Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1008


ตอนที่ 1008 กรรมวิธีรักษาเว่ยหรูเหยียน

หลังจากถ่ายโอนหนังสือที่ชั้น 6 แล้ว จางเซวียนก็ยังหาวิธีแก้ไขสภาวะกายพิษแต่กำเนิดของเว่ยหรูเหยียนไม่ได้ ซึ่งตามรายละเอียดเบื้องต้นของกูรูยาพิษไป๋ที่ปรากฏในหอสมุดเทียบฟ้านั้น บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดจากสำนักงานใหญ่ และมีความรู้มากกว่าเหล่ากูรูยาพิษของห้องโถงแห่งยาพิษสาขาจักรวรรดิหงหย่วน เขาจึงอาจจะล่วงรู้ความลับเรื่องนี้ก็ได้

อีกอย่าง ก็เป็นธรรมดาที่จิตวิญญาณจะสูญเสียความทรงจำไปเมื่อถูกแยกส่วนหรือมีชีวิตอยู่นานเกินไป อย่างไอ้โหดก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้คำพูดของเขาสมเหตุสมผลมากขึ้นและเอาชนะใจอีกฝ่ายได้สำเร็จ

ก็เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินคำพูดของเขา กูรูยาพิษไป๋ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ผมเคยได้ยินเรื่องผู้ที่มีสภาวะกายพิษแต่กำเนิดสูญเสียการควบคุมและนำหายนะมาสู่โลก แต่ไม่แน่ใจว่าการควบคุมนั้นต้องทำอย่างไร สำหรับเรื่องนี้ กูรูยาพิษไห่เคยอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้อง บางทีเขาอาจจะพอรู้เรื่องบ้าง”

“กูรูยาพิษไห่” จางเซวียนชะงัก

นี่เขาไม่ใช่คนเดียวที่มาจากสำนักงานใหญ่หรอกหรือ?

หอสมุดเทียบฟ้าบอกได้เฉพาะข้อบกพร่องของคนที่เข้ามาสัมผัสเท่านั้น ในเมื่อกูรูยาพิษไห่ไม่ได้เข้ามาที่หอสมุด จางเซวียนจึงไม่มีโอกาสรู้ว่ามีตัวเขาอยู่ด้วย

“กูรูยาพิษไห่เป็นสหายร่วมทางของผม เขาเป็นกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดเหมือนกัน และเคยอ่านหนังสือมากมายเกี่ยวกับคุณ บางทีเขาอาจจะมีวิธีแก้ไข” กูรูยาพิษไป๋อธิบาย

“คนจากสำนักงานใหญ่มาพร้อมกันกับคุณกี่คนน่ะ?” จางเซวียนอดถามไม่ได้

“มีแค่เราสองคนเท่านั้นแหละ!” กูรูยาพิษไป๋ไม่กล้าโกหกผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษ

“แค่คุณสองคน?” จางเซวียนแอบถอนหายใจเฮือก

ถ้ามีแค่สองคน เรื่องนี้ก็ยังพอควบคุมได้ เขาล่อลวงไปได้คนหนึ่งแล้ว ขอแค่พยายามมากขึ้นอีกหน่อยก็คงเอาชนะใจอีกคนหนึ่งได้ไม่ยาก

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็หยิบน้ำเต้าไวน์ออกมาและส่งให้กูรูยาพิษไป๋ “เชิญเขามาที่นี่ บอกว่าไวน์น้ำเต้านี้เป็นคำเชิญของผม!”

“คุณจะเชิญให้กูรูยาพิษไห่ดื่ม?” กูรูยาพิษไป๋ถึงกับงง

“ใช่แล้ว ในนี้มีสมุนไพรกับยาที่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณทั้งคู่ในการยกระดับวรยุทธ” จางเซวียนพยักหน้า แสดงสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจในตัวรุ่นน้องของเขา

“เป็นประโยชน์ในการยกระดับวรยุทธ? แล้วทำไมผม” กูรูยาพิษไป๋ชะงัก

“คุณกำลังสงสัยว่าทำไมไวน์ไม่เกิดผลอะไรกับคุณ แม้คุณจะดื่มเข้าไปแล้วใช่ไหม?” จางเซวียนถามเหมือนจะรู้ความคิดของอีกฝ่าย

“คือ” กูรูยาพิษไป๋ใบหน้าแดงก่ำด้วยความละอายใจ

เขาดื่มไวน์ไปแล้ว แต่ไม่ได้รู้สึกว่าวรยุทธพัฒนาแต่อย่างใดเลย แต่ในฐานะรุ่นน้อง เขาก็ไม่อยู่ในสถานภาพที่จะตั้งคำถาม

“สมุนไพรทุกชนิดจะทำงานเมื่อมีปริมาณมากถึงขนาดเท่านั้น คุณเพิ่งดื่มไปแค่ 2 อึก จึงเป็นธรรมดาที่จะได้ผลน้อยมาก ถ้าคุณดื่มมากกว่านี้อีกสักหน่อย ก็จะเห็นผลชัดขึ้น”

จางเซวียนยิ้ม เกิดเป็นภาพของบุคคลที่ดูล้ำลึกเกินหยั่ง

“ดื่มมากกว่านี้อีกสักหน่อย?” กูรูยาพิษไป๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

จริงด้วย สมุนไพรส่วนมากจะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อมีปริมาณมากถึงขนาด ในเมื่อตัวเขาดื่มไปแค่ 2 อึก จึงเป็นธรรมดาที่จะยังไม่เห็นผล

เมื่อคิดได้ กูรูยาพิษไป๋ก็ยกน้ำเต้าไวน์ที่อีกฝ่ายมอบให้เมื่อครู่ จากนั้นก็ดื่มเข้าไปอีกมากกว่า 10 อึก

สำหรับคนที่มีวรยุทธระดับเขา ขอแค่ไม่อยากเมา แอลกอฮอล์ธรรมดาก็ไม่อาจส่งผลอะไร

หลังจากดื่มแล้ว กูรูยาพิษไป๋ก็หลับตา เป็นไปอย่างที่คิด กระแสพลังงานอันอบอุ่นเริ่มต้นไหลเข้าสู่บริเวณท้องน้อยของเขา มุ่งสู่จุดชีพจรหยวนเซิน

เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วที่เขาใช้ทุกวิถีทางในการเปิดชีพจรหยวนเซินให้ได้ แต่ความพยายามทุกครั้งก็ล้มเหลว มาตอนนี้ เมื่อเขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานอบอุ่นที่ไหลไป ก็เริ่มขับเคลื่อนพละกำลังภายในร่างกายเข้าสู่จุดชีพจรหยวนเซิน ด้วยการเคาะเบาๆ จุดที่ถูกปิดกั้นบนจุดชีพจรหยวนเซินของเขาก็สั่น

“เฮ้ย” กูรูยาพิษไป๋หายใจถี่ เขาแทบกระโดดด้วยความตื่นเต้น

สำหรับคนที่มีวรยุทธระดับเขา การสั่นนั้นมีความหมายมาก

บริเวณที่ถูกปิดกั้นของจุดชีพจรหยวนเซินได้คลายออกแล้ว พูดอีกอย่างก็คือ ตราบใดที่เขาฝึกฝนต่อไป ก็มีโอกาสที่เขาจะเปิดมันได้!

ไม่น่าเชื่อเลยว่าไวน์น้ำเต้าเดียวจะทำให้ความพยายามหลายศตวรรษของเขาเป็นความจริงขึ้นมา มันจะไร้เทียมทานไปหน่อยไหม?

“ได้ผลหรือเปล่าล่ะ?” จางเซวียนหัวเราะหึๆและพูดอย่างสบายๆโดยใช้น้ำเสียงลึกล้ำ

“ขอบคุณมาก ผู้ก่อตั้ง!” กูรูยาพิษไป๋ตอบอย่างตื่นเต้น รู้สึกยำเกรงเหลือเกินในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งประสบ

หลังจากรู้สึกถึงประโยชน์ของไวน์ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ไม่สงสัยในไวน์น้ำเต้านั้นอีกต่อไป

“เอาล่ะ คุณกลับไปได้แล้ว ผมจะไปชั้น 7 ให้กูรูยาพิษไห่ดื่มไวน์ด้วยนะ แล้วค่อยมาหาผมทีหลัง” เมื่อเห็นว่าตัวเองเอาชนะใจอีกฝ่ายได้แล้ว จางเซวียนก็โบกมือก่อนจะให้กูรูยาพิษไป๋กลับไป

“ได้!” กูรูยาพิษไป๋รีบพยักหน้าและออกไปอย่างตื่นเต้น

สำหรับเขา การเดินทางครั้งนี้ให้ผลตอบแทนมหาศาล ไม่เพียงแต่จะได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของซุนฉาง แต่ยังเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา และได้ไวน์ลึกลับจากผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เขาฝ่าด่านวรยุทธได้ในอนาคต

เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายจากไปแล้ว จางเซวียนรออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาและลุกขึ้นยืน

การหลอกล่อกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็โชคดีที่ทุกอย่างผ่านไปอย่างสบาย

เหตุผลที่เขาสามารถล่อลวงอีกฝ่ายได้ไม่ใช่เพราะฝ่ายนั้นโง่เง่า แต่เป็นเพราะอานุภาพของหอสมุดเทียบฟ้าและพลังปราณเทียบฟ้าอันแสนจะน่าทึ่ง และจางเซวียนก็ใช้พวกมันดึงความสนใจของอีกฝ่ายได้อย่างอยู่หมัด

ที่เหนือไปกว่านั้น การปลอมตัวเป็นเรื่องปกติของเขาอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากจะทำ ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวก็ดูไม่ออก การหลอกล่อกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่!

“รีบหน่อยดีกว่า”

รู้ดีว่าไม่ช้ากูรูยาพิษไห่ก็คงจะมา จางเซวียนตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังชั้น 7 เพื่อถ่ายโอนหนังสือทันที

หนังสือบนชั้น 7 นั้นยิ่งมีน้อยลงไปอีก มีอยู่ไม่กี่พันเล่มเท่านั้น เขากวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างรวดเร็วและถ่ายโอนมันเข้าสู่สมอง

จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นและเริ่มอ่านหนังสือทั้งหมดที่ถ่ายโอนมา แต่แล้วก็ต้องส่ายหน้าอย่างผิดหวัง

มีหนังสืออยู่หลายสิบเล่มที่พูดถึงสภาวะกายพิษแต่กำเนิด แต่ก็คลุมเครือมาก ส่วนใหญ่บรรยายว่าสภาวะนี้มีความทรงพลังแค่ไหน และไม่มีเล่มไหนเลยที่บอกว่าจะควบคุมรังสีพิษและป้องกันไม่ให้มันรั่วไหลออกไปสู่คนรอบข้างได้อย่างไร

พูดง่ายๆก็คือ ขนาดอ่านหนังสือหมดหอสมุดแล้ว จางเซวียนก็ยังไม่พบวิธีรักษาเว่ยหรูเหยียน

“ดูเหมือนมาหาข้อมูลแบบนี้จะไม่ได้ผล เราจำเป็นต้องค้นคว้าด้วยตัวเองแล้วล่ะ” ถึงจางเซวียนจะท้อใจแต่ก็ไม่หมดหวัง

ด้วยหนังสือเกี่ยวกับยาพิษทั้งหมดที่มีอยู่ในหอสมุดเทียบฟ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเข้าใจเรื่องยาพิษของเขาจะต้องถึงระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดเป็นอย่างน้อยหากเขาร่ำเรียนทั้งหมด ทำให้เก่งกาจพอๆกันหรืออาจจะเหนือชั้นกว่ากูรูยาพิษไป๋เลยทีเดียว

เมื่อมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในวิถีทางแห่งยาพิษ เขาก็สามารถหาวิธีการรักษาเว่ยหรูเหยียนได้

แต่แน่นอนว่าการทำความเข้าใจความรู้ทั้งหมดที่เขาได้อ่านตั้งแต่ระดับ 3 ดาวจนถึง 7 ดาวนั้นจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาจะต้องรอฟังก่อนว่ากูรูยาพิษไห่จะพูดว่าอย่างไร

จางเซวียนจึงทรุดตัวลงนั่งและรอ ไม่ช้า กูรูยาพิษไป๋ก็กลับมาพร้อมกับชายชราอีกคนหนึ่ง

ชายชราผู้นั้นร่างสูงกว่ากูรูยาพิษไป๋ และรังสีที่แผ่ออกมาก็ยิ่งใหญ่ เขาเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 สูงสุดเช่นกัน

ตอนนี้ อีกฝ่ายกำลังมองเขาอย่างยำเกรง ไม่มีความสงสัยแคลงใจมากมายนัก คงจะได้ฟังเรื่องราวจากกูรูยาพิษไป๋แล้ว

ดูเหมือนกูรูยาพิษไห่จะเชื่อมั่นในการตัดสินของกูรูยาพิษไป๋ เรื่องนี้จัดว่าดีมาก เพราะเขาจะได้ทุ่นแรง ไม่ต้องเหนื่อยยากหว่านล้อมอีกฝ่ายให้ยอมจำนน

กูรูยาพิษไห่เดินเข้าไปหาจางเซวียน เขาคำนับอย่างงามและพูดว่า “ผมได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสภาวะกายพิษแต่เกิด รู้ว่ามันสามารถนำหายนะมาสู่คนรอบข้าง และก็ได้เห็นวิธีการรักษาอย่างคร่าวๆที่มีอยู่ในหนังสือเล่มเดียวกัน”

“ในการรักษานั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือของกูรูยาพิษหลายคน ค่ายกลเฉพาะชนิดหนึ่งต้องถูกติดตั้งขึ้นเพื่อเปลี่ยนรังสีพิษที่สะสมในร่างกายของผู้นั้นให้กลายเป็นพลังงานที่สามารถนำไปใช้ฝ่าด่านวรยุทธได้ หากการรักษาเป็นผลสำเร็จ ไม่เพียงแต่เจ้าตัวจะได้รับการแก้ไขภัยคุกคามจากสภาวะกายพิษแต่กำเนิด ผู้นั้นยังจะสามารถยกระดับวรยุทธของตัวเองได้มากด้วย!”

“ค่ายกลเฉพาะ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว “คุณรู้ไหมว่ามันเป็นค่ายกลชนิดไหน?”

“ผมเองก็ไม่แน่ใจ ดูเหมือนคนที่สำนักงานใหญ่จะพอรู้ แต่ถ้าจำไม่ผิด ต้องอาศัยการร่วมมือกันของกูรูยาพิษระดับ 8 ดาวและ 9 ดาวในการขับเคลื่อนค่ายกลนั้น!” กูรูยาพิษไห่พูดพร้อมกับย่นหน้าผาก

“การร่วมมือกันของกูรูยาพิษระดับ 8 ดาวและ 9 ดาว” จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียด แววตาหม่นหมองไป

นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่รู้จะไปหากูรูยาพิษผู้ทรงพลังขนาดนั้นจากที่ไหน หรือต่อให้หาพบก็ไม่มีทางที่จะชักชวนให้อีกฝ่ายมาช่วยเขาได้!

แถมไอ้การเป็นผู้ก่อตั้งหรืออะไรทำนองนั้นก็ล้วนแต่เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นเพราะเขาใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในหอสมุดเทียบฟ้า จึงสามารถชักนำให้กูรูยาพิษไป๋กับกูยาพิษไห่เชื่อ วิธีการแบบนี้ใช้ไม่ได้กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ต่อให้เขาจะแอ๊คติ้งเป็นเลิศขนาดไหนก็ตาม!

“ใช่” กูรูยาพิษไห่พยักหน้า “มีแต่กูรูยาพิษระดับนั้นถึงจะสามารถรวบรวมรังสีของผู้ที่มีสภาวะกายพิษแต่กำเนิด และใช้ยาพิษอีกหลายหลากหลายชนิดผสมกันเพื่อยกระดับวรยุทธของผู้นั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว การฝ่าด่านวรยุทธจะง่ายดายเหมือนกับดื่มน้ำ และการที่จะกลับคืนสู่สภาวะแข็งแกร่งสูงสุดก็เป็นไปได้ไม่ยาก”

จางเซวียนพยักหน้า

แม้เขาจะยังไม่ได้ทำความเข้าใจหนังสือทั้งหมดที่ถ่ายโอนไว้ในหอสมุดเทียบฟ้า แต่ก็เปิดดูหนังสือที่เกี่ยวกับสภาวะกายพิษแต่กำเนิดอย่างคร่าวๆแล้ว ทำให้เข้าใจ

เพราะได้รับพิษอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของผู้ที่มีสภาวะกายพิษแต่กำเนิดจึงกดข่มรังสีพิษในร่างกายได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ามีกูรูยาพิษที่สามารถรวบรวมรังสีพิษเข้าด้วยกันและใชัสมุนไพรหลากหลายชนิดปรับสภาพเสียใหม่ ก็จะกลายเป็นแหล่งพลังชั้นดีที่จะทำให้อีกฝ่ายฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

ตอนนี้ กูรูยาพิษไห่มองหน้าจางเซวียนอย่างลังเลและถามว่า “ผู้ก่อตั้ง คุณคิดจะใช้ร่างนี้เรียกความแข็งแกร่งของคุณกลับคืนมาหรือ?”

“มีอะไรล่ะ?” เห็นสีหน้าและน้ำเสียงประหลาดของอีกฝ่าย จางเซวียนขมวดคิ้ว

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ผู้ก่อตั้ง, คุณเป็นผู้หญิงไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงจะใช้ร่างของผู้ชายล่ะ” กูรูยาพิษไห่ถามอย่างไม่ค่อยสบายใจ

“ผู้หญิง?” จางเซวียนถึงกับผงะ

เขารู้ว่าผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษมีสภาวะกายพิษแต่กำเนิด แต่เมื่อลองคิดๆดู ก็ไม่เคยได้แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ ไม่แปลกใจเลยที่กูรูยาพิษไป๋จะสงสัยในตัวตนของเขา!

“เดี๋ยว ถ้าผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษเป็นผู้หญิงจริงๆ เรื่องนี้จะยิ่งง่ายขึ้นอีก” จางเซวียนเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

ก่อนหน้านี้ เขายังคิดว่าจะนำเว่ยหรูเหยียนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรโดยไม่ทำให้อีกฝ่ายสงสัย แต่ถ้าผู้ก่อตั้งเป็นผู้หญิง เรื่องนี้จะง่ายขึ้นอีกมาก

จางเซวียนหัวเราะหึๆและชำเลืองมองทั้งคู่ แม้ดวงตาของเขาจะยังหลับสนิท แต่กูรูยาพิษไห่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีสายตาคมกริบจ้องมองเขาอยู่ “อันที่จริงฉันเป็นผู้หญิง แต่เป็นเพราะไม่มีทางเลือก จึงต้องอาศัยร่างของซุนฉางเป็นที่อยู่ของจิตวิญญาณ ตอนนี้ฉันได้พบร่างที่เหมาะสมกับจิตวิญญาณของฉันแล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ฉันจะต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะไปเมื่อเข้าร่างนั้น ทำให้ควบคุมพละกำลังของตัวเองไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ฉันมาห้องโถงแห่งยาพิษเพื่อขอความช่วยเหลือ!”

“คุณพบร่างที่เหมาะสมกับจิตวิญญาณของคุณแล้ว?” กูรูยาพิษไป๋กับกูรูยาพิษไห่หันมามองหน้ากัน ประหลาดใจเหลือเกินกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยิน

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตอนนี้จิตวิญญาณของฉันอ่อนแรงมาก หากฉันเข้าร่างนั้น มีโอกาสที่จะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดจนกว่าฉันจะกลับคืนสู่สภาพแข็งแกร่งสูงสุดดังเดิม ซึ่งช่วงเวลาก่อนหน้านั้น สติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายจะยังคงเป็นผู้นำ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงลังเล ยังไม่อยากทำอะไรรวดเร็วนัก!” จางเซวียนถอนหายใจ

“เอ่อ” กูรูยาพิษทั้ง 2 ขมวดคิ้ว

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย

แต่เมื่อพิจารณาจากการที่จิตวิญญาณของผู้ก่อตั้งได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายหมื่นปี ก็ไม่น่าประหลาดใจนัก ไม่ว่ามันจะอยู่ในสภาพแบบไหนก็ตาม

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version