ตอนที่ 1515 ลูกศิษย์ปรมาจารย์จาง (1)
แน่นอนว่าทำยาทยอดขุนพลนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลูกศิษย์ของจางเซวียน, เจิ้งหยาง!
ความเลือดร้อนของเขาถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขุม และระดับวรยุทธก็พุ่งสูงขึ้นไปจนล้ำลึกเกินหยั่ง ใบหน้าของเขาโดดเด่นสมชายชาตรีกว่าเดิม คำพูดและบุคลิกก็บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่
ภายในระยะเวลาอันสั้น เด็กหนุ่มที่หุนหันพลันแล่นและอ่อนต่อโลกได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
“ศิษย์พี่?” ได้ยินคำตอบของเจิ้งหยาง ผู้อาวุโสแห่งสภายอดขุนพลพากันตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ
หากเขาเรียกหัวหน้าน้อยของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งว่าศิษย์พี่…นั่นจะไม่หมายความว่าเธอเป็นลูกศิษย์ของจางเซวียนเช่นกันหรือ?
ถ้าอย่างนั้น ทำไมเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา?
“ใช่แล้ว!” เจิ้งหยางคำราม เขาหันไปพูดกับผู้อาวุโสเฉิง “นำรายงานของสภาปรมาจารย์มาให้ผมดูหน่อย ผมอยากเห็นกับตาว่าพวกนั้นเขียนอะไรลงไป”
“เอ่อ…” ผู้อาวุโสเฉิงนึกไม่ถึงว่าหัวหน้าน้อยของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งจะเป็นศิษย์พี่ของทายาทยอดขุนพล ในตอนนั้น ทุกคำพูดที่เขาเตรียมไว้หมดความหมายไปในทันที เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นตราหยกให้ด้วยความยำเกรง “สภาปรมาจารย์ไม่ได้ส่งรายงานมา แต่…ส่งประกาศจับมาให้!”
“ประกาศจับ? จับใคร? จับท่านอาจารย์ของผมหรือ?” ได้ยินคำนั้น เจิ้งหยางรีบคว้าตราหยกจากผู้อาวุโสเฉิงมาตรวจสอบ ไม่ช้า สีหน้าของเขาก็เย็นเยียบราวกับค่ำคืนในฤดูหนาว
“เหลวไหล! เรื่องนี้เหลวไหลที่สุด! ฟังคำสั่งของผมนะ ยอดขุนพลทุกคนจะต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลจาง ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ปูชนียสถานนักปราชญ์ และสภาปรมาจารย์ไว้ให้ดี ทันทีที่มีสัญญาณการพบตัวท่านอาจารย์ จะต้องรายงานให้ผมรู้ทันที พวกนั้นกล้าดีอย่างไรถึงมาแตะต้องท่านอาจารย์? ดีเลย ผมจะรอดูว่าใครกล้าหาญพอที่จะทำแบบนั้น!”
“แต่…” คำสั่งนั้นทำให้ผู้อาวุโสเฉิงอ้าปากค้างอย่างพรั่นพรึง “ทายาทยอดขุนพล ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี แต่สภายอดขุนพลของเราอยู่ในสังกัดของสภาปรมาจารย์นะ…”
ในเมื่อสภาปรมาจารย์ออกประกาศจับจางเซวียนแล้ว หน่วยงานที่อยู่ในสังกัดของสภาปรมาจารย์ก็จะต้องรับคำสั่งนั้นด้วย
“อยู่ในสังกัด? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สภายอดขุนพลของเราตกต่ำถึงขนาดต้องเฝ้าดูผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหา? คุณไม่ต้องห่วงเรื่องสภาปรมาจารย์หรอก แค่ช่วยเหลือท่านอาจารย์ของผมและพาตัวเขากลับมาอย่างปลอดภัยเท่านั้นพอ ผมจะรับมือกับสภาปรมาจารย์เอง!” เจิ้งหยางพูดขณะกวัดแกว่งหอกของเขา ทำให้เกิดเสียงกึกก้องกลางอากาศ
“หลายปีมาแล้วที่สภายอดขุนพลของเราได้เสียเลือดเนื้อเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ ถึงเวลาเสียทีที่จะแสดงให้กลุ่มอำนาจอื่นๆ ได้รู้ถึงพละกำลังของเรา และให้พวกเขาลดความหยิ่งผยองของตัวเองลงเสียบ้าง ผมจะทำให้ทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์รู้ว่าใครที่บังอาจแตะต้องท่านอาจารย์ของผม ผู้นั้นจะต้องชดใช้!”
“ขอรับ ทายาทยอดขุนพล!”
เหล่าผู้อาวุโสประสานมือรับคำสั่งของเจิ้งหยาง
สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนก็หน้าเจื่อน บางคนก็มีสีหน้าสดใสด้วยความตื่นเต้น
แต่ไม่ว่าความเห็นส่วนตัวของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร เมื่อทายาทยอดขุนพลออกคำสั่งแล้ว ก็ไม่มียอดขุนพลคนไหนกล้าขัดคำสั่งนั้น
……
ที่ห้องโถงแห่งยาพิษ
“สภาปรมาจารย์ออกประกาศจับท่านอาจารย์ของฉันหรือ? ฮึ่มมม! ฉันยังคิดอยู่ว่าพวกเราจะอยู่กันอย่างสันติเพื่อเห็นแก่ความจริงที่ว่าท่านอาจารย์ของฉันก็เป็นปรมาจารย์คนหนึ่ง แต่ดูเหมือนไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นแล้ว!”
ที่ใจกลางห้อง สาวน้อยคนหนึ่งลุกขึ้นยืนขณะมองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าเธอด้วยนัยน์ตาเย็นเยียบ
ตรงกันข้ามกับที่คนส่วนใหญ่คิด รูปร่างของเธอไม่ได้ใหญ่โตเลย อายุที่ยังน้อยและความบอบบางของเธอทำให้เธอดูมีอำนาจน้อยกว่าที่เธอหวังไว้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีหมอกสีเขียวอ่อนล้อมรอบร่างของเธออยู่บางๆ ซึ่งทำให้นักรบทุกคนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวก็อาจเสียชีวิตได้อย่างง่ายดายหากเข้าใกล้หมอกสีเขียวนั้น
หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ, เว่ยหรูเหยียน!
ด้วยความช่วยเหลือของกูรูยาพิษจำนวนนับไม่ถ้วน เธอจึงปลุกสภาวะกายพิษแต่กำเนิดได้สำเร็จ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้ยาพิษของเธอพุ่งสูงจนถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงแม้จะยังอ่อนด้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษ แต่วิถีทางของเธอก็เหนือชั้นกว่าผู้อาวุโสทุกคนที่อยู่ในห้องโถงแห่งยาพิษเวลานี้
หากเธอเปิดการโจมตี ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวก็รับมือกับเธอไม่ได้
หลินเจียงไห่, 1 ใน 4 ผู้ยิ่งใหญ่ของห้องโถงแห่งยาพิษประสานมือและพูดว่า “สภาปรมาจารย์ใช้อำนาจเกินขอบเขตมาตลอด ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะทำลายหอคอยงาช้างของพวกเขาเสียที! หัวหน้า, สั่งการเรามาเลย!”
ด้วยคุณงามความดีของเขาที่ช่วยเหลือเว่ยหรูเหยียนให้ประสบความสำเร็จในการเป็นหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษคนใหม่ เขาจึงได้รับตำแหน่งที่เป็นรองเพียงแค่เว่ยหรูเหยียนเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น เว่ยหรูเหยียนยังได้ให้คำชี้แนะเรื่องศาสตร์แห่งยาพิษกับเขาด้วย ทำให้ประสิทธิภาพการใช้ยาพิษของเขาอยู่ในระดับที่แม้แต่ 2 องครักษ์ของห้องโถงแห่งยาพิษก็ยังเทียบชั้นกับเขาไม่ได้
“ฉันต้องการให้สมาชิกทุกคนของห้องโถงแห่งยาพิษออกตามหาท่านอาจารย์ของฉัน ทันทีที่รู้ตำแหน่งที่อยู่ของเขา ให้รายงานตรงถึงฉันทันที และปกป้องเขาจากภัยอันตรายที่ซ่อนตัวในเงามืดด้วย หากมีใครกล้าโจมตีเขา กำจัดผู้นั้นได้เลย ถึงเวลาแล้วที่ห้องโถงแห่งยาพิษจะเคลื่อนไหวเพื่อให้ทวีปนี้ไม่หลงลืมว่าพวกเรายังคงมีอำนาจอยู่!” เว่ยหรูเหยียนคำราม
ถึงเธอจะอายุยังน้อย แต่ก็ผ่านความเป็นความตายมาแล้วหลายครั้ง ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา อำนาจและพละกำลังจึงไม่ได้มีความหมายกับเธอมากนัก
ถ้าจะมีบางสิ่งที่เธอให้คุณค่าอย่างสูง นั่นก็คงจะเป็นท่านอาจารย์ของเธอ ท่านอาจารย์ได้ทำอะไรให้เธอมากมาย หากปราศจากท่านอาจารย์ คงไม่มีตัวเธอในทุกวันนี้ ดังนั้น ใครที่บังอาจแตะต้องท่านอาจารย์ของเธอ, ได้เลย…
ถ้าฉันไม่กวาดล้างทั้งตระกูลของคุณ ก็อย่ามาเรียกฉันว่าเว่ยหรูเหยียน!
เหล่าผู้อาวุโสประสานมืออย่างตื่นเต้นและโค้งคำนับ “พวกเราจะฟังคำสั่งของหัวหน้า!”
ห้องโถงแห่งยาพิษสำนักงานใหญ่นั้นมีความหยิ่งผยองในตัวเอง พวกเขารู้สึกอยู่เสมอว่าการที่ต้องทำตามคำสั่งของสภาปรมาจารย์นั้นเปรียบเสมือนคุกที่คุมขังพวกเขาไว้ ต่างคนต่างไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันที่จะได้ออกจากการคุมขังนี้ แต่ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว จะมัวลังเลอะไรอยู่?
……
ณ ที่ไกลแสนไกล บริเวณชายขอบของทวีปแห่งปรมาจารย์ ในดินแดนซึ่งเป็นแดนสนธยา ไม่มีแสงสว่างส่องถึง
ร่างใหญ่โตร่างหนึ่งลอยขึ้นจากพื้นขณะที่คลื่นความสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วงแผ่ออกไปทั่ว ทำให้พื้นดินโดยรอบแยกออกจากกัน
“คุณปลุกผมทำไม?” เสียงกึกก้องราวพายุดังสนั่นออกจากร่างใหญ่โตนั้น
ไม่ห่างออกไปนัก จิตวิญญาณดวงหนึ่งซึ่งกำลังลอยตัวอยู่ประสานมือและรายงาน “นายน้อย…สภาปรมาจารย์ออกประกาศจับนายท่าน!”
ด้วยความร้อนรนกับข่าวที่ได้รับ ร่างมหึมานั้นลุกขึ้นนั่งและตั้งคำถาม “สภาปรมาจารย์คิดจะเล่นงานท่านอาจารย์ของผมหรือ? เพราะอะไร?”
ขณะที่ร่างนั้นพูด โลกก็สั่นสะเทือน ท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดมิดกว่าที่เคย
“นี่เป็นข่าวที่ผมได้มาจากเมืองแถวๆ นี้” จิตวิญญาณดวงนั้นรายงาน
มันสะบัดข้อมือ แล้วตราหยกอันหนึ่งก็ลอยมา
ร่างใหญ่โตนั้นรับตราหยกไว้และรีบตรวจสอบ
“บังอาจ! สภาปรมาจารย์รนหาที่เสียแล้ว…มั่วคุนเสิน ตามผมไปศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง! เราจะไปตามหาตัวท่านอาจารย์!”
ร่างใหญ่โตนั้นดำดิ่งเข้าสู่ ‘กายเนื้อที่ปราศจากชีวิต’ ซึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างๆ ครู่ต่อมา ‘กายเนื้อที่ปราศจากชีวิต’ ก็ลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นใบหน้างามสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์สายตรงของจางเซวียน, ลู่ชง!
หลังจากได้รับมรดกตกทอดของเหล่าผู้พยากรณ์จิตวิญญาณแล้ว จิตวิญญาณของลู่ชงก็มีพลังอย่างยากจะหาใครเทียบ ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เขาสามารถทำให้ท้องฟ้ามืดมิดได้ ดูเหมือนเขาจะฉีกโลกให้แยกออกเป็น 2 ส่วนได้หากเขาต้องการ
“ขอรับ” มั่วคุนเสินพยักหน้า
ไม่ช้า ทั้งคู่ก็บินตรงไปสู่ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง
……
ที่ตระกูลหยวน…
“คุณว่าอะไรนะ มีประกาศจับท่านอาจารย์ของผม? ก็คิดได้! นั่นเป็นเจตนาของผู้อาวุโสที่ 1 แห่งตระกูลจางใช่ไหม?”
หยวนเทายืนตะโกนก้องต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งกลุ่ม เขาหรี่ตา
เขาอาจจะให้อภัยคนที่โจมตีและทำร้ายเขาได้ แต่ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายท่านอาจารย์ของเขาแม้แต่ปลายผม ถือว่าให้อภัยไม่ได้โดยเด็ดขาด!
ผู้อาวุโสคนหนึ่งก้าวออกมา “นายน้อย หัวหน้าตระกูลมีความเห็นว่าพวกเราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถึงอย่างไร นั่นก็เป็นประกาศของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่…”
พลั่ก!
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ก็ถูกสอยกระเด็นไป
“มีใครอยากพูดอะไรอีกไหม?” หยวนเทาเอา 2 มือไพล่หลังไว้และจ้องทุกคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
“นายน้อย ก่อนที่หัวหน้าตระกูลจะปลีกวิเวก เขาได้ขอร้องคุณไว้ว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหา…อ๊ากกกก!”
ผู้อาวุโสอีกคนร้องโหยหวนขณะกระเด็นไป
“มีใครอีก?” หยวนเทาจ้องฝูงชนที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
หลังจากเงียบงันกันไปครู่ใหญ่ ทุกคนก็ประสานมือและพูดเป็นเสียงเดียวกัน “พวกเราจะทำตามคำสั่งของนายน้อย!”
“ต้องอย่างนี้สิ” หยวนเทาพยักหน้า “ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจกฎเกณฑ์ของตระกูลหยวนดี ดังนั้นพวกคุณก็ควรจะรู้ว่าตอนนี้ผมเป็นหัวหน้าตระกูลหยวนโดยชอบธรรม เอาล่ะ ผมจะประกาศคำสั่งแรกในฐานะหัวหน้าตระกูลหยวนนะ ขอออกคำสั่งให้พวกคุณทุกคนตามผมไปที่ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเพื่อตามหาท่านอาจารย์ของผม หากมีใครกล้าโจมตีเขา คุณสังหารผู้นั้นได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม!”
“ขอรับ หัวหน้า!” ฝูงชนส่งเสียงตอบรับ
“ตระกูลหยวนของเราอาจมีพละกำลังไม่เท่ากับตระกูลชั้นนำ แต่เราจะปล่อยให้สภาปรมาจารย์แตะต้องคนที่อยู่ภายใต้การปกป้องของผมไม่ได้”
หยวนเทาหรี่ตาและตวาดก้อง “ออกเดินทาง!”
ฟึ่บ!
อสูรระดับเซียนบินได้นับไม่ถ้วนโผขึ้นสู่กลางอากาศ มุ่งหน้าไปยังศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง
