ตอนที่ 1229 กำจัดเจ้าฮ่องเต้นั่น (2)
ในพระราชวัง
ฉู่เถียนฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะขณะจ้องชายเสื้อคลุมสีดำที่คุกเข่าอยู่กับพื้นและถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เป็นอย่างไรบ้าง หมอนั่นยอมจำนนหรือยัง?”
ชายเสื้อคลุมสีดำประสานมือคารวะและรายงาน “ฝ่าบาท แม้เจ้านั่นจะยังเด็ก แต่ก็ดื้อด้านไม่ใช่เล่น บรรดาพี่น้องของเราพยายามใช้การทรมานทุกวิถีทางเพื่อจะเปิดปากของมัน แต่ก็ราวกับคนเป็นใบ้ มันไม่ยอมพูดอะไรเลย!”
“ดื้อด้าน? เฮอะ! ฉันเห็นคนดื้อด้านมามากมายตลอดชั่วชีวิต แต่ต่อหน้าฉัน ต่อให้ดื้อด้านอย่างไรก็จะต้องแหลกเป็นชิ้นๆ !” ฉู่เถียนฉิงคำรามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ถูกต้องแล้วฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทต้องการให้เราเค้นอะไรจากมัน?” ชายเสื้อคลุมสีดำถามด้วยความสงสัย
ฉู่เถียนฉิงเพียงแต่บอกพวกเขาให้ทรมานชายหนุ่มให้ยอมเปิดปากพูด แต่ไม่ได้บอกว่าต้องการอะไรจากเจ้านั่น เมื่อเจอกับคำสั่งที่ออกจะแปลกประหลาด เขาจึงไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร
“แกไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น แค่ทรมานมันจนกว่าจิตวิญญาณในตัวของมันจะแตกสลายและยอมจำนนให้ฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข ส่วนที่เหลือฉันจะจัดการเอง” ฉู่เถียนฉิงโบกมืออย่างสบายใจ
“ขอรับ ฝ่าบาท” ชายเสื้อคลุมสีดำพยักหน้าก่อนจะออกไป
ทันทีที่ชายเสื้อคลุมสีดำออกจากห้อง ประกายเหี้ยมโหดก็วาบขึ้นในดวงตาของฉู่เถียนฉิง
ขอแค่เขาเอาชนะจิตวิญญาณของหลิวหยางได้ เขาก็จะใช้ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณที่ไอ้โหดถ่ายทอดให้เขาเพื่อเข้าครอบครองจิตวิญญาณของชายหนุ่ม เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ!
ฉู่เถียนฉิงลุกขึ้นจากบัลลังก์และกำลังจะออกจากห้อง เมื่อเดินออกไปพ้นประตู ก็เห็นชายเสื้อคลุมสีดำที่เขาเพิ่งพูดด้วยเมื่อครู่นอนสลบไสลอยู่กับพื้น
“ฮึ?” ฉู่เถียนฉิงนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความระแวงก่อนจะรีบขับเคลื่อนพลังปราณอย่างดุเดือด
เขาเป็นนักรบขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่าง และพละกำลังที่มีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
กระแสพลังปราณเดือดพล่านไปทั่วทางเดินพลังปราณของเขา พร้อมจะนำความตายมาสู่ใครก็ตามที่กล้าโจมตีเขาในตอนนี้
บังอาจทำร้ายบริวารของเขาจนสลบบริเวณทางเข้าห้องโถงโดยที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันผู้นั้นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง!
เขาเหลียวมองโดยรอบอย่างหวาดระแวงขณะเดินไปที่ตัวชายเสื้อคลุมสีดำ ตั้งใจจะตรวจสอบว่ามีบาดแผลหรือร่องรอยอะไรที่จะทำให้เขารู้ตัวผู้โจมตีหรือไม่ แต่ในตอนนั้นเอง ความรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงก็เข้าจับที่ตัวเขา ทำให้ยืนไม่อยู่ นัยน์ตาของเขาหรี่ลงด้วยความระแวงก่อนจะอุทานว่า “นี่มันผงลมโชยแตกซ่านชั้นเยี่ยม!”
เขาคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ดี มันคือยาพิษที่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นใช้ในการบุกรุกเมื่อ 20 ปีก่อน
ผู้ที่สัมผัสกับยาพิษจะรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงไปในทันที และแม้แต่นักรบขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่างก็หนีไม่พ้น
ยาพิษนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เขาถูกจับในครั้งนั้น เขายังจำได้ถึงความทรมานแสนสาหัสที่ฮ่องเต้ฉิงเทียนทำกับเขา ลงท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องมอบจิตวิญญาณให้อีกฝ่ายและกลายเป็นหุ่นเชิดของมัน
โชคดีที่เรามียาถอนพิษอยู่กับตัว ฉู่เถียนฉิงคิดขณะสะบัดข้อมือเพื่อนำขวดหยกออกมา เขาเก็บกลั้นอาการเวียนหัวไว้และกลืนยาลงไป
เขาไม่เหมือนกับยอดขุนพลที่ยังสามารถต่อสู้และเคลื่อนไหวได้ด้วยแรงกายแรงใจอันสูงสุดแม้จะอยู่ในภาวะไม่ปกติ ถึงเขาจะเป็นนักรบขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่างก็จริง แต่นั่นก็เป็นผลจากการได้กินสมุนไพรล้ำค่ามากมายหลายชนิด ในแง่ของประสิทธิภาพการต่อสู้นั้น เขาเทียบไม่ได้แม้แต่กับนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุด อย่าว่าแต่ยอดขุนพลทั่วไปเลย
ยาละลายในปากอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าสู่กระแสเลือด เขาคิดว่าคงจะสามารถฟื้นฟูประสิทธิภาพการต่อสู้ได้โดยเร็ว แต่หลังจากรออยู่ชั่วขณะหนึ่ง ความรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงก็ยังไม่หายไป ตรงกันข้าม มันกลับกำเริบหนักขึ้นอีก
ราวกับว่าเขากินยาถอนพิษของปลอมเข้าไป
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉู่เถียนฉิงหน้าดำคร่ำเครียด
เขาได้ยาถอนพิษมาจากฮ่องเต้ฉิงเทียน มันจะทำให้เขาต้านทานผลกระทบของผงลมโชยแตกซ่านได้ แล้วทำไมถึงยังรู้สึกหมดเรี่ยวแรงอยู่แม้จะกินมันเข้าไปแล้ว?
ฉู่เถียนฉิงกำลังจะหยิบยาออกมาอีก 2-3 เม็ด ก็พอดีกับที่ได้ยินเสียงเย็นเยียบดังขึ้นด้านหลัง
“อย่าลำบากไปเลย ผงลมโชยแตกซ่านชั้นเยี่ยมนั้นถูกผสมขึ้นโดยใช้เทคนิควรยุทธการผสมยาพิษแบบใหม่ที่เราได้เรียนมาจากผู้ก่อตั้ง อานุภาพของมันนั้นรุนแรงกว่าผงลมโชยแบบเดิมอย่างน้อย 5 เท่า ยาถอนพิษที่คุณกินเข้าไปน่ะใช้ไม่ได้ผลหรอก”
เมื่อได้ยินคำนั้น ฉู่เถียนฉิงรีบหันไปรอบๆ และเห็นคนแต่งกายประหลาดกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
ผู้อาวุโสฉู่รู้ดีว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะต้องเกิดผลตามมาอีกมากมาย เขาจึงจัดการให้กูรูยาพิษทุกคนเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดธรรมดาของตัวเอง เพื่อบ่งบอกว่าพวกเขาทำในนามของกูรูยาพิษ ไม่ใช่ยอดขุนพล
ผงลมโชยแตกซ่านชั้นเยี่ยมนั้นผสมขึ้นโดยใช้เทคนิควรยุทธการผสมยาพิษแบบพิเศษที่ผู้ก่อตั้งถ่ายทอดให้ ซึ่งทำให้มีอานุภาพแรงกว่าเดิมหลายเท่า สิ่งนี้ทำให้ยาถอนพิษทำอะไรมันไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ พวกเขาจะกล้าบุกเข้ามาในพระราชวังได้อย่างไร?
“พวกแก เจ้าพวกร้ายกาจ แกรู้หรือเปล่าว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าใคร? กล้าโจมตีฉันซึ่งเป็นฮ่องเต้ของจักรวรรดิฉิงหย่วนอย่างนั้นหรือ? ลำพังแค่อาชญากรรมครั้งนี้ ฉันก็สามารถสังหารได้ทั้งญาติมิตร เพื่อนฝูงของแก และทุกคนที่แกมีส่วนเกี่ยวข้อง” ฉู่เถียนฉิงตวาดกร้าว
แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดจบ อีกเสียงหนึ่งก็ขัดขึ้น “สังหารพวกเราอย่างนั้นหรือ? ก็ลองดู!”
จากนั้น ฉู่เถียนฉิงก็เห็นก้อนเนื้อขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่เขา
พลั่ก!
หมัดนั้นตรงเข้าเบ้าตาพอดี ทำให้เขากระเด็นไปกระแทกกับเสาหิน แรงกระแทกทำให้เลือดไหลเป็นทางตามใบหน้า
“แก” ฉู่เถียนฉิงพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนและจ้องหน้าเจ้าอ้วนที่บังอาจโจมตีเขา ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อจำอีกฝ่ายได้ “แกคือพ่อบ้านของปรมาจารย์จาง, ซุนฉาง?”
เพราะเจ้านี่ที่ทำให้ราชาจงชิงเกือบถูกฆ่า ฉู่เถียนฉิงได้สืบประวัติของซุนฉางมาแล้วเช่นกัน ทำให้เขาจดจำอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
“ใช่แล้ว! ฉันเอง ปู่ซุนของแกไงล่ะ!” ซุนฉางคำรามก่อนจะหันไปทางผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ “ผู้อาวุโสฉู่ คุณมีกริชไหม?”
“นี่เลย!” ผู้อาวุโสฉู่ยื่นกริชให้ซุนฉางก่อนจะถามด้วยความสงสัย “ผู้มีพระคุณ คุณคิดจะทำอะไร?”
“เจ้าสุนัขตัวนี้บังอาจจับหลิวหยางมา ฉันจะต้องจัดการมันให้สิ้นซาก!” ซุนฉางพูดเสียงลอดไรฟัน
“จัดการให้สิ้นซาก?”
ผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ อ้าปากค้าง
ทุกคนในพระราชวังสลบไปเป็นการชั่วคราวเพราะผงลมโชยแตกซ่านชั้นเยี่ยม ซึ่งไม่ได้ทำลายวรยุทธหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตของพวกเขา นี่คือเจตนาเบื้องต้นในการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ ด้วยวิธีนี้ ต่อให้สภาปรมาจารย์เข้ามาสอบสวน อย่างมากพวกเขาก็แค่ถูกตั้งคำถามเท่านั้น
หากไม่มีอะไรเกินเลย ปรมาจารย์จางก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ทันทีที่เขากลับมา
แต่หากพวกเขาเล่นงานฮ่องเต้ น่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก
การทำแบบนั้นเทียบเท่ากับการพยายามฆาตกรรมฮ่องเต้ และหากเรื่องราวแพร่งพรายออกไป ต่อให้ปรมาจารย์จางก็คุ้มครองพวกเขาไม่ได้!
ซุนฉางคำรามขณะจ้องหน้าฉู่เถียนฉิง “ช่วยผมจับเขาไว้ที ถ้าผมไม่ได้สะสางความแค้นกับเจ้าสุนัขตัวนี้ล่ะก็ ผมจะไม่ใช้แซ่ซุนอีกต่อไป!”
นับตั้งแต่เขาติดตามนายท่านมา เขาไม่เคยต้องเผชิญกับความทุกข์ยากแบบนี้มาก่อน!
เริ่มแรกก็จากการที่ราชาจงชิงจับตัวเขาไปโดยไม่มีเหตุผล และตอนนี้ ฉู่เถียนฉิงก็ยังจับหลิวหยางไปเป็นตัวประกันอีก
บ้าที่สุด แกคิดว่าแกจะข้ามหัวพวกเราไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?
ถ้าฉันไม่สั่งสอนบทเรียนให้แก ทุกคนคงพากันคิดว่าใครๆ ก็รังแกพวกเราได้?
“ได้สิ” กูรูยาพิษ 2-3 คนพุ่งเข้าไปจับแขนขาของฉู่เถียนฉิงไว้
เห็นซุนฉางเอาจริง ฉู่เถียนฉิงหน้าซีดและเริ่มตะโกนเสียงดัง “พวกแกทำอะไร? ฉันเป็นฮ่องเต้ของจักรวรรดิฉิงหย่วนนะ แกจะไม่มีวันได้ลอยนวลไปแน่นอนหากทำแบบนี้ แกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!สภาปรมาจารย์ไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปแน่!”
เขาเป็นฮ่องเต้ของจักรวรรดิอันทรงเกียรติ ผู้ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายและเปลี่ยนชะตาชีวิตของผู้คนนับไม่ถ้วน ไม่มีทางที่เขาจะต้องมาอดทนกับการดูถูกเหยียดหยามด้วยการถูกอีกฝ่ายกำจัด!
“สภาปรมาจารย์? เฮอะ!ถ้าสภาปรมาจารย์สนใจเรื่องนี้จริงๆ ล่ะก็ พวกเขาคงจะจัดการเจ้าเนื้อร้ายที่มีชีวิตอยู่อย่างแกแล้วล่ะ!” ซุนฉางคำราม “ถอดกางเกงของมันออก!”
ได้ยินคำสั่งของซุนฉาง กูรูยาพิษคนหนึ่งรีบเข้าไปดึงกางเกงของฉู่เถียนฉิงลง แต่ผู้อาวุโสฉู่รีบเดินเข้าไปแล้วพูดว่า “ผู้มีพระคุณ อย่าให้มือต้องแปดเปื้อนเลือดสกปรกของเขาเลย เรื่องนี้จะไม่เป็นผลดีกับชื่อเสียงของคุณนะ”
เมื่อได้ยินผู้อาวุโสฉู่ออกรับแทน ฉู่เถียนฉิงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มันก็ออกจะน่าขยะแขยงจริงๆ” ซุนฉางพยักหน้าขณะที่หยุดกึก “แล้วคุณว่าเราควรทำอย่างไรดี?”
เพราะความอารมณ์ร้อนที่ทำให้เขาอยากกำจัดฉู่เถียนฉิง คำพูดของผู้อาวุโสฉู่นำความมีเหตุมีผลกลับมา และเขาก็รู้สึกได้ถึงปัญหาที่จะเกิดตามมาหลังจากเรื่องนี้ จึงจำใจต้องหยุดความคิดไว้
“เอาอย่างนี้ดีกว่าไหม?” ผู้อาวุโสฉู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดมือและนำขวดหยกออกมา เขายื่นยาเม็ดหนึ่งให้ฉู่เถียนฉิง “กินซะ!”
“กินหรือ?” ฉู่เถียนฉิงมองยาเม็ดที่อยู่ในมืออย่างลังเล
แต่กูรูยาพิษคนอื่นไม่ได้อารมณ์ดีอย่างผู้อาวุโสฉู่ที่จะปล่อยให้ฉู่เถียนฉิงได้ถ่วงเวลา พวกเขาจับมือของฉู่เถียนฉิงไว้แน่นและยัดยาเข้าไปในปากของเขา
ซุนฉางหันไปถามผู้อาวุโสฉู่ “มันคืออะไร?”
“ผู้มีพระคุณ มันคือยาพิษชนิดหนึ่ง เมื่อกินเข้าไปแล้ว มันจะออกฤทธิ์ให้ สิ่งนั้น หลุดออกมาโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกำจัดด้วยตัวเอง ยานี้จะทำให้ยีนของเขาเปลี่ยนไปเป็นการถาวร พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้เขากินยาฟื้นฟูสภาพร่างกายขนานใหญ่ สิ่งนั้นก็ไม่มีทางฟื้นตัวและงอกใหม่ได้ นอกจากจะเป็นกรรมวิธีที่ดีแล้ว ยังแก้ปัญหาได้ทุกอย่างด้วย ขว้างหินก้อนเดียวได้นกสองตัว คุณไม่เห็นด้วยหรือ?” ผู้อาวุโสฉู่พูด
“หลุดออกมาเอง?” ฉู่เถียนฉิงเกือบเป็นลมเมื่อได้ยินคำนั้น
เขายังรู้สึกขอบคุณสวรรค์อยู่เมื่อครู่ที่สวรรค์ยังปรานี ก็พอดีกับที่ต้องกินยาอันโหดร้ายเม็ดนี้
ด้วยความปั่นป่วนใจ ใบหน้าของเขาแดงก่ำและกระอักเลือดออกมา
ระหว่างที่ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก็พลันรู้สึกเย็นวาบที่ร่างกายส่วนล่าง ราวกับมีบางสิ่งได้หลุดออกไป
“ของฉัน” ทนรับความบอบช้ำไม่ไหว ฉู่เถียนฉิงตาเหลือกและสลบไปในทันทีนี้
“โอ้โห ยาพิษนี้ช่างได้ผลดีจริงๆ !” เมื่อเห็นกางเกงของฉู่เถียนฉิงชุ่มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากหว่างขา ซุนฉางอดมองผู้อาวุโสฉู่ด้วยความยกย่องไม่ได้
ไม่แปลกใจแล้วที่เหล่ากูรูยาพิษจะเป็นที่หวาดกลัวในทวีปแห่งปรมาจารย์ วิถีทางของพวกเขาช่างน่าสะพรึง เป็นฝันร้ายที่มีชีวิตสำหรับเหล่านักรบทุกคน!
ซุนฉางโบกมืออย่างไม่รู้สึกรู้สาและสั่งการ “ปลุกมันขึ้นมาถามที่อยู่ของหลิวหยาง!”
“ได้!”
กูรูยาพิษ 2 คนก้าวเข้าไปจัดการฉู่เถียนฉิง ไม่ช้าก็ได้รู้ที่อยู่ของหลิวหยางจากปากของเขา
วิถีทางของกูรูยาพิษนั้นน่าสะพรึงมาก ผลลัพธ์ของมันสามารถทำให้ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งเกิดอาการสติแตกได้ภายในช่วงเวลาไม่นาน นับประสาอะไรกับฮ่องเต้ที่ได้รับการประคบประหงมอย่างดี
ทั้งกลุ่มรีบเข้าไปในบริเวณที่ฉู่เถียนฉิงชี้บอก และพบหลิวหยางที่กำลังอ่อนแรงอยู่ เขาถูกทรมานจนแทบจะหมดลมหายใจสุดท้ายอยู่รอมร่อ
“นายน้อยหลิวหยาง!”
ซุนฉางรีบเข้าไปป้อนยาเม็ดฟื้นฟูสภาพร่างกายให้หลิวหยาง ซึ่งเป็นยาที่จางเซวียนเคยให้เขาไว้ก่อนหน้านี้
บางที การถูกจับตัวของเขาครั้งที่แล้วคงจะทำให้จางเซวียนตกใจและกลัวว่าซุนฉางกับพรรคพวกจะต้องเจอกับสถานการณ์การข่มขู่เอาชีวิตแบบนี้อีกในอนาคต เขาจึงตัดสินใจมอบยาเม็ดไว้ให้เพื่อใช้ในยามจำเป็น
หลังจากกินยาแล้ว ไม่ช้าหลิวหยางก็ได้สติสัมปชัญญะคืนมา เมื่อเห็นฉู่เถียนฉิงถูกเหล่ากูรูยาพิษคุมตัวไว้อย่างแน่นหนา ความโกรธก็เข้าครอบงำเขาราวกับภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดเดี๋ยวนั้น
เขาคิดว่าอีกฝ่ายเชิญเขามาด้วยเจตนาดี ตั้งใจที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งกับท่านอาจารย์ แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ หมอนั่นวางแผนที่จะทรมานเขาเพื่อข่มขู่ท่านอาจารย์ของเขา ให้อภัยไม่ได้!
ไม่มีครั้งไหนในชีวิตที่เขาจะถูกใครทำให้โมโหโกรธาขนาดนี้
“ไอ้สารเลว ฉันจะฆ่าแก!” หลิวหยางคำรามกร้าวก่อนปล่อยลูกเตะเข้าใส่ฉู่เถียนฉิง
พลั่ก!
ฉู่เถียนฉิงกระเด็นไปปะทะกับผนัง เขาไอและกระอักเลือดออกมากองใหญ่
“นี่คือสนับมือที่แกให้ฉัน ขอให้ฉันเอาคืนสักหน่อยเถอะ!”
หลิวหยางสวมสนับมือและปล่อยหมัดเข้าใส่ฉู่เถียนฉิง
พลั่ก!
หน้าอกของฉู่เถียนฉิงยุบเข้าไป ซี่โครงแตกละเอียด
หลิวหยางเงื้อกำปั้นขึ้นแล้วปล่อยหมัดเข้าใส่ฉู่เถียนฉิงอีกครั้ง และในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสฉู่หรี่ตาด้วยความพรั่นพรึง
“แย่แล้ว ขะ-ขะ-เขาตายแล้ว!”
“ตายแล้ว?” หลิวหยางผงะแล้วรีบเข้าไปดู เห็นสีหน้าสะพรึงที่ฉาบไว้บนใบหน้าของฉู่เถียนฉิงอย่างถาวร เขาหมดลมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“คราวนี้แย่แล้วล่ะสิ”
เมื่อจ้องดูฮ่องเต้ที่เสียชีวิตไปแล้วต่อหน้าต่อตา ทุกคนก็หน้าซีด แม้แต่ซุนฉางก็อดตัวแข็งไม่ได้
