2350 ภาคต่อ 5 ซุนฉาง 1
“พวกเขาจะต้องเป็นคู่รักที่หวานที่สุดในสรวงสวรรค์แน่…”
ทุกครั้งที่เทพธิดาหลิงหลงนึกถึงจางเซวียนที่โบยบินไปพร้อมกับเนี่ยหลินซีและหลัวฉีฉี จากไปพร้อมกับคำอวยพรของผู้เชี่ยวชาญมากมาย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาจับใจ
เพราะเกิดมาเป็นหนึ่งในจอมราชันย์ จึงถูกชะตาลิขิตให้มีชีวิตต่างจากคนอื่น แต่เธอกลับโหยหาความรักของมนุษย์
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอหวังจะได้พบชายสักคนที่แข็งแกร่งกว่าเธอ ให้เธอพึ่งพาได้
แต่เหล่าจอมราชันย์ก็ล้วนแข็งแกร่งพอ ๆ กับเธอทั้งนั้น บางคนอ่อนแอกว่าด้วยซ้ำ และถึงแม้จะมีบางคนที่เคยมีใจให้เธอ แต่เธอก็ไม่แยแส
ไม่ใช่เพราะเทพธิคาหลิงหลงมักใหญ่ใฝ่สูง แต่สิ่งที่เธอปรารถนาอย่างแท้จริงคือความโรแมนติกและความรักแบบเร่าร้อนที่จะพบได้เฉพาะในโลกมนุษย์
ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จอมราชันย์มังกรเมฆกับคนอื่น ๆ จะมอบให้เธอได้ เทพธิดาหลิงหลงรู้จักพวกเขาดีเกินไป จึงไม่อาจบังคับตัวเองให้สนใจคนเหล่านั้น
…..
จอมราชันย์มังกรเมฆเป็นคนเจ้าชู้ มีทายาทมากมายนับไม่ถ้วนอยู่ทั่วโลก
จอมราชันย์อมตะใช้วันคืนส่วนใหญ่ไปกับการครุ่นคิดว่าจะฆ่าตัวตายอย่างไร เขาเก็บตัว มองโลกในแง่ร้าย ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แถมยังไม่สนใจผู้หญิงสักคน
จอมราชันย์ฟูเหมิงเป็นคนอารมณ์ร้อน ชนิดที่แทบจะอดทนอดกลั้นกับอะไรไม่ได้เลย
จอมราชันย์ปีศาจเฉียนคุ่นก็อ่อนแอปวกเปียกเกินกว่าที่เธอจะสนใจ
จอมราชันย์จัวหยางเป็นคนหุนหันพลันแล่นและไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับอะไรจนมองข้ามรายละเอียดต่าง ๆ เสมอ มีข่าวลือว่าเขามักออกไปไหนมาไหนโดยไม่ใส่กางเกงชั้นในด้วยซ้ำ แหวะ!
ส่วนจอมราชันย์ดาบสวรรค์ก็แต่งงานกับดาบของเขาไปแล้ว จะต้องพูดอะไรอีก?
จอมราชันย์พิชิตสวรรค์ไร้ซึ่งความปรารถนาทางโลกใด ๆ ราวกับนักบวชผู้ทรงศีล
และจอมราชันย์หลินซีก็เป็นผู้หญิง…
ดูสิ! ในบรรดาจอมราชันย์ ไม่มีใครเหมาะสมกับเธอสักคน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องอยู่เป็นโสดตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่ขณะที่เฝ้ามองความรักของหลาย ๆ คู่ เทพธิดาหลิงหลงก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ฤดูใบไม้ผลิของเธอจะมาถึง?
ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เธอหวังสุดใจว่าจะมีใครสักคนที่พึ่งพาและไว้ใจได้มาอยู่เคียงข้าง คอยสนับสนุนเธอในทุกเรื่อง
เธออาจเป็นถึงจอมราชันย์ แต่ก็ใช่จะไร้ซึ่งความปรารถนา บางทีอาจเป็นเพราะเธอโหยหาการมีคู่ชีวิตมากเกินไป จึงต้องทุกข์ทรมานจากอาการนอนไม่หลับ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้เลย เรื่องนี้ทำให้เทพธิดาหลิงหลงท้อใจมาก
และนั่นคือเหตุผลที่เธอรู้สึกอิจฉาจับใจเมื่อเห็นหลัวลั่วชิงกับหลัวฉีฉีได้แต่งงาน
เธอปรารถนาจะได้ไปยืนในจุดนั้น
เทพธิดาหลิงหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่และสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไป ขณะเดินไปตามถนนในเมืองหลวงแห่งน่านฟ้าหลิงหลง
งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของจางเซวียนกับจอมราชันย์หลินชีผ่านไป 1 เดือนแล้ว แต่ความอึกทึกครึกโครมทั้งหลายก็ยังไม่จบสิ้น ผู้คนมากมายยังคงเล่าขานถึงเรื่องราวในวันนั้นอย่างตื่นเต้น
เทพธิดาหลิงหลงหยุดฟังเสียงซุบซิบครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ดูมีระดับ
เธอปลอมตัวเรียบร้อยแล้วก่อนจะลงมาเดินถนน จึงไม่มีทางที่ใครจะจดจำเธอได้
ต่อให้จอมราชันย์ก็ไม่อาจฝั่งตัวอยู่ในพระราชวังที่ใหญ่โตและหนาวยะเยือกได้ทั้งวันทั้งคืน มันแสนจะน่าเบื่อ! บางครั้งพวกเขาก็จะปลอมตัวเป็นคนธรรมคาสามัญเพื่อสัมผัสชีวิตปกติบ้าง
เธอเลือกที่นั่งริมหน้าต่างและสั่งอาหาร 2-3 จานก่อนจะค่อย ๆ ละเลียดรสชาติของมัน
ขณะที่ความท้อใจของเธอเริ่มจางหายไปเพราะได้รับการเยียวยาจากอาหารรสเลิศ ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่แต่งกายในชุดเครื่องแบบเดียวกันก็เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม
“เขาอยู่นั่น!”
มีเสียงอุทาน แล้วกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายสิบที่เพิ่งเข้ามาใน โรงเตี๊ยมก็หันขวับไปมองชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอ
อีกฝ่ายมีรูปร่างค่อนข้างตุ้ยนุ้ย แต่เพราะเขานั่งหันหลังให้ เทพธิดาหลิงหลงจึงไม่เห็นหน้า
ชายวัยกลางคนผู้นั้นดูจะไม่แยแสกับการถูกผู้คนมากมายจับตา เขายังคงถือแก้วไวน์อย่างสบายใจ และจิบไปเรื่อย ๆ
บนโต๊ะของเขามีเนื้อหมูกับขาหมูจานใหญ่ ซึ่งเขาก็กินอย่างสบายใจ จนน้ํามันหยดลงจากริมฝีปาก
“ล้อมเขาไว้!”
หลังจากยืนยันเป้าหมาย ชายวัยกลางคนซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มก็ยกมือขึ้นและสั่งการคนของเขา
ฟื้บ!
ชายฉกรรจ์หลายสิบคนเข้าล้อมชายวัยกลางคนร่างตุ้ยนุ้ยไว้ทันที พวกเขายังไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ผู้ที่เฝ้ามองอยู่ก็รู้สึกได้ถึงเจตนาสังหารอันน่าสะพรึงที่แผ่ออกมา
หัวหน้ากลุ่มประสานมือขณะบอกกล่าวฝูงชนที่อยู่โดยรอบ
“สหาย ผมมีบางเรื่องที่ต้องจัดการ คงต้องขอให้พวกคุณออกไปก่อน ทุกอย่างที่พวกคุณซื้อไว้ ผมจ่ายเอง!”
“ได้ ได้ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้…”
“พวกนั้นมาจากตระกูลชางกวน!”
“ตระกูลชางกวน?”
“ใช่ หลังจากราชันย์เทพเจ้าผู้ทรงเกียรติไป้เย่ฉิงหงเสียชีวิต ราชันย์เทพเจ้าผู้ทรงเกียรติของตระกูลชางกวนก็กลายเป็นผู้กุมอำนาจในเมืองหลวงแห่งน่านฟ้หลิงหลง เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องไม่ขัดใจพวกเขา!”
“แล้วเจ้าอ้วนนั่นเป็นใคร? คนพวกนั้นมาจับตัวเขาทำไม?”
“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ ยื่นจมูกเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องพวกนี้คงไม่ฉลาดแน่ เร็วเข้าเถอะรีบไป!”
ฝูงชนส่งเสียงกระซิบกระซาบและรีบอพยพออกจากโรงเตี๊ยม เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา และคงฉลาดกว่ามากหากไม่เข้าไปก้าวก่ายธุระของตระกูลใหญ่หมายเลข 1 ของเมืองหลวงแห่งน่านฟ้าหลิงหลง
ไม่ช้า ผู้ที่ยังอยู่ในโรงเตี้ยมก็มีแต่กลุ่มชายฉกรรจ์ ชายร่างตุ้ยนุ้ยย และเทพธิดาหลิงหลงเท่านั้น
เธออารมณ์ไม่ดีนัก และกว่าจะหาที่เหมาะ ๆ เพื่อนั่งสงบใจได้ก็ไม่ง่าย จึงเป็นธรรมดาที่ยังไม่อยากออกไป
เมื่อเห็นว่ายังมีคนไม่ยอมออกไป หัวหน้ากลุ่มขมวดคิ้ว
“สหาย ตระกูลชางกวนของพวกเรามีเรื่องต้องจัดการ ผมหวังว่าคุณจะออกจากที่นี่เสีย ไม่อย่างนั้น เราอาจพลั้งมือทำให้คุณได้รับบาดเจ็บก็ได้ หากเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแน่ใช่ไหม?”
“คุณจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฉันแค่ผ่านมา…”
เทพธิดาหลิงหลงพูด ขณะรินไวน์แก้วหนึ่งให้ตัวเอง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เงาขนาดใหญ่ก็พาดผ่าน เมื่อเงยหน้ามอง ชายร่างตุ้ยนุ้ยก็ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเธอแล้ว เขายื่นขาหมูจานใหญ่ให้ จากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า
“สาวน้อย คุณออกจากโรงเตี๊ยมเสียดีกว่า พวกเขามีธุระกับผม และคงไม่ดีแน่หากคนพวกนั้นพลั้งมือทำให้ คุณบาดเจ็บ..”
เมื่อชายร่างตุ้ยนุ้ยทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเธอ เทพธิดาหลิงหลงจึงได้เห็นหน้าตาของอีกฝ่ายใกล้ ๆ เขามีสีหน้าที่ดูเป็นมิตร แม้จะพูดไม่ได้ว่าหล่อเหลา แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
แทนที่จะรับขาหมูจานใหญ่ไว้ เทพธิดาหลิงหลงมองหน้าอีกฝ่าย และถามด้วยความอยากรู้
“พวกนั้นมาจากตระกูลชางกวนนะ คุณไม่กลัวหรือ?”
ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของเธอ เธอดูออกว่าชายร่างอ้วนคนนี้เป็นแค่นักรบระดับเทพเจ้าสวรรค์สร้างขั้นสูง แต่กลับไม่แสดงความเกรงกลัวผู้เชี่ยวชาญของตระกูลชางกวนสักนิด แถมยังเป็นห่วงเป็นใยเธอด้วย ดูเหมือนเขาจะมีจิตใจเข้มแข็งกว่าที่เธอคิดไว้ตอนแรก
“กลัว? มีอะไรต้องกลัว?” ชายร่างตุ้ยนุ้ยตอบพร้อมกับหัวเราะลั่น
“ก็แค่เจ้าพวกเหยาะแหยะกลุ่มหนึ่งที่รวมหัวกันเท่านั้น!”
เห็นชายร่างตุ้ยนุ้ยไม่กลัวคู่ต่อสู้จริง ๆ เทพธิดาหลิงหลงยิ่งอยากรู้หนักกว่าเดิม
ชางกวนหยุนหวันคือผู้หนึ่งที่เทพธิดาหลิงหลงมอบตำแหน่งทรงเกียรติให้ แม้เธอจะไม่ได้แต่งงาน แต่ก็มีน้องชายถึง 7 คน ดังนั้นตระกูลชางกวนจึงเป็นตระกูลใหญ่แม้เมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น ๆ ในสรวงสวรรค์
ชายร่างตุ้ยนุ้ยเป็นแค่เทพเจ้าสวรรค์สร้างขั้นสูง แต่กลับไม่กลัวสักนิด เขาเอาความมั่นใจมาจากไหน?
ได้ยินคำนั้น หัวหน้ากลุ่มเลิกคิ้วขณะจ้องซุนฉางด้วยสายตาที่แทบจะสังหารอีกฝ่ายได้
“คุณรนหาที่ตายแล้ว!”
ซุนฉางรู้ดีว่าต้องเกิดการปะทะแน่ จึงวางจานขาหมูลงก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาสะบัดแขนเสื้อไปไว้ด้านหลังขณะพูดกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่รุมล้อมอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
“ผมไม่รู้ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นใคร และเธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมด้วย จะทำอะไรผมก็เข้ามาเลย แต่อย่าสร้างปัญหาให้เธอ”
เห็นอีกฝ่ายยังปกป้องเธอแม้ตัวเองจะตกอยู่ในอันตราย เทพธิดาหลิงหลงอดไม่ได้ที่จะมองชายร่างตุ้ยนุ้ยด้วยความรู้สึกใหม่
ไม่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก แต่เพียงแค่บุคลิกและท่าทีก็บ่งบอกชัดเจนแล้วว่า กลุ่มนักรบจากตระกูลชางกวนไม่อาจเทียบชั้นกับเขาได้
เป็นสุภาพบุรุษและช่างคิด…สมัยหนุ่ม ๆ ชายร่างตุ้ยนุ้ยคนนี้คงเป็นเสือผู้หญิงตัวยงแน่
นี่เป็นครั้งแรกตลอดชีวิตอันยาวนานของเทพธิดาหลิงหลงที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้
“ฮึ่มมม! ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องจัดการคุณอยู่แล้ว!”
หัวหน้ากลุ่ม คำรามก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องเข้าโจมตี
