ตอนที่ 1553 ศิษย์พี่!
ผู้อาวุโสฉู่ไม่เคยชอบขี้หน้าจางเซวียน ครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในห้องประชุมของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ชายหนุ่มก็ปลอมตัวเป็นปรมาจารย์หยางและลอบวางยาพิษเขา ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายทำล้วนขัดกับหลักการและธรรมเนียมของสภาปรมาจารย์ ซึ่งมีแต่จะทำให้เขารู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อชายหนุ่มมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เขารายงานเหตุการณ์ให้สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่รับรู้ ก็ได้จงใจพูดเรื่องบางเรื่องจนเกินจริง และบิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่างเพื่อหว่านล้อมให้รองประธานเหรินออกประกาศจับชายหนุ่มให้ได้
เขาคิดว่าเมื่อมีปรมาจารย์มากมายหนุนหลัง อีกฝ่ายคงไปไหนไม่รอด แต่ใครจะไปคิดว่าบรรดาลูกศิษย์ของเขากลับโผล่เข้ามาอย่างกะทันหัน และแต่ละคนที่เข้ามาก็ล้วนแต่แข็งแกร่งกว่าคนก่อนๆ !
แต่ถึงบรรดาลูกศิษย์ของเขาจะทรงพลัง ขอแค่ทั้ง 3 กลุ่มอำนาจรวมตัวกันเป็นหนึ่งและยืนกรานที่จะลงโทษชายหนุ่ม ลงท้ายอีกฝ่ายก็คงต้องจนมุม แต่เพียงไม่นาน ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าชายหนุ่มเป็นหัวหน้าตระกูลจางตัวจริง แถมยังเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ด้วย แม้แต่หัวหน้าศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งก็เป็นลูกศิษย์ของเขา
ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ช้าสภาปรมาจารย์ก็คงจะเข้าข้างชายหนุ่มก่อนที่เขาจะทันรู้ตัวเสียอีก!
ผู้อาวุโสฉู่หันกลับไปมองฝูงชน ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นล้วนแต่มีสีหน้างงงันและตกตะลึงกับความจริงที่ถูกเปิดเผย
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ทำได้ดีมาก เจ้าลูกชาย!” เซียนดาบชิงหัวเราะลั่นทำลายความเงียบงันนั้น
“ลูกชายของฉันเกิดมาเพื่อทำสิ่งยิ่งใหญ่ อย่าว่าแต่ตอนที่คุณอายุเท่าเขาเลย แม้แต่ตัวคุณตอนนี้ก็เทียบชั้นกับเขาไม่ได้!” เซียนดาบเหมิงโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ
เธอเสียลูกชายของเธอไปตั้งแต่เขายังเป็นทารก หลายปีนับจากนั้น มีนับครั้งไม่ถ้วนที่เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกจากความฝัน ที่ฝันว่าลูกชายของเธอต้องทุกข์ทรมานท่ามกลางความยากลำบากต่างๆ นานาและมีชีวิตที่ย่ำแย่เสียยิ่งกว่าความตาย
แต่เมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้ง ลูกชายของเธอก็กลับกลายเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ของเขาก็ล้วนเป็นกลุ่มอำนาจใหญ่ของทวีปแห่งปรมาจารย์ เป็นบุคคลที่ยืนหยัดอยู่ในโลกใบนี้ได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร
อันที่จริง ก็คงไม่เป็นการเกินเลยหากจะพูดว่าลูกชายของเธอเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของทวีปแห่งปรมาจารย์ในตอนนี้!
“ฉันเกือบลืม! เจ้าลูกชาย, บอกความจริงให้เรื่องหนึ่งนะ เราหมั้นหมายลูกไว้กับใครคนหนึ่งแล้วตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด” เซียนดาบเหมิงบอกจางเซวียนอย่างลังเล
จากนั้น เธอก็ตัดสินใจหันไปพูดกับผู้อาวุโสที่ 1 แห่งตระกูลหลัว, หลัวชิงเฉิน “หลัวชิงเฉิน แล้วเราจะจัดการเรื่องการหมั้นหมายอย่างไร? ฉันได้ยินมาว่าองค์หญิงน้อยของคุณมีใครบางคนที่เธอชอบอยู่แล้ว นี่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้นะ!”
“เราจะจัดการเรื่องงานแต่งงานโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ได้ยินคำนั้น หลัวชิงเฉินหัวเราะหึๆ “ส่วนคนที่องค์หญิงน้อยของเราชอบน่ะ ผมคิดว่าเรื่องนั้นคงไม่เป็นปัญหาแล้วล่ะ คุณถามปรมาจารย์จางก็ได้ เขารู้ดีกว่าพวกเราทุกคนที่นี่!”
เซียนดาบเหมิงมองลูกชายของเธออย่างสงสัย “ลูกรู้เรื่องนี้หรือ?”
เธอได้ยินข่าวลือว่าองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัวมีใครบางคนที่เธอชอบแล้ว แต่ในเมื่อตระกูลหลัวยืนยันว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง เธอจึงไม่รู้ว่าคนรักขององค์หญิงน้อยเป็นใคร
“คือ…” จางเซวียนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาเกาหัว “ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คนที่เธอชอบก็คือผมเอง”
“ฮะ?” เซียนดาบเหมิงตาโตด้วยความงงงัน
“ใช่แล้ว!” จางเซวียนพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างจนปัญญา
เมื่อย้อนคิดดู เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นตลกร้ายที่โลกเล่นตลกกับเขา
เริ่มแรก ตระกูลหลัวค้นพบความจริงว่าองค์หญิงน้อยมีใครคนหนึ่งที่เธอชอบอยู่แล้ว และส่งหลัวชวนฉิงมาสังหารเขา จากนั้นหลัวชวนฉิงก็มอบหมายภารกิจนี้ให้เขาทำแทน แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ นานา ก็กลับกลายเป็นว่าตัวเขาเองคือทายาทน้อยที่ควรจะต้องแต่งงานกับองค์หญิงน้อย!
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง ในเมื่อเขาเป็นคู่หมั้นของหลัวลั่วชิงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำไมจะต้องให้เขาผ่านความยุ่งยากมากมาย ต้องเผชิญกับความสิ้นหวังและความเป็นปฏิปักษ์จากบุคคลหลายกลุ่มตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาด้วย?
ทุกอย่างควรจะจบลงอย่างมีความสุขเมื่อตัวตนของเขาถูกเปิดเผย!
“อ้อ? ลูกเอาเวลาไหนไปจีบเธอนี่? เล่าให้แม่ฟังหน่อยเร็ว…” เซียนดาบเหมิงสลัดรังสีของผู้เชี่ยวชาญทิ้งไปและแสดงอาการอยากซุบซิบขึ้นมาทันที
“จีบ…แม่…คุณจะใช้คำพูดที่ดีกว่านั้นหน่อยได้ไหม?” จางเซวียนมองหน้าเซียนดาบเหมิงอย่างจนปัญญาก่อนจะส่ายหน้า “เรื่องนี้เอาไว้พูดกันทีหลังเถอะ ยังมีอีกสองสามเรื่องที่เราจะต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน”
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับหลัวชิงเฉินที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก “ผู้อาวุโสชิงเฉิน ในเมื่อผมเป็นทายาทน้อยและหัวหน้าตระกูลจาง ตระกูลหลัวของคุณก็คงจะยอมรับความสัมพันธ์ของผมกับองค์หญิงน้อยแล้วใช่ไหม? ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ผมเชื่อว่าพวกคุณคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกักบริเวณเธออีก ผมพูดถูกหรือเปล่า?”
“แน่นอน!” หลัวชิงเฉินรีบพยักหน้า
ก่อนหน้านี้เขายังหวั่นเกรงอยู่ว่าเรื่องราวขององค์หญิงน้อยกับคนนอกจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลัวกับตระกูลจาง แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่องค์หญิงน้อยชอบจะกลับกลายเป็นทายาทน้อยของตระกูลจางที่เธอหมั้นหมายด้วย?
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ตระกูลหลัวจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องกีดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่อีก? ก็ปล่อยให้ทั้งคู่ได้รักกันตามสบาย!
พวกเขาจะไม่เดือดร้อนใจเลยด้วยซ้ำหากจะมีทารกสักคนโผล่ขึ้นมาตอนนี้!
หลัวชิงเฉินลูบเคราขณะตั้งคำถามกับเซียนดาบชิง “ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้เพื่อขอให้ยกเลิกการกักบริเวณเธอ ว่าแต่ตระกูลจางของคุณตั้งใจจะจัดงานแต่งงานเมื่อไหร่?”
ว่าที่ลูกเขยของตระกูลหลัวไม่ได้เป็นเพียงหัวหน้าตระกูลจางเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ด้วย อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ของเขาก็ยังกุมอำนาจในห้องโถงแห่งยาพิษ สภายอดขุนพล สมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณ ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง และตระกูลหยวน
ถ้าตระกูลหลัวได้เป็นพันธมิตรกับกลุ่มอำนาจเหล่านี้ ก็ย่อมจะมีสถานภาพที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกมาก!
เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกเขยดีๆ แบบนี้หลุดมือไป ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด
ไม่อย่างนั้น เมื่อข่าวแพร่งพรายออกไป ใครจะไปรู้ว่าจะมีอีกกี่ตระกูลที่พยายามจะนำลูกสาวของตัวเองมาหมั้นหมายกับตระกูลจาง!
“ผมจะพาเขากลับไปที่หอบรรพบุรุษเพื่อให้ได้การยอมรับจากเหล่าบรรพบุรุษก่อน จากนั้นก็จะเตรียมของขวัญเพื่อส่งไปที่ตระกูลหลัวของคุณ” เซียนดาบชิงตอบ
การหมั้นหมายระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัวนั้นสำคัญมาก ในตอนแรก พวกเขายังกังวลว่ามันจะดำเนินไปอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อทายาทน้อยหายตัวไป และองค์หญิงน้อยก็ไม่เต็มใจแต่งงาน เรื่องนี้อาจลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมได้ แต่ในเมื่อปัญหาทั้งหมดถูกคลี่คลายไปแล้ว และทั้งสองฝ่ายก็มีใจให้กัน ดังนั้น ก็เป็นการดีที่สุดที่จะให้ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันโดยเร็ว
“ดี ถ้าอย่างนั้นผมจะกลับไปเตรียมการ” หลัวชิงเฉินหัวเราะก่อนจะกล่าวอำลาและจากไป
“เอาล่ะ พวกเราก็จะไปเหมือนกัน!” เซียนดาบชิงยิ้มขณะส่งสายตาคาดหวังใส่จางเซวียน
“เอ่อ…” รู้ดีว่าท่านพ่อของเขากำลังเชิญเขากลับสู่ตระกูลจางเพื่อให้ได้การยอมรับจากเหล่าบรรพบุรุษ จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ลงท้ายก็พยักหน้าด้วยความเต็มใจ
ในเมื่อตัวตนเก่าของเขาเป็นทายาทน้อยของตระกูลจาง การที่เขาจะได้การยอมรับจากเหล่าบรรพบุรุษของตระกูลจางก็คงไม่มีปัญหาใดๆ
อีกอย่าง เขาก็รู้สึกดีกับท่านพ่อและท่านแม่ของเขา เขาไม่แน่ใจนักว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกควรจะเป็นอย่างไร แต่ก็รับรู้ได้ถึงการที่ทั้งคู่พยายามปกป้องเขา จางเซวียนชื่นชมความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของทั้งคู่ที่ไม่ปล่อยให้ขนบธรรมเนียมหรือระเบียบใดๆ มาตัดสินการกระทำของตัวเอง
ขณะที่ทั้งกลุ่มกำลังจะจากไป ผู้อาวุโสฉู่ก็พรวดพราดออกมาและตวาดก้อง “หยุดก่อน! พวกคุณยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
“มีอะไร?” เซียนดาบชิงหันขวับไปส่งสายตาเป็นปฏิปักษ์ใส่ผู้อาวุโสฉู่
“ขะ-เขาแก้ปัญหากับ 3 กลุ่มอำนาจได้แล้วก็จริง แต่ความขัดแย้งระหว่างเขากับสภาปรมาจารย์ยังไม่คลี่คลายนะ!” ผู้อาวุโสฉู่ร้องออกมา “ดูความปั่นป่วนวุ่นวายที่ลูกศิษย์ของเขาสร้างขึ้นสิ หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ, เว่ยหรูเหยียน ได้วางยาผู้เชี่ยวชาญมากมายของสภาปรมาจารย์ของเรา และประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณ, หวังหยิ่ง ก็ร่ายมนต์ใส่อาคารสภาปรมาจารย์หลายแห่งในบริเวณนี้ ทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล พวกคุณจะจัดการปัญหานี้อย่างไร?”
“ใช่! ยังมีตราประทับสภาปรมาจารย์ด้วย หัวหน้าจาง ผมต้องขอร้องคุณให้คืนมันให้ผม เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสภาปรมาจารย์ของเรา!” เหรินชิงหยวนเสริม
“เอ่อ…” ได้ยินอีกฝ่ายเรียกร้องให้ส่งตราประทับสภาปรมาจารย์คืน จางเซวียนหน้าเสีย เขาหันไปพูดกับเว่ยหรูเหยียนและคนอื่นๆ “หรูเหยียน ถอนพิษที่คุณวางยาปรมาจารย์เหล่านั้นเสีย, หวังหยิ่ง ให้เหล่าผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณของคุณพาอาคารพวกนั้นกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วนตราประทับสภาปรมาจารย์…ต้องขออภัยด้วย แต่ผมคืนให้คุณไม่ได้จริงๆ !”
“คุณคืนมันให้ผมไม่ได้? เพราะอะไร?” เหรินชิงหยวนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
“วางใจเถอะน่ะ! ในเมื่อไม่มีใครทำให้ตราประทับสภาปรมาจารย์ยอมจำนนได้ ก็ไม่มีใครขโมยมันไปจากเขาได้เหมือนกัน ฉันไม่รู้ว่าคุณเอาความกล้าหาญมาจากไหนถึงกล้าอ้างเกียรติยศและศักดิ์ศรีหลังจากที่ใส่ร้ายลูกชายผู้บริสุทธิ์ของฉัน กลับมาขอมันคืนทีหลัง หลังจากที่คุณคืนตัวตนปรมาจารย์และกอบกู้ชื่อเสียงให้เขาแล้วก็แล้วกัน!” เซียนดาบเหมิงขัดขึ้นอย่างหมดความอดทน
“คุณ…” เหรินชิงหยวนจ้องเซียนดาบเหมิงด้วยสีหน้าถมึงทึง
“รองประธานเหริน เราจะคืนสถานภาพปรมาจารย์ให้เขาไม่ได้นะ! ปรมาจารย์ควรทำตัวถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับโลกใบนี้ ลำพังแค่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขากล้าปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยางก็บ่งบอกแล้วว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับความศักดิ์สิทธิ์ของความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์เลย เราจะปล่อยให้คนที่กล้าฝ่าฝืนกฎของสภาปรมาจารย์อย่างเขาเป็นปรมาจารย์อยู่ได้อย่างไร…” ผู้อาวุโสฉู่ทักท้วง
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ช่องว่างตรงหน้าก็แหวกออกอย่างกะทันหัน สองร่างปรากฏขึ้น หนึ่งในนั้นคือผู้อาวุโสคนหนึ่งปรมาจารย์หยาง!
“ปรมาจารย์หยาง คุณมาได้เวลาพอดี จางเซวียนคนนี้น่ะอ้างตัวว่าเป็นลูกศิษย์ของคุณ ไม่เพียงเท่านั้นนะ ยังพยายามจะปลอมตัวเป็นคุณด้วย…”
เมื่อเห็นหยางชวน ผู้อาวุโสฉู่รีบร้องเรียกอีกฝ่าย เพียงเพื่อจะเห็นปรมาจารย์หยางเดินเข้าไปประสานมือและโค้งคำนับให้จางเซวียน “ศิษย์พี่!”
