Skip to content

Library Of Heaven’s Path 368


ตอนที่ 368 สองวิธี

ในบริเวณโรงเรียน ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้าปะทะกิ่งไม้จนเกิดเสียงสวบสาบ

“ฉันต้องขอบอกว่าชั้นเรียนของอาจารย์ซุนน่ะน่าประทับใจสุดๆ!”

จ้าวอู๋ชิงออกความเห็นขณะที่เดินไปตามทางเดิน

แม้ว่าอาจารย์ซุนเฉิงที่เข้ามาพร้อมๆกับอาจารย์หลิวเฉินจะถูกฝ่ายหลังกลบรัศมีไปเสียหมด แต่เขาก็เป็นคนมีความสามารถตัวจริง

เพิ่งจะเมื่อวานนี้ที่หลิ่วชางเหยียนกับตัวเขาได้ฟังการสอนของอาจารย์ซุน และทั้งคู่ก็ได้รับประโยชน์มาก

“จริงด้วย เขาสอนดีจริงๆ ฉันว่าดีกว่าอาจารย์หูเสียอีก!”

หลิ่วชางเหยียนพยักหน้า

อันที่จริง ทั้งคู่อยากเข้าฟังการสอนของอาจารย์หลิว แต่เขาก็หายตัวบ่อยมาก พวกเขาไปดูอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจอตัวสักครั้งเลย

สุดท้าย เมื่อได้ยินใครๆพูดกันว่าการสอนของอาจารย์ซุนก็ไม่เลว ทั้งคู่จึงไปเข้าฟัง แล้วก็ต้องประทับใจในทันที

อาจารย์ซุนอาจไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร แต่ความเข้าใจในเรื่องวรยุทธของเขาจัดว่าน่าทึ่ง แม้แต่ อาจารย์ดาวเด่นที่เจ๋งที่สุดของโรงเรียนเทียนหวู่ก็ยังหมองไป หากเทียบกับเขา

“ทั้งอาจารย์หลิวและอาจารย์ซุนนี่เก่งจริงๆ แต่ทำไมก่อนที่ทางโรงเรียนจะรับพวกเขามา ถึงไม่มีใครรู้จักเลยล่ะ?”

ถึงจะประทับใจกับความสามารถของทั้งคู่ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้

ทองคำย่อมเปล่งประกาย ด้วยความสามารถระดับนี้ของอาจารย์ทั้งสองคน เป็นไปได้อย่างไรที่รัศมีของพวกเขาจะถูกกลบไว้ ทั้งคู่ควรจะเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอาณาจักรเสียนานแล้ว ทำไมถึงเพิ่งมาค้นพบกันตอนนี้?

“ฉันก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อทางโรงเรียนรับพวกเขามา ก็ต้องสืบเสาะประวัติมาก่อนแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก!” หลิ่วชางเหยียนส่ายหน้า “และอันที่จริง เราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องนี้มากมาย ตราบใดที่การสอนของพวกเขายังดีเยี่ยมอยู่ เราไปฟังการสอนของอาจารย์ซุนให้บ่อยกว่านี้ดีกว่า เรื่องสำคัญที่สุดที่พวกเราต้องทำตอนนี้ก็คือยกระดับวรยุทธ!”

โรงเรียนเทียนหวู่มีแนวคิดเปิดกว้าง นักเรียนทุกคนสามารถเข้าฟังการสอนของทุกชั้นเรียนและของอาจารย์ทุกคนได้อย่างอิสระ

สำหรับอัจฉริยะอย่างพวกเขา บทเรียนทั่วๆไปจัดว่าใช้การไม่ได้เสียแล้ว มีแต่การตระเวนไปตามชั้นเรียนต่างๆเพื่อเปิดหูเปิดตาเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาพัฒนาได้

“นายพูดถูก ฉันมีไอดอลคนใหม่แล้ว นอกจากปรมาจารย์จางกับอาจารย์หลิว ก็คืออาจารย์ซุนนี่แหละ!”

จ้าวอู๋ชิงหัวเราะหึๆ

“ฉันก็รู้สึกแบบเดียวกัน เขาสามารถอธิบายแนวคิดที่ล้ำลึกให้เข้าใจง่าย…”

หลิ่วชางเหยียนพยักหน้า ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องตัวแข็ง เขาชี้มือไปและถามว่า “ดูสิ นั่นใช่อาจารย์ซุนหรือเปล่า?”

เมื่อมองตามนิ้วของอีกฝ่าย ทั้งคู่ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนโงนเงนด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย

จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอาจารย์ซุนผู้ไร้เทียมทานที่พวกเขาเพิ่งพูดถึง!

เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ไปดูกัน…

ตอนที่ทั้งคู่ได้พบอาจารย์ซุนเมื่อวาน เขายังสดชื่นกระชุ่มกระชวยอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงดูถดถอยขนาดหนัก?

“หรือว่า…เขากำลังอยู่ระหว่างการฝึกเทคนิควรยุทธอันทรงพลังบางอย่าง?”

ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของจ้าวอู๋ชิง เขาทำตาโตด้วยความตื่นเต้น

ลือกันว่ามีเทคนิคการต่อสู้อันทรงพลังอย่างหนึ่งในอาณาจักรเทียนหวู่ ที่จะแสดงออกมาได้ก็ต่อเมื่อกำลังเมาเท่านั้น แม้ว่าท่วงท่าและการเคลื่อนไหวจะดูสะเงาะสะแงะตามแบบคนเมา แต่ในความเป็นจริงนั้นมีพละกำลังและลึกซึ้งมาก

อาจารย์ซุนได้อธิบายและถ่ายทอดเทคนิควรยุทธหลายอย่าง รวมทั้งเทคนิคการต่อสู้ด้วย เมื่อเห็นสภาพของเขาตอนนี้ ทั้งคู่ก็อดคิดถึงเรื่องนั้นไม่ได้

“ก็เป็นไปได้นะ!” หลิ่วชางเหยียนพยักหน้า เขาพึมพำอย่างทึ่ง “ช่างเป็นท่วงท่าที่ล้ำลึกจริงๆ แม้จะดูเหมือนมีจุดอ่อนมากมาย แต่…ก็เป็นไปได้ว่านั่นคือความจงใจ!”

ในโรงเรียนเทียนหวู่ อัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องส่วนมากจะมีบุคลิกพิลึกพิลั่น และเมื่อดูจากความสามารถของอาจารย์ซุนคนนี้ ก็มีโอกาสที่เขาจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน มาถึงตอนนี้ ทั้งคู่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีอาจารย์ที่เก่งกาจน่าทึ่งขนาดนี้อยู่ในโรงเรียนเทียนหวู่

เมื่อเห็นย่างก้าวที่เหยาะแหยะสะเงาะสะแงะของอีกฝ่าย ทั้งคู่จึงคิดว่าเขากำลังฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้อันทรงพลังบางอย่างมากกว่าจะคิดว่าเกิดเหตุผิดปกติขึ้นกับเขา

“ดูการเคลื่อนไหวนี้สิ มันเหมือนจะเฉียงไปทางทิศตะวันออก แต่อันที่จริงแล้วเป็นการเคลื่อนไหวที่พุ่งไปทางทิศตะวันตก ต้องเป็นเทคนิคการล่อหลอกขั้นสูง…”

“ท่วงท่านี้เหลือเชื่อจริงๆ เขาเดินเขาอ่อนไปมา ทำท่าเหมือนจะทรุด แต่อันที่จริง มันน่าจะเป็นการเคลื่อนไหวที่เหมาะจะใช้หลบเลี่ยงการโจมตีของคู่ต่อสู้ ต่อไปฉันต้องทดลองบ้าง…”

ขณะที่พวกเขากำลังชื่นชมอีกฝ่าย จู่ๆก็ต้องหยุดกึก

“โอ๊ย! ใครก็ได้ช่วยที อาจารย์ซุนตกลงไปในบ่อเกรอะ!”

อาจารย์ซุนที่พวกเขาเพิ่งจะยกยอกันอย่างเลิศลอยอยู่เมื่อครู่ ได้สูญเสียการทรงตัวกะทันหันและตกลงไปในบ่อเกรอะ

ในเมื่อมีห้องส้วมสาธารณะอยู่ในโรงเรียน จึงต้องมีระบบระบายของเสียด้วย ระบบระบายของเสียเหล่านี้ตั้งอยู่ในมุมอับของโรงเรียน ซึ่งอยู่ไกลจากทางเดินที่ใช้กันเป็นปกติ

ย่างก้าวของอาจารย์ซุนนั้นสะเงาะสะแงะและไม่มั่นคงเหมือนคนเมา ทำให้ทั้งคู่คิดว่าเขากำลังฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้อันน่าทึ่งบางอย่าง ไม่นึกเลยว่าเขาจะตกลงไปในบ่อเกรอะ

ทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไป และยอมเหม็นด้วยการลงไปงมเขาขึ้นมา ทั้งจ้าวอู๋ชิงกับหลิ่วชางเหยียนมองหน้ากันด้วยใบหน้าแดงก่ำ

พวกเขาเพิ่งจะพูดกันอย่างมั่นอกมั่นใจว่าอาจารย์ซุนคนนี้คงกำลังฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อันทรงพลังบางอย่าง ก็พอดีกับที่เขาหัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ…บ้าชะมัด นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

สำหรับอาจารย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ล้ำลึกขนาดนั้น แต่เดินตกบ่อเกรอะได้…

ขนาดเห็นกับตาก็ยังอึ้ง ไม่รู้ว่าจะทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างไร

“อาจารย์ซุน คุณคิดจะ…ฆ่าตัวตายหรือ?”

เมื่อนำน้ำ 2-3 ถังมาล้างเนื้อล้างตัวให้เขาแล้ว จ้าวอู๋ชิงก็อดถามไม่ได้

พรวด!

เมื่อได้ยินคำถามนั้น โม่หงอีก็หน้าซีดและกระอักเลือดออกมา

ฆ่าตัวตายกับผีอะไร!

ต่อให้ผมอยากตาย ผมก็จะเลือกสถานที่ตายให้มันดีกว่านี้…คุณเคยเห็นใครกระโดดลงบ่อเกรอะเพื่อฆ่าตัวตายหรือ?

ต่อให้ผมอยากตายจริงๆ ก็จะไม่ทำตัวอัปยศแบบนั้นหรอก!

ผมถูกวางยาต่างหาก…

ยาพิษนี้ทำให้สมองของผู้ได้รับพิษเกิดอาการมึนชาและควบคุมตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นล่ะก็…คุณนึกหรือว่าผมอยากจะหัวทิ่มลงไปในนั้น?

โชคดีที่เขาใช้ตัวตนปลอม ไม่อย่างนั้น ถ้าข่าวแพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรว่าอัจฉริยะโม่หงอีหัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ แล้วต่อไปเขาจะมีหน้าไปพบใครได้?

“นอกจากดื่มชาในห้องเรียนของจางเซวียนเมื่อเช้า ก็ไม่ได้กินอะไรอีก…”

ทั้งๆที่ยังละเหี่ยอยู่ แต่โม่หงอีก็ไม่จมจ่อมอยู่กับโชคร้ายของเขา เขาค่อยๆนึกทบทวนสถานการณ์

หลังจากตื่นขึ้นมา เขาก็ตรงไปที่ห้องเรียนของจางเซวียน และขณะที่นั่งรอ สิ่งเดียวที่เขากินเข้าไปก็คือชาหนึ่งถ้วย หรือว่าชานั้น…จะมีพิษ?

เท่าที่ดู ก็เป็นไปได้มากทีเดียว!

แต่ว่าการที่เขาไปที่ห้องเรียนของอาจารย์หลิวนั้นเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้ พูดง่ายๆก็คือ เป้าหมายของฝ่ายนั้นคือ…ปรมาจารย์จางเซวียน!

แต่ใครกันที่จะอาจหาญถึงขั้นแตะต้องปรมาจารย์?

“เดี๋ยวก่อน เมื่อคืนวาน…”

เขาพลันนึกบางอย่างได้ โม่หงอีนึกถึง 3 ร่างที่เขาเห็นในห้องเรียนของจางเซวียนเมื่อวาน

ที่ผ่านมา เขาคิดว่าเด็กพวกนั้นคงเป็นลูกศิษย์ใหม่ของ ‘หลิวเฉิน’ จึงไม่ได้คิดมาก แต่ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่เขาอยู่ในห้องเรียนเมื่อเช้านี้ ก็ไม่เห็นทั้ง 3 คนนั้นเลย

ถ้าไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของหลิวเฉิน แต่มาอยู่ในห้องเรียนกลางดึกแบบนั้น หรือว่า…

“พวกนั้นเป็น…ลูกศิษย์ของจางเซวียน?”

เมื่อนึกถึงรูปร่างหน้าตาของหนึ่งในนั้นได้ โม่หงอีก็ถึงกับใจสั่น เขาจำได้แล้วว่าเคยเห็นเด็กพวกนั้นมาก่อน

ตอนที่จางเซวียนเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว เขาพาลูกศิษย์มาด้วย และก็เป็นลูกศิษย์พวกนั้นที่ทำให้เขาผ่านการทดสอบในขั้นบ้านวัดใจด้วยระดับความเชื่อใจถึง 85 และทำลายสถิติเดิมของตัวเขา

ในตอนนั้น โม่หงอีได้มองหน้าเด็กพวกนั้นแค่เผินๆ และด้วยความที่มัวแต่อัศจรรย์ใจอยู่ จึงจดจำรูปร่างหน้าตาของพวกเขาได้ไม่ชัด

แต่เมื่อได้เจอเป็นครั้งที่ 2 ก็รู้สึกอยู่ว่าหน้าตาออกจะคุ้นๆ คิดไปคิดมา ต้องเป็นไปตามนั้นแน่…

ลูกศิษย์ของจางเซวียนพยายามจะวางยา ‘หลิวเฉิน’ และเขาก็เข้าไปอยู่ตรงนั้นโดยบังเอิญ!

ทำไมถึงบ้าบอขนาดนี้?

นี่เราไปทำร้ายใคร?

ไอ้การที่ลูกศิษย์สองคนของคุณสร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมืองหลวง มันก็เรื่องหนึ่ง…แต่หนักไปกว่านั้นอีก ลูกศิษย์ที่เหลือของคุณก็ยังถึงกับลอบเข้ามาที่นี่เพื่อวางยาคุณ!

ก็ถ้าพวกนั้นอยากจะวางยาคุณเสียเต็มแก่ ก็ปล่อยให้เป็นไปเถอะ แต่มันเรื่องอะไรต้องมาทำกับผม…

โม่หงอีแน่นหน้าอก น้ำตาไหลพราก

ด้วยความปราดเปรื่องของเขา ชื่อของเขาได้สร้างความยำเกรงทั่วทั้งอาณาจักรเทียนหวู่ และแม้แต่อาณาจักรโดยรอบตั้งแต่เขาอายุ 5 ขวบ ไม่มีใครกล้าลบหลู่เขามาก่อน แต่กลับต้องเจอกับความอยุติธรรมอย่างแสนสาหัส…

…..

“โม่…อาจารย์ซุนหัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ?”

เมื่อได้ยินที่เมิ่งเทาบอก จางเซวียนก็แทบสำลัก

นั่นคือโม่หงอี, นักรบจงซรือขั้นสูงสุด, 1 ใน 10 ของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเทียนหวู่, ไอดอลของสาวน้อยนับไม่ถ้วน…

แต่หัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ?

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

“ตอนที่ผมเดินออกไป ผมเห็นจ้าวอู๋ชิงกับหลิ่วชางเหยียนกำลังช่วยเขาออกมา…อาจารย์ คุณรีบไปดูเถอะ!”

เมิ่งเทาเร่ง

จางเซวียนพยักหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้องเรียน เมื่อเดินไปได้ราว 200 เมตร ก็เห็น ‘อาจารย์ซุน’ นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นและมองหน้าเขาอย่างระทมทุกข์

“อาจารย์หลิว หรือว่าอาจารย์ซุนคิดจะฆ่าตัวตาย? คุณควรรีบไปคุยกับเขานะ…”

เมื่อเห็นจางเซวียน จ้าวอู๋ชิงกับหลิ่วชางเหยียนก็ยืนขึ้นและประสานมือคารวะ

“คิดจะฆ่าตัวตาย?” จางเซวียนมีสีหน้าพิลึกพิลั่น

แค่ 4-5 วัน เขาก็สามารถใช้ตัวตนที่ปลอมมาสร้างความเชื่อใจที่ระดับ 40 จากบรรดาลูกศิษย์ได้แล้ว และกำลังรอคอยด้วยความคาดหวังที่จะได้ผ่านการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว…จะคิดฆ่าตัวตายได้อย่างไร?

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมดูเอง!”

จางเซวียนตอบ แล้วเดินไปหาโม่หงอี

ตอนนี้ เขาหน้าซีดปากสั่นและมีกลิ่นเหม็นฉึ่งโชยมาจากตัว ดูเหมือนเขากำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกายไม่ยอมทำตาม

“เขา…ถูกวางยา?”

แม้ไม่ใช้หอสมุดเทียบฟ้า จางเซวียนก็บอกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

มองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายถูกวางยา…และดูเหมือนจะเป็นอาการแบบเดียวกับผลของ ‘ผงปฐพีแห้งเหือด’ ที่ใครสักคนใส่ลงไปในชาของเขา

“คุณดื่มชาในห้องของผมใช่ไหม?”

จางเซวียนเข้าใจสถานการณ์ทันที

ชานั้นมียาพิษผสมอยู่ และอาการของโม่หงอีก็แปลกไป เห็นชัดเจนว่าเขาดื่มชานั้น

เมื่อเข้าใจเรื่องราว จางเซวียนก็ถึงกับปากคอแห้งผาก

ผงปฐพีแห้งเหือดเป็นยาพิษเกรด 2 ขั้นสูงสุด ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย และทำให้ร่างกายของผู้นั้นอ่อนแอไป แต่ยังจะทำให้ประสาทมึนชาจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

หมอนี่ไม่ระวังตัว ไม่แปลกใจเลยที่จะหัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ

ยาพิษที่ผสมขึ้นโดยกูรูยาพิษจะไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ทำให้การระมัดระวังตัวแทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่หนักกว่านั้น ต่อให้เป็นนักรบจงซรือขั้นสูงสุด ด้วยความแข็งแกร่งขนาดนั้น ก็ยังไม่มีภูมิต้านทานเพียงพอที่จะต้านยาพิษชนิดนี้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้กูรูยาพิษเป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป น้อยคนเหลือเกินที่อยากเข้าใกล้พวกเขา

ที่หนักไปกว่านั้น…

ด้วยอาการรุนแรงขนาดนี้ โม่หงอีคงจะโดนพิษเข้าไปมาก

อาจจะทั้งขวดเลยก็ได้!

อ๊าาาา…

เมื่อได้ยินจางเซวียนสรุปเรื่องราวได้ตรงประเด็น โม่หงอีพยายามจะพยักหน้า แต่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะทำแบบนั้น จึงได้แต่ครางเป็นการตอบรับ

“เอาล่ะ ในเมื่อคุณถูกวางยา ผมก็ต้องหาทางรักษา…ผมมี 2 วิธีนะ วิธีแรกต้องใช้สมุนไพรจำนวนหนึ่ง และต้องการเวลา 2 วัน! ส่วนอีกวิธีหนึ่ง ผมมั่นใจว่าผมรักษาคุณให้หายได้ภายในวันนี้! คุณจะเลือกวิธีไหน?”

จางเซวียนตั้งคำถามและมองหน้าโม่หงอี

เขากระเสือกกระสนชูสองนิ้วขึ้นมา

“วิธีที่สอง? ตามนั้น…”

จางเซวียนพยักหน้าและเงื้อมือขึ้น

ปั้ก!

เขาตบโม่หงอีเข้าอย่างจัง

“….”

โม่หงอีตาค้าง และสลบไป

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version