ตอนที่ 258 คำชี้แนะเรื่องการปรุงยา
ครั้งนี้โม่หยู่สะอื้นออกมาจริงๆ
ทั้งตราสัญลักษณ์ของนักปรุงยา ทั้งพูดว่าคุณผ่านการทดสอบด้วยวิวาทะยา…
นี่เรากำลังสู้กับใครอยู่?
คุณจะปล่อยให้ฉันมีโอกาสแสดงความสามารถสักนิดไม่ได้หรือ?
“วิวาทะยา? มันคืออะไร?”
“มันคือการทดสอบที่ผู้เข้าสอบเป็นคนยื่นคำท้าต่อนักปรุงยาอย่างเป็นทางการจำนวน 10 คน และต้องทำทุกวิถีทางให้พวกเขายอมแพ้ ฉันรู้มาว่าการสอบวิธีนี้ โหดหินมาก และคนที่ประสบความสำเร็จก็มีไม่ถึง 1%”
“การทดสอบที่มีอัตราผู้ประสบความสำเร็จไม่ถึง 1%?”
…..
นักฝึกอสูรส่วนมากที่อยู่ตรงนี้ไม่มีความรู้เรื่องการเป็นนักปรุงยา เมื่อได้ยินคำอธิบายจึงพากันงงงัน
จะต้องเก่งกาจน่าทึ่งขนาดไหนถึงจะสามารถบีบให้นักปรุงยาถึง 10 คนยอมแพ้ได้?
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หยวิ๋นเทาคิดเสมอว่าตัวเขาเป็นอัจฉริยะ แต่เมื่อผ่านมาหลายเหตุการณ์ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าความปราดเปรื่องของเขาเทียบกับผู้อาวุโส
จางเซวียนคนนี้ไม่ได้เลย
ทั้งค่ายกล การฝึกอสูร ทักษะการรักษาโรค ปรมาจารย์ การปรุงยา…
พี่ชาย ในโลกนี้มีอะไรบ้างที่คุณไม่เก่ง
ผมจะได้ไปเรียนรู้มันเสียตอนนี้…
ลืมซะเถอะ ผมคิดว่าไม่ถามคุณจะดีกว่า ทุกครั้งที่ถามอะไรขึ้นมาสักเรื่อง คุณก็เอาแต่บอกว่าไม่รู้เรื่องเลย ผมคงปัญญาอ่อนแน่ถ้าถือเอาคำพูดของคุณเป็นจริงเป็นจัง ดูทรงที่ผ่านๆมาแล้ว กลัวว่าขืนพูดมากไปจะโดนตบเปรี้ยงจนลุกไม่ขึ้น…
อีกอย่าง เมื่อเห็นคุณโม่…
ขนาดหยวิ๋นเทาก็ยังอดสงสารโม่หยู่ไม่ได้ ถ้าจะว่ากันตามตรง ผู้ชายคนนี้คือปีศาจ พวกเราอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขาจะดีกว่า
“ในเมื่อคุณบอกว่าปรุงยาเป็น คุณก็คงจะมีหม้อต้มยาหรืออะไรทำนองนั้นอยู่กับตัวใช่ไหม?”
จางเซวียนไม่ใส่ใจอาการช็อกของคนอื่นๆ เขาหันไปทางโม่หยู่
“ใช่สิ!”
โม่หยู่คำรามลอดไรฟัน เธอข่มความโมโหเดือดเอาไว้
“ดี!” จางเซวียนพยักหน้า เขาหันไปทางบรรดานักฝึกอสูรและพูดว่า “หัวหน้าเฟิง ผมต้องการสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาตามนี้นะ หญ้าตะวันรอนอายุ 30 ปี 1 ต้น, หญ้าเปลวแดดอายุ 15 ปีจำนวน 1 ตำลึง…”
ในอึดใจเดียว เขาก็ร่ายยาวถึงรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการใช้ออกมาเป็นตับ
เมื่อได้ยินรายชื่อสมุนไพรเหล่านั้น โม่หยู่ถึงกับอึ้งไป เธอหรี่ตาและเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา “คุณ…คงไม่ใช่ว่าคุณต้องการให้ฉันหลอม…ยาเม็ดตะวันรอนนะ?”
“ใช่เลย!” จางเซวียนพยักหน้าราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด
“คุณล้อเล่นหรือเปล่า? ยาเม็ดตะวันรอนเป็นยาเกรด 2 แต่ฉันเป็นแค่นักปรุงยาระดับ 1 ดาวเท่านั้น จะทำได้อย่างไรกัน?”
โม่หยู่ตัวสั่นและแทบลมจับ
หมอนี่ต้องเพี้ยนแน่ๆ?
ด้วยสมุนไพรที่มีฤทธิ์หยางถึง 9 อย่าง ยาเม็ดตะวันรอนจึงมีพลังหยางเต็มเปี่ยม มันเป็นยาเกรด 2 ที่แม้แต่นักปรุงยาระดับ 3 ดาวก็ยังหลอมให้สำเร็จได้ยาก แต่จางเซวียนกำลังพยายามจะให้นักปรุงยาระดับ 1 ดาวอย่างเธอหลอมมัน…
แน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจอะไรผิด?
“วางใจเถอะ ผมจะชี้แนะคุณเอง แค่คุณรู้จักวิธีใช้หม้อต้มยาและควบคุมอุณหภูมิของเปลวไฟเป็นก็พอแล้ว มันง่ายมาก บอกเลย!”
จางเซวียนพูดอย่างสุขุม
“ใช้หม้อต้มยา? ควบคุมอุณหภูมิของเปลวไฟ? ง่ายมาก?”
โม่หยู่ภาวนาให้ตัวเองไม่ได้ยินคำอธิบายของเขา เพราะเมื่อได้ยินแล้ว เธอรู้สึกเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของความมีเหตุผลของเธอกำลังจะขาด
พี่ชาย คุณเป็นนักปรุงยาจริงๆหรือเปล่า?
ขนาดผู้ช่วยก็ยังมีความรู้พื้นฐานพวกนี้ ถ้าการปรุงยามันง่ายแบบนั้น ทุกคนก็คงเป็นบรมครูด้านการปรุงยากันหมดแล้ว!
การปรุงยาไม่ใช่กระบวนการพื้นๆแบบหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ที่สำคัญกว่านั้นคือผู้หลอมจะต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิและระยะเวลาที่ใช้ในการปรุงยาให้ได้ถูกต้องเป๊ะๆ เธอเพิ่งจะได้เป็นนักปรุงยาระดับ 1 ดาวในปีนี้เอง และหากเป็นยาเกรด 1 ในระดับที่ยากขึ้นมาหน่อย เธอก็ยังหลอมไม่ได้ แต่จางเซวียนกำลังพยายามจะให้เธอปรุงยาเกรด 2…
อีกอย่าง การปรุงยาเป็นกระบวนการที่ผู้หลอมจะต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าขั้นตอนต่อไปจะต้องทำอย่างไร หากไม่ได้เข้ามาหลอมด้วยตัวเอง…เขาจะชี้แนะเธอแบบไหนกัน?
หมอนี่เอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหน?
“เอาเถอะ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ ผมหาผู้ช่วยคนอื่นก็ได้ ในดงอสูรนี่หานักปรุงยาระดับ 1 ดาวคงจะยากหน่อย แต่คงจะพอมีผู้ช่วยนักปรุงยาอยู่สักสองสามคน!” เห็นเธอไม่พอใจ จางเซวียนขมวดคิ้ว
แม่สาวคนนี้คงมีอะไรสักอย่างที่ไม่ได้ดังใจ แล้วเป็นอะไรนักหนาถึงจะต้องออกอาการกับทุกเรื่องที่เราพูด?
ก็บอกแล้วว่าจะชี้แนะให้ ก็พ่นอะไรไร้สาระอยู่นั่น
ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ เราหาคนอื่นก็ได้
“ไม่ต้องหรอก ฉันทำเอง!”
เห็นสายตาวางท่าของอีกฝ่าย โม่หยู่รู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกแมวนับหมื่นตัวข่วนยับ สุดจะทนทานอีกต่อไปกับการถูกหยามศักดิ์ศรี เธอจึงกัดฟันตอบรับภารกิจนั้น
เธอเป็นอัจฉริยะแถวหน้าในทุกสาขาวิชา เหนือกว่าใครๆทั่วทั้งอาณาจักรเทียนหวู่ นึกไม่ถึงว่าจะถูกไอ้บ้านนอกจากดินแดนไกลปืนเที่ยงหยามหน้าเอาแบบนี้
บ้าที่สุด!
ได้สิ อยากทำตัวเหนือชั้นนักใช่ไหม? แล้วจะรอดูว่าคุณจะทำอย่างไรตอนที่ฉันปรุงยาเกรด 2 ไม่สำเร็จ!
“อือ ทำตามขั้นตอนของผมอย่างเคร่งครัดก็แล้วกัน ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้นะ” กลัวว่าอีกฝ่ายจะสร้างปัญหาขึ้นมาอีก จางเซวียนย้ำ
“ไม่ต้องห่วงน่ะ!”
โม่หยู่ตอบอย่างดื้อรั้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี!”
จางเซวียนพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก
รู้ว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจเร่งด่วน หัวหน้าเฟิงจึงไม่ชักช้า ไม่นาน สมุนไพรทั้งหมดที่จางเซวียนต้องการก็มาอยู่ตรงหน้า
แม้ที่นี่จะไม่ใช่สมาคมนักปรุงยา แต่พวกอสูรก็ชอบกินสมุนไพร ทางดงอสูรจึงมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่พอสมควร
“เริ่มกันเถอะ!”
เมื่อสมุนไพรมาถึง จางเซวียนก็ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันแก่พอที่จะใช้ปรุงยา เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เขาพยักหน้าอย่างพอใจ
ในบรรดาอาชีพทั้งหมด สิ่งที่จางเซวียนคุ้นเคยด้วยมากที่สุดก็คือการปรุงยา เพราะนอกจากการทดสอบเป็นนักปรุงยาจะเป็นการทดสอบแรกที่เขาได้เข้าร่วมแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ด้วยอานุภาพของหนังสือสีทอง เขาได้ซึมซับเอาความรู้จากหนังสือที่เขาพลิกดูในสมาคมนักปรุงยาเข้าสู่สมองของตัวเองไปแล้ว
ในเรื่องความรู้พื้นฐาน ต่อให้นักปรุงยาระดับ 2 ดาวหรือ 3 ดาวก็ยังเทียบชั้นกับเขาไม่ได้
“อือ!”
ถึงจะยังอึดอัดขัดใจอยู่ แต่โม่หยู่ก็ไม่ยอมเสียเวลา ด้วยการสะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง หม้อต้มยาขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เธอจุดไฟและอุ่นหม้อต้มยาทันที ท่วงท่าลื่นไหลของเธอแสดงถึงพื้นความรู้แน่นหนาของการเป็นนักปรุงยา
ถึงโม่หยู่จะมั่นใจเต็มร้อยว่าตัวเองไม่มีทางปรุงยาเกรด 2 ได้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายแน่ใจขนาดนั้น เธอจึงตัดสินใจจะลองดู อีกอย่าง หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ค่อยเยาะเย้ยเขาตอนนั้นก็ยังไม่สาย
“ไม่เลว!”
เห็นท่วงท่าลื่นไหลของเธอ จางเซวียนพยักหน้า
สมกับที่เป็นอัจฉริยะจากอาณาจักรเทียนหวู่ ถึงโม่หยู่จะยังเด็กและแทบจะไม่ถ่อมเนื้อถ่อมตัวเอาเสียเลย แต่ทักษะการปรุงยาของเธอก็ดีกว่าไป๋หมิง เฉินเสี่ยว และคนอื่นๆอีกมาก
จางเซวียนเดินไปที่หม้อต้มยาและแตะมัน
จากนั้นก็ยืนนิ่ง ไม่พูดสักคำ
“คุณคิดว่า…เขาจะทำสำเร็จไหม?”
เมื่อเห็นทั้งคู่ นักฝึกอสูรลู่ก็อดกังวลไม่ได้
“ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้ามีใครบอกคุณว่ามีคนๆหนึ่งสามารถฝึกอสูรให้เชื่องได้ด้วยการอัดมันให้น่วม และได้ระดับความภักดีถึง 45 คุณจะเชื่อไหมล่ะ?” หัวหน้าเฟิงถามอย่างขมขื่น
“เอ่อ…ผมก็คงไม่เชื่อหรอก” นักฝึกอสูรลู่ตอบอ้ำอึ้ง
ถ้ามีใครมาเล่าให้ฟังก่อนที่เขาจะได้เห็นเรื่องน่าอัศจรรย์ในวันนี้กับตา เขาคงจัดการเจ้านั่นถึงตายแน่
ฝึกอสูรให้เชื่องได้ด้วยการอัดมันให้น่วม แถมเจ้าตัวนั้นยังมีระดับความภักดีถึง 45…มันน่าขำไหมล่ะ?
แต่หลังจากที่ได้เห็นกับตาในวันนี้ ก็ไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธได้ ถึงอยากจะปฏิเสธก็เถอะ
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเหมือนตัวสร้างปาฏิหาริย์ ใช้ทุกการกระทำของตัวเองเปลี่ยนแปลงความเข้าใจที่ทุกคนมีต่อโลกไปเสียหมด
“ครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาสได้เห็นปรมาจารย์ระดับ 3 ดาว ให้คำชี้แนะผู้ช่วยนักปรุงยาในอาณาจักรอันทรงเกียรติ ภารกิจนั้นสร้างความอัศจรรย์ใจให้กับทุกคนที่ได้เห็น ไม่นึกเลยว่าจะได้มีโอกาสเห็นเรื่องแบบนั้นด้วยตาตัวเองอีกครั้งหนึ่ง!”
นัยน์ตาของนักฝึกอสูรหวังเป็นประกายขณะที่เขาพึมพำกับตัวเอง
“ผมก็รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน แต่การปรุงยาในวันนั้นเป็นแค่ยาเกรด 1 ส่วนยาที่นักฝึกอสูรจางกำลังจะชี้แนะให้องค์หญิงโม่หยู่หลอมในวันนี้เป็นยาเกรด 2 ขั้นสูงสุด มันยากกว่ากัน 1 ขั้นเต็มๆเลย”
“จริงด้วย ยาเกรดสูงขึ้นก็มีความยากในการหลอมเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก ถ้านักปรุงยาระดับ 1 ดาวขั้นต้นคิดจะปรุงยาเกรด 2 ขั้นสูงสุดแล้วล่ะก็ ต้องมีโลกตะลึงกันบ้างแหละ!”
หัวหน้าเฟิงกับนักฝึกอสูรลู่พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
“ดูนั่น การปรุงยากำลังจะเริ่มแล้ว!”
ฟู่ ฟู่!
เปลวไฟใต้หม้อต้มยาโบกสะบัดอย่างโกรธเกรี้ยว ดูราวกับผีเสื้อปราดเปรียวที่กำลังบินตอมมวลดอกไม้ มือเรียวงามของโม่หยู่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวอยู่เหนือหม้อต้มยา มันรวดเร็วจนเห็นภาพติดตาอยู่ชั่วขณะ
“ใส่ใบคุดสุเขียวลงไป, หลังจากนั้น 7 อึดใจ ใส่หญ้าเคราขาว, อีก 14 อึดใจต่อมา ใช้กระบวนท่าพันภาพมายาฝ่ามือเมฆสะท้านเพื่อใส่หญ้าตะวันรอนลงไป…”
จางเซวียนยืนมือไพล่หลัง น้ำเสียงของเขาสงบและเรียบลื่น ไม่มีความลังเลหรือการหยุดชะงักแม้แต่น้อย
แม้จะเป็นที่รู้กันว่าการปรุงยาเม็ดตะวันรอนจะต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์หยางถึง 9 ชนิด แต่ก็ยังมีสมุนไพรอื่นอีกหลายชนิดที่ต้องใส่ลงไปเพื่อเป็นตัวประสาน
เพราะไม่อย่างนั้น ก็คงจะเป็นปาฏิหาริย์ทีเดียวหากมีสมุนไพรที่มีฤทธิ์หยางมากมายขนาดนั้นอยู่ในหม้อ แล้วหม้อไม่ระเบิดไปเสียก่อน
“ฮึ?”
ในตอนแรก โม่หยู่ไม่คิดว่าการทำตามขั้นตอนที่อีกฝ่ายชี้แนะจะทำให้เธอปรุงยาเกรด 2 ขั้นสูงสุดได้สำเร็จ แต่เมื่อสมุนไพรเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในหม้อ ความรังเกียจเหยียดหยามในใจของเธอก็สลายไปทีละน้อย สีหน้าของเธอเคร่งเครียดกว่าเดิม และอดที่จะอัศจรรย์ใจในความสามารถของจางเซวียนไม่ได้
เธอเคยเห็นสูตรการปรุงยาเม็ดตะวันรอนมาแล้ว สมุนไพร 9 ชนิดที่ใช้นั้นเหมือนกับระเบิด 9 ลูก ถึงจะมีสมุนไพรชนิดอื่นมาเป็นตัวประสาน แต่ถ้าผู้หลอมไม่สามารถควบคุมระยะเวลาได้อย่างแม่นยำก็จะเกิดการระเบิดขึ้นทันที มีนักปรุงยาระดับ 2 ดาวหลายคนที่ปรุงยาชนิดนี้ไม่สำเร็จเพียงเพราะเหลื่อมเวลาไปแค่เล็กน้อย
เธอปรุงยามาได้เกินครึ่งทางแล้ว ใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์หยางไปแล้วถึง 5 ชนิด แต่หม้อต้มยาก็ยังทำงานได้เป็นปกติ ไม่มีสัญญาณของปัญหาใดๆ
พูดได้ว่า ลำดับขั้นและระยะเวลาของการใส่สมุนไพรนั้นถูกต้องสมบูรณ์แบบ
ว่าแต่…มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!
ทุกคนควรจะรู้ว่า ทั้งความแตกต่างของระดับวรยุทธ พลังปราณ หม้อต้มยาที่ใช้ และเชื้อเพลิงล้วนส่งผลให้กระบวนการปรุงยามีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น ในระหว่างการปรุงยา ผู้หลอมจึงต้องทำทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพัก
อันที่จริง ต่อให้เป็นคนๆเดียวกันที่มีสภาวะจิตต่างกัน หากต้องปรุงยาชนิดเดียวกัน 2 ครั้ง ก็ไม่อาจใช้ลำดับของการใส่สมุนไพรที่เหมือนเดิมได้!
สำหรับสูตรยาที่ซับซ้อนขนาดนี้ เมื่อทำตามขั้นตอนของจางเซวียนแล้วก็ไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่าคำชี้แนะของเขาไม่มีข้อผิดพลาดเลย แล้วโม่หยู่จะไม่อัศจรรย์ใจได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น…อีกฝ่ายรู้ระดับของเทคนิคการปรุงยาและมาตรฐานในการปรุงยาของเธอได้อย่างไร? คำชี้แนะของเขาทุกข้อ ไม่มีข้อไหนเลยที่เหนือไปกว่าความสามารถในการปรุงยาที่เธอมีอยู่!
เธอแน่ใจว่าไม่เคยปรุงยาต่อหน้าเขามาก่อน แต่ว่า…เขารู้ลึกทุกรายละเอียดของเธอได้อย่างไร?
“อย่าวอกแวก!”
โม่หยู่กำลังใจลอยเมื่อเสียงตวาดลั่นดังเข้าหู เธอเพิ่งรู้ตัวว่าการเบนความสนใจไปเพียงชั่วครู่ได้ทำให้เธอใส่สมุนไพรเข้าไปเร็วกว่าที่อีกฝ่ายสั่งไว้ถึงครึ่งอึดใจ
ฟู่!
ในตอนนั้นเอง พลังหยางในหม้อต้มยาก็เริ่มพลุ่งพล่าน ส่วนผสมที่อยู่นิ่งมาตลอดดูจะลุกโชนขึ้นทันที หม้อใบนั้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“โอ๊ย ไม่นะ หม้อจะระเบิดแล้ว!”
มีเสียงร้องดังมาจากฝูงชน ทุกคนหน้าซีด
