Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1540


ตอนที่ 1540 เจิ้งหยางปรากฏตัว

“เธอคือหวังหยิ่ง ประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณคนใหม่ใช่ไหม?”

“ต้องเป็นเธอแน่ๆ ผมเคยพบเธอ อายุของเธอยังน้อย แต่ความสามารถในการร่ายมนต์พลิกฟื้นจิตวิญญาณนั้นไม่มีใครในโลกเทียบได้ เธอใช้เวลาแค่ 2-3 เดือนในการยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการพลิกฟื้นจิตวิญญาณจนถึงขั้นที่ผ่านการทดสอบหอคอยพลิกฟื้นจิตวิญญาณได้”

“เธอบอกว่ามาช่วยชีวิตท่านอาจารย์ของเธอ นั่นหมายความว่าจางเซวียนเป็นอาจารย์ของเธอเหมือนกันหรือ?”

“อะ-เอ่อ…เริ่มแรกก็หัวหน้าห้องโถงยาพิษ จากนั้นก็ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่เก่งกาจ มาตอนนี้ก็ยังมีประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณคนใหม่อีก…”

เหล่าปรมาจารย์ได้แต่ตัวสั่นขณะลดสายตาลงมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่กับพื้น ไม่มีคำไหนจะบรรยายความตกตะลึงของพวกเขาได้

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 9 ดาว คนเหล่านี้รู้ดีว่าการบ่มเพาะลูกศิษย์สักคนให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นยากแค่ไหน แต่ละคนมีลูกศิษย์ลูกหาอยู่มากมายทั่วโลก แต่น้อยคนเหลือเกินที่จะประสบความสำเร็จจนถึงขั้นได้เป็นบุคลากรชั้นนำของทวีปแห่งปรมาจารย์อย่างพวกเขา

เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากจำนวนอันน้อยนิดของผู้ที่สำเร็จความเชี่ยวชาญถึงระดับ 9 ดาวในแต่ละสาขาอาชีพ

แต่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านล่างนั้น ทั้งๆ ที่เป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 8 แต่กลับมีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นกลุ่มอำนาจชั้นนำอยู่มากมาย เรื่องแบบนี้เป็นไปได้อย่างไร?

ที่สำคัญกว่านั้น บรรดาลูกศิษย์ของเขายังเต็มใจท้าทายอำนาจและอิทธิพลของสภาปรมาจารย์เพื่อช่วยชีวิตจางเซวียนด้วย ความรู้สึกที่แต่ละคนมีให้ท่านอาจารย์ของพวกเขานั้นจะต้องล้ำลึกขนาดไหน?

แม้วัฒนธรรมของทวีปแห่งปรมาจารย์จะให้ความสำคัญกับความภักดีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง ศิษย์กับอาจารย์ แต่ก็มีนักรบมากมายที่ไม่ใส่ใจ ยิ่งกับจางเซวียนที่ถูกสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ตามล่า ก็คงไม่มีใครตำหนิพวกเขาหากจะไม่เข้ามาช่วยเหลือ

ลูกศิษย์แต่ละคนสามารถทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และลอยตัวเหนือความยุ่งยากเหล่านี้ได้ เพราะถึงอย่างไร คำสั่งของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็มีผลครอบคลุมเด็ดขาดทั่วทั้งทวีป

แต่เพื่ออาจารย์ของพวกเขา คนเหล่านี้เต็มใจหันหลังให้กฎเกณฑ์และยอมนำอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตัวเองเข้าเสี่ยงขณะเผชิญหน้ากับปัญหาโดยปราศจากความหวาดกลัว ซึ่งหากมีอะไรผิดพลาด ก็อาจถึงขั้นสูญเสียชีวิต!

จางเซวียนถ่ายทอดอะไรให้คนเหล่านั้น ถึงได้รับความภักดีขนาดนี้?

เหรินชิงหยวนกัดฟันและคำรามด้วยเสียงเย็นชา “ประธานหวัง คุณเข้าใจหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังต่อต้านอะไรอยู่?”

“ฉันรู้ แต่ฉันเป็นหนี้บุญคุณท่านอาจารย์ ใครที่บังอาจแตะต้องท่านอาจารย์ของฉัน ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ฉันจะเอาชีวิตเข้าแลกโดยไม่ลังเล!” สาวน้อยตอบเสียงเรียบ

“ถ้าอย่างนั้น ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณกำลังบอกว่าจางเซวียนเป็นอาจารย์ของคุณใช่ไหม?” เหรินชิงหยวนถาม

“ใช่ จางเซวียนคือชื่อท่านอาจารย์ของฉัน เขาคือคนที่ทำให้ฉันมีวันนี้!” สาวน้อยตอบอีกครั้ง

ผู้ที่เพิ่งบุกเข้ามาพร้อมกับกองทัพอาคารจำนวนมากก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากหวังหยิ่ง

อาคารเหล่านี้อยู่ในรัศมีสามหมื่นลี้จากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง พวกมันถูกเหล่าผู้อาวุโสของสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณร่ายมนต์ใส่ จึงกลายเป็นกองทัพอาคารที่แม้แต่ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวก็ยังรับมือด้วยได้ยาก

“จางเซวียนจงใจสร้างความปั่นป่วนให้กับตระกูลจาง ทำให้ผู้อาวุโสหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้อาวุโสที่ 1, จางหวู่เหิง จากนั้นเขาก็ไปที่ปูชนียสถานนักปราชญ์และทำให้รองหัวหน้าปูชนียสถาน, ปรมาจารย์จาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วก็มุ่งหน้าไปยังศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ลักพาตัวหัวหน้าน้อยของพวกเขา อีกทั้งยังทำลายตึกรามบ้านช่องมากมาย” เหรินชิงหยวนคำราม “หรือต่อให้เราตัดเรื่องพวกนั้นทิ้งไปทั้งหมด ลำพังแค่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเป็นอาจารย์ของหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษผู้โหดร้าย รวมถึงผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่ไม่เป็นที่ยอมรับ แถมยังมีของล้ำค่าของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอยู่ตรงหน้าอีก เพียงเท่านี้ก็เกินพอที่สภาปรมาจารย์จะเห็นเขาเป็นศัตรูของมวลมนุษย์แล้ว เขาอาจเป็นอาจารย์ของคุณ แต่ความผิดของเขานั้นให้อภัยไม่ได้!”

“โหดร้าย? ไม่เป็นที่ยอมรับ? ฮ่าฮ่าฮ่า!” หวังหยิ่งเยาะหยันเมื่อได้ยินคำพูดนั้น “คุณกล่าวหาศิษย์น้องเว่ยหรูเหยียนว่าโหดร้าย ถ้าอย่างนั้น บอกฉันหน่อยสิว่าเธอทำอะไรที่โหดร้ายลงไปบ้าง? เธอสังหารหมู่ผู้คนอย่างเลือดเย็นหรือเปล่า?”

“ก็ดูเหล่าปรมาจารย์ตรงหน้าเธอที่ถูกวางยาสิ! นั่นยังไม่ใช่หลักฐานที่เพียงพอจะพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนโหดร้ายหรือ?” เหรินชิงหยวนคำราม

“พวกเขาอาจถูกวางยา แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่นี่? อันที่จริง ถ้าศิษย์น้องเว่ยหรูเหยียนไม่วางยาพวกเขา และใช้คนเหล่านี้เป็นโล่ป้องกันตัวให้เธอกับท่านอาจารย์ พวกคุณนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายสังหารพวกเขาอย่างเลือดเย็นเสียเอง! คุณกล่าวหาว่าศิษย์น้องของฉันโหดร้าย แต่ลองเอ่ยชื่อใครสักคนที่เธอสังหารมาหน่อยสิ? มือของคุณน่ะเปื้อนเลือดยิ่งกว่ามือของเธอเสียอีก!” หวังหยิ่งตบท้าย

“คือ…”

คำพูดของหวังหยิ่งที่พรั่งพรูออกมาทำให้เหรินชิงหยวนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษวางยาเหล่าปรมาจารย์ก็จริง แต่เธอเพียงแค่ทำให้พวกเขาหมดสภาพไปเท่านั้น ถึงจะดูย่ำแย่ขนาดไหน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเสียชีวิต

ถึงพวกเขาจะอยู่คนละฝ่ายกัน แต่เมื่อพิจารณาอีกครั้ง ก็เห็นชัดว่าหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษไม่มีเจตนาจะสังหารปรมาจารย์คนไหน อย่างน้อยก็ในเวลานี้

“คุณกล่าวหาศิษย์น้องลู่ชงว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีใครยอมรับ ก็ดี ว่าแต่…คุณบอกฉันหน่อยว่าการกระทำแบบไหนของเขาที่เรียกว่าไม่มีใครยอมรับ เขาทำผิดอะไร สภาปรมาจารย์ที่ ‘มีความเป็นกลาง’ จึงพูดถึงเขาแบบนั้น?” หวังหยิ่งถามอย่างอาจหาญ

เหรินชิงหยวนพูดไม่ออกไปอีกครั้ง

พูดตามตรง หากลู่ชงไม่ปรากฏตัว เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องของชายหนุ่มมาก่อน ก็บอกชัดแล้วว่าชายหนุ่มไม่ได้ทำอะไรผิดจนถึงกับดึงดูดความสนใจของสภาปรมาจารย์

“ทำไมคุณไม่พูดล่ะ?” ด้วยความเลวร้ายที่ท่านอาจารย์และศิษย์น้องของเธอได้รับ หวังหยิ่งจึงตั้งใจจะไม่ปล่อยให้เหรินชิงหยวนลอยนวลจากเรื่องนี้ไปได้

เธอคำรามต่อ “สภาปรมาจารย์ภาคภูมิใจในตัวเองเสมอในเรื่องของความเป็นกลาง แต่ทำไมถึงใช้ความคิดเห็นของตัวเองแทนข้อเท็จจริงและตัดสินคนอื่นๆ อย่างมีอคติ? คุณกล่าวหาท่านอาจารย์ของฉันว่าลักพาตัวหัวหน้าน้อยแห่งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ฉันขอถามคุณสักคำ คุณรู้หรือเปล่าว่าหัวหน้าน้อยเป็นใคร?”

“หัวหน้าน้อยเป็นใคร?” เหรินชิงหยวนขมวดคิ้ว “เธอก็คือนักรบคนหนึ่งที่มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์อันหายาก ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเจริญก้าวหน้าขึ้นมากเมื่อได้พบตัวเธอ…”

เมื่อเห็นแล้วว่าเหรินชิงหยวนไม่รู้อะไรเลย หวังหยิ่งก็หมดความอดทนที่จะฟังเขาพูดต่อ

“ฉันไม่รู้หรอกว่าศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเจริญก้าวหน้าขึ้นมากแค่ไหนเมื่อพบตัวเธอ แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือ…” เธอพูดขณะเอาสองมือไพล่หลัง “…หัวหน้าน้อยเป็นศิษย์พี่ของฉัน!”

“ศิษย์พี่ของคุณ? คุณกำลังจะบอกว่าหัวหน้าน้อยแห่งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเป็นลูกศิษย์ของจางเซวียนเหมือนกัน?” เหรินชิงหยวนหรี่ตาด้วยความตกตะลึง เขารีบหันไปถามโหยวโร่วชิงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเปล่า?”

ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งไม่ได้เอ่ยถึงเลยตอนที่รายงานเรื่องนี้ต่อสภาปรมาจารย์

“จางเซวียนเป็นอาจารย์ของจ้าวหย่าอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งจริงๆ แต่ก็เป็นความจริงเหมือนกันที่เขาปลอมตัวเป็นปรมาจารย์หยางและนำตัวหัวหน้าน้อยของพวกเราไป แถมยังสร้างความปั่นป่วนให้กับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเป็นอาจารย์ของทั้งกูรูยาพิษและผู้พยากรณ์จิตวิญญาณก็บ่งบอกแล้วว่าเขาเป็นบุคคลที่น่าสงสัย รองประธานเหริน…ฉันขอร้องคุณว่าอย่าตกหลุมพรางคำพูดของคนชั่วร้ายพวกนั้น…” โหยวโร่วชิงรีบพูด

“บุคคลน่าสงสัย? คนชั่วร้ายพวกนั้น? คุณกล้าดีอย่างไรใช้คำพูดแบบนี้กับท่านอาจารย์และศิษย์พี่ของผม?”

ฟิ้วววว!

ยังไม่ทันที่โหยวโร่วชิงจะพูดจบ เสียงตวาดก้องก็ดังขึ้นจากที่ไกลๆ จากนั้นหอกเล่มหนึ่งก็พุ่งหวือแหวกอากาศมา กว่าเธอจะรู้ตัว มันก็มาจ่ออยู่ที่แผงอกของเธอแล้ว

“อ๊ากกกก!” โหยวโร่วชิงหน้าซีดเผือด นัยน์ตาของเธอเบิกโพลงด้วยความพรั่นพรึงขณะถอยกรูดอย่างลนลาน

ถึงเธอจะทรงพลังแค่ไหน แต่ก็บอกได้ว่าพละกำลังของหอกที่พุ่งเข้าหาเธอนั้นเหนือชั้นกว่าที่เธอจะรับมือด้วย แม้หอกจะยังไม่ทันถึงตัว เธอก็รู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่พร้อมจะจ้วงแทงหัวใจของเธอได้ทุกขณะ

ฟึ่บ!

ขณะที่ล่าถอย เธอก็รีบสร้างปราการอันซับซ้อนขึ้น

ในชั่วพริบตาจากนั้น ปราการที่โปร่งแสงเหมือนคริสตัลก็ปรากฏตรงหน้า

เทคนิคการป้องกันตัวขั้นสุดยอดของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง, กำแพงพลังหยินเย็นเยือกไร้มลทิน!

ฟิ้วววว!

หอกเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปักกำแพงนั้น กำแพงทรงตัวอยู่ได้ชั่วอึดใจก่อนจะเกิดรอยร้าว

โหยวโร่วชิงรู้ทันทีว่าปราการที่เธอสร้างขึ้นต้านทานพละกำลังของหอกไม่ไหว และทันทีที่หอกทะลุปราการของเธอเข้ามา ต่อให้เธอเอาชีวิตรอดได้ ก็คงจะต้องพิการไปตลอดชีวิต

เธอจึงหันไปตะโกนใส่เหรินชิงหยวน “รองประธานเหริน ช่วยฉันด้วย!”

“ฮึ่มมม!” เหรินชิงหยวนคำราม เขาปรากฏตัวต่อหน้าหอกนั้นในชั่วพริบตาด้วยการกระโจนอันทรงพลัง จากนั้นก็กวัดแกว่งดาบในมือเข้าใส่ปลายหอก ตั้งใจจะเบี่ยงเบนเป้าหมายของมัน

แต่ก็ดูเหมือนจะมีแรงสั่นสะเทือนอย่างน่าประหลาดจากปลายหอกนั้นที่มุ่งทำลายพละกำลังจากดาบของเขา ทุกการสั่นสะเทือนของมันทรงพลังจนให้ความรู้สึกเหมือนกับภูเขาลูกแล้วลูกเล่าโถมทับเข้าใส่ดาบของเขาอย่างไม่ลดละ

เหรินชิงหยวนถอยกรูดไปหลายก้าวเพราะพละกำลังอันน่าทึ่งของหอกนั้น โชคดีที่เขาหลบได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะดีใจ เหรินชิงหยวนสะบัดมือที่ชาไปหมด จากนั้นก็จ้องเขม็งที่ปลายหอกด้วยสีหน้าที่บ่งบอกความไม่อยากเชื่อ

หอกนั้นพุ่งมาจากระยะไกล แต่หลังจากที่ทะลุกำแพงพลังหยินเย็นเยือกไร้มลทินของโหยวโร่วชิงแล้ว ก็ยังหลงเหลือพละกำลังมากพอที่จะบีบให้เขาต้องล่าถอย ผู้ที่ขว้างหอกมาจะต้องทรงพลังขนาดไหน?

เขาไม่ต้องสงสัยอยู่นาน เพราะร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นจากที่ไกลๆ จากนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฝูงชน เขายืนจังก้าอยู่กลางอากาศ แผ่รังสีอันคมกริบราวกับจะแทงทะลุสวรรค์

ชายหนุ่มยกมือขึ้น และหอกที่เหรินชิงหยวนเพิ่งหลบได้ก็ลอยละลิ่วเข้าสู่มือของเขา จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับเหรินชิงหยวน “รองประธานเหริน ผมมารับตัวท่านอาจารย์ของผมกลับ หวังว่าคุณจะไม่ขัดข้องนะ”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version