บทที่ 291 รองเจ้านครดาวอังคาร!
บนที่ราบกว้างใหญ่สีแดงปกคลุมด้วยฝุ่นมีลูกทรงกลมตั้งอยู่หลายสิบลูก ทุกลูกเชื่อมต่อกันเป็นเมืองขนาดมหึมา เมืองแห่งนั้นไม่ได้ตั้งติดกับพื้น แต่ลอยอยู่ข้างในพื้นที่ลูกทรงกลมยักษ์เหล่านั้น
มีลูกทรงกลมลักษณะนั้นอยู่สามสิบหกลูก แต่ละลูกขนาดใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของนครศักดิ์สิทธิ์ เมืองนี้ทั้งเมืองมีขนาดใหญ่กว่านครศักดิ์สิทธิ์สิบสองเมืองรวมกัน
การเรียงตัวเหลื่อมกันกลายเป็นภาพอันงดงาม น่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่ต้องสงสัย ลูกทรงกลมตรงชั้นล่างสุดรวมตัวกันเป็นฐานของเมืองและแบกรับน้ำหนักทั้งหมดไว้ โดยที่ครึ่งล่างถูกฝังลงไปในพื้นดิน มองเห็นอีกครึ่งที่เหลือโผล่พ้นขึ้นมา ลูกทรงกลมเหล่านั้นรับน้ำหนักของลูกทรงกลมอื่นด้านบนไว้ และเมื่อรวมตัวกัน ลูกทรงกลมทั้งหมดนั้นก็ก่อตัวเป็นอาณานิคมดาวอังคาร!
มองจากด้านนอก ตัวเมืองดูจะแผ่ขยายอย่างยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่ในลูกทรงกลม มีตึกรามบ้านช่องเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน ผู้คนเดินเพ่นพ่านไปมากันไม่รู้จบเต็มลูก ทรงกลม ไม่ว่าจะลูกที่อยู่ด้านบน ล่าง ซ้ายหรือขวา
ช่างเป็นภาพมหัศจรรย์ชวนตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่มาเยือนเป็นครั้งแรก หวังเป่าเล่อเองก็รู้สึกเช่นนั้น เขายืนอยู่บนเรือบินแล้วมองนครอาณานิคมดาวอังคารใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ยิ่งเข้าไปใกล้ก็ยิ่งขนาดใหญ่ขึ้น จนจิตใจเขาชักอยู่ไม่สุข
แม้ตามสื่อของสหพันธรัฐจะฉายภาพดาวอังคารให้เห็นเป็นวงกว้าง แต่มันก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่วันยังค่ำ มีบันทึกวิดีทัศน์เกี่ยวกับนครอาณานิคมดาวอังคารหลุดรอดออกมาเพียงนิดเดียว เพราะไม่อนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลออกนอกดาว และส่วน น้อยนิดที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยสู่สาธารณะนอกดาวอังคารก็ผ่านการแก้ไขดัดแปลงมาก่อนแล้วทั้งสิ้น สิ่งที่นำเสนอในสื่อทั้งหลายจึงเทียบไม่ได้เลยกับภาพที่หวังเป่าเล่อกำลังเห็นอยู่ตรงหน้า
ระหว่างที่ชายหนุ่มยืนอึ้งทึ่งอยู่อย่างนั้น เรือบินของเขาก็ลดความเร็วลง มันโดนลูกทรงกลมลูกหนึ่งดูดเข้าไปหา เรือบินตรงเข้าไปหาทางปีกซ้ายของลูกทรงกลม ลูกนั้น พอเข้าใกล้ระยะมากพอ มันก็แล่นลงจอดเทียบท่าแห่งหนึ่งในนคร
มันจอดนิ่งพร้อมส่งเสียงครางต่ำๆ หวังเป่าเล่อสูดลมหายใจเข้าลึก ลูบชุดคลุมของตัวเองให้เรียบ แล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างมั่นใจ
ใครคนหนึ่งทราบข่าวการมาถึงของหวังเป่าเล่อ และยืนรอชายหนุ่มอยู่แล้วตรงท่าเรือบิน เมื่อหวังเป่าเล่อก้าวออกจากตัวเรือมา ก็พบชายหนุ่มในชุดนักรบสีขาวยืนรออยู่ใต้ยานบิน เขาประสานมือโค้งคำนับให้หวังเป่าเล่อ
หวังเป่าเล่อเพิ่งมาถึง แต่ก็มีคนมารอต้อนรับและปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพเสียแล้ว ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอคอยชีวิตในภายภาคหน้าของตนบนดาวอังคารอย่างใจจดใจจ่อ เขาหัวเราะเสียงดังแล้วดึงร่างชายหนุ่มคนนั้นขึ้นยืน พลางเริ่มพูดคุยด้วยอย่างมีความสุข
หลังจากทักทายหวังเป่าเล่อ ชายหนุ่มก็ยืนยันตัวตนของหวังเป่าเล่อด้วยแผ่นหยก เขายิ้มก่อนจะโค้งคำนับหวังเป่าเล่ออีกครั้งอย่างสุภาพอ่อนน้อมและมากความเคารพกว่าเดิม
“เจ้าตำหนักหวังขอรับ รองเจ้านครคนใหม่ของเราจะพาท่านไปยังห้องทำงานของท่านด้วยตัวเอง เขากำลังรอท่านอยู่ ทางนี้เลยขอรับ!”
รองเจ้านครคนใหม่อย่างนั้นรึ หวังเป่าเล่อชะงักไป นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจในแง่ดี เขาบอกได้ว่าประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์จะต้องชื่นชอบเขาเป็นแน่แท้ และคงจะส่งข้อความมาล่วงหน้าก่อนเขามาถึง นอกจากจะช่วยรับประกันว่าเขาจะได้ดำรงตำแหน่งที่ดีขึ้นแล้ว หวังเป่าเล่อยังมีคนให้พึ่งพาได้ระหว่างอยู่บนดาวอังคาร อีกด้วย
คิดแล้วหวังเป่าเล่อก็ตื่นเต้น เขาสูดลมหายใจเข้าแล้วตามชายหนุ่มในชุดนักรบสีขาวออกจากท่าเรือบินไป พวกเขาขึ้นเรือบินส่วนตัวของนครแล้วเร่งไปยังศูนย์กลาง การปกครองของอาณานิคมดาวอังคาร…อาณาเขตที่ 18!
อาณานิคมดาวอังคารกำเนิดจากอาณาเขตนครในลูกทรงกลมยักษ์ 36 ลูก ตั้งชื่อเป็นตัวเลขเรียงตามลำดับ โดยมีอาณาเขตที่ 18 เป็นศูนย์กลางการปกครอง สำนักงานของเจ้านครและรองเจ้านคร รวมถึงศูนย์บัญชาการของฝ่ายบริหารหลัก สามฝ่ายล้วนอยู่ในอาณาเขตที่ 18 ทั้งสิ้น
หวังเป่าเล่อมองออกไปยังตึกสูงและสถาปัตยกรรมแปลกประหลาดที่เรือบินแล่นผ่าน มีผู้คนสัญจรบนทางเท้ามากมายเกินคณานับ เรือบินอีกหลายลำพุ่งผ่านกันไปมาบน บริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นถนน ทั่วทั้งนครอาณานิคมดาวอังคารเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
ประชากรดาวอังคารมีมากกว่าประชากรในนครศักดิ์สิทธิ์ นครอาณานิคมนั้นนับว่ามีขนาดใหญ่กว่าพอสมควรเพราะมีผู้คนแห่กันอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนอัตราประชากรพุ่งสูง หวังเป่าเล่ออ่านรายละเอียดเกี่ยวกับอาณานิคมดาวอังคารก่อนออกเดินทางมาบ้างแล้ว เขาทราบว่านครนี้ไม่ได้เป็นเพียงนครอาณานิคมธรรมดา แต่ในระดับหนึ่งถือได้ว่าเป็นนครเขตปกครองตัวเองภายใต้โครงสร้างรัฐบาลของสหพันธรัฐ!
โครงสร้างการเมืองของดาวอังคารต่างจากของสหพันธรัฐอยู่เล็กน้อย เจ้าพนักงานจากระดับต่ำสุดถึงสูงสุดในฝ่ายบริหารมาจากขุมอำนาจทั้งหลายของสหพันธรัฐ นอกจากเจ้านครที่ขึ้นตรงกับสหพันธรัฐแล้ว ที่เหลือถือว่าเป็น กลุ่มปกครองตัวเองทั้งสิ้น
แม้แต่กองทัพเองก็มีฐานที่มั่นของตัวเองอยู่บนดาวอังคารด้วยเช่นกัน ที่นี่พวกเขาทำงานภายใต้กองทัพสหพันธรัฐบนโลกมนุษย์ เพียงแต่ปฏิบัติงานเหมือนเป็นนักรบในท้องที่ อำนาจของชาวดาวอังคารเองไม่ใช่สิ่งควรดูถูกเช่นกัน พวกเขาเป็นขุมอำนาจรายสำคัญเรื่อยมา แม้ว่าจะถูกสหพันธรัฐกดขี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม
ขุมอำนาจทางการเมืองอื่นๆ เองก็มีที่ทางฐานที่มั่นในนครอาณานิคมแห่งนี้เช่นกัน ทำให้ที่นี่ตอนนี้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย กลายเป็นโลกใบจ้อยของทิศทางทางการเมืองของสหพันธรัฐบนดาวโลก และยังเป็นพื้นที่ฝึกตนของบรรดาทายาทผู้เป็นความหวังของตระกูลและสำนักต่างๆ
หวังเป่าเล่อมองไปยังโลกภายนอกหน้าต่างเรือบิน พลางนึกย้อนในหัวถึงสิ่งที่ตนรู้เกี่ยวกับดาวอังคาร เขาได้ศึกษาดาวเคราะห์ดวงนี้มาเป็นอย่างดี และแล้วเรือบิน ก็แล่นมาถึงอาณาเขตที่ 18 อย่างรวดเร็ว และจอดลงตรงจัตุรัสสาธารณะแห่งหนึ่ง
จัตุรัสสาธารณะแห่งนั้นเป็นที่ดินกว้างรายล้อมด้วยต้นไม้พันธุ์พฤกษาสีแดงจำนวนมาก ตรงกลางจัตุรัสมีตึกรูปทรงเปลวไฟสีแดงตั้งอยู่เด่นหรากลางที่แจ้ง หวังเป่าเล่อสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่พุ่งออกมาจากตึกนั้น ทันทีที่ก้าวขาออกจากเรือบิน
“ที่นี่คือสำนักงานส่วนตัวของรองเจ้านคร เจ้าตำหนักหวัง เชิญทางนี้ขอรับ!” ชายหนุ่มในชุดนักรบสีขาวยิ้มน้อยๆ ให้หวังเป่าเล่อแล้วนำทางเขาไป หวังเป่าเล่อ สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้าขึ้นมองยังตึกรูปทรงเปลวเพลิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตามชายหนุ่มคนนั้นเข้าไปข้างใน
สายลมเย็นต้อนรับเขาทันทีที่เข้าไปข้างใน ช่างแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากความร้อนด้านนอก ในมวลอากาศข้างในอาคารมีปราณวิญญาณแผ่ซ่านช่วยกระตุ้นหวังเป่าเล่อให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เขาตามอีกฝ่ายขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึก
บนชั้นนั้นมีประตูไม้ทาสีม่วงปิดอยู่
เห็นได้ชัดว่าเป็นห้องทำงานของรองเจ้านคร ชายหนุ่มในชุดนักรบสีขาวนำ หวังเป่าเล่อมาถึงประตูแล้วเอ่ยปากขอตัว หวังเป่าเล่อจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบตึง อีกครั้ง มารยาทสังคมทั้งหลายที่อ่านเจอจากอัตชีวประวัติเจ้าพนักงานระดับสูงประดังเข้ามาในใจ
เขาพยายามทำตัวให้ดูเป็นทางการและมากความสามารถ ก่อนปั้นสีหน้าจริงจังเข้าไปเคาะประตูอย่างหนักแน่น ไม่ดังเกินไป แต่ดังพอจะให้รองเจ้านครได้ยิน และห้ามรีบร้อนเป็นอันขาด
เขาเคาะสามครั้งไม่ขาดไม่เกิน
เสียงเคาะประตูอย่างบรรจงดังสะท้อนก้องไปในอากาศ หวังเป่าเล่อแอบนึกประทับใจ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมวัตถุเวท เคาะเพียงครั้งเดียวชายหนุ่ม ก็บอกได้ว่ามันทำมาจากต้นไม้อายุนานนับศตวรรษ ตัวไม้อาบด้วยน้ำยางวิญญาณ มาหลายปี และถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบชั้นดียิ่งสำหรับหลอมวัตถุ
อาณานิคมดาวอังคารต้องมั่งคั่งมากอย่างไม่ต้องสงสัย…หวังเป่าเล่อถอนหายใจ บานประตูเหวี่ยงเปิดเข้าไปช้าๆ เผยให้เห็นภายในห้องทำงานอันหรูหรา
ปราณวิญญาณแผ่ออกมาจากโซฟาและโต๊ะโบราณทั้งหลาย ปราณวิญญาณภายในนี้หนาแน่นจนทั้งห้องเหมือนมีหมอกควันหุ้มอยู่
หวังเป่าเล่อมองผ่านปราณวิญญาณหนาแน่นไป สะดุดตาเข้ากับภาพวาดทิวทัศน์ที่แขวนไว้บนผนังเบื้องหน้า ในภาพนั้นเป็นรูปภูเขาหิมะกับแม่น้ำที่ทอดตัวไหลลงมาจากภุเขาลูกนั้น บนแม่น้ำมีเรือหนึ่งลำ และบนเรือมีชายชรากำลังคุกเข่า หันหน้า หาภูเขา ดูราวกับกำลังสวดภาวนาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ส่วนอื่นยากจะมองเห็นรายละเอียดได้ เพราะร่างหนึ่งยืนค้ำบดบังบางส่วนของภาพไว้อยู่ ร่างนั้นยืนหันหลังให้หวังเป่าเล่อ เมื่อหวังเป่าเล่อมองไปยังชายผู้นั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันแผ่ออกมาจากอีกฝ่าย หัวใจเขาเต้นเร็ว ครั้นสัมผัสได้ว่า ชายผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด
ผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในชั้นสมบูรณ์! หลังผ่านประสบการณ์ในเขตจันทราเวทมา ความสามารถในการประเมินระดับการฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในของหวังเป่าเล่อ ก็เพิ่มพูนขึ้น
ชายหนุ่มบอกได้ทันทีว่ารองเจ้านครเป็นผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในชั้นสมบูรณ์ เขารีบก้าวไปข้างหน้าแล้วประสานมือโค้งคำนับชายผู้นั้น ซึ่งยังคงหันหลังให้เขาอยู่
“คารวะ ท่านรองเจ้านคร ข้าหวังเป่าเล่อขอรับ!”
เสียงของหวังเป่าเล่อดังสะท้อนกำแพงห้อง พร้อมกับที่บานประตูข้างหลังเขา ปิดตัวลงอย่างไร้สุ้มเสียง หมอกปราณวิญญาณในห้องขยับเขยื้อนเหมือนมีลมล่องหนพัดให้กระจายตัว พลันร่างสูงค้ำตรงหน้าหวังเป่าเล่อก็ชัดเจนขึ้น
หวังเป่าเล่อสังเกตเห็นโครงร่างอันโดดเด่นเป็นอันดับแรก พลางคิดว่าอีกฝ่าย ช่างดูคุ้นเคยชอบกล ยังไม่ทันนึกออกว่าเคยเห็นชายผู้นี้ที่ใดมาก่อน เสียงที่คุ้นหู ยิ่งกว่ากลับดังมาจากชายตรงหน้าเขา
“หวังเป่าเล่อ…”
ดวงตาของหวังเป่าเล่อแทบถลนออกมานอกเบ้าครั้นชายหนุ่มได้ยินเสียงนั้น ลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ชายคนนั้นหันมาเสียก่อน เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง หวังเป่าเล่อบอกไม่ถูกว่าชายคนนั้นกำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า
“เราพบกันอีกแล้ว!”
ต้น…ต้นไม้ยักษ์! ความคิดในหัวของหวังเป่าเล่อระเบิดโพลง วิญญาณแทบจะหลุดจากร่างไปเสียตอนนั้น