ตอนที่ 1162 ราชาจงชิงถูกวางยา
เฉินเจ้อคือคนที่เปิดเผยความลับของจางยิ่งชิวให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ทำให้อีกฝ่ายเกือบไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมาจากพระราชวังชิวอู๋ คนอย่างเขาควรจะถูกประณามจากสภาปรมาจารย์ แต่ปรมาจารย์จางกลับเสนอให้ยกย่องเขาด้วยเกียรติสูงสุด
ช่างพิลึกพิลั่นเสียเหลือเกิน!
เห็นปรมาจารย์อู๋ไม่เข้าใจเจตนาของตัวเอง จางเซวียนส่ายหน้าและอธิบาย “ถึงตอนนี้ อาชญากรรมของเฉินเจ้อเป็นที่รู้กันในหมู่ปรมาจารย์ของสภาปรมาจารย์เพียงหยิบมือเดียว เรื่องนี้ไม่เป็นประโยชน์กับเรา เพื่อทำให้การจับกุมเฉินเจ้อกลายเป็นเรื่องชอบธรรม เราจะต้องหว่านล้อมให้สภาปรมาจารย์เข้าใจ ซึ่งต้องการหลักฐานที่มากกว่าตัวอาจารย์ใหญ่จางยิ่งชิว และนั่นคือสิ่งที่เรายังขาดอยู่ในตอนนี้ ถ้าเราไม่ให้เกียรติและกล่าวหาเฉินเจ้อ จะกลับกลายเป็นว่าเราพยายามปกปิดความลับบางอย่างเอาไว้ อีกอย่าง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉินเจ้อเสียชีวิตในสภาปรมาจารย์นั้นก็ไม่เป็นผลดีสำหรับเราแล้ว คิดดูสิ เราจับตัวเฉินเจ้อ แต่ลงท้ายเขาก็เสียชีวิต แล้วคนอื่นๆ จะพากันคิดอย่างไร?”
“เอ่อ” ปรมาจารย์อู๋พูดไม่ออก
เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครต่อใครจะต้องพากันเห็นใจผู้อ่อนแอกว่า แต่ใครจะอ่อนแอจริงหรืออ่อนแอไม่จริงนั้น บางครั้งก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองเห็นได้จากภายนอก
หากพวกเขาพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหากระทำอาชญากรรมให้กับเฉินเจ้อ แล้วเกิดมีใครสักคนหนึ่งแอบอยู่เบื้องหลัง และแต่งเรื่องว่าปรมาจารย์อู๋ใช้อำนาจจัดการกับเฉินเจ้อในทางที่ไม่ชอบธรรม ประชาชนทั่วไปจะต้องแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง ในสถานการณ์แบบนั้น ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะพากันเทใจไปให้ความสงสารกับตัวผู้เสียชีวิต คือเฉินเจ้อ
เมื่อถึงตอนนั้น สถานการณ์ก็จะพลิกผัน ข้อได้เปรียบของพวกเขาจะกลับกลายเป็นข้อเสียเปรียบไปในทันที
“อีกอย่าง ถ้าเราประกาศว่าเขาเสียชีวิตและชดเชยให้ครอบครัวเขาอย่างงาม อีกฝ่ายก็จะต้องคิดว่าข่าวนี้รั่วไหลออกไปแล้วและเกิดการตื่นตระหนกขึ้นมา ถึงตอนนั้น แน่นอนเลยว่าพวกเขาจะต้องกระทำการบางอย่าง ตราบใดที่เราล่อให้พวกเขาออกมาได้ ที่เหลือก็ยอมง่าย สำหรับเฉินเจ้อนั้น การจะกล่าวหาว่าเขาประกอบอาชญากรรมทีหลังก็ยังไม่สาย” จางเซวียนพูด
“ผมเข้าใจแล้ว” ปรมาจารย์อู๋ตอบรับ
นี่คือแผนการที่ดีที่สุดที่พวกเขามีในตอนนี้
ไม่เพียงแต่จะแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตายของเฉินเจ้อ ยังเป็นการหลอกล่อให้อีกฝ่ายเปิดเผยตัวด้วย ยิงนก 2 ตัวด้วยกระสุนนัดเดียว
“ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้” ปรมาจารย์อู๋พยักหน้า จากนั้นก็หันไปสั่งการกับปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวที่ยืนอยู่ข้างเขา
“หลังจากนี้เราจะทำอะไรต่อ?” เมื่อสั่งการแล้ว ปรมาจารย์อู๋หันมาถามจางเซวียนอีกครั้ง
“สำหรับตอนนี้ พอแค่นี้ก่อน คืนนี้เราจะเข้าร่วมการตรวจสอบสมบัติประจำปีที่คุณพูดไว้ ไม่ต้องห่วงน่ะ เราวางตัวล่อเอาไว้แล้ว เพียงแค่รอดูว่าเหยื่อจะติดเบ็ดหรือไม่เท่านั้น” จางเซวียนยิ้ม
ปรมาจารย์อู๋พยักหน้าก่อนจะเงียบไป
หลังจากเสร็จธุระเรื่องเฉินเจ้อ จางเซวียนมุ่งหน้าไปยังหอสมุดของสภาปรมาจารย์
ด้วยตราสัญลักษณ์ของปรมาจารย์อู๋ที่เขามีอยู่ในมือ เขาสามารถเข้าถึงหนังสือเทคนิควรยุทธระดับเซียนขั้น 3 และชั้น 4
ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง จางเซวียนก็ถ่ายโอนหนังสือทั้งหมดเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้นเขาก็นำหนังสือที่ห้องเต้ฉู่เถียนฉิงมอบให้มาถ่ายโอนมันเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าเช่นกัน
ประมวล!
หอสมุดเทียบฟ้ากระตุก หนังสือใหม่เอี่ยม 2 เล่มปรากฏตรงหน้าจางเซวียน
มันคือเคล็ดวิชาเทียบฟ้าระดับเซียนขั้น 3 และระดับเซียนขั้น 4
จางเซวียนรีบพลิกดูโดยเร็ว จากนั้นก็ตาโตด้วยความตื่นเต้น
“พวกมันได้มาตรฐานของเคล็ดวิชาเทียบฟ้า เราจะฝึกฝนตอนนี้เลย!”
ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เขาประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าได้ถึง 2 ขั้นในเวลาเดียวกัน ด้วยเคล็ดวิชา 2 ขั้นนี้ เขาจะสามารถฝ่าด่านวรยุทธไปสู่การเป็นนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิด หรือระดับเซียนขั้น 4 ได้เลย!
“ว่าแต่ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เราควรไปร่วมการตรวจสอบสมบัติประจำปีกับปรมาจารย์อู๋เสียก่อน แล้วค่อยฝึกฝนวรยุทธ”
จางเซวียนมองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นว่าดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว การตรวจสอบสมบัติประจำปีที่ปรมาจารย์อู๋พูดถึงนั้นคงจะเริ่มในไม่ช้า ยังไม่มีเวลาฝึกฝนวรยุทธตอนนี้ จางเซวียนจึงได้แต่ยืดหลังบิดขี้เกียจและเดินออกจากหอสมุด
ถึงอย่างไรทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมากเมื่อเขามีเทคนิควรยุทธอยู่ในมือ อย่างน้อยที่สุดก็คงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรืออย่างมากก็ 4 ชั่วโมง เขาสามารถจะฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างรวดเร็ว
อีกอย่าง ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าด่านคอขวดสำหรับจางเซวียน เทคนิคที่เขาฝึกฝนนั้นล้วนแล้วแต่ถึงระดับความเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์แบบทั้งสิ้น
ดังนั้น ด้วยเวลาที่มีอยู่ เขาจึงควรใช้เวลาจัดการเรื่องอาชีพรองรับระดับ 7 ดาวและเลื่อนขั้นตัวเองให้เป็นปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวให้ได้ก่อน
“ปรมาจารย์จาง เตรียมตัวเถอะ” ปรมาจารย์อู๋ยิ้มให้เมื่อเห็นจางเซวียนเดินไปหา
จากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปด้วยกัน
…..
ขณะที่จางเซวียนกับปรมาจารย์อู๋มุ่งหน้าไปยังการตรวจสอบสมบัติประจำปี
ในห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง…
“โว้ยยยย บ้าที่สุด!”
ราชาจงชิงเดินพล่านไปทั่วห้องขณะฟันกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ความเกลียดชังแผดเผาอยู่ในดวงตาของเขาราวกับภูเขาไฟ พร้อมจะระเบิดทุกสิ่งที่อยู่ในสายตาให้มอดไหม้
“พอได้แล้ว! คุณเองนั่นแหละที่หุนหันพลันแล่น พยายามจะหาเรื่องปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวโดยไม่เตรียมการให้ดีเสียก่อน!” ฉู่เถียนฉิงคำราม
“ฝ่าบาท ผม” ราชาจงชิงรีบประสานมือเพื่อจะอธิบาย
“ช่างมันเถอะ คุณไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วล่ะ แค่จดจำบทเรียนครั้งนี้และต่อไปก็อย่าทำอีก รู้ไว้ด้วยว่าผมต้องจ่ายเงินมหาศาลเป็นค่าไถ่ตัวคุณออกมา” ฉู่เถียนฉิงโบกมืออย่างหงุดหงิด
“ผมต้องขออภัยในความใจร้อนของผมด้วย” ราชาจงชิงเอ่ยขณะก้มศีรษะ
“พอที อีก 2-3 วันนับจากนี้ คุณอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝนวรยุทธและทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ทำผิดพลาดไป ระหว่างนี้จะไปมีเรื่องกับใครอีกไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครที่จะช่วยคุณแล้ว” ฉู่เถียนฉิงสั่งการ
“ขอรับ!” ราชาจงชิงพยักหน้า “ไม่ต้องห่วง จะไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้วล่ะ เรื่องใหญ่น่ะอยู่ที่เจ้าจางเซวียนคนนั้น หมอนั่นไม่ใช่คนที่จะรับมือด้วยได้ง่ายๆ เลย อีกอย่าง วรยุทธของมันก็สูงส่งกว่าที่พวกเราคาดไว้” ราชาจงชิงกัดฟันกรอดอย่างโกรธเกรี้ยวขณะพูดถึงจางเซวียน แต่ขณะที่พูดคำเหล่านั้นออกมา สีหน้าของเขาก็พลันซีดเผือด ทั้งร่างสั่นสะท้านไม่หยุด
“ซวยแล้ว” ราชาจงชิงหรี่ตา ขนลุกขนชันไปทั่วตัว
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉู่เถียนฉิงขมวดคิ้ว
“ผม ผมถูกวางยา!” ราชาจงชิงตัวสั่นไม่หยุด จากนั้นก็กระอักเลือดออกมากองใหญ่ เขารู้สึกเหมือนอวัยวะภายในจะแหลกสลายไปหมด
“วางยา? คุณถูกวางยาได้อย่างไร?” ฉู่เถียนฉิงตาโตด้วยความหวาดระแวง
ราชาจงชิงอยู่ข้างตัวเขาตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา แล้วจู่ๆ จะถูกวางยาโดยไม่มีสัญญาณเตือนได้อย่างไรกัน?
“ผมเองก็ไม่รู้!”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งเข้าใส่ราชาจงชิงจนทำให้เขายืนไม่อยู่ เขากลิ้งเกลือกไปกับพื้นด้วยความทรมาน หวังว่าจะบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ เหงื่อเย็นๆ ไหลท่วมตัว และไม่ว่าจะพยายามครุ่นคิดอย่างไร ก็นึกไม่ออกว่าตัวเองไปสัมผัสกับยาพิษเข้าตอนไหน
“วันนี้คุณดื่มหรือกินอะไรหรือยัง?” ฉู่เถียนฉิงถามอย่างร้อนรน
ขนาดราชาจงชิงซึ่งเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 สูงสุดยังทนแทบไม่ไหว พิษนั้นจะต้องร้ายกาจมากทีเดียว
ผู้ที่มีพิษร้ายขนาดนี้อยู่ในครอบครองและสามารถวางยาราชาจงชิงได้โดยอีกฝ่ายไม่รู้ตัว จะต้องเป็นกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดเป็นอย่างน้อย!
แต่ถ้ามีคนระดับนั้นปรากฏตัวอยู่ใกล้ราชาจงชิง ตัวเขาเองก็ต้องรู้ ทำไมเขาจึงนึกไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น?
“วันนี้” ราชาจงชิงเริ่มทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น “เจ้าหมอจางเซวียนนั่นกรอกไวน์ให้ผมหลายน้ำเต้า และเจ้าซุนฉางนั่นก็โรยเกลือกับพริกไทยลงบนตัวผม”
อาหารที่อยู่ในคฤหาสน์ของราชาจงชิงนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ และเขาก็ไม่ได้แตะต้องอาหารของสภาปรมาจารย์ สิ่งเดียวที่เป็นไปได้คือไวน์ของจางเซวียนและเกลือกับพริกไทยของซุนฉาง
“โรยเกลือกับพริกไทยลงบนร่างของคุณ” ฉู่เทียนฉิงผงะ
บ้าบออะไรกันนี่?
แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่ใช่เวลาจะมาถามเรื่องนี้ จึงตั้งข้อสังเกตพร้อมกับขมวดคิ้ว “เท่าที่ดู ตัวการน่าจะเป็นจางเซวียน ว่าแต่มันเป็นยาพิษชนิดไหนกัน พวกเรา, เชิญหมอหลวงซุนเข้ามา!”
“ขอรับ!” องครักษ์คนหนึ่งโค้งคำนับและรีบออกไปจากห้อง
ไม่ช้าผู้อาวุโสคนหนึ่งก็เข้ามา
“ฝ่าบาท!”
“อือ หมอหลวงซุน ราชาจงชิงถูกวางยา ผมอยากให้คุณวิเคราะห์ว่ามันเป็นยาพิษชนิดไหนและรักษาอาการให้เขาด้วย” ฉู่เถียนฉิงสั่งการ
หมอหลวงซุนเป็นนายแพทย์ระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดซึ่งประจำการอยู่ในวัง ความรู้ความเข้าใจเรื่องการรักษาโรคของเขานั้นอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง หากจะมีใครสามารถรักษาราชาจงชิงได้ล่ะก็ จะต้องเป็นเขานี่แหละ
“ฝ่าบาท วางใจได้ ตราบใดที่ยาพิษนั้นไม่ได้สูงกว่าเกรด 7 ผมก็มั่นใจว่าผมจะแก้ไขได้สบาย” หมอหลวงซุนยิ้ม เผยฟันเหลืองอ๋อยเรียงกันเป็นแถว
ด้วยการกระดิกนิ้ว เขาปล่อยเส้นพลังปราณออกมาเหมือนเส้นด้าย ซึ่งห่อหุ้มร่างของราชาจงชิงไว้เป็นรูปทรงกลม
นี่คือการวินิจฉัยโรคและการรักษาแบบพิเศษของเขา ที่เรียกว่าการวินิจฉัยโซนาร์ตัวดักแด้
ด้วยการเชื่อมโยงพลังปราณเข้ากับจุดสำคัญและจุดชีพจรของผู้ป่วย เขาจะสามารถตรวจสอบสภาวะของผู้ป่วยผ่านการสั่นสะเทือนของเส้นพลังปราณ ทำให้วิเคราะห์อาการป่วยของผู้นั้นได้อย่างถูกต้อง
“เอ๊ะ? ดูเหมือนพิษนี่จะมีอะไรแปลกๆ” หมอหลวงซุนวิเคราะห์อาการของราชาจงชิงอยู่ครู่หนึ่ง เขาย่นหน้าผากเป็นร่องลึก
“แปลกๆ ?” ฉู่เถียนฉิงหน้าดำคร่ำเครียด “แล้วรักษาได้ไหม?”
“ฝ่าบาทวางใจเถอะ ถึงยาพิษนี้จะแปลกและแทบจะวิเคราะห์ไม่ได้ แต่ผมก็พอจะจับสภาวะของมันได้ด้วยการส่งเส้นด้ายพลังปราณเข้าไปในร่างของราชาจงชิง การวิเคราะห์ผ่านเส้นด้ายพลังปราณจะทำให้ผมสามารถแก้ไขพิษได้” หมอหลวงซุนตอบอย่างมั่นใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็เร็วเข้าเถอะ” เห็นราชาจงชิงหน้าซีดลงไปทุกทีราวกับจวนเจียนจะพ่ายแพ้ให้กับยาพิษ ฉู่เถียนฉิงเร่ง
“ขอรับ!” หมอหลวงซุนพยักหน้า เขาสูดหายใจลึกและกระดิกนิ้ว
ซรืดดดดดดดด!
เส้นสายของพลังปราณพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขาเข้าสู่หว่างคิ้วของราชาจงชิงและซึมเข้าไปในทางเดินพลังปราณของอีกฝ่าย
วิธีการวินิจฉัยโดยใช้เส้นด้ายพลังปราณนั้นคือการตรวจสอบสภาวะภายในของผู้ป่วยเพื่อหาต้นตอของอาการเจ็บป่วยหรืออาการบาดเจ็บ ทำให้นายแพทย์สามารถแก้ไขได้ที่ต้นเหตุ
ในเมื่อการวินิจฉัยโซนาร์ตัวดักแด้ไม่เพียงพอที่จะวิเคราะห์พิษร้ายแรงที่ราชาจงชิงถูกวางยา เขาก็จำเป็นต้องใช้วิธีนี้
ฟึ่บ!
ไม่ช้า พลังปราณของเขาก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของราชาจงชิง แต่ไม่มีพิษร้ายกาจให้เห็น ด้วยความงุนงง หมอหลวงซุนถอนพลังปราณของเขาออกก่อนจะขมวดคิ้วครุ่นคิด
เขาได้ตรวจสอบทุกอณูในร่างกายของราชาจงชิงแล้ว ไม่มีร่องรอยของยาพิษเลย แต่อวัยวะภายในของอีกฝ่ายก็ถูกทำลาย ซึ่งเห็นชัดว่าเป็นผลจากยาพิษร้ายแรง สถานการณ์ที่ตรงกันข้ามกันนี้ทำให้เขางงหนัก
“เป็นอย่างไรบ้าง?” ฉู่เถียนฉิงถามด้วยอาการร้อนรน
“มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับพิษนี้ ผมขอเวลาหาวิธีรักษาก่อน”
เมื่อพูดไปได้ครึ่งประโยค ใบหน้าของหมอหลวงซุนก็ซีดเผือดไปทันที ร่างของเขาทรุดฮวบลงไปกับพื้นก่อนจะสั่นไม่หยุด จากนั้นก็กระอักเลือดออกมากองใหญ่ ใบหน้าของเขาซีดลงเรื่อยๆ “บ้าที่สุด ผมถูกวางยาเหมือนกัน!”
ขณะที่พูดคำนั้น เขาก็ยังชักแหง็กๆ ก่อนจะสลบไป
“เอ่อ” ฉู่เถียนฉิงถึงกับประหลาดใจ
เมื่อครู่นี้เองที่อีกฝ่ายประกาศอย่างมั่นใจว่าจะสามารถรักษาพิษได้ แต่แล้วยังไม่ทันจะรู้ว่ามันคือพิษชนิดไหน ก็สลบไปแล้ว
เขาเป็นนายแพทย์ผู้ไร้เทียมทานในวัง แต่ลงท้ายก็กลับพ่ายแพ้ให้ยาพิษเสียเอง
ยาพิษร้ายแรงที่ส่งผลแม้แต่กับนายแพทย์ระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดโดยที่ผู้นั้นไม่รู้ตัว มันมียาพิษชนิดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร?
“ฝ่าบาท…ผมกักขังกูรูยาพิษจำนวนหนึ่งไว้ในคฤหาสน์ ไปพาพวกเขามาสักคนเถอะ” ราชาจงชิงพึมพำอย่างอ่อนแรง
“รอเดี๋ยวนะ ผมจะส่งคนไปพาพวกเขามา!” ฉู่เถียนฉิงพูดก่อนจะหันไปสั่งการกับบริวาร
ด้วยคำสั่งของฮ่องเต้ องครักษ์ก็รีบออกไป และไม่นานก็กลับมาพร้อมกับชายเสื้อคลุมสีดำ
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพ่อบ้านฉิง!
“นายท่าน พวกกูรูยาพิษในคฤหาสน์น่ะ ถูกเจ้าจางเซวียนคนนั้นปล่อยตัวไปหมดแล้ว!”
“ปล่อยตัว?” พลั่ก!
ถึงตอนนี้ ราชาจงชิงหมดเรี่ยวแรงทั้งกายและใจ เขาไม่มีกำลังพอจะเคลื่อนไหวไปไหน ราวกับชายแก่ที่นอนแซ่วอยู่บนเตียงเพื่อรอความตาย
“พวกกูรูยาพิษก็ไม่อยู่ หมอก็รักษาไม่หาย ผมจะไปหาปรมาจารย์จาง ไม่น่าเชื่อว่าปรมาจารย์จะชกใต้เข็มขัดแบบนี้” ฉู่เถียนฉิงคำรามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
เขาจ่ายเงินมหาศาลเป็นค่าไถ่ตัวราชาจงชิง ถ้าอีกฝ่ายต้องมาตายด้วยยาพิษล่ะก็ ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนจะมิกลายเป็นตัวตลกของไพร่ฟ้าประชาชนหรือ?
“ปรมาจารย์จาง? ยาพิษ?” เมื่อได้ยินคำนั้น พ่อบ้านฉิงรีบหันไปพูดกับฉู่เถียนฉิง “ฝ่าบาท นายท่านของเราถูกจางเซวียนวางยาหรือ?”
“ต้องเป็นเขานั่นแหละ! ไม่มีใครที่มีโอกาสนอกจากเขา!” ฉู่เถียนฉิงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
“ถ้าเขาอยู่เบื้องหลังยาพิษล่ะก็”
พ่อบ้านฉิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะฉายแววของความมั่นใจออกมา “ผมรู้ว่าจะบรรเทาพิษได้อย่างไร!”
