ตอนที่ 1498 เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสที่ 1!
ดูเหมือนผู้อาวุโสที่ 1 จะมั่นใจเต็มที่ในมาตรการระวังภัยของเธอ จึงไม่ได้วางเวรยามโดยรอบหอสงบใจเอาไว้มากนัก หรือบางทีเธออาจเกรงว่าการวางเวรยามเอาไว้จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นจึงมีแต่ศิษย์สายตรง 2 – 3 คนเดินลาดตระเวนเท่านั้น
ด้วยการรับรู้จิตวิญญาณที่มีขอบเขตกว้างไกลเป็นพิเศษของเขา จางเซวียนสามารถตรวจจับการปรากฏตัวของเวรยามที่อยู่บริเวณโดยรอบได้ และสามารถหลบเลี่ยงคนเหล่านั้นได้ล่วงหน้า
ไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงบ้านพักของผู้อาวุโสไป๋
“กายเนื้อของท่านอาจารย์อยู่ที่นี่หรือ?”
เมื่อเข้าไปในบ้านพัก จ้าวหย่าสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างระแวดระวัง จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงประตูบานหนึ่งเปิดออก แล้วชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีผิวออกเหลืองก็เดินออกมา
“อาจารย์ปู่!” ด้วยความประหลาดใจ จ้าวหย่ารีบทรุดตัวลงคำนับเพื่อแสดงความเคารพ
อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่นนอกจากท่านอาจารย์ของอาจารย์ของเธอ, หยางชวน!
“อือ” ‘ปรมาจารย์หยาง’ พยักหน้า
“อาจารย์ปู่ ทำไม…คุณถึงอยู่ที่นี่? แล้วท่านอาจารย์ล่ะ?” จ้าวหย่าถามด้วยความสงสัย
เธอเพิ่งเห็นจิตวิญญาณต้นกำเนิดของจางเซวียนเข้าไปในห้องนั้น แต่ทำไมถึงกลายเป็นอาจารย์ปู่ที่เดินออกมา?
“หลังจากได้รับข้อความของคุณ จางเซวียนก็มาขอความช่วยเหลือจากผม” ‘ปรมาจารย์หยาง’ อธิบายพร้อมกับโบกมือ “ไม่ต้องห่วงนะ ท่านอาจารย์ของคุณอยู่ในมิติลี้ลับที่ผมสร้างขึ้น เพราะฉะนั้นเขาจะไม่เป็นอะไร ตอนนี้เขาอาจจะอ่อนแออยู่สักหน่อย จึงยังไม่อาจรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้”
“ขอบคุณ อาจารย์ปู่!” เมื่อเห็นว่าแม้แต่อาจารย์ปู่ก็ยังออกโรงด้วยตัวเอง จ้าวหย่าถอนหายใจอย่างโล่งอก
สิ่งที่เธอหวาดกลัวมากที่สุดก็คือกลัวจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับท่านอาจารย์ขณะที่เขาพยายามจะช่วยชีวิตเธอ แต่ถ้ามีความแข็งแกร่งของอาจารย์ปู่คอยคุ้มกัน ตอนนี้พวกเธอก็คงจะปลอดภัย
หลังจากกลายเป็นหัวหน้าน้อยของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง เธอได้เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์ปู่ เขาเป็น 1 ใน 3 ผู้อาวุโสสูงสุดของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปแห่งปรมาจารย์ แม้แต่ผู้อาวุโสที่ 1 ก็ยังต้องคำนับให้เขาหากเธออยู่ที่นี่
“จางเซวียนบอกผมแล้วเรื่องสถานการณ์ของคุณ ตามผมมา ผมอยากจะขอดูตัวล็อคฉนวนสวรรค์ที่อยู่กับตัวคุณ” ปรมาจารย์หยางพูดพร้อมกับโบกมือ
“ได้!” จ้าวหย่ารีบพยักหน้าก่อนจะเข้าไปในห้องหนึ่ง
ทั้งคู่นั่งลง แล้วปรมาจารย์หยางก็ทาบนิ้วลงบนข้อมือของจ้าวหย่า เมื่อเวลาผ่านไป รอยย่นบนหน้าผากของเขาก็ลึกขึ้นเรื่อยๆ
แน่นอนว่า ‘ปรมาจารย์หยาง’ คนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจางเซวียน เหตุผลที่เขาเลือกจะปกปิดตัวตนที่แท้จริงจากจ้าวหย่าเอาไว้ก็เพราะเกรงว่าเธอจะตื่นตระหนกหากได้รู้ความจริงทั้งหมด
ด้วยสถานภาพของจ้าวหย่า เธอรู้ตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์ปู่แล้ว แต่หากเธอรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วท่านอาจารย์ของเธอก็คืออาจารย์ปู่ จิตใจของเธอคงจะวุ่นวายสับสน และนั่นจะนำมาซึ่งความปั่นป่วนที่จะส่งผลกระทบต่อเขาเมื่อเขาใช้ตัวตนของปรมาจารย์หยางเป็นแต้มต่อรองกับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง
หากเขาจะบอกความจริงกับจ้าวหย่า ก็ควรจะเป็นหลังจากที่ทั้งคู่รอดพ้นออกมาจากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งแล้ว ไม่อย่างนั้น ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้พวกเขาล่มจมได้
อีกอย่าง บุคคลที่เขาพยายามปลอมตัวนั้นเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก, หยางชวน เขาจะทำอะไรผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!
ในการจะใช้หอสมุดเทียบฟ้าเพื่อสัมผัส เขาจำเป็นต้องน็อกจ้าวหย่าให้สลบเสียก่อน แต่เท่าที่ดู ต่อให้ทำอย่างนั้น เขาก็คงได้ผลแบบเดิม หากเขาต้องการหาข้อบกพร่องของตัวล็อคฉนวนสวรรค์และแก้ไขมัน ก็จำเป็นจะต้องแล่เนื้อของจ้าวหย่าและหาทางสัมผัสตัวล็อคโดยตรงให้ได้!
จางเซวียนชะงักมือก่อนจะถามว่า “ตัวล็อคฉนวนสวรรค์ฝังอยู่ในร่างของคุณใช่ไหม?”
จ้าวหย่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ตัวล็อคฉนวนสวรรค์นี้แตกต่างจากตัวล็อคที่สมาคมช่างตีเหล็กทำขึ้น มันหลอมขึ้นจากเส้นใยที่ผลิตโดยหนอนไหมน้ำแข็ง หลังจากที่เหล่าผู้อาวุโสบังคับให้ฉันยอมจำนนแล้ว ผู้อาวุโสที่ 1 ก็จับหนอนไหมน้ำแข็งให้มากัดนิ้วของฉันและดำดิ่งลึกเข้าไปในร่างกาย กว่าจะรู้ตัว ฉันก็ตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว”
หลังจากกดข่มวรยุทธของเธอ เหล่าผู้อาวุโสก็สกัดกั้นพละกำลังของเธอไว้ได้ทั้งหมด ทำให้เธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ได้แต่เฝ้าดูหนอนไหมน้ำแข็งคลานเข้าไปในร่างของเธอ
“หนอนไหมน้ำแข็ง?” จางเซวียนขมวดคิ้ว เขาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังหาทางออกไม่ได้ จึงพูดว่า “ลองอย่างนี้ดีกว่า ผมจะปล่อยกระแสพลังปราณเข้าไปในร่างของคุณ และถ้าผมหาตำแหน่งของหนอนไหมน้ำแข็งเจอ ก็จะหาทางกำจัดมันเสีย”
ในชีวิตนี้ เขาไม่เคยได้ยินชื่อหนอนไหมน้ำแข็งมาก่อน จึงไม่แน่ใจว่ามันทำงานอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องลองดู
“ได้” รู้ดีว่าอาจารย์ปู่จะไม่มีวันทำให้เธอบาดเจ็บ จ้าวหย่าจึงยื่นข้อมือให้อีกครั้ง
ด้วยการกระดิกนิ้ว จางเซวียนก็ปล่อยกระแสพลังปราณเข้าสู่ทางเดินพลังปราณของเธอ
“เอ๊ะ?” เมื่อรู้สึกถึงกระแสพลังปราณที่เข้าสู่ร่างกาย จ้าวหย่าได้แต่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
คุณภาพของพลังปราณที่พุ่งเข้าสู่ร่างของเธอนั้นทำให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคยมาก มันเกือบจะเหมือนกับของท่านอาจารย์เลยทีเดียว ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือมันบริสุทธิ์กว่า นุ่มนวลกว่าและแข็งแกร่งกว่า
แต่ก็นั่นแหละ ท่านอาจารย์ก็มาจากการอบรมสั่งสอนของอาจารย์ปู่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ธรรมชาติของพลังปราณของทั้งคู่จะเหมือนกัน จ้าวหย่าใช้เหตุผลพร้อมกับพยักหน้า
ผู้ที่มาจากการฝึกฝนสายเดียวกันมักจะมีสภาวะที่เหมือนกันเสมอ และหากพวกเขาฝึกฝนเทคนิควรยุทธเดียวกัน ธรรมชาติของพลังปราณของทั้งคู่ก็จะเหมือนกันด้วย
ไม่ช้า หลังจากขับเคลื่อนพลังปราณเข้าสู่ร่างของจ้าวหย่า จางเซวียนก็เคร่งเครียดหนักกว่าเดิม
ตัวล็อคฉนวนสวรรค์ที่สร้างขึ้นโดยหนอนไหมน้ำแข็งนั้นทำให้ทางเดินพลังปราณทั้งหมดของจ้าวหย่าและแม้แต่จุดตันเถียนของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง หากเธอพยายามจะขับเคลื่อนพลังปราณ ก็จะเสี่ยงต่อการทำให้ทางเดินพลังปราณทั้งหมดต้องแตกสลาย และอาการบาดเจ็บที่เธอได้รับนั้นอาจส่งผลถึงชีวิต!
ถึงเขาจะปล่อยกระแสพลังปราณเข้าไปเพียงเล็กน้อยและมั่นใจว่าทำลงไปอย่างระมัดระวัง แต่ก็เกือบจะทำให้ทางเดินพลังปราณของเธอเสียหาย หากเขาพยายามจะใช้กำลังเคลื่อนย้ายตัวล็อคฉนวนสวรรค์ออกมา โอกาสที่จ้าวหย่าจะเสียชีวิตก่อนที่ปัญหาจะคลี่คลายนั้นก็มีความเป็นไปได้สูง
ช่างเป็นเครื่องมือที่โหดเหี้ยมอะไรอย่างนี้…จางเซวียนอดสาปแช่งผู้อาวุโสที่ 1 ไม่ได้ เขาสาปแช่งผู้อาวุโสที่ 1 ด้วยถ้อยคำทั้งหมดที่เขานึกออกในตอนนั้น
ใครจะไปคิดว่าบุคคลที่กุมอำนาจหลักเอาไว้จะใช้วิธีการอันเลวร้ายกับคนในสังกัดของตัวเอง? เรื่องนี้ให้อภัยไม่ได้!
จางเซวียนพยายามระงับความโกรธไว้และตั้งคำถาม “ผู้อาวุโสที่ 1 เคยพูดบ้างไหมว่าตัวล็อคฉนวนสวรรค์จะถอดออกได้ด้วยวิธีไหน?”
ด้วยวิธีการต่างๆ นานาของเขาในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะจัดการกับตัวล็อคฉนวนสวรรค์ได้ ต่อให้ใช้พลังปราณเทียบฟ้าก็ไม่เป็นผล
ถ้าหนอนไหมน้ำแข็งยังมีชีวิตอยู่ เขาอาจพยายามวางยาให้มันตายได้ แต่เท่าที่เขาเห็น มันฝังตัวอยู่ในทางเดินพลังปราณของเธอและมีน้ำแข็งเป็นชั้นหนาครอบคลุมอยู่ ถ้าเขาพยายามทำลายน้ำแข็งเพื่อเข้าถึงตัวมัน นั่นอาจทำให้ทางเดินพลังปราณอันบอบบางของจ้าวหย่าต้องบอบช้ำไปทั้งหมด
พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตอนนี้เขาจนปัญญา
“เธอไม่ได้บอก ทั้งหมดที่เธอบอกไว้ก็คือเธอจะช่วยฉันคลี่คลายปัญหาก็ต่อเมื่อฉันยอมรับขั้นตอนสุดท้ายในการปลุกสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ของฉัน” จ้าวหย่าพูดพร้อมกับส่ายหน้า
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็ยังหาทางออกที่เหมาะสมไม่ได้ เขาจึงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ดูเหมือนเราจะต้องไปถามเธอตรงๆ เสียแล้ว!”
ยิ่งปล่อยให้ตัวล็อคฉนวนสวรรค์คงอยู่ในร่างของจ้าวหย่านานเท่าไหร่ ความบอบช้ำก็จะเกิดกับร่างกายของเธอมากขึ้นเท่านั้น เขาต้องหาทางกำจัดมันออกไปโดยเร็วที่สุด
เท่าที่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คนเดียวที่มีความสามารถพอจะแก้ไขปัญหาของจ้าวหย่าได้ก็คือผู้อาวุโสที่ 1 ดังนั้น วิธีการที่ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการเข้าไปถามเธอและให้เธอเปิดเผยวิธีแก้ไขออกมา
เพียงแต่ว่า…
เรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านแม่ของจ้าวหย่าทำให้ผู้อาวุโสที่ 1 เลือกใช้มาตรการเด็ดขาด คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เธอเปิดเผยวิธีแก้ไข
ไม่มีทางที่เธอจะยอมบอกเราถ้าเราอยู่ในสภาพของจางเซวียน และเหตุการณ์อาจเลวร้ายขึ้นไปอีก เราอาจถูกโจมตีได้ แต่เรื่องนี้จะแตกต่างออกไปหากเราเผชิญหน้ากับเธอในฐานะหยางชวน! จางเซวียนคิดพร้อมกับหรี่ตา
ตอนนี้เขาใช้ตัวตนของหยางชวนจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงผู้อาวุโสที่ 1 ของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง เธอก็ยังต้องแสดงความเคารพเขา
“จ้าวหย่า ระหว่างนี้คุณเข้าไปอยู่ในมิติลี้ลับของผมก่อน ผมจะไปพบผู้อาวุโสที่ 1 ของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งของคุณ” จางเซวียนลุกขึ้นยืนพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ
ในเมื่อเขามาที่นี่เพื่อช่วยจ้าวหย่า ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องแก้ไขปัญหาของเธอให้ได้ก่อนจะพาตัวเธอไป และในเมื่อไม่มีวิธีแก้ปัญหา ก็ต้องลงทุนเดิมพันกันสักหน่อย
ถ้าเขาทำสำเร็จ ก็อาจหลอกล่อให้ผู้อาวุโสที่ 1 เปิดเผยวิธีแก้ไขปัญหาของจ้าวหย่าได้
แต่หากเขาถูกเปิดโปง…ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เอาเถอะ, เขาไม่รังเกียจหรอกที่จะทำลายศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งให้ราบเป็นหน้ากลอง!
