ตอนที่ 1581 ทำไมไม่จับพวกเขาแต่งงานกันซะ!
ขบวนสมาชิกตระกูลจางบินออกจากเมืองสวรรค์บัง เมื่อลดสายตาลงมองตึกรามบ้านช่องโอ่อ่างดงามที่อยู่ด้านล่าง จางเซวียนอดรู้สึกไม่ได้ว่าทุกอย่างราวกับเป็นแค่ความฝัน
จางเซวียนรู้ดีว่าคราวนี้เขาทำร้ายจิตใจของสาวน้อยผู้ใสซื่อคนนั้นอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่มีทางที่จะบงการความรู้สึกของตัวเองได้ หากเขาบังคับตัวเองให้ทำอะไรที่ขัดกับความรู้สึก ลงท้ายก็มีแต่จะทำให้ทุกคนต้องเจ็บปวด แทนที่จะต้องรับสภาพนั้น ตัวเขาควรตัดสินใจจบเรื่องอย่างเด็ดเดี่ยวน่าจะดีกว่า
ในตอนแรกมันอาจจะยาก แต่ทันทีที่สาวน้อยทำใจจากเขาได้ เธอก็จะมีโอกาสได้เสาะแสวงหาความสุขที่แท้จริงอย่างที่เธอสมควรจะได้รับ
หลัวลั่วชิงชำเลืองมองและตั้งคำถาม “คุณยังรู้สึกแย่อยู่หรือ?”
จางเซวียนส่ายหน้าและตอบว่า “ความเข้าใจผิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะผมคิดว่าคุณคือองค์หญิงน้อยของตระกูลหลัว…”
“เอาเถอะ ฉันเข้าใจ คุณไม่ต้องอธิบายแล้ว” หลัวลั่วชิงพยักหน้าขณะกลับไปมีทีท่าเย็นชาดังเดิม “ฉันพอจะมองเรื่องราวออก”
เห็นหลัวลั่วชิงเลือกที่จะไว้ใจเขา จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก “คุณบอกว่าจะพาผมไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เราจะไปที่ไหนกัน?”
“คุณกำลังสืบหาผู้ที่ลักพาตัวจ้าวหย่า เว่ยหรูเหยียน และหยวนเทาอยู่ไม่ใช่หรือ?” หลัวลั่วชิงถามยิ้มๆ
จางเซวียนตาโต “คุณรู้หรือว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน?”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่ฉันพอจะรู้ว่าเจ้าตัวการที่พาพวกเขาไปนั้นเป็นใคร” หลัวลั่วชิงตอบ
“พวกเขาเป็นใคร?” จางเซวียนถามพร้อมกับกำหมัดแน่น
เขาจะไม่มีวันให้อภัยพวกที่บังอาจทำร้ายลูกศิษย์ของเขา ขอแค่ได้รู้ว่าตัวการเป็นใคร เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไปเด็ดขาด!
“ฉันยังระบุที่มาของพวกมันไม่ได้ แต่หนึ่งในเหตุผลที่ฉันมาหาคุณก็เพื่อยับยั้งพวกมันนี่แหละ!” หลัวลั่วชิงตอบ
“ยับยั้งพวกมัน? พวกมันยังคิดจะจับตัวผู้คนมากกว่านี้อีกหรือ?” จางเซวียนหรี่ตาพร้อมกับตั้งคำถาม
“ไม่ใช่อย่างนั้น พวกมันกำลังตามหาของบางอย่าง” หลัวลั่วชิงอธิบาย “ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องรางฟ้าประทานในตำนาน!”
“พวกมันหมายตาวิหารแห่งขงจื๊อไว้จริงๆ” จางเซวียนคำราม
ดูรูปการณ์แล้ว น่าจะเป็นการกระทำของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอย่างที่เขาเคยคิดไว้
“สำหรับเรื่องนี้ หากมีผู้คนเข้ามายุ่งเกี่ยวมากเกินไปก็อาจเกิดปัญหา เพราะฉะนั้น จะดีที่สุดหากสมาชิกในตระกูลของคุณไม่ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนเจิ้งหยางกับลู่ชง แม้จะมีพละกำลังมาก แต่สถานที่ที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนั้นจัดว่าอันตราย ฉันเห็นว่าจะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่พาใครไปกับพวกเราเลย” หลัวลั่วชิงพูด
ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ก็มีโอกาสที่ตัวการจะรู้ตัวเร็วขึ้นเท่านั้น อีกอย่าง หากใครสักคนถูกจับตัวไประหว่างที่กำลังปฏิบัติภารกิจ ผู้นั้นก็จะถูกใช้เป็นตัวประกันเพื่อมาเหนี่ยวรั้งพวกเขา
ถึงเจิ้งหยางกับลู่ชงจะมีพละกำลังไม่น้อย แต่ก็ยังอ่อนต่อโลก ในดินแดนอันแสนอันตรายนั้น พวกเขาอาจมีสัญชาตญาณไม่เฉียบแหลมพอที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตี และนั่นจะทำให้ทั้งทีมกลายเป็นจุดอ่อน
“ผมเห็นด้วย แต่…จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าตัวการกลับมาตลบหลังเล่นงานตระกูลจางกับตระกูลหลัวตอนที่พวกเราไม่อยู่ นั่นจะทำให้เราลำบากกว่าเดิมหรือเปล่า?” จางเซวียนยังคงวิตก
“วางใจเถอะ มีทั้งปรมาจารย์หยางและผู้เชี่ยวชาญอีกมากมาย ต่อให้เจ้านั่นมาเล่นงานพวกเขา ลงท้ายก็มีแต่จะต้องล่าถอย!” หลัวลั่วชิงตอบยิ้มๆ
“ผมคิดว่าคุณคงพูดถูก…” จางเซวียนพยักหน้า
มีทั้งปรมาจารย์หยาง เซียนดาบชิงเหมิง เจิ้งหยาง ลู่ชง และเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่คอยดูแลสถานการณ์ตอนที่พวกเขาไม่อยู่ ต่อให้นักรบที่มีวรยุทธขั้นนักปราชญ์โบราณมาโจมตี ก็ไม่น่าจะรอดพ้นไปได้ง่ายๆ
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ!”
เมื่อตัดสินใจแล้ว จางเซวียนรีบอธิบายให้ท่านพ่อและท่านแม่ของเขาเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ส่งตราสัญลักษณ์หัวหน้าตระกูลจางคืนให้ และแนะนำทั้งสองให้ช่วยกันบ่มเพาะจางจิ่วเซี่ยวขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไป ก่อนที่จะจากไปพร้อมกับหลัวลั่วชิง
……
“หลัวลั่วชิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ?”
เซียนดาบเหมิงเฝ้ามองทั้งสองบินจากไป เธอหันมาตั้งคำถามกับปรมาจารย์หยาง
เขาเป็นผู้รอบรู้ที่สุดในหมู่ทุกคนที่นี่ ดังนั้น ถ้าจะมีใครสักคนรู้จักเธอ ก็ย่อมเป็นเขา
ปรมาจารย์หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผมคิดว่าเธอน่าจะเกี่ยวข้องกับ ‘สถานที่นั้น’!”
“สถานที่นั้น?” เซียนดาบเหมิงทวนคำด้วยความสงสัย
ครู่ต่อมา เซียนดาบชิงก็ขัดขึ้น “ปรมาจารย์หยาง คุณหมายถึง 100 สำนักแห่งนักปราชญ์หรือ?”
“ถูกต้อง หลังจากที่ปรมาจารย์ขงจากโลกนี้ไปได้ไม่นาน บรรดาลูกศิษย์ของเขาก็หายสาบสูญไปทีละคน แม้จะไม่มีใครรู้ข่าวคราวที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับพวกเขา แต่จากรายงานและข้อสันนิษฐานบางอย่างของเหล่าบรรพบุรุษ ดูเหมือนคนเหล่านั้นจะไปตั้งรกรากในอีกสถานที่หนึ่งที่ห่างไกลจากทวีปของเรา!” ปรมาจารย์หยางตอบ
“ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว สภาปรมาจารย์ได้ส่งข่าวให้ผม ข่าวนั้นรายงานว่าไม่นานหลังจากวิหารแห่งขงจื๊อปรากฏขึ้น ก็มีกลุ่มบุคคลน่าสงสัยซึ่งน่าจะเป็นบรรดาผู้สืบทอดของ 100 สำนักแห่งนักปราชญ์ปรากฏตัวขึ้นในบริเวณใกล้เคียง อันที่จริง พวกเขามีสภาวะของการปฏิเสธการทำนายโดยสิ้นเชิงด้วย ทำให้เหล่าผู้หยั่งรู้ไม่อาจทำนายตัวตนของพวกเขาได้ คนเหล่านั้นหายตัวไปจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว คนของเราจึงไม่อาจสืบเสาะเรื่องนี้ต่อ แต่จากการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของหลัวลั่วชิงและพละกำลังอันน่าทึ่งของเด็กชายวัยรุ่นที่อยู่ข้างตัวเธอ ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่จะเป็นพวกเขา!”
“100 สำนักแห่งนักปราชญ์นั้นเป็นเจ้าของมรดกตกทอดที่แท้จริงของปรมาจารย์ขง พวกเขามีโอกาสได้ฝึกฝนศาสตร์ลับอันไร้เทียมทาน ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับพรจากสวรรค์ให้มีพละกำลังเหนือชั้นมาตั้งแต่เกิด ในเมื่อคุณพูดถึงขึ้นมา ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ” เซียนดาบเหมิงพลันเข้าใจ “ตอนแรก ฉันคิดว่าเซวียนเอ๋อตาต่ำที่ละทิ้งแตงโมเพื่อไปหาเมล็ดงา แต่ถ้าเธอเป็นทายาทของ 100 สำนักแห่งนักปราชญ์จริงๆ ล่ะก็ ฉันก็วางใจ!”
หลังจากพูดประโยคนั้นจบ รอยยิ้มยินดีปรีดาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
การแต่งงานกับตระกูลหลัวควรจะเป็นการจบเรื่องอย่างสวยงามที่สุด เพราะไม่เพียงแต่อิทธิพลของตระกูลจางจะขยายออกไป แต่ยังจะช่วยยกฐานะลูกชายของเธอให้เป็นบุรุษหมายเลข 1 ของทวีปแห่งปรมาจารย์ในทันทีด้วย ทำให้เขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือได้แม้กระทั่งกับสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่
แต่ในเมื่อลูกชายของเธอไม่ต้องการ เธอก็ทำอะไรไม่ได้
เธอติดค้างลูกชายของเธอไว้มาก ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เธอจะทำได้ก็คือปล่อยให้เขาได้แสวงหาความสุขของตัวเอง
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเข้าใจว่านี่คือความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ของตระกูลจาง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขากลายเป็นศัตรูกับตระกูลหลัว ใครจะไปคิดว่าความผิดพลาดครั้งนี้จะลงเอยด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับ 100 สำนักแห่งนักปราชญ์ผู้ทรงพลังแทน? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ไม่เพียงแต่ตระกูลจางจะไม่ได้สูญเสีย อนาคตและความก้าวหน้าอย่างงดงามก็กำลังรอคอยพวกเขาอยู่ด้วย
“ความรู้สึกน่ะ ใช้คำว่าได้หรือเสียมาวัดได้ด้วยหรือ?” เห็นปฏิกิริยาของภรรยา เซียนดาบชิงพูดไม่ออก “การแต่งงานระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัวจะทำให้พวกเราได้กุญแจที่นำไปสู่วิหารแห่งขงจื๊อ แต่เมื่อแตกหักกับตระกูลหลัวเสียแล้ว เราก็ไม่อาจถอดรหัสฉนวนได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อแผนการของสภาปรมาจารย์ล้มเหลว ความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง!”
เซียนดาบชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความน้อยเนื้อต่ำใจ
นับตั้งแต่ลูกชายของเขาปรากฏตัว สถานภาพของเขาในครอบครัวก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงทุกที
การที่เขาจะถูกตะคอกใส่ทุกวันก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เขาถึงกับต้องลงเอยด้วยการมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องหยุมหยิมอย่างเรื่องว่าที่ภรรยาในอนาคตของลูกชาย แทนที่จะได้หารือในเรื่องใหญ่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติ นี่เขาตกต่ำถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?
“แล้วทำไมลูกชายของฉันจะต้องเสียสละเพื่อโลกใบนี้ด้วยล่ะ? มีผู้คนอีกมากมายข้างนอกนั่นที่ให้ความสนใจเรื่องวิหารแห่งขงจื๊อ ทั้งหมดที่ฉันหวังไว้ก็คือลูกชายของเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” เซียนดาบเหมิงโบกมืออย่างไม่ทุกข์ร้อน
“จิตใจคับแคบ!” เซียนดาบชิงพึมพำ
“จางเจิ้งชิง พูดอีกทีซิ!” เซียนดาบเหมิงโมโหเดือด
“เอาเถอะ เอาเถอะ! ถึงวิหารแห่งขงจื๊อจะเริ่มเผยตัวแล้ว แต่ก็ดูเหมือนยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่มันจะปรากฏขึ้นมาจริงๆ” ปรมาจารย์หยางพูด “ศิษย์พี่ของผมคงจะมีเวลาเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตระกูลขึ้นใหม่ อีกอย่าง เท่าที่ดูจากท่าทีขององค์หญิงน้อย ก็ดูเหมือนเธอจะยังมีใจให้กับศิษย์พี่ของผม ขอแค่เราอธิบายเรื่องนี้ให้เธอเข้าใจได้ ผมก็คิดว่าเธอคงจะเต็มใจมากับเรา!”
แม้ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างไม่สวยงามนัก แต่ตราบใดที่องค์หญิงน้อยไม่เคืองแค้นจางเซวียนกับตระกูลจาง ก็ยังพอมีช่องทางให้ไกล่เกลี่ย
อีกอย่าง เหล่าบรรพบุรุษของตระกูลหลัวก็ได้เสียสละมากมายเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ ซึ่งก็บ่งบอกแล้วว่าพวกเขาไม่ใช่คนจิตใจคับแคบที่จะปล่อยให้ความแค้นส่วนตัวเข้ามาปะปนกับเรื่องสำคัญ แม้พวกเขาจะเสื่อมเสียศักดิ์ศรีเพราะการกระทำของจางเซวียน แต่หากมีความปลอดภัยของมวลมนุษย์เป็นเดิมพัน คนเหล่านั้นก็คงกล้ำกลืนความแค้นส่วนตัวเอาไว้ชั่วคราวและหันหน้ามาร่วมมือกับพวกเขา
“ปรมาจารย์หยางพูดถูก ต่อไปฉันจะลองพูดเรื่องนี้กับลูกชายดู ผู้ชายคนหนึ่งจะมีภรรยาหลายคนพร้อมๆ กันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาก็สามารถแต่งงานกับองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัวได้ สาวน้อยคนนั้นก็ออกจะงดงาม แถมยังมีสะโพกผายด้วย ซึ่งหมายความว่าเธอเหมาะสมที่จะให้กำเนิดลูก ไม่ว่าจะเป็นหลัวลั่วชิงหรือหลัวฉีฉี ไม่ดีหรือหากจะได้แต่งงานกับทั้งคู่? นั่นคงจะเป็นตอนจบที่งดงามทีเดียว จริงไหม?” เซียนดาบเหมิงพยักหน้า
“ใช่แล้วที่รัก ผู้ชายจะมีภรรยาหลายคนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้น มีภรรยา 2 คนพร้อมกันก็ไม่เห็นเป็นไร!” เซียนดาบชิงพยักหน้า
“มีภรรยา 2 คนพร้อมกันก็ไม่เห็นเป็นไร? จางเจิ้งชิง นี่คุณคิดจะพาผู้หญิงอีกคนเข้ามาหรือ?” เซียนดาบเหมิงคำรามขณะจ้องหน้าเซียนดาบชิงอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“ผม…ผมหมายถึงลูกชายของเรา…”
ราวกับถูกผลักเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง เซียนดาบชิงขนลุกขนชัน “ผมไม่ได้พูดถึงตัวเองจริงๆ ! อ๊ากกก! ไว้ชีวิตผมเถอะ! ต่อไปผมจะไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้อีกแล้ว…ใช่ คุณพูดถูก ไม่สิ…ผมจะไม่แม้แต่คิดถึงเรื่องนี้อีก…”
