Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1282


ตอนที่ 1282 ผมไม่เรียนแล้ว

“แท่นหินนี้เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญศิลปะเพลงดาบทิ้งไว้เช่นกัน มีแต่ผู้ฝึกฝนเพลงดาบที่เข้าถึงขั้นแก่นเพลงดาบแล้วเท่านั้นถึงจะทำลายฉนวนและดึงผมออกมาได้ แต่ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไร” ดาบตอบอย่างกระอักกระอ่วน

ผู้อาวุโสเสียชีวิตไปภายในเวลาไม่นานหลังจากที่คุมขังมันไว้ในแท่นหิน และมันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจำศีล ทั้งหมดที่มันรู้ก็คือ การจะเป็นอิสระจากแท่นหินได้นั้นจะต้องหานักดาบที่มีความเข้าใจถึงขั้นแก่นเพลงดาบและตีความแนวคิดของคำว่า ‘ดาบ’ ที่อยู่ด้านนอกได้ ส่วนการที่นักดาบจะดึงตัวมันออกจากแท่นหินได้อย่างไรนั้น ถือว่าน่าอับอายที่มันไม่รู้อะไรเลย

“แกเองก็ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรหรือ?” ได้ยินคำนั้น จางเซวียนได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ ฉันจะลองดู”

ดาบนั้นเป็นของล้ำค่าระดับเซียนขั้นสูง คงจะเป็นประโยชน์มากสำหรับเขา เขาจะไม่มีวันละทิ้งโอกาสนี้

ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จางเซวียนไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าแท่นหิน เขากำด้ามดาบไว้แน่นและดึงจนสุดแรง

แต่ดูเหมือนดาบจะถูกปักไว้ในหินอย่างแน่นหนา มันไม่ขยับแม้แต่น้อย

จางเซวียนขมวดคิ้วและสำรวจแท่นหินอย่างถี่ถ้วน

“มันต้องเป็นของล้ำค่าที่สร้างขึ้นโดยนักออกแบบสวรรค์สร้างอย่างแน่นอน!”

ด้วยพละกำลังของจางเซวียน เขาสามารถเคลื่อนย้ายได้แม้แต่ภูเขาทั้งลูกหากเขาต้องการ แต่กลับต้องมาจนปัญญาต่อหน้าแท่นหินธรรมดาอันหนึ่ง…

เขาจึงตัดสินใจสำรวจอย่างละเอียด แล้วก็พบว่าแท่นหินทั้งอันนั้นคือกลไกของนักออกแบบสวรรค์สร้าง หากไม่ใช้วิธีการพิเศษในการแก้ไขทั้งฉนวนและกลไกของนักออกแบบสวรรค์สร้างไปพร้อมๆ กัน ก็ไม่มีทางปลดปล่อยดาบได้

“ก่อนหน้านี้ ดาบได้พูดไว้ว่ามีแต่ผู้ที่เข้าถึงขั้นแก่นเพลงดาบแล้วเท่านั้นถึงจะดึงมันออกจากแท่นหินได้ บางทีเราอาจจะต้องใช้เจตจำนงเพลงดาบขณะที่ดึงมันออกมา”

เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็จับด้ามดาบไว้แน่นก่อนจะหลับตา เขาผสมผสานความเข้าใจเรื่องแก่นเพลงดาบเข้าไปในเจตจำนงเพลงดาบและถ่ายทอดมันไปทั่วร่างของเขา

ฟึ่บ!

ราวกับมีบางสิ่งถูกเปิดใช้งาน เกิดเสียงหึ่งดังลั่น แล้วพลังประหลาดก็ระเบิดขึ้นจากแท่นหินนั้น ตามมาด้วยคลื่นของเจตจำนงเพลงดาบอันทรงพลังที่แผ่ไปโดยรอบ ก่อนจะเกิดเป็นปราการล้อมรอบพื้นที่นั้นไว้

อย่างแรกที่จางเซวียนรู้สึกได้ก็คือ การรับรู้จิตวิญญาณของเขาถูกปิดกั้นไว้ด้วยปราการนั้น เจตจำนงเพลงดาบทำให้เขาไม่อาจรับรู้สิ่งที่อยู่นอกเหนือปราการนั้นได้ และเป็นไปได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านนอกปราการก็น่าจะไม่สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ด้านในเช่นกัน

จางเซวียนขมวดคิ้วด้วยความไม่แน่ใจและกำลังจะปล่อยมือที่กำด้ามดาบไว้เพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า ก็พอดีกับที่เห็นเจตจำนงเพลงดาบที่อ้อยอิ่งอยู่ในพื้นที่นั้นค่อยๆ รวมตัวกัน กลายเป็นร่างของผู้อาวุโสคนหนึ่ง

ผู้อาวุโสมีรูปร่างซูบผอม แต่การปรากฏตัวของเขาให้ความรู้สึกราวกับดาบอันคมกริบซึ่งสามารถฟาดฟันทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“ผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ?” จางเซวียนเอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

แม้ชายชราจะเป็นสิ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของเจตจำนงเพลงดาบ แต่จางเซวียนก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยังคงมีความทรงจำของอดีต ถึงจะเป็นเพียงการรวมตัวกันของเจตจำนงเพลงดาบ แต่ก็มีพละกำลังเหนือกว่าเขา

“ผมชื่อเจี้ยนจิน ชายที่ใครๆ รู้จักกันในนามของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ! ในเมื่อคุณสามารถปลุกเจตจำนงที่ผมทิ้งเอาไว้ ก็แปลว่าคุณจะต้องสำเร็จความเข้าใจถึงขั้นแก่นเพลงดาบแล้ว ด้วยสิ่งนี้ คุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับมรดกตกทอดของผม” ชายชราเอาสองมือไพล่หลังไว้ขณะที่พูด

เจตจำนงเพลงดาบสั่นสะท้านอย่างเลือนรางอยู่ในดวงตาสีดำของเขา ราวกับจะบ่งบอกถึงความเฉียบแหลมในการประเมินทุกสิ่งทุกอย่างในโลก

“คุกเข่าลงและทำความเคารพผมในฐานะอาจารย์ของคุณ แล้วผมจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ และวิธีการทำลายฉนวนของแท่นหินให้!”

“เคารพคุณในฐานะอาจารย์ของผม?” รอยย่นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของจางเซวียน

“การที่จะได้รับมรดกตกทอดและภูมิปัญญาของผมนั้น ก็แน่นอนว่าคุณจะต้องยอมรับผมเป็นอาจารย์ของคุณเสียก่อน” ผู้อาวุโสตอบด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“เคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ของผมนั้นประกอบด้วยดาบฟาดฟันทะเล ดาบเร่งเร้ามหาสมุทร และดาบท้าทายสวรรค์ ล้วนเป็นเทคนิคการต่อสู้ชั้นยอด แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิก็ยังสามารถฆ่าแกงกันได้เพื่อจะให้ได้รับโอกาสในการศึกษามัน! หากชีวิตของผมไม่ถึงเวลาของการนับถอยหลังล่ะก็ ผมคงจะไม่ทิ้งมรดกตกทอดไว้ที่นี่เพื่อให้ใครมานำไปเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ หรอก!”

โดยทั่วไป เมื่อผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งอยากถ่ายทอดมรดกตกทอดของเขา เขาจะต้องประเมินนิสัยใจคอ ความปราดเปรื่อง และคุณสมบัติอีกหลากหลายด้านของลูกศิษย์ก่อนจะตัดสินใจว่าจะถ่ายทอดมรดกให้กับอีกฝ่ายหรือไม่ เพราะถึงอย่างไร ก็ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนที่ไม่อยากหาผู้สืบทอดผู้ประสบความสำเร็จเพื่อรักษาตำนานของเขาเอาไว้ แต่ตอนที่ผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบมาถึงสระดาบนั้น เขาใกล้จะเสียชีวิตแล้ว ไม่อยู่ในภาวะที่จะสร้างบททดสอบได้มากนัก เขาจึงได้แต่ทิ้งคำว่า ‘ดาบ’ และแท่นหินเอาไว้เพื่อประเมินผู้สืบทอดคนต่อไป

ถึงเขาจะไม่สามารถประเมินผู้สืบทอดของเขาได้ แต่ก็ตั้งใจว่าจะต้องให้ผู้สืบทอดยอมรับเขาเป็นอาจารย์ก่อนที่จะถ่ายทอดมรดกให้กับอีกฝ่าย

เมื่อมองเผินๆ อาจจะดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของการสืบทอดองค์ความรู้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขารักษาไว้อย่างเคร่งครัด

“ในเมื่อคุณใช้เวลานานในการทำความเข้าใจถ้อยคำที่ผมได้ทิ้งไว้ ผมก็เชื่อว่าคุณคงจะเข้าใจมรดกตกทอดของผมบ้างแล้ว การที่คุณเข้าถึงความเข้าใจขั้นแก่นเพลงดาบตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตหลังจากที่คุณยอมรับผมเป็นอาจารย์ ไม่เพียงแต่ผมจะสอนเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ ผมยังจะถ่ายทอดสาระสำคัญของความเข้าใจในศิลปะเพลงดาบของผมให้คุณด้วย ขอแค่คุณหมั่นเพียรฝึกฝน แน่นอนว่าคุณจะต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบชั้นยอดของนานาจักรวรรดิภายในเวลา 300 ปี!” ผู้อาวุโสพูดอย่างภาคภูมิใจ

เขาเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในศิลปะเพลงดาบของตัวเอง

ในเมื่อชายหนุ่มฝ่าฟันทุกอย่างมาได้จนถึงที่นี่ แถมยังเข้าใจคำว่า ‘ดาบ’ ที่เขาทิ้งไว้ด้วย ก็หมายความว่าชายหนุ่มคนนี้สนอกสนใจอยากได้มรดกตกทอดของเขา

เป็นธรรมดาของผู้ที่อยู่ในฐานะรุ่นพี่และอาจารย์ เขาจะต้องสร้างบรรยากาศของความทรงอำนาจให้สมกับสถานภาพของตัวเอง

ไม่อย่างนั้น จะเอาชนะใจและได้ความเคารพจากผู้สืบทอดของเขาได้อย่างไร?

“300 ปีเพื่อจะได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบชั้นยอดของนานาจักรวรรดิ? มันนานเกินไป ผมรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก!” จางเซวียนส่ายหัวด้วยสีหน้าที่แสดงความไม่เห็นด้วย

เขาจะต้องได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวก่อนอายุ 30 ปีเพื่อจะได้ขจัดสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดก่อนที่มันจะกำเริบ

ยิ่งไปกว่านั้น เขาจะต้องมีพละกำลังเทียบเท่ากับปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวขั้นสูงสุดก่อนเดือน 3 ของปีหน้า เพื่อจะได้มีพละกำลังเพียงพอที่จะช่วงชิงหลัวลั่วชิงมาจากการหมั้นหมายของเธอกับทายาทน้อยแห่งตระกูลจาง

300 ปีเพื่อเข้าถึงความเป็นที่สุดของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ…ถือว่านานเกินไป

“คุณรอนานขนาดนั้นไม่ไหว? หมายความว่าอย่างไร?” ผู้อาวุโสหรี่ตา

กว่าจะได้พบผู้สืบทอดที่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีทางที่เขาจะละทิ้งโอกาสนี้หรือปล่อยให้มันผ่านไป เพื่อแสดงพละกำลัง เขาได้ปลดปล่อยเจตจำนงเพลงดาบอันทรงพลังออกไปโดยรอบ ทำให้อากาศบริเวณนั้นเกิดเสียงหวีดหวิวจากแรงกดดัน

“คุณเกรงว่าศิลปะเพลงดาบของผมจะลึกซึ้งเกินไปจนคุณอาจไม่ประสบความสำเร็จในการเล่าเรียนหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวล! การที่คุณสามารถทำความเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังคำว่า ‘ดาบ’ ที่แสดงอยู่นั้น บ่งบอกว่าคุณมีความปราดเปรื่องมากพอ ผมรู้ดีว่าเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่นั้นอาจล้ำลึก แต่ขอแค่คุณขยันศึกษาเล่าเรียน ก็มีโอกาสอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ที่คุณจะประสบความสำเร็จ…แต่แน่นอนว่ายิ่งคุณใช้เวลาทำความเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังคำว่า ‘ดาบ’ น้อยลงเท่าไหร่ โอกาสประสบความสำเร็จของคุณก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น”

เหตุผลที่ผู้อาวุโสทิ้งถ้อยคำที่เขียนว่า ‘ดาบ’ เอาไว้นั้นง่ายมาก เขาต้องการใช้มันเพื่อทดสอบความปราดเปรื่องของผู้สืบทอด หากมีความปราดเปรื่องไม่เพียงพอ ต่อให้เขาถ่ายทอดเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ฉบับสมบูรณ์ให้ อีกฝ่ายก็คงทำความเข้าใจได้ไม่ทั้งหมด

ด้วยความที่ไม่มีเวลา เขาจึงไม่อาจสร้างกลไกเพื่อพิสูจน์ระยะเวลาของการทำความเข้าใจคำว่า ‘ดาบ’ ได้

“จากอายุที่ยังน้อยของคุณ คุณคงใช้เวลาไม่นานนักในการทำความเข้าใจคำว่า ‘ดาบ’ ของผมใช่ไหม?” ผู้อาวุโสถาม “ผมกะว่าคงจะไม่ถึง 10 ปี ถ้าเป็นอย่างนั้น โอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จก็มีอย่างน้อย 60%”

“เอ่อ” จางเซวียนเกาหัวและพยายามอย่างหนักที่จะคิดว่าเขาใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ “ผมคิดว่า น่าจะราวๆ …1 นาทีนะ?”

เขาแค่ชำเลืองดูถ้อยคำบนแท่นหินก่อนจะอ่านองค์ความรู้ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ เพราะฉะนั้น เอาเข้าจริงก็คงใช้เวลาราวๆ 6 วินาทีเท่านั้น

แน่นอนว่าคงจะเป็นเรื่องน่าตกตะลึงมากหากเขาพูดออกไปว่าใช้เวลาเพียง 6 วินาที จึงตัดสินใจเพิ่มเวลาขึ้นอีก 10 เท่าเพื่อไม่ให้ตกตะลึงกันมากเกินไป

“1 นาที?” ผู้อาวุโสถึงกับผงะ เจตจำนงที่เขาแผ่ออกมาในพื้นที่บริเวณนั้นเริ่มสั่นสะท้านเพราะอารมณ์ของเขา ดูเหมือนมันพร้อมจะเสื่อมสลายได้ทุกขณะ “คุณพูดว่าใช้เวลาเพียง 1 นาทีในการพิจารณาแนวคิดของตัวอักษรที่ผมทิ้งไว้อย่างนั้นหรือ?”

“ใช่แล้ว มันเป็นเพียงคำเดียว แต่ประกอบด้วย 107 เจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบที่แตกต่างกันไป ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด มรดกตกทอดนั้นน่าจะเป็นค่ายกลเพลงดาบ นั่นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการผสมผสานเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบเข้าด้วยกัน” จางเซวียนหัวเราะเบาๆ “การที่จะสรุปได้แบบนี้ก็ถือว่าไม่ยากจนเกินไป”

“คุณ…ในช่วงเวลาเพียง 1 นาที คุณสามารถอธิบายศิลปะเพลงดาบในตัวอักษรนั้นได้มากขนาดนี้เชียวหรือ?” ผู้อาวุโสอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ เขายังไม่ฟื้นจากความตกตะลึง

ครู่ต่อมา เขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น เกิดรอยย่นที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นร่องลึกตรงหว่างคิ้วของเขา “เจ้าหนุ่ม ดูเหมือนคุณจะรู้จักโกหกตั้งแต่อายุยังน้อยนะ คุณบอกว่าคุณมองเห็นแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังตัวอักษรนั้นภายในเวลา 1 นาที ทำไมไม่ลองทำการทดสอบดูล่ะ? ถ้าคุณทำได้ ผมก็จะเชื่อคำพูดของคุณ!”

เขาได้ปกปิดเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบไว้อย่างล้ำลึกภายในตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ถึงขนาดที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบในระดับเดียวกับเขายังต้องอึ้งเมื่อได้เห็นตัวอักษรนั้นเป็นครั้งแรก ไม่อาจทำความเข้าใจมันได้ แต่ชายหนุ่มกล่าวว่าเขาทำความเข้าใจมันได้ภายในเวลา 1 นาที…เป็นไปได้ว่าเขาโกหก หรืออาจใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเพื่อทำความเข้าใจมัน

“คุณอยากทดสอบผมหรือ? ได้เลย” จางเซวียนตอบอย่างสบายใจ

“ผมจะสำแดงศิลปะเพลงดาบ แล้วคุณก็พยายามดูให้ออกนะว่ามีเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบผสมผสานอยู่ในนั้นมากแค่ไหน”

หลังจากพูดจบ จางเซวียนก็พลันรู้สึกถึงเจตนาสังหารที่พุ่งเข้าใส่เขา กระแสคลื่นดาบฉีพวยพุ่งออกมาตรงหน้า ราวกับเขาถูกลากเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีที่ไหนในโลกใบนั้นที่ปราศจากกระแสดาบฉี

“เป็นอย่างไรบ้าง? คุณบอกได้ไหมว่ามีศิลปะเพลงดาบอยู่ในกระบวนท่าของผมมากแค่ไหน?” ผู้อาวุโสหันมาถามจางเซวียน

“เอ่อ” จางเซวียนส่ายหน้า “ผมบอกไม่ได้”

“คำถามก็เห็นกันๆ อยู่ แต่คุณบอกอะไรไม่ได้เลย แล้วจะให้ผมเชื่อคำพูดของคุณได้อย่างไรกัน?” ผู้อาวุโสขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

เจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบที่ผสมผสานอยู่ในกระบวนท่าที่เขาแสดงออกมานั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าที่อยู่ในคำว่า ‘ดาบ’ ซึ่งเขาทิ้งไว้เสียอีก แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังอวดอ้างว่าตัวเองทำความเข้าใจคำว่า ‘ดาบ’ ได้อย่างชัดแจ้ง

เมื่อเผชิญหน้ากับความแคลงใจของผู้อาวุโส จางเซวียนไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “ผมบอกไม่ได้ว่ามีเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบอยู่มากแค่ไหนในกระบวนท่านั้น แต่ผมรู้ว่ามีข้อบกพร่องถึง 17 ข้อ!”

เหตุผลที่เขาสามารถทำความเข้าใจคำว่า ‘ดาบ’ ได้ก็เพราะการประมวลภูมิปัญญาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่มาก่อนหน้า ถ้าเขาทำความเข้าใจด้วยตัวเอง ก็คงจะต้องใช้เวลาหลายเดือนเป็นอย่างน้อย…ส่วนกระบวนท่าของผู้อาวุโสนั้นก็รวดเร็วมาก แม้เขาจะเข้าถึงแก่นเพลงดาบแล้ว ก็ยังไม่สามารถนับจำนวนเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบที่อยู่ในนั้นได้

ว่าแต่…เขาจะยุ่งยากนับจำนวนเจตจำนงเพลงดาบและศิลปะเพลงดาบไปทำไม?

แค่รู้ข้อบกพร่องก็เพียงพอแล้ว

“คุณพบข้อบกพร่องในกระบวนท่าของผมถึง 17 ข้อ? เหลวไหลน่ะ!” ผู้อาวุโสหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธ

จางเซวียนไม่ใส่ใจความขุ่นเคืองของอีกฝ่าย เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้อบกพร่องข้อแรก แม้กระบวนท่าที่คุณแสดงออกมาจะสง่าผ่าเผย แต่ก็ยุ่งยากโดยไม่จำเป็น ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด มันถูกออกแบบมาเช่นนั้นเพื่อเป็นเทคนิคล่อลวงคู่ต่อสู้ แต่ด้วยพละกำลังที่ต้องใช้ไปในการสำแดงเทคนิค การใช้เทคนิคเพื่อล่อลวงแต่ไม่สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้นั้นถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมาก พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เทคนิคนั้นโฟกัสผิดจุด!”

“ข้อบกพร่องข้อที่ 2 การถ่ายทอดเจตจำนงเพลงดาบเข้าสู่จิตวิญญาณต้นกำเนิดจะทำให้สิ้นเปลืองพลังจิตวิญญาณและสภาวะจิตของผู้สำแดงเทคนิค หากผู้ฝึกฝนศิลปะเพลงดาบยังเข้าไม่ถึงเงื่อนไขขั้นพื้นฐานของศิลปะเพลงดาบ การสำแดงเทคนิคนี้อาจส่งผลตีกลับ ทำให้เกิดความอ่อนแออยู่ชั่วขณะ กลายเป็นจุดอ่อนให้คู่ต่อสู้เข้าโจมตีได้”

“ข้อบกพร่องข้อที่ 3”

“ข้อบกพร่องข้อที่ 4”

…..

“ข้อบกพร่องที่ 17 ศิลปะเพลงดาบนี้ทรงพลัง แต่พลังของมันอาจแตกฉานซ่านเซ็นได้โดยง่ายดาย ซึ่งหากรวบรวมพลังเพื่อใช้ในการออกตัวเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้ผู้ฝึกฝนศิลปะเพลงดาบ สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ในทันที แต่คุณแบ่งพลังนั้นออกเป็นการแปรสภาพศิลปะเพลงดาบมากกว่า 12 แบบ ทำให้เกิดความซับซ้อนเกินความจำเป็น ส่งผลให้พละกำลังของผู้ฝึกฝนศิลปะเพลงดาบอ่อนแอลงกว่าเดิม”

จางเซวียนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโส “ไม่ทราบว่า ในการวิเคราะห์ของผม มีข้อไหนที่คุณไม่เห็นด้วยหรือไม่?”

“คะ-คุณ”

ตอนแรก ผู้อาวุโสก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แต่ยิ่งฟังไปก็ยิ่งหน้าซีดลงเรื่อยๆ สุดท้าย เมื่อชายหนุ่มพูดถึงข้อบกพร่องข้อที่ 17 ร่างของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ เขาพอรู้ถึงข้อบกพร่องที่อยู่ในศิลปะเพลงดาบของเขา แต่การที่อีกฝ่ายหนึ่งวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนเพียงแค่ได้เห็น ทั้งยังวิเคราะห์ได้ล้ำลึกยิ่งกว่าเขาเสียอีก…

หมอนี่ทำได้อย่างไร?

ความประหลาดใจของผู้อาวุโสค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมยินดี “ด้วยความปราดเปรื่องและความสามารถในการหยั่งรู้ คุณจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญสามดาบของหลินชู่ได้รวดเร็วอย่างแน่นอน!”

นัยน์ตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น และขณะที่กำลังจะเร่งชายหนุ่มให้ยอมรับเขาเป็นอาจารย์อีกครั้งเพื่อจะได้ถ่ายทอดมรดกให้ ชายหนุ่มก็พลันถอนหายใจเฮือก

“แม้แต่ศิลปะเพลงดาบทั่วไปที่คุณแสดงออกมายังมีข้อบกพร่องมากขนาดนี้ วิชาสามดาบของหลินชู่ของคุณก็คงจะไม่ได้เรื่องเท่าไหร่…ช่างมันเถอะ เก็บศิลปะเพลงดาบของคุณไว้กับตัวเองก็แล้วกัน ผมไม่เรียนแล้ว!”

“ฮะ?”

ผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบตัวแข็งทื่อ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version