ตอนที่ 1285 ผลเป็นโมฆะ
“พวกแกยอมรับฉันเป็นเจ้านาย?”
ไม่เฉพาะฝูงชนที่งงงัน จางเซวียนเองก็ชะงัก ใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าเขาจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูเหมือนเจตจำนงเพลงดาบที่ดาบแห่งหลินชู่ปล่อยออกมานั้นทำประโยชน์ให้กับดาบเหล่านี้อย่างมาก พวกมันจึงยอมจำนน และในเมื่อดาบแห่งหลินชู่ยอมรับจางเซวียนเป็นเจ้านายคนใหม่ของมันแล้ว ดาบเหล่านี้จึงไม่ลังเลที่จะทำแบบเดียวกัน
เมื่อนำดาบแห่งหลินชู่เข้ามารวม ตอนนี้เราก็จะมีดาบ 108 เล่ม ตรงตามเงื่อนไขของวิชาสามดาบของหลินชู่ หรือว่านี่จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ดาบแห่งหลินชู่ยอมตกลงช่วยจี้หลิงเจินโจมตีเราเพื่อให้ได้ดาบแห่งเสียงกระซิบแผ่วและดาบแห่งเสียงเพรียกหา? จางเซวียนสงสัย
ในบริเวณนี้มีดาบระดับเซียนขั้นกลางอยู่ทั้งหมด 107 เล่ม และเมื่อรวมดาบแห่งหลินชู่เข้าไป เขาก็จะมีจำนวนดาบมากพอที่จะสำแดงเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ได้
เป็นไปได้ไหมว่าผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบไม่สามารถรวบรวมดาบได้ตรงตามเงื่อนไขของค่ายกลเพลงดาบ หลังจากที่เขาคิดค้นเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ขึ้นแล้ว? นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ศัตรูของเขาสามารถทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัสและทำให้เขาต้องหลบหนีมาที่สระดาบ? อีกความคิดหนึ่งเกิดขึ้นในหัวสมองของจางเซวียน
หนึ่งในความยากที่สุดของการสำแดงเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่คือการรวบรวมดาบให้ได้ตามเงื่อนไขที่จะสร้างค่ายกลเพลงดาบขึ้น อาจเป็นได้ว่าผู้อาวุโสไม่สามารถรวบรวมดาบได้ตามจำนวนที่ต้องการ จึงทำให้เขาต้องพ่ายแพ้?
ไม่อย่างนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของผู้อาวุโส ประกอบกับพละกำลังที่เขาปลดปล่อยออกมาได้จากเคล็ดวิชาสามดาบของหลินชู่ คงเป็นเรื่องยากไม่เบาที่ใครสักคนจะเอาชนะเขา
แต่จางเซวียนก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะคิดเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะไม่มีทางที่เขาจะพิสูจน์ข้อสรุปของตัวเองได้ เขาสะบัดข้อมือและเก็บดาบทั้งหมดเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ
ขณะที่เขาเก็บดาบ เสียงร้องเรียกดังกึกก้องของนกกระเรียนตัวหนึ่งก็ดังขึ้นกลางอากาศ ไม่ช้านกกระเรียนตัวมหึมาก็ลงมาที่พื้น
จ้าวชิงโม่กับประธานเยว่ยืนอยู่บนหลังนกกระเรียน มองลงมาที่เหล่าผู้แข่งขันที่พ่ายแพ้
จางเซวียนได้ให้นางพญามดควบคุมมดงานที่อยู่โดยรอบ ป้องกันไม่ให้จ้าวชิงโม่กับประธานเยว่รับรู้เรื่องราวใดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงมาสำรวจด้วยตัวเอง เมื่อพบว่าตราหยกสัญลักษณ์ทุกอันถูกทำลาย เว้นแต่ของจางเซวียน ก็แทบจะตกจากหลังนกกระเรียนตัวนั้น
การคัดเลือกรอบ 2 มีเวลาให้ถึง 3 วัน แต่ภายในไม่ถึงครึ่งวัน ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดก็ถูกคัดออกแล้ว เหลือเพียงคนเดียว…ช่างเหลือเชื่อเสียเหลือเกิน!
นกกระเรียนร่อนลงกับพื้น และหลังจากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จ้าวชิงโม่ก็หันมามองจางเซวียนด้วยนัยน์ตาที่มีน้ำตาคลอ
เขารู้ดีว่าชายหนุ่มเป็นตัวปัญหา แต่ก็ไม่น่าจะทำอย่างนี้ในระหว่างการคัดเลือกรอบ 2 แบบนี้มันเกินไป!
การที่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งกำจัดผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ได้ด้วยมือเปล่า แล้วเขาจะรายงานเรื่องนี้กับทางปูชนียสถานนักปราชญ์อย่างไรกัน?
จากความเหนื่อยยากมากมายที่เขาต้องเผชิญในการคัดเลือกตัวผู้เข้าแข่งขัน เขาไม่อาจนำผู้ผ่านการแข่งขันเพียงคนเดียวกลับไปยังปูชนียสถานนักปราชญ์ได้
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าปูชนียสถานนักปราชญ์จะเต็มใจรับผู้ผ่านการคัดเลือกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ จะต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่จากทั้ง 8 จักรวรรดิอันทรงเกียรติและตระกูลนักปราชญ์ขั้น 3 อีกหลายตระกูลแน่!
“ปรมาจารย์จ้าว กฎเกณฑ์นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายผู้คนส่วนใหญ่ หากทุกคนไม่ผ่านการคัดเลือกรอบ 2 นั่นเป็นสัญญาณว่ามีช่องโหว่บางอย่างในการคัดเลือก ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมเราไม่ปรับปรุงกฎเกณฑ์และจัดการคัดเลือกขึ้นอีกครั้ง น่าจะยุติธรรมกว่าสำหรับเหล่าผู้เข้าแข่งขัน” ประธานเยว่ชำเลืองมองจางเซวียนก่อนจะรีบประสานมือให้จ้าวชิงโม่
“จริงด้วย ผมเห็นด้วยว่าควรจัดการคัดเลือกรอบใหม่”
“ผมก็คิดว่าทำแบบนั้นดูมีเหตุผลดี”
เมื่อเห็นว่าพอมีหวัง พี่ซุนกับคนอื่นๆ รีบพูดขึ้นเป็นทำนองเห็นด้วยกับคำพูดของประธานเยว่
หากไม่มีการคัดเลือกรอบใหม่ พวกเขาก็จะถูกคัดออกตั้งแต่ตรงนี้ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะรู้ดีว่าควรยืนอยู่ฝั่งไหน
“เอ่อ” จ้าวชิงโม่ลังเล
เขาไม่อาจพาคนเพียงคนเดียวกลับไปยังปูชนียสถานนักปราชญ์ได้ แต่…กฎยอมเป็นกฎ การปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ตามใจนั้นจะเป็นการทำลายความชอบธรรมของการคัดเลือก
“ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังปูชนียสถานนักปราชญ์และให้เหล่าผู้อาวุโสที่นั่นตัดสินใจเรื่องนี้” จ้าวชิงโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ
สถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้นอยู่เหนืออำนาจของเขา คงจะดีที่สุดหากรายงานไปยังเบื้องบนและให้คนเหล่านั้นตัดสินใจแทน
“ได้!” ในเมื่อจ้าวชิงโม่พูดแบบนั้น พวกเขาก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรได้อีก
“ปรมาจารย์จาง ในเมื่อคุณได้รับมรดกตกทอดที่อยู่ในสระดาบของเรา ผมก็หวังว่าคุณจะคืนมันให้กับทางจักรวรรดิเฉียนฉง ผมขอขอบคุณแทนสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงและปรมาจารย์อีกมากมายนับไม่ถ้วน” ประธานเยว่หันไปพูดกับจางเซวียน
ก่อนหน้านี้ ขณะที่เหล่าปรมาจารย์กำลังอธิบายถึงเหตุผลที่พวกเขาถูกคัดออก ก็ได้พูดถึงการปรากฏขึ้นของมรดกตกทอดของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ
“คืน?” จางเซวียนหันไปมองประธานเยว่ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าคนโง่เง่าคนหนึ่งกำลังพูดกับเขา “สระดาบอยู่ในจักรวรรดิเฉียนฉงมาอย่างน้อยก็หมื่นปีแล้ว แต่ไม่มีใครสักคนนำมรดกตกทอดออกมาได้ เรื่องนี้บ่งบอกชัดว่าไม่มีใครในหมู่พวกคุณที่คู่ควรกับมรดก ในเมื่อผมมีโชคและความสามารถมากพอที่จะได้มันมา ทำไมผมถึงต้องมอบมันให้คุณด้วย?”
“ปรมาจารย์จาง คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้ สระดาบเป็นมรดกของจักรวรรดิเฉียนฉงที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เป็นแรงบันดาลใจให้กับปรมาจารย์นับไม่ถ้วนให้ฝึกฝนอย่างหนักและพุ่งเข้าหามันอย่างกล้าหาญ มันเป็นเสาหลักแห่งจิตวิญญาณของจักรวรรดิเฉียนฉง เช่นเดียวกับที่เป็นตัวตนของพลเมืองในจักรวรรดิเฉียนฉงด้วย ในเมื่อคุณไม่ได้มาจากจักรวรรดิเฉียนฉง ก็เป็นธรรมดาที่คุณควรจะคืนมรดกตกทอดให้กับเรา หากคุณนำมันติดตัวไปด้วย ก็จะกลายเป็นว่าคุณฉกฉวยเอาเสาหลักแห่งจิตวิญญาณและตัวตนของทั้งจักรวรรดิอันทรงเกียรติของเราไป” ประธานเยว่ตอบ
คำพูดของเขาไม่ได้รุนแรงนัก ทั้งยังมีรอยยิ้มประกอบคำพูด แต่ก็มีความมุ่งมั่นชัดเจนอยู่ในคำพูดนั้นที่บ่งบอกว่าเขาจะไม่มีวันยินยอมในเรื่องนี้
เจตนาของเขานั้นชัดเจน มรดกตกทอดในสระดาบเป็นของจักรวรรดิเฉียนฉง ในเมื่อคุณไม่ได้มาจากจักรวรรดิของเรา อย่าได้ฝันว่าจะนำมันไปด้วย!
หากคุณไม่ยอมคืน แล้วเกิดวิกฤติใดๆ ขึ้นกับจักรวรรดิเฉียนฉงล่ะก็ ทั้งหมดจะต้องเป็นความผิดของคุณ แล้วดูซิว่าคุณจะรับมือเรื่องนี้กับทางสำนักงานใหญ่อย่างไรหากมันเกิดขึ้นจริงๆ !
ประธานเยว่ใช้น้ำเสียงสุภาพ แต่ทีท่าอันแข็งกร้าวนั้นปรากฏชัด
เมื่อเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดของประธานเยว่ จางเซวียนหัวเราะหึๆ และพูดว่า “ในเมื่อคุณกล่าวอ้างว่ามันเป็นเสาหลักแห่งจิตวิญญาณและตัวตนของจักรวรรดิเฉียนฉง แล้วทำไมตลอดหมื่นปีที่ผ่านมา ถึงไม่มีใครได้มรดกตกทอดนั้นล่ะ? ปล่อยให้มันจมอยู่ในกองฝุ่น ไม่นำมันออกมาเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับคนรุ่นหลัง ทำอย่างนี้ สภาปรมาจารย์ของคุณออกจะด้อยความสามารถไปสักหน่อยไหม?”
“เอ่อ” ประธานเยว่อ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำนั้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำ
“พยายามจะดึงเอามรดกตกทอดมาจากคนอื่นเพียงเพราะคุณไม่สามารถนำออกมาด้วยตัวเอง นี่เป็นวิธีการทำงานของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงหรือ? ดูเหมือนผมควรจะรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่ ให้เขาตรวจสอบวัฒนธรรมการทำงานของที่นี่เสียหน่อย” จางเซวียนพูดต่อ
“เอ่อ…ปรมาจารย์จาง ผมแค่กังวลว่าชื่อเสียงของคุณจะถูกกระทบหากคุณนำมรดกตกทอดไปด้วย ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายกับคุณ” รู้ดีว่าใช้เหตุผลเข้าสู้ไม่ได้ ประธานเยว่ได้แต่ประนีประนอม
“คุณเป็นห่วงว่าชื่อเสียงของผมจะได้รับผลกระทบ? ประธานเยว่ ผมขอบอกเลยว่าคุณกังวลโดยไม่จำเป็น อีกอย่าง มีบางเรื่องที่ผมจะต้องรายงานกับทางสำนักงานใหญ่ซึ่งผมเชื่อว่าคุณจะต้องกังวลอย่างแน่นอน” จางเซวียนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร?” ประธานเยว่เริ่มรู้สึกถึงลางร้าย เขาเลิกคิ้วด้วยความกังวล
“ปรมาจารย์จ้าวคือผู้เลือกสถานที่จัดการคัดเลือกรอบ 2 และแม้แต่เหล่าผู้เข้าแข่งขันก็ไม่รู้สถานที่นั้นล่วงหน้า แต่เพียงระยะเวลาไม่นานหลังจากที่เข้าสู่สระดาบ ผมก็ถูกลอบโจมตี ผมสงสัยว่าจะต้องมีคนในจงใจแพร่งพรายข่าวเรื่องสถานที่จัดการคัดเลือกรอบ 2 ให้เข้าหูศัตรูของผม เพื่อให้คนพวกนั้นมาลอบทำร้ายผมได้ ดังนั้นผมจึงหวังว่าทางสมาพันธ์นานาจักรวรรดิจะช่วยสืบสวนเรื่องนี้และชดเชยความเสียหายให้ผม” จางเซวียนโบกมือ
คงจะง่ายดายเกินไปหากคิดว่าการปรากฏตัวของจี้หลิงเจินกับจี้หลิงเฟิงในสระดาบนั้นเป็นเรื่องบังเอิญ เป็นไปได้ว่าพวกนั้นรู้มาก่อนว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกรอบ 2
เพิ่งเมื่อวานนี้เองที่เขาเล่นงานประธานเยว่ แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมมีเหตุผลที่จะแทงข้างหลังเขา ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวชิงโม่ยังได้ให้ประธานเยว่เป็นผู้ช่วยจัดการเรื่องเบ็ดเตล็ดต่างๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกรอบ 2 เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปโดยราบรื่น ดังนั้นจึงมีโอกาสที่เขาจะรู้ที่ตั้งของการคัดเลือกรอบ 2 ล่วงหน้าเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ นอกจากประธานเยว่ จางเซวียนก็คิดไม่ออกว่ามีใครที่จะทำเรื่องแบบนั้น
แววตาพรั่นพรึงปรากฏขึ้นในดวงตาของประธานเยว่ แต่เขาก็รู้ดีเกินกว่าที่จะปล่อยให้มันปรากฏออกมา ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนราวกับการแนะนำรุ่นน้อง เขาพูดอย่างสุขุม “ปรมาจารย์จาง ในเมื่อคุณได้มรดกตกทอดมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ก็ถือเป็นพรจากสวรรค์แล้ว อย่าทำอะไรที่เป็นการส่งผลร้ายต่อสภาปรมาจารย์เลย ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ทางสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงรับมือกับเรื่องนี้แทนล่ะ? ผมขอให้สัญญาว่าผมจะลากคอเจ้าตัวการออกมาให้ได้”
“ผมจะมอบมรดกตกทอดของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบให้กับทางสำนักงานใหญ่ และรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นตลอด 2 วันมานี้ให้พวกเขารับรู้ ส่วนพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไปนั้น นั่นไม่ใช่กิจธุระของผม” จางเซวียนขัดขึ้นอย่างเย็นชาและพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจแน่วแน่
ถ้าไม่ใช่เพราะไม้ตายมากมายที่เขามีอยู่ เขาคงถูกจี้หลิงเฟิงสังหารไปแล้ว การที่ประธานสภาปรมาจารย์ร่วมมือกับคนนอกเพื่อทำร้ายผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดินั้น ลำพังแค่อาชญากรรมนี้ก็มากพอจะทำให้ประธานเยว่จบเห่แล้ว
ส่วนเรื่องที่ว่าสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร จางเซวียนไม่ใส่ใจและไม่ได้อยากรับรู้
“ผม” ประธานเยว่พูดไม่ออก
เมื่อนึกถึงโชคชะตาที่รอคอยอยู่ตรงหน้า เขาก็หน้าซีดเผือด แทบจะทรุดฮวบลงกับพื้น
เขาคือคนที่ปล่อยข่าวเรื่องที่อยู่ของจางเซวียนให้กับจี้หลิงเฟิง หากไม่มีใครสืบเสาะเรื่องนี้ เขาก็จะลอยนวลไปได้อย่างสบาย แต่หากสำนักงานใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องล่ะก็ ไม่มีทางที่เขาจะหลุดรอดจากสิ่งที่ตัวเองทำลงไปได้
อีกอย่าง เรื่องนี้เท่ากับการทำร้ายพี่น้องของตัวเอง ทางสภาปรมาจารย์จะไม่อ่อนข้อให้อย่างแน่นอน!
“ปรมาจารย์จาง เกิดอะไรขึ้น?” เห็นการสนทนาระหว่างทั้งสองมีทีท่าผิดปกติ จ้าวชิงโม่อดถามไม่ได้
“ปรมาจารย์จ้าว นี่คือสิ่งที่ผมพบระหว่างเข้าไปในสระดาบ คุณดูได้เลย” จางเซวียนสะบัดข้อมือและยื่นตราหยกอันหนึ่งให้
เมื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านทางตราหยก จ้าวชิงโม่มีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาคือคนที่ระบุกฎเกณฑ์และรายละเอียดของการคัดเลือกรอบ 2 รวมถึงสถานที่จัดการแข่งขันด้วย เขาได้เตรียมการมากมายเพื่อให้แน่ใจว่าข่าวนี้จะไม่รั่วไหลออกไป แต่จางเซวียนก็ยังถูกลอบโจมตี
“เยว่อีฉวน! คุณกล้าทำเรื่องแบบนี้ใต้จมูกของผมได้อย่างไร? ดีล่ะ ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังทางสำนักงานใหญ่ในนามของปูชนียสถานนักปราชญ์ เตรียมเหตุผลไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน!” จ้าวชิงโม่ตวาดก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างขุ่นเคือง
“ปรมาจารย์จ้าว” ประธานเยว่หน้าเสีย
ปูชนียสถานนักปราชญ์เป็นสถาบันฝึกสอนปรมาจารย์ที่มีสถานภาพสูงสุดรองจากสภาปรมาจารย์ ตำแหน่งของมันนั้นสูงส่งเสียยิ่งกว่าสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิเสียอีก หากจ้าวชิงโม่รายงานเรื่องนี้ในนามของปูชนียสถานนักปราชญ์ ทางสำนักงานใหญ่จะต้องเข้ามาสืบเสาะเรื่องนี้อย่างละเอียด
พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีทางที่เขาจะหลุดรอดไปได้
ตั้งแต่ต้น เจตนาของเขาก็คือล้างแค้นให้กับน้องชายของภรรยาของเขา และสั่งสอนเจ้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าจากจักรวรรดิฉิงหย่วนให้รู้เสียบ้างว่าปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวนั้นไม่ใช่คนที่เขาจะมาหยามหน้าได้ แต่ระหว่างที่พยายามจะทำให้อีกฝ่ายจนมุม เขากลับจุดไฟเผาตัวเองเสียนี่
อนาคต ตำแหน่ง และชื่อเสียงของเขา…ทุกอย่างล้วนล่มสลาย จากประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงซึ่งเป็นผู้ที่ใครๆ ก็เคารพ ไม่ช้าเขาจะต้องกลายเป็นอาชญากร
ถ้าเขารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะไม่มีวันหาเรื่องจางเซวียนเลย…
ตอนนี้ ประธานเยว่รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการกระทำของเขา
“ไปกันเถอะ!” จางเซวียนคร้านจะสนใจกับประธานเยว่ เขารีบขึ้นไปบนหลังนกกระเรียนของจ้าวชิงโม่และออกเดินทางกลับสู่เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิเฉียนฉง
ไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงสภาปรมาจารย์
“ปรมาจารย์จาง ผมเสียใจที่ทำให้คุณผิดหวัง” เมื่อเห็นหน้าจางเซวียน จางจิ่วเซี่ยวรีบเดินเข้ามาและขอโทษขอโพย
จางเซวียนได้ใช้เวลาและความพยายามมากมายกับเขาเพื่อที่จะช่วยให้เขาได้เข้าสู่ปูชนียสถานนักปราชญ์ แต่เขากลับลงเอยด้วยการเป็นคนแรกที่ถูกคัดออกในการคัดเลือกรอบ 2 แม้เขาจะรู้สึกผิดหวังกับความพลาดพลั้งของตัวเอง แต่รู้สึกเสียใจมากกว่าที่ทำให้จางเซวียนต้องผิดหวัง
“ทำไมถึงถูกกำจัดเร็วนัก การคัดเลือกก็เพิ่งเริ่มขึ้นได้ไม่นาน?” จางเซวียนถามด้วยความสงสัย
“ผม” จางจิ่วเซี่ยวหน้าแดงก่ำ “ผมถูกดาบเล่มหนึ่งโจมตี”
เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากร่อนลงที่สระดาบได้ไม่นาน จางจิ่วเซี่ยวก็พบว่าตัวเขาถูกโจมตีโดยดาบระดับเซียนขั้นกลางชั้นยอดเล่มหนึ่ง ดาบนั้นมีพละกำลังเหนือกว่าความสามารถของเขา ไม่ช้าตราหยกสัญลักษณ์ของเขาก็แตกสลาย
“นั่นคงจะเป็นดาบแห่งเสียงกระซิบแผ่วของจี้หลิงเฟิง” หลังจากไถ่ถามถึงหน้าตาของดาบ จางเซวียนก็ตอบพร้อมกับส่ายหน้า
ในเมื่อจี้หลิงเฟิงทำได้ถึงขนาดลอบโจมตีเขาในสระดาบ เขาก็คงจะศึกษาภูมิหลังของจางเซวียนมาบ้าง บางทีอาจเป็นเพราะเขากังวลว่าจางจิ่วเซี่ยวจะทำให้ทุกอย่างพัง เพราะรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ จี้หลิงเฟิงจึงตัดสินใจกำจัดจางจิ่วเซี่ยวตั้งแต่แรก
“ผมทำให้ความคาดหวังของคุณต้องสลายไป” จางจิ่วเซี่ยวก้มศีรษะด้วยความละอาย เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาต่อไปได้อย่างไร
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงของจ้าวชิงโม่ก็ดังขึ้น
“ด้วยเหตุการณ์อันไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในการคัดเลือกรอบ 2 ผลการคัดเลือกจะเป็นโมฆะ ทุกคนจะต้องติดตามผมไปยังปูชนียสถานนักปราชญ์เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกรอบสุดท้าย!”
“ผลเป็นโมฆะ?” จางจิ่วเซี่ยวถึงกับชะงัก “ปรมาจารย์จาง เกิดอะไรขึ้น? เดี๋ยวก่อน การคัดเลือกรอบ 2 ใช้เวลาถึง 3 วันไม่ใช่หรือ ทำไมพวกคุณถึงกลับมากันเร็วนัก?”
เขาถูกนำตัวออกจากสระดาบทันทีที่ถูกคัดออก จึงไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
“ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือรวมหัวกันโจมตีผม พยายามจะกำจัดผมให้ได้ และผมก็พลั้งมือ…กำจัดพวกเขาไปหมดทุกคน” จางเซวียนตอบ
“คุณพลั้งมือกำจัดพวกเขา?” จางจิ่วเซี่ยวถึงกับอึ้ง
