Skip to content

Library Of Heaven’s Path 354


ตอนที่ 354 อัดเราที!

ครืน!

เกิดเสียงกึกก้องพร้อมการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จางเซวียนเดินไปสองสามก้าวและหยุดอยู่ตรงหน้าเสาหินวัดพลังที่มีไว้สำหรับทดสอบพลังของอสูรอารักขา เขาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่

วิ้ง!

เกิดแสงวิบวับเป็นประกาย

ตัวเลขจำนวนหนึ่งค่อยๆลอยขึ้นมา…5000!

ผู้สำเร็จวรยุทธขั้นจงซรือจะมีพละกำลังเหนือกว่า 1000 ติ่ง

โดยทั่วไป นักรบจงซรือขั้นต้นจะมีพละกำลังที่ 1000 ติ่ง, ขั้นกลางที่ 2000 ติ่ง, ขั้นสูงที่ 3000 ติ่ง และขั้นสูงสุดที่ 4000 ติ่ง

ตอนที่จางเซวียนสำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือ พละกำลังของเขาก็อยู่ที่ 1500 ติ่งแล้ว และเมื่อสำเร็จวรยุทธจงซรือขั้นสูงสุด พละกำลังของเขาก็พุ่งพรวดมาอยู่ที่ 5000 ติ่ง

ด้วยพละกำลังขนาดนี้ เขาสามารถสู้กับนักรบขั้นกึ่งจื้อจุนได้สบาย

“น่าเสียดายที่เรามีหินวิเศษไม่พอ ไม่อย่างนั้น พละกำลังของเราจะต้องไม่อยู่แค่ 5000 แน่…”

ถึงจางเซวียนจะตื่นเต้นกับพละกำลังที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ แต่ก็อดผิดหวังนิดหน่อยไม่ได้

หินวิเศษทั้ง 6 ก้อนที่เขาได้จากฮ่องเต้โม่เทียนเชว่และองค์ชายเฟ่ยชวนแหลกสลายเป็นผุยผงไปหมดแล้ว

ก็เหมือนกับที่เขาคิดไว้ ยิ่งระดับวรยุทธสูงขึ้นเท่าไหร่ จำนวนหินวิเศษที่ต้องใช้ในการฝ่าด่านวรยุทธก็มากขึ้นเท่านั้น

ที่ผ่านมา หินวิเศษเพียงก้อนเดียวก็เพียงพอสำหรับการฝ่าด่านวรยุทธจากจงซรือขั้นต้นไปถึงขั้นกลาง แต่ตอนนี้ต้องใช้ถึง 6 ก้อนถึงจะเพียงพอสำหรับการก้าวจากขั้นกลางไปถึงขั้นสูงสุด

ถ้าคิดคำนวณจากอัตราการใช้ในตอนนี้ จางเซวียนจะต้องมีหินวิเศษอย่างน้อย 10-12 ก้อน ถึงจะสำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนได้

“ดูเหมือนเราต้องหาทางให้ได้หินวิเศษเพิ่ม…”

จางเซวียนนวดหว่างคิ้ว

แม้เคล็ดวิชาเทียบฟ้าจะทำให้เขายกระดับวรยุทธได้อย่างพรวดพราด แต่มันก็ต้องการพลังจิตวิญญาณมากจนน่าสะพรึง ยิ่งมีพลังปราณที่บริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ปริมาณพลังจิตวิญญาณที่เขาต้องใช้เพื่อการฝ่าด่านวรยุทธก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

หากเขาต้องใช้หินวิเศษ 12 ก้อนเพื่อให้สำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุน กว่าจะสำเร็จจื้อจุนขั้นสูงสุด มิต้องใช้หลายร้อยก้อนหรือ?

ขนาดอาณาจักรขั้น 1อย่างเทียนหวู่ก็ยังมีหินวิเศษแค่หยิบมือเดียว แล้วจางเซวียนจะไปหาหินวิเศษมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?

คิดๆดูแล้วก็ปัญญาอ่อนสิ้นดีที่เขาเคยรู้สึกว่าเงินหลายสิบล้านที่มีอยู่ในแหวนเก็บสมบัตินั้นทำให้เขาเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง…แต่เท่าที่ดูตอนนี้ ก็ยังแสนจะจนกรอบ

เงินทองและข้าวของอื่นๆล้วนเป็นสิ่งเลื่อนลอย…หินวิเศษต่างหากที่จะทำให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง!

“ผ่านไปอีกวันแล้วหรือนี่…” เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จางเซวียนเพิ่งรู้ว่านั่นเป็นตอนบ่ายของอีกวันแล้ว เขาถึงกับอึ้งไป

การรักษาพิษตกค้างที่อยู่ในตัวราชสีห์หางทองทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงและพลังปราณไปมาก แค่การฟื้นฟูพละกำลังและสภาพร่างกายก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย เมื่อรวมกับระยะเวลาที่เขาใช้ในการฝ่าด่านวรยุทธด้วย หนึ่งวันจึงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว

“เราควรช่วยราชสีห์หางทองให้ฝ่าด่านวรยุทธได้แล้ว!”

จางเซวียนบิดขี้เกียจและกินอาหารที่โม่เทียนเชว่เตรียมไว้ให้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เมื่อสำเร็จวรยุทธจงซรือขั้นสูงสุด พลังปราณเทียบฟ้าของจางเซวียนก็เข้มข้นและบริสุทธิ์ขึ้นอีก ในตอนนี้ การสร้างวิวัฒนาการของสายเลือดให้กับเจ้าตัวมหึมานั่นเป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย

“ประธานหลิว!”

เมื่อเดินออกจากห้อง จางเซวียนก็เห็นโม่เทียนเชว่กับโม่หยู่ยืนอยู่แถวๆนั้น

ทั้งคู่ถึงกับยังรอเขา

เพราะการที่ราชสีห์หางทองจะฝ่าด่านวรยุทธได้หรือไม่นั้นมีผลต่อความมั่นคงของอาณาจักร เทียนหวู่โดยตรง ต่อให้โม่เทียนเชว่จะสุขุมเยือกเย็นแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เขาจะนิ่งเฉยโดยไม่กระวนกระวายกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงรออยู่ที่นี่กับโม่หยู่ตั้งแต่เช้า

เพราะเข้าใจความรู้สึกของทั้งคู่ดี จางเซวียนจึงไม่แปลกใจ เขาแค่พูดว่า “พาราชสีห์หางทองมาหาผมที!”

“ประธานหลิว ฉันคุยกับราชสีห์หางทองแล้วนะ คุณใช้วิธีการของคุณช่วยมันฝ่าด่านวรยุทธได้เลย!” โม่หยู่ยิ้มให้

“วิธีการของผม?” จางเซวียนถึงกับผงะ

โม่หยู่รู้หรือว่าพลังปราณของเขาสามารถชำระสายเลือดของอสูรได้?

เป็นไปไม่ได้น่ะ!

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาช่วยนกอินทรีสีเขียวอ่อนฝ่าด่านวรยุทธ เขาก็ยกประโยชน์ให้กับเลือดของนกกระจอกสายฟ้าบรรพกาล ส่วนกรณีของอสูรเขี้ยวเหล็กเหินฟ้า มันก็ฝ่าด่านวรยุทธได้ด้วยสภาพร่างกายของมันและยาที่โม่หยู่หลอมให้…

เธอไม่น่ารู้เรื่องนี้…

แต่ถ้าไม่รู้…แล้วที่พูดแบบนั้นคือ?

จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียดและกำลังจะถามเรื่องนั้น แต่โม่หยู่ก็ชี้นิ้วไป

“ราชสีห์หางทองพร้อมแล้ว!”

เมื่อหันไปมอง จางเซวียนก็ตาค้างและแทบเข่าอ่อน

ตอนนี้ ราชสีห์หางทองตัวมหึมาถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่เหล็กจำนวนนับไม่ถ้วน โซ่นั้นพันม้วนรอบตัวมันจนดูเหมือนซาลาเปา มันกำลังจ้องหน้าเขาอย่างสุดแสนจะขัดใจ

พวกคุณทำบ้าอะไรกันนี่?

จางเซวียนหันไปมองโม่หยู่และถามอย่างสงสัย “นี่มัน…”

ไอ้การพันเจ้าตัวนี้จนกลมเป็นซาลาเปานี่มันเกี่ยวอะไรกับวิธีการของผม?

ไม่ใช่เขาคนเดียวที่งง โม่เทียนเชว่ก็ใกล้จะเสียจิตเต็มที

แม่ลูกสาวคนดีของเขามาเคาะประตูห้องตั้งแต่เช้าตรู่ และบอกว่าการที่ราชสีห์หางทองจะฝ่าด่านวรยุทธได้นั้น พวกเขาต้องล่ามมันก่อน

ต้องเกลี้ยกล่อมกันอยู่นานกว่าจะล่ามเจ้าตัวยักษ์นั่นได้

ว่าแต่…ด้วยสภาพนี้ มันจะสำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนได้จริงๆหรือ?

คือถ้าทำได้ ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินวิธีการแบบนี้มาก่อน…

“คุณมีวรยุทธแค่ทงฉวนขั้นต้น เพื่อความปลอดภัยขณะที่คุณใช้วิธีการฝึกอสูรด้วยการอัดมันให้เชื่อง เราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพันธนาการมันไว้…”

โม่หยู่ตอบอย่างขึงขัง

“….” จางเซวียนมีสีหน้าพิลึกพิลั่น

ก่อนหน้านี้เขาใช้วิธีการฝึกอสูรด้วยการอัดมันให้เชื่องในการช่วยนกอินทรีสีเขียวอ่อนฝ่าด่านวรยุทธ ดังนั้นโม่หยู่จึงคิดว่าครั้งนี้เขาจะใช้วิธีเดียวกัน…

เนื่องจากเขากำลังปลอมตัวเป็นประธานหลิวที่มีวรยุทธแค่ทงฉวนขั้นต้น หากราชสีห์หางทองขัดขืน เขาก็ไม่อาจรับมือกับมันได้ นั่นคือเหตุผลที่โม่หยู่ล่ามมันไว้

แค่ก แค่ก!

คุณทำให้ผมตกใจเสียเกือบตาย! ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเรื่องแค่นี้…

แม้จะดูประหลาดอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นความคิดที่ดี เพราะด้วยวิธีนี้ จางเซวียนจะสามารถปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขา รวมถึงความสามารถของพลังปราณเทียบฟ้าในการชำระสายเลือดของอสูรด้วย

“อือ ไม่เลว งั้นผมเริ่มเลยก็แล้วกัน…”

จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วเดินตรงไปหาราชสีห์หางทองที่ถูกล่ามไว้

โม่เทียนเชว่รีบจับตามองจางเซวียน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร

โม่หยู่แสดงความมั่นอกมั่นใจในวิธีการของอีกฝ่ายมาตลอด แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าวิธีฝึกอสูรด้วยการอัดมันให้เชื่องเป็นอย่างไร

ราชสีห์หางทองที่นอนอยู่บนพื้นทำสีหน้าขัดอกขัดใจและไม่รู้เลยสักนิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อจางเซวียนเดินเข้ามา นัยน์ตาของมันก็ฉ่ำไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ

หากไม่ใช่เพราะนายแพทย์คนนี้ มันคงโศกเศร้าสุดขีดจนตายไปแล้ว

แม้ว่ารูทวารของมันจะยังคงเจ็บอยู่ แต่เมื่อพิษถูกขับออกไปแล้ว มันก็รู้สึกผ่อนคลายเนื้อตัวกว่าเดิมมาก ด้วยพรสวรรค์ด้านการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วที่เหล่าอสูรมี อีกแค่ 2 วันมันก็จะแข็งแรงดังเดิม

มันกำลังคิดจะเข้าไปกอดผู้มีพระคุณของมันด้วยความซาบซึ้งใจ แต่มนุษย์เจ้าปัญหาคนนั้นก็เตะมันป้าบเข้าให้โดยไม่บอกไม่กล่าว

“ฮื่ออออ???”

ราชสีห์หางทองผงะไป

ก็ไหนว่าจะช่วยยกระดับวรยุทธให้เรา? แล้วเตะเราทำไม?

ปั้ก! ปึ้ก! ปั้ก!

ยังไม่ทันจะได้ตอบโต้ ชายหนุ่มตรงหน้าก็โดดเข้าเตะอีกรัวๆ

และทุกครั้งก็ซ้ำลงไปที่บาดแผลเมื่อวานอย่างจัง ทำให้มันต้องคำรามลอดไรฟันด้วยความเจ็บปวด

…..

“นี่คือ…วิธีฝึกอสูรด้วยการอัดมันให้เชื่องที่เจ้าพูดถึง?”

โม่เทียนเชว่ถึงกับหน้าตาบูดเบี้ยว

เขาเป็นถึงฮ่องเต้ของอาณาจักรขั้น 1 ย่อมมีความรอบรู้ในหลายเรื่อง เขามีโอกาสได้เห็นนักฝึกอสูรทำการเพิ่มพละกำลังให้อสูรอยู่หลายครั้ง แต่การใช้ความรุนแรงอย่างที่เห็นตรงหน้า…อายุอานามของเขาก็ตั้งเท่านี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

“วางใจเถอะ ลงว่าเป็นประธานหลิว ไม่มีปัญหาอะไรแน่!”

โม่หยู่พูดอย่างมั่นใจ

ภาพที่นกอินทรีสีเขียวอ่อนฝ่าด่านวรยุทธได้หลังจากถูกจางเซวียนอัดยังคงแจ่มชัดในสมองเธอ

การที่เขาจะทำแบบเดียวกันกับราชสีห์หางทองย่อมไม่ใช่ปัญหา

“แต่…”

ถึงลูกสาวจะมั่นใจ แต่โม่เทียนเชว่ก็ยังสงสัยอยู่

“ดูสิ เหมือนราชสีห์หางทองจะรู้สึกอะไรบางอย่าง…”

รู้ดีว่าการจะยอมรับวิธีการแปลกประหลาดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โม่หยู่ชี้นิ้วไปที่ชี้ไปที่ราชสีห์หางทอง

โม่เทียนเชว่มองตาม

อสูรอารักขาที่เพิ่งจะคำรามลอดไรฟันด้วยความเจ็บปวดอยู่เมื่อครู่กำลังมองจางเซวียนด้วยดวงตาวาววับอย่างตื่นเต้น

ทั้งๆที่ถูกอัดจนกระอักเลือดและสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด แต่นัยน์ตาของมันยังตื่นเต้นเสียขนาดนั้น…

โม่เทียนเชว่รู้สึกเหมือนโลกจะพลิกกลับ อยากจะเป็นลมเสียให้ได้

…..

ในตอนแรก ราชสีห์หางทองสุดแสนจะเจ็บปวดกับการอัดอย่างบ้าคลั่งของจางเซวียน แต่เพียงครู่เดียวมันก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป

สิ่งที่มาพร้อมกับการเตะทุกครั้งคือกระแสพลังปราณที่เข้าไปชำระสายเลือดและยกระดับวรยุทธของมัน

ตอนนี้มันเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจช่วยมันยกระดับวรยุทธ ดังนั้น แทนที่จะต่อต้าน มันกลับใช้ความพยายามทั้งหมดของตัวเองไปกับการซึมซับพลังปราณให้เข้าสู่ร่างกายอย่างดีที่สุด เพื่อจะได้ชำระสายเลือดของมัน

บึ้ม!

หลังจากที่ซึมซับกระแสพลังปราณเข้าไปมากมาย มันรู้สึกได้ว่าสายเลือดของตัวเองสะอาดจนถึงขีดสุด และด้วยการระเบิดกึกก้องรุนแรง รังสีอันทรงพลังก็แผดกล้าออกจากตัวมัน

ขั้นจื้อจุน!

“แฮ่…”

ราชสีห์หางทองยืนตระหง่านและคำรามกึกก้อง

เคร้ง!

ร่างมหึมาของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง โซ่เหล็กที่พันธนาการไว้ขาดออกจากกันทันที และร่วงลงไปกองบนพื้น

“มัน…สำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนแล้วใช่ไหม?”

โม่เทียนเชว่ถึงกับเซ่อไป

ทั้งๆที่เห็นเต็มสองตา สมองก็ยังแทบจะรับไม่ได้

การสำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนนั้น แม้กับมนุษย์ก็ยังแสนจะยาก ป่วยการจะพูดถึงอสูรที่มีสายเลือดเป็นข้อจำกัด…แต่ด้วยการกระหน่ำอัดแบบนั้น มันก็ฝ่าด่านวรยุทธได้…

จะง่ายไปไหม?

“หรือว่า…ดูเผินๆจะเหมือนกับประธานหลิวอัดราชสีห์หางทองอย่างบ้าคลั่ง แต่อันที่จริง เขาได้เคลียร์จุดที่ถูกปิดกั้นอยู่ในร่างกายของมันเพื่อเพิ่มพละกำลัง?”

โม่เทียนเชว่พลันคิดขึ้นได้

เขาเคยอ่านตำราโบราณที่กล่าวไว้ว่ามีปรมาจารย์ผู้เหนือชั้นบางคนสามารถยกระดับวรยุทธให้กับคนอื่นๆได้โดยใช้การทำร้ายร่างกาย หากใช้กำลังได้ถูกจุด พวกเขาจะสามารถกระตุ้นพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นของผู้นั้นได้ ทำให้พลังปราณไหลเวียนได้สะดวก และนำมาซึ่งการยกระดับวรยุทธ

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเล่นงานราชสีห์หางทองเสียจนกระอักเลือดและดูเหมือนจะตายอยู่รอมร่อ แต่ในที่สุดเจ้าตัวยักษ์นั่นก็ฝ่าด่านวรยุทธได้ด้วยวิธีการอันแสนพิลึกพิลั่น ต้องเป็นเพราะพลังนั้นแน่

“ในเมื่อเขาใช้วิธีการแบบนี้ช่วยอสูรให้ฝ่าด่านวรยุทธได้ เขาก็น่าจะใช้กับมนุษย์ได้เหมือนกัน?”

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาในสมองของโม่เทียนเชว่ เขาก็ตาโต

…..

“เรียบร้อย!”

เมื่อเห็นราชสีห์หางทองฝ่าด่านวรยุทธได้แล้ว จางเซวียนก็พยักหน้าอย่างพอใจ

ดูเหมือนเขาจะใช้พลังปราณของนักรบจงซรือขั้นสูงสุดทำให้อสูรขั้นกึ่งจื้อจุนฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ

ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงตั้งใจมั่นว่าจะต้องใช้วิธีการนี้กับเจ้าเขี้ยวเหล็กเหินฟ้าด้วย ถ้าเจ้าเบิ้มนั่นสำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนได้ จางเซวียนก็จะไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนในอาณาจักรเทียนหวู่อีกต่อไป

เขาปรบมือและไม่สนใจกับดวงตาซาบซึ้งของราชสีห์หางทองที่อยู่ตรงหน้า จางเซวียนเดินไปหาโม่หยู่กับโม่เทียนเชว่

“ประธานหลิว ขอบคุณเหลือเกินที่ช่วยราชสีห์หางทองให้ฝ่าด่านวรยุทธได้ เราสำนึกในบุญคุณเป็นอย่างยิ่ง…”

โม่เทียนเชว่คำนับอย่างงามและกล่าวขอบคุณจางเซวียนด้วยความจริงใจ

“ไม่เป็นไรหรอก!” จางเซวียนส่ายหน้า

ในเมื่อเขาตอบตกลงที่จะช่วยอีกฝ่ายไปแล้ว แถมยังได้หินวิเศษจากฝ่ายนั้นมาถึง 5 ก้อน ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องตอบแทนบุญคุณ

เห็นอีกฝ่ายบอกปัดราวกับเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาสามัญ โม่เทียนเชว่ยิ่งมั่นอกมั่นใจกับข้อสรุปของตัวเองขึ้นไปอีก เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามจางเซวียน “ถ้าเป็นไปได้ เราอยากขอให้ประธานหลิวช่วยอีกเรื่องหนึ่ง!”

“ฮะ?”

“เราติดอยู่ที่วรยุทธจงซรือขั้นสูงสุดมาหลายปีแล้ว จะพยายามแค่ไหนก็ฝ่าด่านไปไม่ได้ ประธานหลิว…คุณช่วยเราฝ่าด่านคอขวดหน่อยได้ไหม? ไม่ต้องถึงขั้นจื้อจุนหรอก แค่กึ่งจื้อจุนก็พอ…”

โม่เทียนเชว่จ้องหน้าจางเซวียนอย่างคาดหวัง เขาหายใจถี่กระชั้นโดยไม่รู้ตัว

“ช่วยฝ่าบาทฝ่าด่านคอขวด?” จางเซวียนถึงกับผงะ

“ก็ใช่น่ะสิ! อย่ากังวลไปเลย เรารู้ว่าต้องทำอย่างไร…” โม่เทียนเชว่พยักหน้า

เห็นอีกฝ่ายมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น จางเซวียนถึงกับงง นี่ฮ่องเต้คิดอะไร? หรือฮ่องเต้รู้ว่าตัวเขาอยากได้หินวิเศษ และฮ่องเต้ยังมีหินวิเศษซุกซ่อนไว้?

แต่ในตอนนั้นเอง อีกฝ่ายก็หยิบโซ่เหล็กที่อยู่บนพื้นขึ้นมา และล่ามตัวเองเสียแน่นหนา จากนั้นก็นอนลงบนพื้นและตะโกนอย่างตื่นเต้น “เราพร้อมแล้ว! มา มาอัดเราที…”

“….” จางเซวียน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version