม่ผิด!” ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกว่าความระมัดระวังของตนเป็นความเคยชินที่ดีเยี่ยมมากอย่างหนึ่ง ท่ามกลางความลำพองใจ ดวงตาของเขาจึงค่อยๆ เผยประกายแห่งความคาดหวัง

“ก่อนหน้านี้วิชาอมตะมิวางวายมีปฏิกิริยาตอบสนอง ตอนนี้ไม่มีใครมารบกวนข้าแล้ว บางทีคราวนี้มันอาจทำให้วิชาอมตะมิวางวายของข้าสมบูรณ์แบบได้มากกว่าเดิม!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดมาถึงตรงนี้ก็สูดลมหายใจเข้าลึก พลันยกมือขวาขึ้นกดลงไปบนร่างของกิ้งก่าใหญ่ วิชาอมตะมิวางวายในร่างพลันโคจร

และชั่วขณะที่วิชานี้โคจรก็เหมือนล้อรถม้าข้างหนึ่งถูกคนผลักออกไปอย่างแรง มันจึงกลิ้งหลุนๆ ไปข้างหน้า วิชาอมตะมิวางวายในร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนก็เป็นเช่นนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนเพียงแค่ผลักดันมันเล็กน้อย แรงดึงดูดมหาศาลขุมหนึ่งก็ระเบิดตามการโคจรของวิชาอมตะมิวางวายทันที

แม้ว่าการระเบิดนี้จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ก่อนหน้านี้ป๋ายเสี่ยวฉุนได้เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว จึงไม่ได้กดมือลงไปบนร่างของกิ้งก่ายักษ์เพียงข้างเดียวอีกต่อไป แต่รีบยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมากดลงบนหัวของกิ้งก่ายักษ์ไว้ด้วย

ทันใดนั้นมือทั้งคู่ของเขาก็เหมือนกลายมาเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์สองลูก และร่างของเขาก็กลายมาเป็นหลุมดำ กิ้งก่ายักษ์ที่จำแลงมาจากร่างของผู้บงการพลันสั่นเทิ้ม แม้แต่ดวงตาที่ปิดสนิทก็ยังถูกแรงกระตุ้นให้เบิกโพลง ปากก็เปล่งเสียงร้องอย่างอ่อนแรง

สิ่งที่ป๋ายเสี่ยวฉุนดูดซับมาไม่ใช่พลังชีวิต แต่เป็นวัตถุอะไรชนิดหนึ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้จัก ดูเหมือนว่าวัตถุนี้จะซ่อนอยู่ในสายเลือดของกิ้งก่ายักษ์ หากเปลี่ยนมาเป็นเทียนจุนคนอื่นก็ยากที่จะดึงออกไปได้ แม้แต่บุพกาลเองก็เกรงว่าคงต้องเค้นสมองครุ่นคิดถึงจะพอดึงออกไปได้บางส่วน

ทว่าก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในเมืองเสวียนจิ่ว ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ค้นพบแล้วว่า วิชาอมตะมิวางวายของเขาคล้ายจะมีต้นกำเนิดเดียวมาจากร่างแยกของผู้บงการ เวลานี้เมื่อถูกเขาดูด ทุกอย่างจึงราบรื่นอย่างถึงที่สุด

มองตาเปล่าก็เห็นได้ว่าร่างของกิ้งก่าใหญ่ตัวนี้สูญเสียความชุ่มชื้นแวววาวไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่เลือดเนื้อของมันก็ยังเหมือนจะหม่นแสงลง กลิ่นอายของการเน่าเปื่อยเหมือนจะแผ่กำจายออกมา

ทว่ามันก็ไม่ได้เน่าเปื่อย ความรู้สึกที่มอบให้คนมองราวกับว่ามันคือคนธรรมดาคนหนึ่งที่แต่เดิมไม่ได้มีโรคภัยใดๆ แต่จู่ๆ กลับสูญเสียความมีชีวิตชีวา เหมือนวัตถุอะไรบางอย่างในร่างได้จางหายไป

กิ้งก่าใหญ่ตัวนี้ก็เป็นเช่นนั้น ส่วนป๋ายเสี่ยวฉุนก็พลันเบิกตากว้าง ลมหายใจไม่ราบเรียบ แม้เขาจะไม่รู้ว่าวิชาอมตะมิวางวายของตนดูดเอาอะไรมา แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าวิชาของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว!!

ซ้ำในเวลาสั้นๆ นี้ร่างของเขายังมีเสียงกัมปนาทดุจฟ้าคำรนดังลอยมา เลือดเนื้อ กระดูก เส้นชีพจร ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาล้วนกำลังเกิดการแปรสภาพไปสู่อีกระดับหนึ่ง!

ราวกับว่าวัตถุที่ดูดซับมานี้กำลังเปลี่ยนแปลงพื้นฐานดั้งเดิมของวิชาอมตะมิวางวาย ทำให้พลังกล้ามเนื้อของป๋ายเสี่ยวฉุนที่ฝึกวิชาอมตะมิวางวายได้สำเร็จ เกิดการแปรสภาพจนไต่ทะยานขึ้นสูงไปอีกครั้ง!

ท่ามกลางเสียงอื้ออึง ร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นเทิ้ม เขาสัมผัสได้ว่าเนื้อหนังมังสาของตัวเองแข็งแกร่งกว่าแต่เดิมอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวขึ้นไป แม้แต่เวทลับวิชาอภินิหารก็ยังเป็นดุจเดียวกัน

เพียงแต่ว่าสิ่งที่ได้รับอิทธิพลเป็นเพียงแค่บทมิวางวายเท่านั้น บทอมตะยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ทว่าลำพังเพียงแค่นี้ก็ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนปิติยินดีอย่างบ้าคลั่งได้แล้ว ต้องรู้ว่าพลังเนื้อหนังมังสาของเขาไม่ได้มีการพัฒนามานานมากแล้ว ต่อให้เขาจะสร้างบทจากโบราณกาลขึ้นมาได้ มันก็ได้แค่นำมาเพิ่มตบะให้สูงขึ้นเท่านั้น

ทว่าตอนนี้เมื่อพลังกายระเบิด ป๋ายเสี่ยวฉุนก็สัมผัสได้ทันทีว่าพลังการฟื้นตัวที่ล้ำค่าที่สุดของบทมิวางวายตน…ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ระดับการฟื้นพลังยิ่งขยายใหญ่ ความเร็วในการฟื้นตัวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น!

ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อการดึงดูดนี้ยังคงดำเนินต่อไป ป๋ายเสี่ยวฉุนก็สัมผัสได้ว่าทั้งพลังกายและพลังการฟื้นตัวของตนก็เหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด ยังคงไต่ทะยานไปอย่างต่อเนื่อง และท่ามกลางขั้นตอนนี้ ความรู้สึกพึงพอใจและสบายตัวที่มาจากการแปรสภาพทั่วร่าง ก็พลันปรากฎขึ้นอย่างที่ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน ตลอดชั่วชีวิตที่ฝึกวิชาอมตะมิวางวายมา

ในอดีตการฝึกวิชาอมตะมิวางวาย แทนที่จะพูดว่าป๋ายเสี่ยวฉุนกำลังฝึกตน ก็ไม่สู้พูดว่าเขากำลังแบกรับความเจ็บปวดทรมานอย่างที่มิอาจจินตนาการถึงจะดีกว่า เพราะไม่ว่าจะเป็นความหิวโหยหรือการขาดแคลนพลังชีวิตก็ล้วนทำให้ร่างกายเขาไม่สบายตัวอย่างถึงที่สุด

นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมจึงมีคนน้อยมากที่สามารถฝึกวิชาอมตะมิวางวายได้สำเร็จ พลังชีวิตคือเหตุผลด้านหนึ่ง ซึ่งขณะเดียวกันความเจ็บปวดทรมานในขณะที่ฝึกตนก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากด้วย

แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้กลับต่างออกไป ราวกับว่า…

นี่ต่างหากถึงจะเป็นวิชาอมตะมิวางวายที่แท้จริง ส่วนวิชาที่ป๋ายเสี่ยวฉุนฝึกตนก่อนหน้านี้กลับเป็นวิชาที่ลอกเลียนแบบมาเท่านั้น!

ในขณะที่ความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งแจ่มชัดอยู่ในสมองของป๋ายเสี่ยวฉุน พลังเรือนกายและพลังการฟื้นตัวของเขายังคงไต่ทะยานไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่นานก็ถึงสองส่วน สามส่วน สี่ส่วน…

ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกว่าหากเป็นอย่างนี้ต่อไป บางทีเรือนกายของตนอาจจะถึงขั้นบุพกาลได้เร็วยิ่งกว่าตบะของตน!

เพียงแต่ว่าขณะที่ป๋ายเสี่ยวฉุนกำลังดีใจ เขาก็ค้นพบว่าวัตถุลึกลับที่ถูกเขาดูดออกมาจากร่างของกิ้งก่าใหญ่กำลังลดน้อยลงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากิ้งก่าตัวนี้ถูกดูดพลังจนเกลี้ยงไปหมดแล้ว

“หา?” ป๋ายเสี่ยวฉุนตะลึง รีบมองไปก็เห็นทันทีว่ากิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นเหมือนจะสูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดไปแล้ว ไฟแห่งชีวิตของมันในเวลานี้จึงกำลังมอดดับไปอย่างรวดเร็ว และในขณะที่ป๋ายเสี่ยวฉุนมองไป ไฟแห่งชีวิตนี่ก็ได้มอดดับลงอย่างแท้จริงแล้ว

เมื่อมันตาย ก็เห็นได้ชัดว่าร่างของมันแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม นอนแน่นิ่งไม่กระดิกอยู่ตรงนั้น วัตถุลึกลับที่ถูกดูดมาจากในร่างของมันก็หายวับไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ป๋ายเสี่ยวฉุนอึ้งค้างไปครู่หนึ่ง สัมผัสได้ว่าวิชาอมตะมิวางวายของตนพัฒนาไปได้สี่เกือบห้าส่วนแล้ว ดังนั้นแม้เขาจะดีใจ แต่ลึกๆ ในใจก็ยังเสียดายอยู่ดี

“นี่มัน…ข้าดูดพลังจนมันตาย หรือเป็นเพราะมันตายแล้ว ข้าถึงไม่สามารถดูดพลังมาจากมันได้ต่อ?”

ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดไม่ตก ครู่ใหญ่ถึงได้ถอนหายใจเบา

“เสียแรงจริงๆ ที่เจ้ากิ้งก่ายักษ์นี่เป็นร่างแยกของผู้บงการ เหตุใดถึงไม่ทนมือทนเท้าเอาเสียเลย”

หลังจากพึมพำกับตัวเองเบาๆ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ลุกขึ้นยืนตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางกายของตนอย่างละเอียด อารมณ์จึงพลันดีขึ้น

“เอาเถอะ ตอนนี้ผลเก็บเกี่ยวที่ได้มาก็ถือว่ามากพอแล้ว ข้าในเวลานี้ ต่อให้ไม่ใช้กระบี่ใหญ่สายเหนือ แต่ในบรรดาเทียนจุนช่วงกลางด้วยกันก็สามารถเรียกได้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วกระมัง!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดมาถึงตรงนี้ก็แหงนหน้าหัวเราะร่า

“แต่ว่ากิ้งก่าใหญ่ที่จำแลงมาจากร่างของผู้บงการนี้ไม่มีทางที่จะมีค่าแค่นี้แน่นอน มันน่าจะมีคุณค่าอย่างอื่นด้วยสิถึงจะถูก”

หัวเราะอย่างสาแก่ใจอยู่ครู่หนึ่ง ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ยังไม่หายฮึกเหิมก็ก้มหน้าลงมองกิ้งก่ายักษ์พลางลูบคลำปลายคาง ครั้นแล้วก็หยิบเอากระบี่ใหญ่สายเหนือออกมา พลังกล้ามเนื้อและพลังตบะระเบิดออกอย่างครบถ้วน ขณะที่แสงสีฟ้าของกระบี่ใหญ่สายเหนือเปล่งแสงพร่างพราว เขาก็ยกมันขึ้นฟันลงไปบนขาข้างหนึ่งของกิ้งก่ายักษ์

ต่อให้จะตายไปแล้ว ต่อให้ร่างจะแข็งทื่อ แต่ตอนนี้พลังการต่อสู้ของป๋ายเสี่ยวฉุนได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นท่ามกลางเสียงดังเกริกก้อง แม้ว่าจะเปลืองแรงอยู่บ้าง ทั้งยังต้องฟันอยู่หลายสิบที แต่สุดท้ายก็ฟันขามันขาดออกมาจนได้

ไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ราวกับว่ากิ้งก่าใหญ่ตัวนี้กลายเป็นซากแห้งไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

ป๋ายเสี่ยวฉุนรีบหยิบขาของกิ้งก่าใหญ่ขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ยังมองความมหัศจรรย์ใดๆ ไม่ออก ไม่ว่าจะใช้อำนาจจิตหรือทดลองกับตัวเอง แต่ขาข้างนั้นก็ดูเป็นปกติดี ซ้ำต่อให้ป๋ายเสี่ยวฉุนใช้วิธีของการหลอมยา ก็ยังไม่เห็นผลใด

ต่อให้หลอมพลังจิต ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกัน

มาถึงท้ายที่สุด ป๋ายเสี่ยวฉุนก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว

“ไม่จริงกระมัง หรือว่าวัตถุที่ข้าดูดเอาไปก่อนหน้านี้ก็คือความลับในการเลื่อนสู่ผู้บงการที่ทั้งจักรพรรดิเซิ่งและจักรพรรดิแสต่างก็ปรารถนาอยากครอบครอง?”

ป๋ายเสี่ยวฉุนเกาหัว หากกิ้งก่าใหญ่นี่มีมูลค่าเพียงแค่นี้ มองดูอาจจะเยอะแล้ว แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับยังรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบอยู่ดี

“ข้าเสี่ยงอันตรายมาตั้งมากขนาดนั้น…” ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกยอมไม่ได้ จึงถลึงตา ยกกระบี่ใหญ่สายเหนือขึ้นฟันอีกหลายที ไม่นานร่างของกิ้งก่าใหญ่ก็แหลกกระจายเป็นหลายชิ้นส่วน ขณะที่ไล่ตรวจสอบไปทีละชิ้น ในสมองก็จินตนาการวาดฝันไปด้วยว่าบางทีอาจจะได้พบอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกับโอสถในอยู่ในร่างของมัน

จนกระทั่งกิ้งก่าใหญ่ถูกฟันออกเป็นสิบกว่าส่วน ทว่าก็ยังไม่พบผลเก็บเกี่ยวใดๆ ป๋ายเสี่ยวฉุนที่มองเศษซากแขนขาลำตัวของกิ้งก่าก็หน้าเหี่ยวทันที

“นี่มันล้อกันเล่นหรือไง!” ป๋ายเสี่ยวฉุนเดือดจัด ถอนหายใจออกมายาวเหยียด เตรียมจะเก็บเศษซากพวกนี้ลงไป พลางครุ่นคิดด้วยว่าเมื่อกลับไปถึงดินแดนเซียนแห่งที่สองแล้วควรจะอธิบายอย่างไร ทว่าเวลานี้เอง จู่ๆ บนซากพัดก็มีพายุลูกหนึ่งระเบิดขึ้นมา

เมื่อพายุพัดหมุนคว้าง วิญญาณวัตถุที่ฟื้นตื่นก็แผ่คลื่นอำนาจจิตที่มิอาจควบคุมออกมา

“สวรรค์ นี่มันอะไร ร่างของผู้บงการ!! ปราณนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก เป็นเขา ต้องเป็นเขาแน่นอน!!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version