ตอนที่ 379 นายแพทย์มู่หงจบเห่ (2)
หลังจากนั้นไม่นาน นายแพทย์มู่หงก็มาถึงโดยการนำของผู้อาวุโสคนหนึ่ง
“คารวะหัวหน้าหลินและหัวหน้าจี้!”
มู่หงประสานมือคารวะและทักทายอย่างไม่ยินดียินร้าย
ในฐานะนายแพทย์ระดับ 3 ดาว เขาก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง ถึงทั้งคู่จะเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองหลวง แต่ด้วยตำแหน่งของตัวเขา ก็ไม่จำเป็นจะต้องแสดงทีท่าพินอบพิเทา
“บรมครูมู่ ผมอยากขอให้คุณช่วยชีวิตลูกชายผมด้วย…” หลินโหลวเทียนรีบเอ่ยปาก
“อย่าห่วงเลย!”
มู่หงตอบรับคำขอของอีกฝ่ายและเดินไปหาหลินหลั่งกับจี้โม่ด้วยใบหน้าเฉยเมย เขาลงนั่งยองๆและตรวจอาการของทั้งคู่
ในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘การจับชีพจร’ แต่การตรวจอาการ ตั้งคำถาม และฟังสัญญาณบางอย่างถือเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานในการวินิจฉัยโรค
แม้เขาไม่อาจตั้งคำถามกับอีกฝ่ายได้ เพราะทั้งคู่ยังหมดสติอยู่ แต่ด้วยการเป็นถึงนายแพทย์ระดับ 3 ดาว เขาก็สามารถระบุได้คร่าวๆว่าทั้งคู่กำลังทุกข์ทรมานจากอะไร
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากเงียบกันไปนาน หลินโหลวเทียนก็เก็บความกระวนกระวายใจไม่ไหว เขาตั้งคำถามอย่างกังวลใจ
หลินหลั่งเป็นลูกชายคนเดียวของเขาซึ่งเขาดูแลฟูมฟักมาอย่างดี เห็นลูกตกอยู่ในสภาพนี้ทำให้เขาถึงกับทำอะไรไม่ถูก
“อาการบาดเจ็บของเขาอยู่ในขั้นรุนแรง ดูเหมือนใครสักคนได้โจมตีเขาอย่างรุนแรงโดยใช้พละกำลังหนักหน่วง ถ้าผมพูดไม่ผิด คนที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจะต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการฝึกวรยุทธเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกาย!”
เมื่อวินิจฉัยเสร็จ มู่หงก็ถอนหายใจยาวและลุกขึ้นยืน เขาเอาสองมือไพล่หลังไว้และตั้งต้นอธิบาย
นักรบมักใช้พลังปราณในการต่อสู้กับอีกฝ่าย และอาการบาดเจ็บรุนแรงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้พลังปราณก็มักเป็นความบอบช้ำภายใน ซึ่งจะอยู่ตามจุดของอวัยวะภายในต่างๆ แต่ผู้ป่วยสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขามีฟันหลุดไปหลายซี่ กระดูกแตก ทั้งยังบาดแผลเวอะหวะ เห็นได้ชัดว่ามาจากการใช้พละกำลังทางร่างกายเสียส่วนใหญ่
ดังนั้น เจ้าตัวการจึงต้องเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญในการฝึกวรยุทธเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกาย หรือไม่ก็เป็นอสูร
“เพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกาย?” หลินโหลวเทียนขมวดคิ้ว
เขาไม่เคยได้ยินว่ามีใครในอาณาจักรเทียนหวู่ที่ฝึกฝนวรยุทธเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายจนสำเร็จขั้นจงซรือ
เขามองหน้านายแพทย์มู่หงด้วยความสับสนและกังวลใจก่อนจะถามว่า “บรมครูมู่ แล้วมีวิธีรักษาหรือไม่? ถ้าไม่มี…ผมจะได้ไปหานายแพทย์คนอื่น หรือไม่ก็…เชิญประธานหลิวมา!”
“อย่าห่วงเลย ก็แค่บาดแผลตื้นๆธรรมดา ไม่มีอะไรต้องกังวล!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ยังแสดงถึงความไม่แน่ใจของอีกฝ่าย รวมถึงคำว่า ‘ประธานหลิว’ นายแพทย์มู่หงถึงกับหน้าตึงและคำรามอย่างหงุดหงิด
ที่ผ่านมา เขาคือนายแพทย์หมายเลขหนึ่งของอาณาจักรเทียนหวู่ ซึ่งไม่มีใครกล้าสงสัยในความสามารถของเขา แต่นับตั้งแต่ประธานหลิวปรากฏตัว ทุกคนก็พากันไม่แน่ใจในความสามารถของเขาไปเสียหมด ทำให้นายแพทย์มู่หงเซ็งมาก
มีแต่ประธานหลิวคนเดียวหรือไงที่เก่ง?
“ถ้าอย่างนั้น ผมต้องขอรบกวนบรมครูมู่ด้วย!”
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรักษาได้ หลินโหลวเทียนกับจี้เฟิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“อือ!”
มู่หงสะบัดข้อมือโดยไม่รีรอ จากนั้น ขวดหยกใบหนึ่งก็มาอยู่ในมือของเขา ด้วยการเขย่าเล็กน้อย ยาน้ำที่อยู่ในนั้นก็ไหลออกมา เขาหยดมันลงบนบาดแผลเวอะหวะของหลินหลั่ง
ซรืดดดดดดด!
เมื่อยาน้ำสัมผัสกับบาดแผล ก็เกิดฟองฟู่ขึ้นมาบริเวณนั้น รอยแผลเหวอะหวะประสานกันอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาทุกคน
“เหลือเชื่อ…”
เมื่อเห็นฤทธิ์ของยาเต็มสองตา ทั้งหลินโหลวเทียนกับจี้เฟิงก็ตาโต
สมเป็นนายแพทย์ระดับ 3 ดาวจริงๆ ทักษะของเขาช่างน่าทึ่ง!
“นี่คือยาสมานแผลที่ผมปรุงด้วยตัวเอง ออกฤทธิ์ได้ดีเยี่ยมกับอาการบาดเจ็บภายนอก ไม่ว่าบาดแผลนั้นจะรุนแรงแค่ไหน หากได้ใช้ยานี้ก็จะสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นยามหัศจรรย์…”
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของทั้งคู่ นายแพทย์มู่หงก็พยักหน้าอย่างพอใจ แต่ยังพูดไม่ทันจบ หลินโหลวเทียนก็หน้าตื่น
“เดี๋ยว บรมครูมู่ ดูนั่น…”
เห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของอีกฝ่าย มู่หงรีบมองตาม และเมื่อเห็นหลินหลั่ง ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก
บาดแผลที่เพิ่งสมานตัวกันเมื่อครู่กลับเหวอะหวะขึ้นกว่าเดิม และที่แย่กว่านั้น มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
ถ้าจะยกตัวอย่าง หากแผลเดิมมีความกว้างราว 2 นิ้ว เมื่อหยดยาสมานแผลลงไป ไม่เพียงแต่จะไม่หาย ยังกลับกลายเป็นกว้าง 3 นิ้วและมีเลือดออก!
“มันเกิดอะไรขึ้น?”
เขาเพิ่งจะโม้ไปหยกๆว่าปรุงยานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่อง มู่หงหน้าดำคร่ำเครียดไปทันที เขารีบหยดยาสมานแผลลงที่แผลบริเวณอื่น
ซรืดดดดดด!
ก็เหมือนเดิม แผลที่เพิ่งสมานตัวกลับฉีกขาดและเหวอะหวะจนน่าสะพรึงหนักขึ้นไปอีก
“เป็นไปไม่ได้…”
เขานึกไม่ถึงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงปุบปับแบบนี้ มู่หงสะบัดข้อมืออีกครั้ง และนำยาสมานแผลอีกราว 7-8 ชนิดออกมาหยดลงบนบาดแผลตำแหน่งต่างๆกัน
ยาสมานแผลมหัศจรรย์เหล่านั้นใช้ได้ผลดีในตอนแรก แต่ไม่นานบาดแผลก็ปริแตกและเหวอะหวะยิ่งกว่าเดิม เพิ่งจะเมื่อครู่ก่อนนี้เองที่เลือดของหลินหลั่งหยุดไหล และดูเหมือนอาการของเขาจะกระเตื้อง ทำให้พวกเขาคิดว่าด้วยความเก่งกาจของนายแพทย์มู่หง หลินหลั่งคงจะฟื้นตัวได้ แต่เรื่องจริงก็คือ ไม่เพียงแต่เขาจะรักษาหลินหลั่งไม่ได้ ยังทำให้บาดแผลพวกนั้นแย่ลงด้วย เลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด หลินหลั่งหน้าซีดลงทุกที
“บรมครูมู่ ได้โปรด…หยุดสักครู่เถอะ!”
เห็นอีกฝ่ายควักยาออกมาอีกสิบกว่าขวด และตั้งใจจะทดลองกับหลินหลั่งอีก หลินโหลวเทียนถึงกับตัวสั่นและรีบเข้ามายับยั้งไว้
บรมครูมู่ ผมเชิญคุณให้มารักษาลูกชายของผมนะ ไม่ใช่ให้มาฆ่าเขา…ขืนยังทำแบบนี้ต่อ ลูกชายของผมคงต้องตายจากอาการเสียเลือดเกินขนาด ก่อนที่คุณจะหาเจอว่าควรใช้ยาชนิดไหน!
“อย่าห่วงน่ะ ผมรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร!” นายแพทย์มู่หงขัดขึ้นด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
ยิ่งทดลองยาสมานแผลที่อยู่ในแหวนเก็บสมบัติมากชนิดขึ้นเท่าไหร่ รอยย่นบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งลึกขึ้น หน้าตาก็ยิ่งเคร่งเครียดกว่าเดิม
ในที่สุด เมื่อทดลองยาสมานแผลจนครบทุกชนิด ลมหายใจของหลินหลั่งก็อ่อนระโหยเต็มที จนถึงจุดที่ดูพร้อมจะตายได้ทุกขณะ
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินโหลวเทียนปากสั่นอย่างหนัก
ถึงลูกชายของเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อครู่นี้เขาก็ยังอยู่ในสภาพที่พอดูได้ แต่หลังจากผ่านมือของนายแพทย์มู่หง อาการของเขาก็ทรุดลงทุกวินาทีจนดูเหมือนพร้อมจะตายได้ตลอดเวลา สิ่งนี้ทำให้หลินโหลวเทียนโมโหมาก แต่ก็ไม่กล้าระเบิดออกมาตอนนี้
ถ้าไม่ใช่เพราะประธานหลิวคนนั้นทำลายแผนการของเขา ทำให้เขามีความเคียดแค้นอยู่ในใจล่ะก็ เขาคงจะไปเชิญฝ่ายนั้นแทนที่จะเป็นนายแพทย์มู่หง
ถ้าอดีตประธานสมาคมนายแพทย์คนนี้ทำไม่ได้ หลินโหลวเทียนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“จากการวินิจฉัยของผม บาดแผลของคุณชายหลินหลั่งไม่ใช่บาดแผลทั่วไป ผมเกรงว่าเขา…จะถูกวางยาพิษ!”
มู่หงตอบช้าๆหลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
“ยาพิษ?”
หลินโหลวเทียนถึงกับผงะ
หรือผู้ที่มาทำร้ายลูกชายของเขาเป็นกูรูยาพิษ?
อีกอย่าง ยาพิษธรรมดาไม่อาจทำอันตรายนักรบขั้นจงซรือได้
“ถูกต้อง! พิษนี้รุนแรงและประหลาดมาก ผมจึงไม่สามารถระบุชนิดของมันได้ในตอนนี้ แต่คุณอย่ากังวลให้มากไป ผมจะใช้พลังปราณของผมขับมันออกมา เมื่อพิษถูกขับออกมาแล้ว บาดแผลของเขาจะไม่เหวอะหวะอีก จากนั้นก็จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว!”
นายแพทย์มู่หงตอบ
หลังจากทดลองใช้ยาสมานแผลไม่รู้กี่ขนาน เขาก็สรุปได้ว่าอีกฝ่ายต้องถูกวางยา ไม่อย่างนั้น ด้วยยาพวกนี้ที่ใช้การได้ดีกับคนอื่นๆ มันจะส่งผลประหลาดแบบนั้นได้อย่างไร?
ในโลกนี้มียาพิษอยู่หลายชนิดจนนับไม่ถ้วน มู่หงก็ไม่ใช่กูรูยาพิษผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่อาจระบุได้ว่าหลินหลั่งถูกวางยาพิษชนิดไหน วิธีการรักษาเดียวที่เป็นไปได้คือใช้พลังปราณขับพิษออกจากร่างของอีกฝ่าย
“ก็แล้วแต่บรมครูมู่!” หลินโหลวเทียนรีบพยักหน้า
“ได้!”
มู่หงตอบและเข้าพยุงหลินหลั่งให้ลุกขึ้น จากนั้นก็ลงนั่งขัดสมาธิด้านหลัง เขาวางฝ่ามือไว้บนแผ่นหลังของอีกฝ่าย แล้วค่อยๆถ่ายทอดกระแสพลังปราณเข้าไป
มีวิธีการเฉพาะในการขับพิษออกจากร่างของผู้อื่น ซึ่งในฐานะนายแพทย์ระดับ 3 ดาว เขาเคยร่ำเรียนมาก่อนแล้วและคุ้นเคยกับวิธีการนี้เป็นอย่างดี
พลังปราณของเขาซึมซาบเข้าสู่ร่างของหลินหลั่งอย่างช้าๆ และเข้าไปตรวจสอบทุกตารางนิ้ว
“อยู่นี่เอง…”
ไม่ช้า มู่หงก็หาเจอว่าพิษคั่งอยู่ตรงไหน เขาตาโต
เมื่อใครสักคนหนึ่งถูกวางยา พิษนั้นจะซึมซาบเข้าไปและไหลเวียนไปทั่วร่าง หากต้องการขับพิษ ก็จะต้องหาตำแหน่งของมันให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าจะใช้วิธีการไหน หากระบุจุดที่ถูกต้องไม่ได้ ก็เท่ากับคว้าน้ำเหลว
“คุณชายหลินหลั่งได้ฝึกฝนเทคนิควรยุทธตามแบบของตระกูลหลิน ดังนั้น พลังปราณของเขาจึงแตกต่างจากของเราอย่างสิ้นเชิง ทำให้ไม่มีทางหลอมรวมเข้าด้วยกันได้ เราจะต้องส่งพลังปราณของเราเข้าไปโอบล้อมยาพิษนั้นไว้ก่อน และขับมันออกจากร่างของเขา…”
เมื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้แล้ว มู่หงก็ไม่ได้รีบร้อน เขากลับระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม
การถูกวางยาก็หมายความว่ายาพิษได้หลอมรวมเข้ากับพลังปราณและร่างกายของผู้นั้นแล้ว การที่จะขับออกมาได้นั้น พลังปราณของผู้ขับพิษจะต้องมีธรรมชาติที่แตกต่างกับของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง ไม่อย่างนั้น หากพลังปราณของทั้งสองฝ่ายหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่จะขับพิษไม่ได้ แต่ยังมีโอกาสสูงที่พิษจากตัวผู้ป่วยจะตีกลับเข้าไปทำร้ายผู้ขับพิษเสียเอง
เทคนิควรยุทธของตระกูลหลินที่หลินหลั่งฝึกมานั้นแตกต่างกับเทคนิควรยุทธของนายแพทย์มู่หงโดยสิ้นเชิง ถ้าจะเปรียบเทียบตามหลักเหตุผล ก็เหมือนกับน้ำกับน้ำมัน ตราบใดที่เขาดำเนินการอย่างระมัดระวัง การขับพิษออกมาก็ไม่น่าเป็นปัญหา
นายแพทย์มู่หงรวบรวมพลังปราณของเขา และถ่ายทอดมันอย่างระมัดระวังเข้าสู่พลังปราณที่ปนเปื้อนยาพิษของอีกฝ่าย จากนั้น พลังปราณของทั้งคู่ก็สัมผัสกัน
ขณะที่เขากำลังจะขับสารพิษออกจากร่างของหลินหลั่ง ‘บึ้ม!’ ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น มันกึกก้องตูมตามราวกับไฟเจอน้ำมันนั่นทีเดียว
ยาพิษนั้นซึมซาบเข้าสู่พลังปราณของนายแพทย์มู่หงทันที
“อะไรกัน?”
นายแพทย์มู่หงหรี่ตา ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร สองมือของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท จากนั้น พิษก็พุ่งปราดขึ้นไปจนทำให้แขนสองข้างดำสนิทไปด้วย
“ปะ-เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?”
มู่หงหน้าซีดและแทบจะเสียสติ
เขาเคยเห็นยาพิษร้ายแรงมาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นพิษไหนน่ากลัวขนาดนี้!
นายแพทย์มู่หงเคยรักษาผู้ป่วยที่ถูกวางยาพิษเกรด 2 มาก่อน และถ้าจะว่ากันตามเหตุผล ตราบใดที่พลังปราณของเขาแตกต่างกับของผู้ป่วย ยาพิษก็ไม่มีทางย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้…
เพราะถ้าพลังปราณของทั้งคู่ไม่ได้หลอมรวมกัน ก็ไม่มีสื่อกลางที่จะทำให้ยาพิษพุ่งกลับเข้ามา!
แล้วนี่มันอะไร?
ทำไมจู่ๆพลังปราณของเขาถึงถูกยาพิษพุ่งเข้าใส่ราวกับเปลวไฟเจอน้ำมัน?
“บรรลัยแล้ว! ต้องเป็นเพราะ…มีปราณบริสุทธิ์เจือปนอยู่ในพิษนั้นแน่ ปราณบริสุทธิ์นั้นหลอมรวมเข้ากับพลังปราณไหนๆก็ได้…”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวของมู่หง และเขาก็นึกถึงสิ่งที่หนังสือระบุไว้ได้
การที่พลังปราณจะตีกลับเข้ามาในร่างของเขาและทำให้พิษซึมซาบไปทั่วนั้นมีความเป็นไปได้ข้อเดียว ก็คือ….ผู้ที่วางยาหลินหลั่งมีพลังปราณที่บริสุทธิ์อย่างเหลือเชื่อ นั่นทำให้ปราณที่ปนเปื้อนพิษสามารถหลอมรวมเข้ากับพลังปราณของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และส่งพิษกลับเข้ามาในตัวเขาได้ทันที
“จบกัน…”
มู่หงซวนเซ
นอกจากจะรักษาพิษของหลินหลั่งไม่ได้ เขายังถูกพิษเล่นงานเสียเอง…
มู่หงแทบปล่อยโฮออกมา
เขากำลังคิดจะพิสูจน์ให้พวกตระกูลหลินเห็นว่าตัวเขาไม่ได้ด้อยกว่าประธานหลิวเฉิน ด้วยการรักษาหลินหลั่งให้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็เป็นแบบนี้…
นี่มันบ้าบออะไร!
มู่หงสะบัดข้อมือ และหยิบยาถอนพิษใส่ปาก ขณะที่อาการของเขาเริ่มทุเลา หลินโหลวเทียนก็เดินเข้ามาคว้ามือของเขาไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “บรมครูมู่ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคุณถึง…”
“หุบปาก…”
มู่หงเพิ่งจะยับยั้งพิษนั้นไม่ให้ไหลพล่านไปทั่วตัวเขาด้วยความยากลำบาก ขณะที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็เข้ามาเบนความสนใจของเขา ในตอนนั้น มู่หงสูญเสียการควบคุมพลังปราณ และปราณพิษก็พุ่งฝ่าจุดชีพจร 2 จุดที่เขาเพิ่งจะปิดกั้นเอาไว้บนแขนไปได้ มันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
พลั่ก!
มู่หงกระอักเลือดออกมา ร่างของเขาโงนเงน
“พิษนี้มีบางอย่างไม่ธรรมดา…”
ยังไม่ทันจะพูดจบ ภาพตรงหน้าก็วูบดับ เขาสลบไป
“บรมครูมู่…”
เห็นนายแพทย์ระดับ 3 ดาวและประธานสมาคมนายแพทย์คนเก่าสลบเหมือดไปแบบนั้น หลินโหลวเทียนกับจี้เฟิงถึงกับจังงัง
ใครบอกได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น?
นายแพทย์มู่หง คุณมารักษาลูกชายของพวกเราไม่ใช่หรือ?
ทำไมอาการบาดเจ็บของหลินหลั่งถึงแย่ลงทุกครั้งที่คุณลงมือทำอะไรลงไป? แถมใบหน้าของคุณก็กลายเป็นสีดำสนิท และถึงกับสลบเหมือด
ไม่น่าเชื่อเลยว่านายแพทย์คนหนึ่งจะถูกพิษเล่นงานเสียเองระหว่างการรักษา และถึงกับสลบไป…
มู่หง คุณเพิ่งประกาศกับเราอย่างมั่นอกมั่นใจไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องกังวล?
ไม่ต้องกังวลหรือ…ในเมื่อคุณทำได้แค่นี้ หากพวกเราไม่กังวล…ก็เป็นไอ้งั่งแล้วล่ะ!
