ตอนที่ 1049 เลือดร่วมสาบาน
“ราชาใบไม้หยก?” จางเซวียนชะงัก
นั่นคือราชาที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 3 ของห้าราชาระดับบน! ใครจะไปคิดว่าผู้ทรงพลังขนาดนั้นจะอยู่ที่นี่ด้วย?
ลำพังแค่ราชาใบไม้หินก็แทบจะทำให้ทีมของเขาสิ้นซากแล้ว เจอราชาใบไม้หยกที่แข็งแกร่งกว่าเข้าไปอีก แล้วคราวนี้จะทำอย่างไร?
แต่ด้วยตัวตนราชาใบไม้สีม่วง เขาจึงไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ อีกอย่าง ในเมื่ออีกฝ่ายอยู่ในอาณาจักรโบร่ำโบราณด้วย ไม่ช้าก็เร็วก็คงจะได้เจอกัน หากเขาได้พบราชาใบไม้หยกเสียก่อน บางทีอาจจะได้ข้อมูลอะไรบางอย่างที่ทำให้วางแผนรับมือได้ง่ายขึ้น
“เขาอยู่แถวๆ นี้แหละ ผมจะเรียกเขามาเดี๋ยวนี้”
ราชาใบไม้หินสะบัดข้อมือแล้วนำตราหยกสื่อสารออกมาเขียนข้อความลงไป หลังจากเสร็จสิ้นก็หันมามองจางเซวียนด้วยสายตาสงสัยอีกครั้ง “ถ้ามนุษย์คนนี้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานจริงๆ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และอีกอย่าง คุณทำอย่างไรถึงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา?”
ชัดเจนว่าราชาใบไม้หินยังคงแคลงใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง
ก็ไม่น่าแปลกที่เขาจะสงสัย เพราะราชาใบไม้สีม่วงหายตัวไปกว่าครึ่งเดือน แล้วจู่ๆ ก็มาปรากฏตัว แถมยังต่อสู้กับเขาโดยปลอมตัวเป็นมนุษย์…มีจุดที่ทำให้สงสัยมากมายเหลือเกิน
อีกอย่าง ในโลกนี้ก็มีปรมาจารย์ฟ้าประทานเพียงแค่คนเดียว หลายพันปีผ่านไปโดยไม่มีใครทำได้แบบนั้นอีก ถ้ามีปรมาจารย์ฟ้าประทานปรากฏขึ้นอีกคนหนึ่ง ทางสภาปรมาจารย์จะต้องปกป้องคนผู้นั้นอย่างดีที่สุด มันเหลือเชื่อตรงที่ว่าราชาใบไม้สีม่วงรู้ตัวตนของปรมาจารย์ฟ้าประทานได้อย่างไร ทั้งยังหลอกล่อให้อีกฝ่ายมาสถานที่อันตรายแบบนี้ได้ด้วย
“ผมมาคิดๆ ดู มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะ ปรมาจารย์ฟ้าประทานผู้นี้ไม่ได้มาจากตระกูลนักปราชญ์หรือสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ แต่เขามาจากอาณาจักรไร้ขั้น ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาตามลำดับ”
จางเซวียนยิ้มน้อยๆ ไม่มีทีท่าชวนให้สงสัยสักนิด “เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เขาจึงปกปิดตัวตนของตัวเองมาตลอด พูดง่ายๆ ก็คือแม้แต่สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่ามีปรมาจารย์ฟ้าประทานคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น เป็นเพราะความบังเอิญบางอย่างที่ทำให้ผมค้นพบตัวตนของเขา เมื่อครั้งที่ผมไปห้องโถงแห่งยาพิษในเมืองจิ้งหยวน ผมบังเอิญได้เห็นเขาได้การยอมรับจากสวรรค์พอดี ในตอนนั้นแหละที่ผมแน่ใจว่าเขาเป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน!”
“คุณกำลังจะบอกว่า…คุณมีโอกาสได้เห็นเขาได้การยอมรับจากสวรรค์?” ราชาใบไม้หินถามอย่างแทบไม่เชื่อ
“ใช่” จางเซวียนพยักหน้า
“แล้วมันมีหน้าตาเป็นอย่างไร?” ราชาใบไม้หินถามด้วยความอยากรู้
“เป็นรังสีพิเศษที่ทรงพลังและไม่มีอะไรทำลายได้ มันพุ่งลงมาจากสรวงสวรรค์และอาบตัวเขาไว้ ต่อหน้ารังสีชนิดนี้ ปรมาจารย์ทุกคนจะต้องคำนับให้บุคคลผู้นั้น รวมทั้งยอมรับตัวตนและสถานภาพของเขา ในเวลาเดียวกัน ปรากฏการณ์ประหลาดหลายอย่างจะเกิดขึ้น เช่นการสั่นสะเทือนของป้ายชื่อบรรพบุรุษ” จางเซวียนตอบตามจริง
ในฐานะผู้ที่ผ่านพิธีการยอมรับมาแล้วถึง 3 ครั้ง เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ก็ดูเหมือนการยอมรับปรมาจารย์ฟ้าประทานอยู่นะ” หลังจากฟังคำตอบของจางเซวียนแล้ว ราชาใบไม้หินพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
เขาไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับปรมาจารย์ฟ้าประทาน แต่เคยได้ยินตำนานและเรื่องเล่า สิ่งที่ตำนานบรรยายไว้นั้นไม่ได้แตกต่างจากที่ราชาใบไม้สีม่วงตอบ
ดูเหมือนเรื่องที่เขาเล่ามาจะพอมีความจริงอยู่บ้าง ต่อให้ชายที่นอนอยู่กับพื้นนั่นไม่ใช่ปรมาจารย์ฟ้าประทาน ก็มีโอกาสที่จะใกล้เคียง
“ความดีความชอบจากการจับตัวปรมาจารย์ฟ้าประทานและส่งตัวให้ทางราชวงศ์นั้นเป็นสิ่งที่ประเมินไม่ได้เชียวนะ” ราชาใบไม้หินอดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้
เป็นเรื่องที่รู้กันดีโดยไม่ต้องพูดออกมาว่าปรมาจารย์ฟ้าประทานมีความสำคัญแค่ไหน ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง เผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งมวลจะต้องปั่นป่วนแน่
ลำพังแค่เรื่องนี้ เขาจะต้องได้ความดีความชอบจากเหล่าผู้อาวุโส และด้วยคำชี้แนะของคนเหล่านั้น ก็อาจเข้าถึงสุดยอดของวรยุทธขั้นเซียน!
แต่การที่จะแน่ใจว่าเขาจะได้รับรางวัลล้ำค่าเหล่านั้น เขาจะต้องมั่นใจก่อนว่าความดีความชอบทั้งหมดนี้เป็นของเขาเพียงคนเดียว ในตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย
เพราะถึงอย่างไรก็เป็นราชาใบไม้สีม่วงที่ล่อลวงปรมาจารย์ฟ้าประทานเข้ามายังอาณาจักรโบร่ำโบราณแห่งนี้
“เราควรจะฆ่าไอ้หมอนี่เสียเลยดีไหม? เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราได้ความดีความชอบเต็มที่ เพราะถึงอย่างไรเขาก็หายตัวไปตั้งนานแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเขาทรยศเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือเปล่า? ตราบใดที่เราโจมตีอย่างรวดเร็วและจัดการเก็บกวาดศพของเขา ก็จะไม่มีใครสงสัย” ราชาใบไม้หินนัยน์ตาเป็นประกายขณะแอบมองราชาใบไม้สีม่วง
แม้พวกเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของ 10 ราชาแห่งตระกูลฉิงเทียน แต่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตรงกันข้าม กลับมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา
ตระกูลฉิงเทียนนั้นให้ทรัพยากรโดยดูจากความดีความชอบ และด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ไม่มาก เขาใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากจะให้ราชาตัวอื่นๆ ตายไปเสีย
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ราชาใบไม้หินไม่รู้สึกสลดหรือเสียใจแม้แต่น้อยตอนที่ได้ข่าวว่าราชาตัวอื่นๆ ถูกสังหาร ทั้งยังไม่ได้ใส่ใจจะติดตามตัวฆาตกรด้วย เพราะลึกๆ ก็แอบดีใจ
“ผมเป็นคนพามนุษย์คนนั้นมาที่นี่และรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา หลังจากที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันระยะหนึ่ง เขาก็เห็นผมเป็นมิตรแท้…ถ้าคุณสังหารผมล่ะก็ ไม่เพียงแต่คุณจะทำให้เขายอมจำนนให้เผ่าพันธุ์ของเราไม่ได้ ยังจะสร้างศัตรูด้วย” จางเซวียนยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อรู้สึกได้ถึงเจตนาสังหารของราชาใบไม้หิน
เขารู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 10 ราชา จากคำบอกเล่าของราชาใบไม้สีม่วง ทุกคนเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ราชาใบไม้หินอยากจะฉกฉวยความดีความชอบเกี่ยวกับปรมาจารย์ฟ้าประทานมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว
“ราชาใบไม้สีม่วง คุณเข้าใจผมผิดแล้วล่ะ ในเมื่อคุณเป็นคนพบและพาตัวเขามาที่นี่ ก็เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าความดีความชอบจะต้องเป็นของคุณ ผมจะไปฉกฉวยมันมาจากคุณได้อย่างไร?” ราชาใบไม้หินหัวเราะเจื่อนๆ ขณะรีบปิดบังความโหดเหี้ยมในแววตา แต่มือขวาของเขาก็ยังกำก้อนธาตุสายฟ้าไว้แน่น ดูพร้อมจะโจมตีได้ทุกขณะ
“ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรกันหรอกนะ ถ้าผมทำได้ ผมก็คงพาเขาออกไปจากที่นี่ ผมคงจะไม่เปิดเผยตัวตนของเขาและพูดอะไรกับคุณมากมาย” จางเซวียนส่ายหัว
“นี่เป็นแค่คำแนะนำนะ แต่คุณควรจะยับยั้งเจตนาที่จะทำร้ายผมเอาไว้ก่อน เพราะหากมนุษย์คนนี้ต้องตายไป ก็ไม่มีทางตรวจสอบตัวตนของเขาได้ ต่อให้คุณส่งเขากลับไปยังเผ่าพันธุ์ของเราก็ไม่มีทางได้ความดีความชอบหรอก”
เมื่อได้ยินคำนี้ ราชาใบไม้หินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลายมือที่กำก้อนธาตุสายฟ้าเอาไว้ “ก็ได้ ผมจะไม่ทำอะไรคุณ”
อีกฝ่ายพูดถูก พวกเขาอ้างได้ว่าชายผู้นี้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน แต่หากไม่มีหลักฐานรองรับ ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์
“คุณจะไม่โจมตีผม? ผมไม่เชื่อคุณหรอก สาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณของพวกเราสิ!”
ถึงตอนนี้ จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียด
“คุณต้องการให้ผมสาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณ?” ราชาใบไม้หินขมวดคิ้ว
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าคุณสาบานว่าจะไม่โจมตีผม ผมก็จะพูดว่าเราสองคนเป็นผู้ค้นพบและจับตัวปรมาจารย์ฟ้าประทานด้วยกันตอนที่รายงานเรื่องนี้กับเหล่าผู้อาวุโส” จางเซวียนพยักหน้า
“อ้อ? อย่างนั้นหรือ” ราชาใบไม้หินขมวดคิ้ว
“ผมรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของผมนั้นไม่เอาไหนเลย ในบรรดา 10 ราชา ถ้าใครมาโจมตีผมเพื่อจะฉกฉวยความดีความชอบไป ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ความดีความชอบในการจับตัวปรมาจารย์ฟ้าประทานมานั้นเป็นเรื่องใหญ่เกินไป ผมไม่อาจยอมรับรางวัลไว้เพียงคนเดียวได้ คงจะปลอดภัยกว่าหากมีใครสักคนร่วมลงเรือลำเดียวกัน จริงไหมล่ะ?” จางเซวียนตอบยิ้มๆ
“เอ่อ” ราชาใบไม้หินครุ่นคิดหนัก
ราชาใบไม้สีม่วงพูดถูก อย่างคำกล่าวที่ว่า ต้นไม้ที่โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางป่าดงพงไพรจะถูกพายุพัดโค่น ด้วยพละกำลังของราชาใบไม้สีม่วง ไม่มีทางที่เขาจะตอบโต้ใครก็ตามที่หวังจะฉกฉวยความดีความชอบหรือรางวัลไปจากมือของเขา
แต่หากได้เป็นพันธมิตรกัน ราชาใบไม้สีม่วงก็จะปลอดภัยขึ้น พูดอีกอย่างก็คือราชาใบไม้สีม่วงอาศัยเขาเพื่อปกป้องและต้องการความมั่นใจว่าจะไม่ถูกทรยศในตอนนี้
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาแข็งแกร่งกว่าราชาใบไม้สีม่วง ถึงอย่างไรก็ยังไม่สายที่เขาจะหาวิธีจัดการกับอีกฝ่ายหลังจากที่ทางผู้อาวุโสยืนยันตัวตนปรมาจารย์ฟ้าประทานและมอบรางวัลให้แล้ว
“ผมต้องทำอย่างไรล่ะคุณถึงจะไว้ใจ?” เมื่อตัดสินใจแล้ว ราชาใบไม้หินหันไปถามจางเซวียน
“ง่ายมาก ผมมีไวน์อยู่น้ำเต้าหนึ่ง เราหยดเลือดลงไปเพื่อประกาศความเป็นพันธมิตรกัน แล้วสาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณว่าเราทั้งคู่จะไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน นั่นเป็นวิธีเดียวที่ผมจะไว้ใจคุณ!”
จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำน้ำเต้าไวน์อย่างดีออกมา
“หยดเลือด?” ราชาใบไม้หินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็ใช่น่ะสิ ผมขอให้คุณรีบตัดสินใจนะ ถ้าราชาใบไม้หยกมาถึงแล้วรู้เรื่องนี้เข้า ผมเกรงว่าเขาจะพยายามสังหารเราทั้งคู่” จางเซวียนพูด
ความโลภนั้นปิดหูปิดตาและจิตใจของคนได้ แม้แต่เหล่าปรมาจารย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น นับประสาอะไรกับเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ดำเนินชีวิตอย่างไร้หลักการ
หากราชาใบไม้หยกได้รู้ว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานล่ะก็ มีความเป็นไปได้มากที่อีกฝ่ายจะพยายามปิดปากพวกเขาเพื่อจะได้เอาความดีความชอบไปเป็นของตัวเอง
และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าราชาใบไม้สีม่วงเปลี่ยนใจไปเข้าข้างราชาใบไม้หยก เขาก็จะตกอยู่ในอันตราย…
“เอาล่ะ ผมตกลง” ราชาใบไม้หินตัดสินใจ
บุคลิกและนิสัยของ 10 ราชาไม่ได้เป็นความลับ ราชาใบไม้หยกนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและโลภมาก เขาสามารถมองพี่น้องของตัวเองถูกสังหารได้หากตัวเองจะได้สมความปรารถนา
และด้วยความแข็งแกร่งของราชาใบไม้หยก คงยากที่พวกเขาจะรับมือกับอีกฝ่าย ต่อให้ผนึกกำลังกันก็เถอะ เรื่องสู้ตัวต่อตัวไม่ต้องพูดถึง
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย!” เห็นอีกฝ่ายตกลง จางเซวียนพยักหน้า
เขากรีดเลือดออกจากนิ้วของตัวเองแล้วหยดเลือด 2-3 หยดลงไปในน้ำเต้าไวน์ หลังจากเขย่าให้เลือดผสมกันกับไวน์แล้ว ก็ยื่นให้ราชาใบไม้หิน
ราชาใบไม้หินคว้าน้ำเต้ามา สิ่งแรกที่เขารู้สึกคือพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในไวน์ แต่หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอย่างอื่นผสมอยู่ในไวน์ก็คลายใจ เขากัดนิ้วและหยดเลือด 2-3 หยดลงไปในไวน์เช่นกัน
“ดี…มาดื่มกันเถอะ!” จางเซวียนโบกมือ
“อือ!” ราชาใบไม้หินยกน้ำเต้าขึ้นจรดริมฝีปาก ในขณะที่กำลังจะดื่มก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา จึงชะงัก “คุณดื่มก่อนเถอะ!”
จางเซวียนชำเลืองมองใบหน้าของอีกฝ่ายและรู้ทันทีว่าเขากังวลเรื่องอะไร จึงคว้าน้ำเต้าไวน์มาดื่มเข้าไป 2 อึกใหญ่
ส่วนราชาใบไม้หิน เมื่อเห็นราชาใบไม้สีม่วงดื่มไวน์เข้าไปแล้วไม่เป็นอะไร ก็ถอนหายใจและหยิบน้ำเต้าไวน์มาดื่มเข้าไปหลายอึก
จากนั้นก็ชูมือขึ้นและปฏิญาณว่า “ผม, ราชาใบไม้หิน ขอสาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณว่าจะซื่อตรงต่อพันธมิตรของผมคือราชาใบไม้สีม่วง พวกเราจะยืนเคียงข้างกันอย่างพี่น้องและไม่มีวันทรยศต่อกัน”
“ผม, ราชาใบไม้สีม่วง ขอสาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณว่าจะซื่อตรงต่อพันธมิตรของผมคือราชาใบไม้หิน” เห็นราชาใบไม้หินปฏิญาณ จางเซวียนก็รีบปฏิญาณตาม
เขาสาบานในนามของราชาใบไม้สีม่วง จึงไม่มีอะไรจะต้องลังเล
“ในเมื่อเราเป็นพันธมิตรต่อกันแล้ว ผมหวังว่าเราจะร่วมมือกันต่อสู้กับราชาใบไม้หยกนะ หากเขาคิดไม่ซื่อ” จางเซวียนพูดกับราชาใบไม้หิน
“ไม่ต้องห่วงน่ะ!” ราชาใบไม้หินยืนยัน
ในบรรดา 10 ราชา ราชาใบไม้หยกเป็นผู้ที่มีของล้ำค่าที่ใช้ยืนยันตัวตนของปรมาจารย์ฟ้าประทานได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น จะไม่มีทางที่พวกเขาจะเชิญคนอื่นเข้ามาร่วมวงเป็นอันขาด
“ทันทีที่ยืนยันตัวตนแล้วว่าเขาเป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน ราชาใบไม้หยกจะต้องพยายามฉกฉวยไปจากมือของพวกเราหรือแม้แต่โจมตีเรา เพราะฉะนั้น คอยมองผมไว้ให้ดีแล้วทำตามที่ผมสั่งนะ” หลังจากครุ่นคิดแล้ว ราชาใบไม้หินก็หันไปสั่งการกับราชาใบไม้สีม่วง
แม้เขาจะไม่ได้เชื่อใจราชาใบไม้สีม่วงอย่างเต็มร้อย แต่อย่างน้อยที่สุดทั้งคู่ก็ได้สาบานต่อเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณในนามของตัวเองแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไว้ใจอีกฝ่ายมากกว่าราชาใบไม้หยก
“ได้เลย” จางเซวียนพยักหน้า “ผมจะลองหยั่งเชิงเขาดูหลังจากที่เรายืนยันตัวตนของมนุษย์คนนี้แล้ว ถ้าเขาคิดจะโจมตีผม ผมหวังว่าคุณจะช่วยยับยั้งนะ ตอนนี้เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะไปต่อหรือจะจมก็ต้องอยู่ด้วยกันนั่นแหละ”
“อือ” ราชาใบไม้หินพยักหน้า
ขณะที่เขากำลังจะพูดต่อ ลมหอบใหญ่ก็พัดวู่หวิวอยู่โดยรอบ ร่างสูงใหญ่บินเข้ามาจากระยะไกล
“ราชาใบไม้หิน คุณไม่รู้หรือไงว่าผมมีเรื่องสำคัญกว่านี้จะต้องทำ รีบร้อนเรียกผมมาทำไมกันนักหนา?”
ฟึ่บ!
เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นผู้ทรงพลังร่อนลงบนพื้นตรงหน้าพวกเขา
