Skip to content

Library Of Heaven’s Path 299


ตอนที่ 299 ตบเละ

อยู่ด้วยกันมากว่าครึ่งเดือน มีหรือที่จางเซวียนจะจำเสียงของจ้าวหย่าไม่ได้? ใครกันที่จะมีน้ำเสียงเกรี้ยวกราดขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เธอ?

เขาใช้เวลาจัดแจงเสื้อผ้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักประตูออกไป และได้เห็นสองฝ่ายกำลังยืนประจันหน้ากันในห้องโถง

“ใช่เธอจริงๆ!”

เมื่อเห็นผู้คนมากมายที่คุ้นเคย จางเซวียนก็ตาโต

เขาไม่คิดว่าพวกนั้นจะมาถึงอาณาจักรเทียนหวู่ไล่ๆกันกับเขา แถมยังมาพักในโรงเตี๊ยมแห่งเดียวกันเสียอีก ช่างโชคดีจริงๆ

“นั่นใช่…ไป๋ชานหรือเปล่า?”

จางเซวียนมองชายที่ยืนประจันหน้ากับจ้าวหย่า และจำได้ทันทีว่านั่นคือชายคนเดียวกับที่เขาเพิ่งต่อยสลบไปในตรอก!

“ดูเหมือนไอ้หมอนี่กำลังหาเรื่องลูกศิษย์ของเรา…”

สถานการณ์ดูไม่ซับซ้อนอะไร ไม่ช้าจางเซวียนก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เขารู้ดีว่าจ้าวหย่าเป็นคนแบบไหน ขโมยหรือ? ตลกเป็นบ้า!

แถมไอ้หมอไป๋ชานคนนี้ก็แสนจะตะกละตะกรามและโลภมาก หาดีไม่ได้เลย

ในเมื่อมีโอกาสได้เจอกันแล้ว ก็ควรจะสั่งสอนเสียหน่อย

จางเซวียนหัวเราะหึๆ และเดินออกไป

…….

“จ้าวหย่า เธอไปไม่ได้นะ…”

“เธอไม่รู้หรอกว่าถ้าตามพวกนั้นไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น…”

เมื่อได้ยินการตัดสินใจของจ้าวหย่า เจิ้งหยางกับคนอื่นๆก็ทักท้วง

เห็นๆกันอยู่ว่านายแพทย์คนนี้กับหน่วยตรวจการณ์รู้จักมักคุ้นกันดี ขืนตามพวกนั้นไป ใครจะรู้ได้ว่าจะต้องเผชิญกับอาชญากรรมชนิดไหน?

“เธอไม่รู้หรือไงว่าเขาจงใจทำแบบนี้ ต่อให้จ่ายเงินมากแค่ไหน เขาก็จะโก่งราคาขึ้นอีก!” จ้าวหย่าตอบ

ทุกคนเงียบกริบ

เธอก็พูดถูก

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตั้งใจเอาเปรียบพวกเขาเพราะรู้ว่าเป็นคนต่างถิ่น ต่อให้พวกเขาตกลงจ่ายเงินให้ หมอนั่นก็จะต้องพูดว่าแค่นั้นยังไม่พอ เผลอๆอาจจะอ้างว่าทำอย่างอื่นหายอีกก็ได้ แทนที่จะต้องทนให้เขาดูถูกอยู่ที่นี่ เธอควรจะตามหน่วยตรวจการณ์ไป และต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเองจะดีกว่า

ทุกคนต่างคิดว่าเมืองหลวงของอาณาจักรขั้น 1 จะเต็มไปด้วยความหวังและสิ่งที่สามารถเติมเต็มความฝันของพวกเขาได้ แต่เพิ่งมาถึงไม่นาน ก็ต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้หมดหวังและหดหู่สิ้นดี

“ถ้าเธอไป ก็เท่ากับหลงกลเขา!”

“ฉันไม่มีทางเลือกนี่ หน่วยตรวจการณ์ก็อยู่ที่นี่ แล้วพวกเธอก็ดูสิว่าเขาก็หน้าด้านยืนกรานอยู่นั่นว่าฉันขโมยสมุนไพรของเขาไป แล้วจะให้ทำอย่างไร!”

ทุกคนกำหมัดแน่น แสนจะเดือดดาลแต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือก

“50 ล้าน…แค่นั้นพอ! จ่ายมาซะ ผมก็พร้อมจะ…จบเรื่องเหมือนกัน!”

ปรมาจารย์หลิวส่ายหน้า รู้สึกถูกหยามเกียรติอย่างรุนแรง

ก็เหมือนที่เขาว่ากัน ‘มังกรที่อยู่ชายฝั่งย่อมถูกกุ้งฝอยหัวเราะเยาะ และเสือร้ายที่ออกจากขุนเขาของตนมาย่อมถูกสุนัขระราน’

ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่อาณาจักรเป๋ยอู๋ ไอ้หมอนี่ต้องถูกฆ่าตายทันที

แต่ที่นี่ แม้เขาจะเป็นถึงปรมาจารย์ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้

“ปรมาจารย์หลิว…”

ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดและกำหมัดแน่นด้วยความว้าวุ่น

“พอแล้ว! แค่เรื่องขี้ปะติ๋ว ไม่มีใครต้องไปไหนทั้งนั้น!”

ทุกคนกำลังหมดหวัง ก็พอดีกับที่เสียงเฉื่อยเนือยเสียงหนึ่งดังขึ้น จางเซวียนเดินสองมือล้วงกระเป๋าออกมา

“ฮะ…อาจารย์?”

“อาจารย์จาง ทำไม…ถึงมาอยู่ที่นี่?”

“อาจารย์จาง คุณพักที่นี่เหมือนกันหรือ?”

เห็นเขาโผล่ออกมาจากข้างใน ทุกคนถึงกับผงะ

จากนั้นก็ดีใจกันสุดขีด

พวกเขาออกตามหาอาจารย์ทั้งคืน ไม่นึกเลยว่าจะอยู่ใต้จมูกนี่เอง

จางเซวียนไม่ใส่ใจฝูงชนที่กำลังตื่นเต้น เขาเดินเอื่อยๆไปหานายแพทย์ไป๋และส่งยิ้ม “คุณคือคนที่กำลังหาเรื่องลูกศิษย์ของผมหรือ?”

ไป๋ชานกำลังย่ามใจกับชัยชนะที่อยู่ในกำมือ เขาจิบชาอย่างสบายใจ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจางเซวียน จึงไม่รู้ว่าเขาคือใคร เขาคำรามอย่างวางมาด “ก็ลูกศิษย์ของคุณขโมยของๆผม ผมก็แค่ต้องการของคืน…”

“ขโมยพ่องงงงง!”

ไป๋ชานยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเงาตะคุ่มที่พรวดเข้ามาอยู่ตรงหน้า จากนั้นกาน้ำชาก็กระทบกับหัวของเขา

เพล้ง!

กาน้ำชาแตกกระจาย น้ำที่มีควันขึ้นฉุยราดรดทั่วทั้งร่างของเขา ไป๋ชานลุกพรวดและพัดให้ตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

“แกมันรนหาที่ตาย!”

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งประธานสมาคม ขุนน้ำขุนนาง สมาชิกของตระกูลอันทรงเกียรติ มีใครบ้างที่ไม่ปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ แต่ไอ้หมอนี่เอากาน้ำชาทุ่มหัวเขา! มันกล้าดีอย่างไร!

ผมของเขาร่วงเป็นกระจุกจากใบหน้าที่แสบพองด้วยน้ำร้อน

ตอนนี้ หัวของไป๋ชานมีสภาพเหมือนหัวหมูต้ม ได้กลิ่นเนื้อสุกๆเลยทีเดียว

“อาจารย์…”

“มัน…หนักไปหน่อยไหม!”

จ้าวหย่ากับคนอื่นๆอ้าปากค้างด้วยความตะลึง

ทุกคนรู้ว่าอาจารย์จางยืนหยัดเคียงข้างพวกเขาเสมอ แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำขนาดนี้

ทุ่มกาน้ำชาร้อนๆใส่หัวของอีกฝ่าย

บ้าไปแล้ว!

อาจารย์ทำเหมือนกับเขาไม่ใช่คน

ส่วนหลิวหลิงกับลู่ฉวินก็หน้าตาบูดเบี้ยวและแทบลมจับ

ถ้าเรื่องแบบนี้มันแก้ไขกันได้ง่ายๆด้วยการใช้กำลัง แล้วทำไมปรมาจารย์ที่มีวรยุทธขั้นจงซรืออย่างเขาจะต้องลงทุนพินอบพิเทาแบบนั้น?

ดูจากความหยิ่งผยองของอีกฝ่าย ก็ชัดเจนว่าเขาย่อมมีสถานภาพที่ไม่ธรรมดา แถมยังมีกองกำลังของหน่วยตรวจการณ์ยืนขนาบข้าง

แต่จางเซวียนก็ยังเลือกจะตบหน้าเขาอย่างแรง ดูเหมือน…เรื่องนี้จะจบไม่สวยเสียแล้ว

“หุนหันพลันแล่นเกินไป…”

หลิวหลิงส่ายหน้าและยิ้มอย่างขมขื่น

ศิษย์พี่ของเขาคนนี้ โดยปกติก็เยือกเย็นสุขุมและทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ทำไมถึงเกิดบ้าบิ่นขึ้นมาแบบนี้?

ที่นี่คืออาณาจักรเทียนหวู่ ไม่ใช่เทียนเซวียน การปะทะกับใครสักคนตั้งแต่แรกมาถึง แถมยังเป็นคนเด่นคนดังด้วย…เห็นๆกันเลยว่าหนทางข้างหน้าคงไม่ราบรื่นแน่

“หมอนี่บ้าไปแล้ว?”

“นั่นนายแพทย์ไป๋ชานนะ…”

หัวหน้าเหยากับสมาชิกหน่วยตรวจการณ์คนอื่นๆถึงกับเซ่อไป เพราะไม่คิดว่าเรื่องจะหักมุมแบบนี้

“พวกคุณยืนดูหาอะไรกัน? หมอนี่ทำร้ายผม คุณจะมัวชักช้าอยู่ทำไม? ฆ่ามันซะ…”

ใช้เวลาพักหนึ่งกว่าไป๋ชานจะตั้งตัวได้ เมื่อเห็นหน่วยตรวจการณ์ยืนดูกันหน้าตาเฉย เขาก็ตวาดก้อง

พวกนั้นก็เพิ่งจะหายตะลึง หัวหน้าเหยาชักหอกออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ “ไอ้หนุ่ม แกกล้าดีอย่างไรถึงมาแตะต้องนายแพทย์ไป๋? รู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร? กล้าทำร้ายคนถึงในเมืองหลวง แกคิดว่าแกเป็น…เฮ้ย บรรลัยแล้ว!”

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงตะโกนก็หายเข้าไปในปากและใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวราวกับโดนัทที่ถูกบิดเป็นเกลียว จากนั้นหัวหน้าเหยาก็กระเด็นไป เขาม้วนไปอีก 2-3 รอบก่อนจะตกลงมาแน่นิ่งอยู่บนพื้นที่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

“หัวหน้า…”

สมาชิกหน่วยตรวจการณ์ที่เหลือต่างแทบจะบ้า

นี่มันอะไร!

พวกเขาเป็นถึงหน่วยตรวจการณ์แห่งราชอาณาจักร! ทุกคนมีอำนาจที่ได้รับจากทางอาณาจักร ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่ผู้คนหวาดกลัวตัวสั่น ไม่มีใครอาจหาญล้ำเส้น แต่หมอนี่ตบหน้าหัวหน้าของเขาเข้าอย่างจัง…

“ไอ้หนุ่ม แกทำตัวเป็นศัตรูของอาณาจักรแล้ว…”

พวกเขาคำรามและพุ่งเข้าคุ้มกันหัวหน้าของเขา แต่ยังพูดไม่ทันจบ เสียงตบอีกชุดหนึ่งก็ดังกึกก้อง

เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!

ใบหน้าของพวกนั้นบิดเบี้ยว และถูกสอยกระเด็นไปเหมือนกัน เกิดเสียงครางและคร่ำครวญกันระงม

“พวกเราตาย ตายแน่ๆ…”

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมกับผู้ช่วยแทบจะจะทึ้งผมเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า พวกเขาคิดว่าเรื่องนี้น่าจะคลี่คลายได้โดยง่ายเมื่อหน่วยตรวจการณ์มาถึง

หลายปีมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องสมาชิกของหน่วยตรวจการณ์ ความแตกต่างเดียวก็คือ ผู้ที่กล้าแตะต้องหน่วยตรวจการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้วนั้นเป็นนักรบเร่ร่อนที่สำเร็จวรยุทธจงซรือขั้นต้น เขามีปากเสียงกับสมาชิกของหน่วยตรวจการณ์คนหนึ่งและลงเอยด้วยการใช้ความรุนแรง จากนั้นก็กลายเป็นที่หมายหัวทั่วทั้งเมืองหลวง ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ก็ถูกจับได้และถูกประหาร!

แต่หมอนี่ ไม่เพียงแต่จะตบหน้าหน่วยตรวจการณ์ทั้งหน่วยจนเละเทะ แต่ยังเปลี่ยนหัวของนายแพทย์ไป๋ชานให้มีสภาพเหมือนหัวหมูอีกด้วย…

พวกเขานึกว่าเรื่องนี้น่าจะจบเร็ว ไม่คิดเลยว่าจะดราม่าและบานปลาย! ถ้ารู้ว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ จะไม่มีทางไปเรียกหน่วยตรวจการณ์มาเลย ถ้าทางการกล่าวหาพวกเขาว่ายอมให้คนที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงมาเข้าพัก โรงเตี๊ยมของเขาจะต้องถูกปิดทันที…

“แกมันรนหาที่ตาย…”

นายแพทย์ไป๋เพิ่งจะฟื้นตัวจากความเจ็บแสบ ด้วยดวงตาที่บวมเป่ง เขามองเห็นบรรดาสมาชิกหน่วยตรวจการณ์สลบเหมือดเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น เขาหันไปมองจางเซวียนและประกาศกร้าว “แกตาย คราวนี้แกตายแน่ๆ แกกล้าแตะต้องแม้แต่หน่วยตรวจการณ์ ทีนี้ไม่มีใครช่วยชีวิตแกได้แล้ว…”

ยังพูดไม่ทันจบ ก็รู้สึกว่าลำคอตีบตันและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่คอ

จางเซวียนคว้าคอหมับและยกตัวเขาชูขึ้น

เพียะ เพียะ เพียะ!

จากนั้นก็เจ็บที่สองข้างแก้ม ซึ่งก็ตามนั้น ไป๋ชานถูกตบรัวๆมากกว่า 12 ครั้ง

“ไม่มีใครช่วยชีวิตฉันได้ แกแน่ใจหรือ?” จางเซวียนยิ้มแฉ่ง

“ฮืออออ…”

นายแพทย์ไป๋ปล่อยโฮ

มันเจ็บเกินกว่าจะทนได้

เขาไม่เคยถูกตบเละขนาดนี้มาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมา

ไม่กล้าพล่ามอะไรออกมาอีก ไป๋ชานค่อยๆลืมตาอันบวมเป่งขึ้นเพื่อดูว่าใครที่ตบเขา เขาตั้งใจจะจดจำรูปร่างหน้าตาของมันไว้ให้ขึ้นใจ เพื่อต่อไปจะได้เอาคืนให้สาสม แต่มองแค่แว่บเดียวก็ถึงกับหน้าซีดเผือด

คุ้นมาก

หมอนั่นคือชายหนุ่มที่อยู่กับองค์หญิงโม่หยู่ที่สันเขาบัวแดง และเป็นคนที่ต่อยเขาสลบ

สถานภาพสูงส่งที่เขามีอยู่ทุกวันนี้ก็ได้มาเพราะหมอนี่…

“ใช่ ผมเอง!”

จางเซวียนเหวี่ยงไป๋ชานลงกระแทกพื้น และพูดอย่างเฉยเมย

“เอ่อ…”

นายแพทย์ไป๋ถึงกับหน้าตาบูดเบี้ยว

ถ้าจะมีใครสักคนที่ไป๋ชานอยากเจอมากที่สุด ก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละ เป็นเพราะการปลอมตัวของชายคนนี้ที่ทำให้เขาได้มีตำแหน่งที่ยืนอันสวยงามอยู่ทุกวันนี้ แต่ถ้าจะมีใครสักคนที่ไป๋ชานไม่อยากเจอมากที่สุด ก็ต้องเป็นชายผู้นี้เหมือนกัน เพราะเขาอาจจะเปิดเผยความจริงได้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาคือคนที่รักษาเซียนสมุนไพร และดึงเซียนสมุนไพรให้พ้นจากความตาย

ถ้าความจริงถูกเปิดเผย แล้วจะมีใครในสมาคมนายแพทย์ที่จะเคารพเขาอีก? ใครจะยอมเสียเวลาชายตาเหลือบแลเขาอีก?

เขาคิดว่าต้องระวังตัวไม่ให้เจอกับองค์หญิงโม่หยู่เท่านั้น ดังนั้น หากรู้ว่าเธอไปที่ไหน เขาก็จะหลบเลี่ยง ด้วยวิธีนี้เขาก็จะยังคงเกียรติยศของการเป็นผู้รักษาเซียนสมุนไพรเอาไว้ได้ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะต้องมาเจอกับจางเซวียนในสถานการณ์แบบนี้

ส่วนเรื่องที่เขาพยายามจะฉวยโอกาสกับลูกศิษย์ของอีกฝ่ายนั้น…ก็อย่าไปพูดถึงเลย

นี่เรารนหาที่ตายใช่ไหม?

ต่อให้จางเซวียนไม่แตะต้องเขา แค่เปิดเผยความจริงที่ว่านายแพทย์ไป๋ชานไม่ใช่ผู้รักษาเซียนสมุนไพร เขาก็คงถูกนายแพทย์ไม่รู้กี่คนซ้อมจนตายเสียก่อนที่จะได้ออกจากบ้านของตัวเอง

….

“ศิษย์พี่ พวกเรามีปัญหาแล้ว…”

เห็นสภาพหัวที่เละเทะและบวมเป่งของนายแพทย์ไป๋ชาน หลิวหลิงรีบเดินเข้ามา และได้แต่ส่ายหน้า

“ปัญหา? ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่!”

จางเซวียนตอบง่ายๆ

ในเมื่อเขาออกตัว ก็แปลว่าเขารู้แล้วว่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร ซึ่งถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา แค่บังคับกรอกยาพิษพวกนั้นก็จบเรื่อง

เขาไม่เชื่อว่าในสภาวะที่ล่อแหลมต่อความเป็นความตาย จะมีใครกล้าทำกร่าง

“นี่มันหน่วยตรวจการณ์นะ ไปตบพวกเขาเสียเละขนาดนั้น…”

หลิวหลิงไม่รู้ว่าจางเซวียนกำลังคิดอะไร เขาพูดออกมาสองสามคำก่อนที่จะหยุดและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อ “ผมควรไปที่สภาปรมาจารย์เพื่อขอการคุ้มกันดีไหม? เพราะอย่างน้อยผมก็เป็นปรมาจารย์ ทางอาณาจักรเทียนหวู่คงยังไม่กล้าทำอะไร อย่างมากผมก็แค่ต้องเข้ารับการไต่สวนที่สภาปรมาจารย์เท่านั้น…”

สภาปรมาจารย์มีหน้าที่รับผิดชอบและปกป้องปรมาจารย์ทุกคน แต่หากปรมาจารย์ทำผิดเสียเอง พวกเขาก็มีอำนาจที่จะตัดสินเหมือนกัน

เพราะอีกฝ่ายพยายามหาเรื่องพวกเขาตั้งแต่แรก พวกเขาจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะป้องกันตัว แต่เมื่อมาถึงตอนที่จางเซวียนตบพวกนั้นเสียเละเทะหมดสภาพ ต่อให้อธิบายอย่างไร พวกเขาก็ผิดอยู่ดี

“ไม่จำเป็นเลย!” จางเซวียนพูด เขาชี้มือไปที่ไป๋ชานซึ่งหัวบวมเป่งราวกับหัวหมูและพูดว่า “เขาจะจัดการเรื่องนี้ให้พวกเราเอง”

“เขา?”

หลิวหลิงถึงกับงง

จ้าวหย่ากับคนอื่นๆก็มองจางเซวียนอย่างงุนงง

เหตุผลเดียวที่ไอ้หมอนั่นมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อสร้างปัญหา ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่คุณเอากาน้ำชาทุ่มหัวเขา แถมยังตบเสียเละ…

ถ้าเขาฆ่าคุณได้ ก็คงฆ่าไปแล้ว มันเรื่องอะไรถึงหวังว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ให้?

นี่ล้อพวกเราเล่นใช่ไหม?

ขนาดลู่ฉวินที่ยืนอยู่ห่างๆก็ยังส่ายหน้า

ท่านอาจางคนนี้ปราดเปรื่องในหลายวิชาชีพก็จริง แต่ข้อบกพร่องใหญ่หลวงของเขาก็คือหุนหันพลันแล่นเกินไป

ด้วยนิสัยแบบนี้ ไม่นานก็คงเกิดเรื่องน่าเสียใจเข้าสักวัน

“นายแพทย์ไป๋ชาน คุณคิดว่า…เราควรจะทำอย่างไร?”

ไม่แยแสกับสายตาสงสัยของฝูงชนที่กำลังจับจ้อง จางเซวียนหันกลับไปยิ้มให้นายแพทย์ไป๋ที่เพิ่งถูกเขาตบเละไปหยกๆ

ถึงอีกฝ่ายจะยิ้มให้ แต่นายแพทย์ไป๋ก็มองเห็นความโหดเหี้ยมถึงขั้นเอาตายอยู่ในดวงตาคู่นั้น และต้องผงะไปทันที “ผมผิดเอง ผมมันมักมากจนหน้ามืดตามัว และสร้างปัญหาให้กับลูกศิษย์ของคุณ อย่าห่วงเลย ผมจะรีบแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว…”

จากนั้นนายแพทย์ไป๋ชานก็ยืนขึ้น และด้วยสีหน้าท่าทางแบบผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความชอบธรรม เขาเดินไปหาหัวหน้าเหยาและยื่นยาเม็ดขวดหนึ่งให้ “นี่คือยาที่สามารถสมานบาดแผลได้ดีเยี่ยม และนี่, เงินหนึ่งแสนเหรียญ หัวหน้าเหยา คุณควรจะพาคนของคุณไปหาอะไรดีๆกินนะ…”

“นายแพทย์ไป๋?”

เห็นอีกฝ่ายยอมจ่ายเงินและออกตัวให้คนที่ตบเขาเสียเละ หัวหน้าเหยากับสมาชิกหน่วยตรวจการณ์คนอื่นๆแทบจะบ้า มาถึงตอนนี้ เสียงกระซิบกระซาบของนายแพทย์ไป๋ก็ยังแว่วอยู่ในหู

“ชู่วว ถึงองค์หญิงจะไม่ได้เป็นอัจฉริยะหมายเลข 1 ที่พันปีจะปรากฏขึ้นสักคนหนึ่ง แต่ก็เป็นอัจฉริยะแถวหน้า สถานภาพของเธอเหนือชั้นกว่าองค์ชายและองค์หญิงคนอื่นๆ…ชายคนนี้น่ะมีความสนิทชิดเชื้อกับองค์หญิงโม่หยู่ ผมเคยเห็นเขาไปไหนมาไหนกับเธอ คุณควรจะรู้นะว่าต้องจัดการที่เหลืออย่างไร…”

“สนิทชิดเชื้อกับองค์หญิงโม่หยู่?”

หัวหน้าเหยากับคนอื่นๆหรี่ตา และถึงกับตัวแข็งไป

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version