2345 ภาคต่อ 1 หลัวชวนฉิง 2
“ในที่สุด เราก็มาถึงที่นี่!”
หลัวชวนฉิงอยู่พร้อมหน้ากับหยู่เฟยเอ๋อและหูเหยาเหย่า ตัวเขาที่อยู่ในสภาพออกจะยับเยินจ้องมองภูเขาจิตวิญญาณยิ่งใหญ่ที่อยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าอ่อนล้าระคนโล่งใจ
แม้เขาจะได้เป็นนักรบระดับเทพเจ้าแล้ว และพลังปราณกับจิตวิญญาณก็ได้รับการบ่มเพาะอย่างดีจากเลือดของจางเซวียน แต่ก็ยังเป็นนักรบที่อ่อนแอที่สุดในสรวงสวรรค์
เมื่อหวนนึกถึงความทุกข์ยากต่างๆที่ผ่านมา หลัวชวนฉิงทั้งเหนื่อยใจและอับจนหนทาง
“เพราะฉะนั้น ที่นี่ก็คือสรวงสวรรค์…” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะส่ายหน้า
ไม่ว่าจะเป็นมิติเบื้องบนหรือทวีปแห่งปรมาจารย์ เขาคืออัจฉริยะชั้นยอดที่ได้รับการยกย่องจากเพื่อนนักรบรุ่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้เปล่งประกายเจิดจรัสเหมือนหมอนั่น แต่ก็แน่นอนว่าชื่อของเขาจะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
แต่ถึงอย่างนั้น หลังจากมาถึงสรวงสวรรค์ เขาก็ยังถูกกระต่ายตัวหนึ่งไล่ล่าถึง 3 วันเต็มๆเพื่อขุดหาแครอทของมัน มีคราวหนึ่งเขาถูกหนอนผีเสื้อโจมตี อีกคราวหนึ่ง มดบินได้ก็เกือบใช้ปีกของมันปาดคอของเขา ส่วนอีกคราว ใบหญ้าเขียวที่คมกริบก็แทงทะลุผิวหนัง ทำให้เลือดทะลักออกมามากมาย…
นี่คือดินแดนเลวร้ายที่แสนจะน่าพรั่นพรึง!
ต่อให้อสูรที่สงบเสงี่ยมที่สุดในมิติเบื้องบนก็อาจกลายเป็นอสูรร้ายโหดเหี้ยมเมื่ออยู่ในสรวงสวรรค์!
เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าดีใจแค่ไหนที่ออกจากภูเขาจิตวิญญาณยิ่งใหญ่มาได้โดยยังมีชีวิตอยู่!
“ถึงเราสามคนจะเป็นเทพเจ้าแล้ว แต่ก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งในภูเขานั่น ในครั้งนั้น จางเซวียนเป็นคนเดียวที่ฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นเทพเจ้าได้สำเร็จ แถมยังต้องดูแลนักรบขั้นกึ่งสรวงสวรรค์อีกกลุ่มใหญ่ แล้วเขาเอาชีวิตรอดจากภูเขาจิตวิญญาณยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?” หูเหยาเหย่าอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ
หลัวชวนฉิงกับหยู่เฟยเอ๋อสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร
กาลเวลาในสรวงสวรรค์เพิ่งผ่านไปราว 1 เดือนเท่านั้นนับตั้งแต่จางเซวียนเดินทางมาที่นี่พร้อมกับศิษย์สายตรง 11 คน, ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขา และซุนฉาง ในครั้งนั้น ผู้ติดตามทั้ง 14 คนยังไม่ได้ฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นเทพเจ้า ซึ่งหมายความว่าไม่เพียงแต่พวกเขาจะทำประโยชน์อะไรไม่ได้เมื่ออยู่ในภูเขาจิตวิญญาณยิ่งใหญ่ แต่จางเซวียนยังต้องออกสำรวจพื้นที่เพื่อหาอาหารให้คนเหล่านั้นด้วย
แน่นอนว่าอันตรายที่อีกฝ่ายเผชิญย่อมหนักหนาสาหัสกว่านี้มาก
ขนาดมดหรือยุงซึ่งเป็นแมลงที่พวกเขาเคยใช้มือตบทีเดียวก็ตาย แต่เมื่ออยู่ในสรวงสวรรค์ ก็อาจกลายเป็นอสูรร้ายที่สังหารได้แม้แต่นักรบขั้นกึ่งสรวงสวรรค์
“เขาคงลำบากไม่น้อยเลยตอนที่อยู่ในภูเขาจิตวิญญาณยิ่งใหญ่…ขนาดพวกเรายังใช้เวลาถึง 5 วันกว่าจะหาทางออกจากที่นั่นได้ เขาคงต้องใช้เวลานานกว่านั้นแน่” หลัวชวนฉิงตั้งข้อสังเกต
จากนั้นเขาก็ตาโตขณะพูดต่อ “จางเซวียนคงเพิ่งออกจากสันเขา และในเวลานี้ก็คงพักอยู่ในเมืองใกล้ๆนี่แหละ เราไปสำรวจแถวนี้กันดีกว่า อาจพบเขาก็ได้! คราวนี้ ไม่ว่าอย่างไรผมก็จะต้องตามเขาให้ทัน…ผมไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะยังเอาชนะผมได้ เพราะตอนนี้สภาพแวดล้อมของเราเปลี่ยนไปแล้ว!”
หลัวชวนฉิงรู้สึกขัดแย้งในใจอย่างรุนแรงต่อสหายเก่าของเขาคนนี้
เขาเกลียดชังจางเซวียนที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเสียใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ประทับใจกับความเก่งกาจและเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของอีกฝ่าย
ถ้าไม่ใช่เพราะจางเซวียนเปิดทางให้ ป่านนี้เขาก็คงยังอยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ อาจไม่ได้เป็นแม้แต่นักปราชญ์โบราณด้วยซ้ำ
ก็เพราะความขัดแย้งในใจที่โหมกระพือความปรารถนาให้เขายิ่งอยากพบจางเซวียน เขาอยากสั่งสอนบทเรียนให้หมอนั่น ข้อหาที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเป็นทุกข์!
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่เคยทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในทวีปแห่งปรมาจารย์หรือมิติเบื้องบน ดูเหมือนสรวงสวรรค์จะเป็นโอกาสสุดท้าย
หยู่เฟยเอ๋อชี้นิ้วไปยังพื้นที่ตรงหน้าและอุทานออกมา “ดูนั่น ตรงนั้นมีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง!”
หลัวชวนฉิงมองตาม เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่แต่งกายคล้ายนักเรียนกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในป่าที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาเป็นแค่นักรบขั้นกึ่งสรวงสวรรค์ และดูเหมือนยังอีกไกลกว่าจะได้เป็นเทพเจ้า
“พวกเขายังไม่ได้เป็นเทพเจ้าด้วยซ้ำ แต่ก็กล้าเข้าป่า? รนหาที่ตายหรือไง?” หลัวชวนฉิงงุนงง
เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเพื่อให้คำแนะนำ
ตอนแรก กลุ่มนักเรียนดูจะระแวงหลัวชวนฉิงอยู่บ้าง แต่หลังจากสนทนากันครู่หนึ่งก็ค่อยคลายใจ
เมื่อได้รู้ว่าทั้ง 3 เพิ่งออกจากภูเขาและไม่เคยเข้าเมือง ทั้งกลุ่มให้แนะนำด้วยความหวังดี
“แถวนี้มีเมืองใหญ่อยู่เมืองหนึ่ง ชื่อเมืองตะวันรอน ท่านเจ้าเมืองอู๋ฟังชิงเป็นนักรบระดับเทพเจ้าสวรรค์สร้าง มีพละกำลังแข็งแกร่งอย่างไม่มีใครเทียบ ดังนั้น เมื่อพวกคุณเข้าเมืองแล้ว จะทำอะไรก็ระมัดระวังด้วย ไม่อย่างนั้นจะต้องถูกลงโทษข้อหาฝ่าฝืนกฎ!”
นับตั้งแต่เกิดการเสื่อมถอยของพลังจิตวิญญาณ ระเบียบกฏเกณฑ์ต่างๆกลายเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในบรรดาเมืองใหญ่ของสรวงสวรรค์ ท่านเจ้าเมืองมีอำนาจเด็ดขาดกว่าเดิม และมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะคิดท้าทาย
พวกเขาห่วงว่าหลัวชวนฉิง, ‘มนุษย์ถ้ำไฟแรง’ คนนี้จะทำอะไรล้ำเส้นไปและถูกลงโทษ
“เทพเจ้าสวรรค์สร้าง?” หลัวชวนฉิงตาโต
เพราะคิดว่าหลัวชวนฉิงอาจไม่รู้จักระดับวรยุทธขั้นต่างๆ นักเรียนผู้มีน้ำใจคนนั้นเริ่มอธิบาย “ใช่ เทพเจ้าสวรรค์สร้างคือผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ คุณคงรู้แล้วว่าเทพเจ้าแบ่งเป็นขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง เฉพาะผู้ที่ฝ่าด่านวรยุทธจากเทพเจ้าขั้นสูงไปได้เท่านั้นถึงจะได้เป็นเทพเจ้าสวรรค์สร้าง นักรบทุกคนที่ได้เป็นเทพเจ้าสวรรค์สร้างน่ะเก่งกาจปราดเปรื่องมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในสรวงสวรรค์ก็มีแต่ผู้คนเคารพยกย่อง!”
