ตอนที่ 1580 จางเซวียนล้มเลิกงานหมั้น
“ทายาทยอดขุนพลกับประธานหวังหยิ่ง คุณทั้งคู่คิดจะเป็นศัตรูกับตระกูลหลัวของเราหรือ?” หัวหน้าตระกูลหลัวขู่คำราม
“ก็เมื่อครู่นี้ หลัวชวนฉิงแห่งตระกูลหลัวของคุณเกือบจะสังหารท่านอาจารย์ของเราไม่ใช่หรือไง? คุณควรจะดีใจนะที่เขาทำไม่สำเร็จ รู้ไว้เสียด้วยว่าผมจะไม่ปล่อยให้ชีวิตของท่านอาจารย์ต้องตกอยู่ในอันตรายอีก ถ้าคุณคิดจะทำร้ายเขาแม้เพียงปลายเส้นผมล่ะก็ ข้ามศพของผมไปก่อน!” เจิ้งหยางจ้องหน้าฝูงชนของตระกูลหลัวด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ใครก็ตามที่คิดร้ายกับท่านอาจารย์จะต้องเป็นศัตรูกับเรา!” หวังหยิ่งกับลู่ชงก้าวเข้ามา รังสีของทั้งสามสูงตระหง่านราวกับภูเขาที่ไม่อาจวัดความสูงได้ เหล่าผู้อาวุโสที่ตั้งใจจะเปิดการโจมตีก่อนหน้านี้พากันชะงักฝีเท้า ไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น
คนเหล่านี้ไม่ใส่ใจความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัว แต่ใครก็ตามที่กล้าลงไม้ลงมือกับท่านอาจารย์ของพวกเขาจะกลายเป็นศัตรูของพวกเขาทันที!
“คุณ…” หัวหน้าตระกูลหลัวหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ เขาหันขวับไปตั้งคำถามกับเซียนดาบชิงด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “คุณคิดอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า?”
“เอ่อ…” เซียนดาบชิงถึงกับพูดไม่ออก
การแต่งงานระหว่าง 2 ตระกูลถือเป็นข่าวดี แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะจบลงแบบนี้?
เห็นความลังเลของเซียนดาบชิง เซียนดาบเหมิงคำรามกร้าว “จางเจิ้งชิง คุณเสียสละชีวิตลูกชายไปครั้งหนึ่งแล้วนะ! หากคุณทำให้เขาได้รับความทุกข์ทรมานอีกล่ะก็ ฉันจะพาลูกชายของฉันออกจากตระกูลจางไปทันที ไปยังที่ที่คุณจะไม่มีวันพบเราอีก!”
“คือ…” เซียนดาบชิงเกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วนก่อนจะประสานมือและโค้งคำนับให้หัวหน้าตระกูลหลัว “ต้องขออภัยด้วย หัวหน้าตระกูลหลัว แต่ผมคงต้องเข้าข้างลูกชายของผม!”
ขณะที่พูดคำนั้น เขาก็เดินเข้าไปยืนเคียงข้างเซียนดาบเหมิง
เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะเขาเกรงกลัวภรรยา แต่เป็นเพราะเขารู้สึกเจ็บปวดกับความจริงที่ว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นหนี้ชีวิตลูกชายของตัวเอง
“ดี ดีมาก! ดูเหมือนวันนี้พวกคุณทุกคนตั้งใจจะตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหลัวของเรา!” หัวหน้าตระกูลหลัวกัดฟันและคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวและเคืองแค้น “ในเมื่อเป็นอย่างนั้น…เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลัว ฟังคำสั่งของผม! ปิดกั้นพื้นที่เมืองสวรรค์บังไว้ทั้งหมด อย่าปล่อยให้คนจากตระกูลจางหนีรอดไปได้!”
“ขอรับ ท่านหัวหน้า!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลัวต่างก็เคลื่อนไหวเพื่อปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที แม้แต่ค่ายกลทะลุมิติก็ใช้การไม่ได้
เห็นตระกูลหลัวเปิดการโจมตี ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลจางตวาดก้อง “บรรดาศิษย์สายตรงของตระกูลจาง เตรียมพร้อมปกป้องหัวหน้าตระกูลของเรา!”
ในเมื่อทั้งสองตระกูลแตกหักกันแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปั้นหน้าใส่กันอีก หากหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้ ตระกูลจางก็จะไม่ยอมถอย!
“เอ่อ…”
“ถ้าผมรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ จะไม่มีวันมาร่วมงานหมั้นเลย…”
ไม่มีใครคิดว่าทั้งสองตระกูลซึ่งรักใคร่ใยดีกันอยู่เมื่อครู่กลับแตกหักกันในชั่วพริบตา เหล่าหัวหน้าตระกูลนักปราชญ์ต่างเฝ้ามองสถานการณ์ด้วยสีหน้าลังเล ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
หากเข้าช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย พวกเขาไม่อาจยอมรับการที่จะต้องมีเรื่องกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสองกลุ่มอำนาจนี้ได้!
เท่าที่เห็น ดูเหมือนเรื่องนี้คงจะจบไม่สวยแน่
“หยุดก่อน!”
เมื่อเห็นว่าการสู้รบพร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ เสียงเฉียบขาดเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น มันก้องไปทั่วทั้งเมือง ครู่ต่อมา องค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว, หลัวฉีฉี ก็เข้ามา
ของล้ำค่ารูปทรงกลมชิ้นหนึ่งอยู่ในมือของเธอ และด้วยการสั่นสะท้านเล็กน้อย มิติที่ปิดกั้นทุกอย่างไว้ก็แหลกสลายไปในทันที กลับคืนสู่สภาพปกติ
เครื่องเก็บงำมิติ ของล้ำค่าสูงสุดของตระกูลหลัว!
มันมีอำนาจและความรุนแรงในระดับที่ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับมัน
“หยู่ชิง…” หัวหน้าตระกูลหลัวถึงกับผงะและตื่นตระหนกไปกับการกระทำของลูกสาว
“น้อง…” หลัวชวนฉิงก็ไม่เข้าใจการกระทำของน้องสาวของเขา
“ท่านพ่อ, พี่ชาย และเหล่าผู้อาวุโส ฉันหวังว่าพวกคุณจะปล่อยให้ฉันรับมือกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง…” หลัวฉีฉีประสานมือ
“เอ่อ…” เห็นสายตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของลูกสาว ความโกรธแค้นของหัวหน้าตระกูลหลัวสลายไปกลายเป็นความอ่อนโยน “ช่างมันเถอะ ถ้าลูกได้รับความเศร้าเสียใจแม้แต่น้อยล่ะก็ บอกพ่อนะ พ่ออาจจะแก่แล้ว แต่ก็ไม่ได้โง่เง่า พ่อจะไม่ปล่อยให้ใครดูถูกเหยียดหยามลูกสาวของพ่อได้!”
“ขอบคุณท่านพ่อ!” หลัวฉีฉีพยักหน้า เธอหันไปมองจางเซวียน จากนั้นก็พูดด้วยสายตาวิงวอน “ท่านอาจารย์ ครั้งหนึ่งคุณบอกฉันว่าคุณจะชดเชยความเสียหายให้ฉันหากใครรังแกหรือดูถูกเหยียดหยามฉัน คำพูดเหล่านั้นยังคงเชื่อถือได้อยู่หรือเปล่า?”
“ผม…” จางเซวียนผงะ ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
นั่นคือคำพูดที่เขาบอกเธอเมื่อครั้งที่ทั้งคู่แยกกันที่เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น?
ในเมื่อคนที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีของเธอคือเขา แล้วเขาจะชดเชยความเสียหายของให้เธอได้อย่างไร?
“ฉีฉี…ผมคือคนที่ทำผิดต่อคุณ” จางเซวียนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ยกเลิกงานหมั้นระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัวเสียเถอะ คุณจะได้ไม่ต้องถูกผูกมัดอยู่กับการหมั้นหมายอีกต่อไป ตอนนี้จะได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระเสียที”
เขาไม่อาจชดเชยความเสียหายให้เธอได้ สิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ก็คือยกเลิกงานหมั้นเสียและปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
“คุณจะยกเลิกงานหมั้นระหว่างเราหรือ?” หลัวฉีฉีส่ายหน้า เธอจ้องมองไปไกลแสนไกล ดวงตาเป็นประกายขณะยิ้มเจื่อนๆ “คนที่ฉันรักไม่อาจอยู่กับฉันได้ชั่วชีวิตเสมอไป ก็เหมือนกับของล้ำค่าที่แตกหักเสียหายแล้ว ทำอย่างไรก็ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม คุณอาจมอบอิสระที่ฉันตามหาให้ได้ แต่หากนั่นหมายความว่าคนที่ฉันรักจะต้องจากฉันไปโดยไม่มีวันกลับมาอีก…ท่านอาจารย์ คุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนดื้อดึง ฉันไม่ยินยอมให้ยกเลิกงานหมั้นของเรา!”
“คุณ…คุณคุณทำแบบนี้กับตัวเองทำไม?” จางเซวียนมองสาวน้อยด้วยสีหน้าเจ็บปวด “หากคุณประกาศยกเลิกงานหมั้น อย่างน้อยตระกูลหลัวของคุณก็ยังรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีไว้ได้”
“ฉันรู้! ฉันรู้ดี…แต่หัวใจของฉันไม่ยินยอมให้ทำแบบนั้น!” หลัวฉีฉีร่ำไห้
ถ้าเธอออกปากให้ยกเลิกงานหมั้น แม้เรื่องนี้จะเป็นรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของตระกูลหลัว แต่อย่างน้อยก็จะยังรักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตระกูลไว้ได้ แต่นั่นก็จะหมายถึงการทำลายความหวังสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้อยู่ร่วมกัน
สำหรับเธอ มันโหดร้ายเกินไปที่จะตัดสินใจแบบนั้น เธอมอบหัวใจให้กับความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปหมดแล้ว แต่ก็ต้องมาพบกับจุดจบที่เธอรับไม่ได้ และไม่มีวันยอมรับมันด้วย!
“คุณก็รู้ว่าไม่มีทางอื่น” จางเซวียนพูด
ในเมื่อคนที่เขาเลือกคือหลัวลั่วชิง เขาก็ต้องยกเลิกงานหมั้น ไม่อย่างนั้น ก็มีแต่จะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาต้องเจ็บปวด
หลัวฉีฉีหันกลับมาแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรเป็นคนประกาศ…”
“ผมเสียใจ…” รู้ดีว่าหลัวฉีฉีตัดใจทำไม่ได้ จางเซวียนโยนตราสัญลักษณ์หัวหน้าตระกูลจางขึ้นสู่กลางอากาศและประกาศ “ผม, จางเซวียน ในฐานะหัวหน้าตระกูลจาง ขอประกาศยกเลิกการแต่งงานระหว่างผมกับองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว การยกเลิกครั้งนี้มีเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวของผมเอง ผมไม่คู่ควรพอที่จะรับเธอเป็นภรรยา!”
คำพูดเหล่านั้นดังก้องไปทั่ว ทำให้อากาศสั่นสะเทือน
“หยู่ชิง…” เมื่อได้ยินคำนั้น หัวหน้าตระกูลหลัวนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
ในเวลาเดียวกัน หลัวชวนฉิงก็จ้องหน้าจางเซวียนอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
ต่อให้จางเซวียนประกาศยืนยันแล้ว โลกก็ยังคงไม่รับรู้เรื่องจริงอยู่ดี ข่าวลือทั้งหลายจะแพร่สะพัดออกไป และชื่อเสียงของตระกูลหลัวก็จะต้องด่างพร้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“รองประธานเหริน ผมตัดสินใจแล้ว ต้องขอรบกวนสภาปรมาจารย์ของคุณให้เผยแพร่คำประกาศของผมคำต่อคำให้โลกรับรู้ด้วย!” จางเซวียนเก็บตราสัญลักษณ์ของเขาก่อนจะประสานมือและร้องขอกับรองประธานเหรินชิงหยวน
วิธีที่รวดเร็วที่สุดในการกระจายข่าวก็คือผ่านทางสภาปรมาจารย์
“ผมเข้าใจ ปรมาจารย์จาง!” เหรินชิงหยวนพยักหน้า
ถ้าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ต่อให้พยายามสักแค่ไหนก็ไม่มีทางที่ทุกฝ่ายจะมีความสุข มันไม่ใช่เรื่องที่จะชี้ชัดลงไปได้ว่าถูกหรือผิด
“ฉีฉี ดูแลตัวเองด้วยนะ!” เมื่อจัดการเรื่องราวแล้ว จางเซวียนก็ชำเลืองมองสีหน้าหม่นหมองของสาวน้อยอีกครั้งก่อนจะเดินห่างออกไป
เหล่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลัวพยายามจะสกัดกั้นเขาไว้ แต่เมื่อมองเครื่องเก็บงำมิติที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยับยั้งตัวเอง
“ท่านอาจารย์…”
จางเซวียนเดินไปได้เพียง 2-3 ก้าว เสียงของสาวน้อยก็ดังขึ้นอีก
จางเซวียนหยุดชะงักและหันมามองสาวน้อยอย่างช้าๆ
ผ่านไปครู่หนึ่งกว่าเสียงของเธอจะดังขึ้นอีกครั้ง
“ต่อไปคุณจะ…ยังสอนฉันหลอมยาอยู่ไหม?”
“แน่นอน!” จางเซวียนพยักหน้า ผมจะสอนคุณ ทุกอย่างที่คุณอยากเรียน!”
