ตอนที่ 545 ทะเลสาบหยิน-หยาง
“บรรดาอาชีพในเก้าสถานะระดับบนล้วนแต่เข้มงวดกับการเลื่อนขั้น แต่พวกเขาก็พร้อมจะยกเว้น ให้อัจฉริยะที่มีความเป็นเลิศอย่างไร้ข้อกังขา ผมคิดว่าความสามารถของปรมาจารย์จางในฐานะปรมาจารย์ก็น่าทึ่งอยู่แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่า…ในวิชาชีพอื่นๆ เขาก็เก่งกาจเหมือนกัน!”
“จริงด้วย! สามในเก้าอาชีพของเก้าสถานะระดับบนเลื่อนขั้นให้เขาเป็นระดับ 4 ดาว โดยยกเว้นข้อกำหนดเรื่องวรยุทธให้ ความปราดเปรื่องของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะใช้คำว่าอัจฉริยะได้อีกแล้ว!”
“ไร้เทียมทานจริงๆ …”
ทุกคนในห้องถึงกับอึ้ง
ใครสักคนที่มีความเชี่ยวชาญในอาชีพหนึ่งๆ เหนือกว่าคนทั่วไป ก็เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา…ไม่เพียงแต่อายุยังน้อย เขายังมีความเชี่ยวชาญอย่างน่าอัศจรรย์ใน 5 สาขาอาชีพ ช่างน่าทึ่งเหลือเกินว่าเขาเรียนรู้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
บรรดาผู้ชมอดละเหี่ยใจไม่ได้เมื่อเปรียบเทียบความสามารถของตัวเองกับปรมาจารย์จาง
“ในเมื่ออาชีพอื่นๆ ให้ข้อยกเว้น ทำไมสภาปรมาจารย์ของเราถึงไม่ยกเว้นบ้างล่ะ? ความสามารถ ของปรมาจารย์จางน่ะมากเกินพอจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวเสียอีกนะ!”
ปรมาจารย์สู่วอดออกความเห็นไม่ได้
“จริงด้วย!” ปรมาจารย์หลิวเสริม “ปรมาจารย์จางมีอาชีพรองรับระดับ 4 ดาวถึง 5 อาชีพ แม้ระดับวรยุทธยังอ่อนด้อยไปหน่อย แต่ผมก็เชื่อว่าเขามีคุณสมบัติมากเกินพอที่จะเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวแล้ว”
ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องมีอาชีพรองรับระดับ 4 ดาวจำนวน 4 อาชีพ แต่ยังต้องมีวรยุทธถึงระดับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 ด้วย
ถึงตอนนี้ วรยุทธของปรมาจารย์จางยังอ่อนด้อยอยู่ แต่ในเมื่ออาชีพอื่นๆ ในเก้าสถานะระดับบนต่างพร้อมใจกันมอบตราสัญลักษณ์ระดับ 4 ดาว โดยยกเว้นเรื่องระดับวรยุทธให้เขา แล้วสภาปรมาจารย์จะไม่ทำแบบนั้นบ้างหรือ?
“เอ่อ…” ประธานคังลังเล
ก็จริง! อาชีพอื่นๆ เขาพร้อมใจกันยกเว้นให้แล้ว ทำไมสภาปรมาจารย์ถึงไม่ทำ?
หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง ประธานคังก็พูดขึ้นมา “ได้ ผมจะส่งคำร้องไปที่สำนักงานใหญ่เดี๋ยวนี้…”
ยังไม่ทันที่ประธานคังจะพูดจบ จางเซวียนก็ขัด “เดี๋ยวก่อน เหตุผลที่คุณมอบตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวให้ผมตอนนี้ไม่ได้ ทั้งที่ผมมีอาชีพรองรับมากพอแล้ว ก็เป็นเพราะระดับวรยุทธใช่ไหม?”
“ถูกต้อง!” ประธานคังพยักหน้า
“ไม่ต้องยุ่งยากไปหรอก ผมจะฝ่าด่านวรยุทธเดี๋ยวนี้!” จางเซวียนพูด
“ฝ่าด่านวรยุทธเดี๋ยวนี้? แค่ก แค่ก…”
ปรมาจารย์สู่วกับปรมาจารย์หลิวอึ้งไป
ต่อให้คุณเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 1 -สูงสุดแล้ว แต่การฝ่าด่านวรยุทธไปขั้น 2 ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในการฝ่าด่านวรยุทธ คุณจะต้องแปรสภาพพลังปราณในร่างกายให้เป็นพลังต้นกำเนิดเสียก่อน เพื่อจะได้สอดคล้องกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าเดิม
“ปรมาจารย์จาง ไม่ต้องรีบร้อนไป ในการฝ่าด่านวรยุทธไปยังขั้น 2 -พลังต้นกำเนิด คุณจะต้องระมัดระวังให้ดี เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับคุณภาพของพลังต้นกำเนิดนั้น เพราะพลังต้นกำเนิดที่มีคุณภาพสูงกว่าจะมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนวรยุทธในอนาคต จะดีที่สุดถ้าคุณสั่งสมประสบการณ์ให้มากกว่านี้เสียก่อน”
ประธานคังแนะนำ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก็ขมวดคิ้ว
เปรี๊ยะ!
เสียงดังเหมือนไข่แตกดังมาจากร่างของเขา และในตอนนั้น ด่านคอขวดที่สกัดกั้นอยู่ก็พังทลาย รังสีงดงามอลังการค่อยๆ แผ่ออกมาจากภายใน
“พลังต้นกำเนิด…”
ประธานคังตัวสั่นขณะรีบกลืนคำพูดลงไป
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าปรมาจารย์จางฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ …
คนอื่นเขาต้องหาที่เงียบๆ และปลอดภัยเพื่อปรับสภาพจิตและสภาพร่างกายก่อนจะฝ่าด่านวรยุทธ แต่ชายหนุ่มคนนี้ทำได้ทันทีที่พูด…คุณก็จะเกินไปไหม?
เมื่อฝ่าด่านวรยุทธสำเร็จแล้ว จางเซวียนก็พูดหน้าตาเฉย “เอาล่ะ ไม่ต้องขัดแย้งต้องยกเว้นอะไรกันอีก ในเมื่อผมเป็นนักรบขั้นพลังต้นกำเนิดแล้ว ก็ถือว่ามีเงื่อนไขครบ!”
จางเซวียนพร้อมจะฝ่าด่านวรยุทธตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่ที่สุสานผู้พยากรณ์จิตวิญญาณแล้ว และตอนที่อยู่ในห้องทำงานของประธานคัง เขาก็รวบรวมหนังสือเทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 ไว้ได้มากพอที่จะประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้า ด้วยสถานการณ์แบบนี้ การฝ่าด่านวรยุทธจึงสำเร็จได้ ในชั่วพริบตา
“ได้สิ…”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีอะไรสะดุดแม้แต่น้อย ทั้งห้องก็เงียบกริบ
ฟู่เสี่ยวเฉินตัวสั่นเทา พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทันทีที่เขาแสดงความสงสัยในอาชีพรองรับของอีกฝ่าย บรรดาหัวหน้าสมาคมวิชาชีพต่างๆ ในเก้าสถานะระดับบนก็แห่แหนกันมามอบตราสัญลักษณ์ให้ พอเขาแสดงความสงสัยในระดับวรยุทธของอีกฝ่าย หมอนั่นก็ฝ่าด่านวรยุทธได้ต่อหน้าต่อตา…
มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เมื่อพูดกับใครแบบนี้แล้วจะถูกตบหน้าทุก 3 นาที แถมยังเป็นการตบในแบบที่ทำให้คุณลิ้นพันกันและหายใจหายคอไม่ออกด้วย
เมื่อทุกอย่างถูกจัดแจงเรียบร้อย ส่วนที่เหลือก็ง่ายมาก ไม่ช้าจางเซวียนก็ได้ตราสัญลักษณ์แสดงตัวตนของเขา
ตอนนี้เขาคือปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวที่ได้การรับรองจากสภาปรมาจารย์อย่างเป็นทางการแล้ว
“ปรมาจารย์จางกับโหลวฮวนตามผมมา ผมจะอธิบายรายละเอียดของการประลองปรมาจารย์ให้พวกคุณฟัง”
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ประธานคังก็เรียกทั้งคู่มา
จากนั้นทั้งสามก็ออกไปจากห้อง และเข้าไปยังอีกห้องหนึ่ง
“ผมเชื่อว่าคุณทั้งคู่คงพอรู้รายละเอียดเรื่องการประลองปรมาจารย์อยู่บ้าง” ประธานคังพูด
“ใช่แล้ว” ทั้งสองคนพยักหน้า
“สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน?” จวินโหลวฮวนตื่นเต้น
“ใช่แล้ว!” ประธานคังพยักหน้า
เห็นความตื่นเต้นของทั้งคู่ จางเซวียนงง
“สถาบันนั้นมีชื่อเสียงมากเลยหรือ?”
“มีชื่อเสียง?”
ประธานคังส่ายหน้าและยิ้มเจื่อนๆ “สถาบันปรมาจารย์หงหย่วนก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือ ระหว่างจักรวรรดิหงหย่วนกับสภาปรมาจารย์ของอาณาจักรขั้น 2 ที่อยู่ในสังกัดอีกราว 100 แห่ง มันเป็นสถานที่เก็บตัวของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบ่มเพาะและติวเข้มปรมาจารย์ผู้มีความสามารถ โดยปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวจะเป็นผู้บรรยายและให้คำชี้แนะด้วยตัวเอง ถ้าผมมีโอกาสได้ศึกษาที่นั่น คงได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวไปนานแล้ว!”
“สถานที่บ่มเพาะและติวเข้มปรมาจารย์ผู้มีความสามารถ?” จางเซวียนเปรยอย่างทึ่ง
อีกตัวตนหนึ่งของเขา, หยางชวน ล้วนถูกใครต่อใครเข้าใจผิดว่าเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว แต่ในความเป็นจริง จางเซวียนไม่เคยเห็นปรมาจารย์ระดับนั้นมาก่อนเลย
แต่เขาก็รู้ดีว่าผู้ที่เข้าถึงขั้นนั้นแล้วมีความน่าสะพรึงแค่ไหน
หากได้รับคำชี้แนะจากปรมาจารย์ระดับนั้น ทั้งระดับวรยุทธและความสามารถในการต่อสู้ของผู้ฟังจะต้องก้าวกระโดดขึ้นอีกมาก
ดูตัวอย่างจากมั่วคุนเสินที่ถูกกักขังอยู่ในดอกบัว เขาเป็นแค่ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณระดับ 6 ดาว แต่ก็มีกลวิธีอันล้ำลึกน่าทึ่งอยู่มากมาย จึงพอจะจินตนาการได้ว่าปรมาจารย์ระดับนั้นจะมีความสามารถแค่ไหน
“อันที่จริง ผมก็ขอแค่สภาปรมาจารย์ของเราจะไม่รั้งสองสามอันดับท้าย แต่ในเมื่อมีปรมาจารย์จางแล้ว ผมก็หวังว่า…คุณจะพยายามเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกให้ได้!” ประธานคังพูดอย่างจริงจัง
สิ่งที่จางเซวียนแสดงออกในวันนี้ทำให้เขายำเกรง ช่วยไม่ได้ที่ความคาดหวังของเขาจะต้องสูงขึ้นอีก ลำแสงแห่งความหวังเรืองรองอยู่ในตัวเขา ตอนนี้…การที่สมาพันธ์นานาอาณาจักรจะก้าวไปเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกคงไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!
หากก้าวขึ้นไปอยู่ใน 10 อันดับแรกได้จริง ตัวเขาเองในฐานะประธานสภาปรมาจารย์ย่อมจะมีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ บางที…ก็อาจมีโอกาสเข้ารับตำแหน่งในสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฮ่วนหยู ซึ่งจะทำให้ได้รับทรัพยากรที่ดีกว่าเพื่อการฝึกฝนวรยุทธไปสู่ขั้นที่สูงขึ้นไป
“10 อันดับแรก?”
คุณชายโหลวฮวนกำหมัดแน่น
“แต่การติด 1 ใน 10 อันดับแรกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กลุ่มอำนาจอื่นๆ ที่เข้าร่วมการประลองปรมาจารย์จะมาถึงเมืองนี้แล้ว แต่พวกนั้นก็ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าใครคือตัวแทนเข้าร่วมการประลอง ขนาดผมก็ยังได้ข่าวมาไม่มาก!”
“จากสถิติที่บันทึกไว้ในการประลองครั้งก่อนๆ จะมีการทดสอบระดับวรยุทธด้วย แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขึ้นไปอยู่ใน 10 อันดับแรก หากยังไม่ได้สำเร็จวรยุทธนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -ขั้นกลาง”
“นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -ขั้นกลาง?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
“ใช่แล้ว นี่คือเหตุผลที่ผมหวังว่าคุณทั้งคู่จะใช้เวลาอีก 2 เดือนนับจากนี้ฝึกฝนวรยุทธอย่างหนัก!”
ประธานคังมองหน้าจางเซวียนกับคุณชายโหลวฮวนด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “เพราะอย่างนี้ ผมจึงตัดสินใจจะพาคุณทั้งคู่ไปที่ทะเลสาบหยิน-หยางในวันพรุ่งนี้ เพื่อฝึกฝนวรยุทธ!”
“ทะเลสาบหยิน-หยาง? ท่านอาจารย์ คุณหมายถึงทะเลสาบหยิน-หยางของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิง?”
คุณชายโหลวฮวนรีบถามอาจารย์
“ใช่แล้ว ทะเลสาบหยิน-หยางจะอยู่ที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิง?” ประธานคังพยักหน้า
“แต่…ที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงมีความสัมพันธ์ไม่สู้ดีกับเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรไม่ใช่หรือ? พวกเขาจะยอมให้เราเข้าไปใช้ทะเลสาบหยิน-หยางหรือเปล่า?” คุณชายโหลวฮวนสงสัย
“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล ผมเจรจาเรื่องนี้กับบรรพบุรุษผู้เฒ่าของพวกเขาแล้ว แค่คุณผ่านการทดสอบของพวกเขา คุณก็จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปฝึกฝนวรยุทธที่นั่น ทะเลสาบหยิน-หยางมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือหยินกับหยาง ด้านหนึ่งเย็นจับขั้วหัวใจ ขณะที่อีกด้านก็ร้อนแผดเผา ผู้ที่เข้าไปฝึกฝนวรยุทธที่นั่นจะสามารถควบคุมพลังงานในร่างกายของตัวเองได้ ทำให้สำเร็จวรยุทธขั้นสูงกว่าเดิมได้เร็วขึ้นอีก และที่นี่ก็มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีสภาวะพิเศษอย่างปราณหยินและปราณหยางบริสุทธิ์” ประธานคังพูด
“ปราณหยินและปราณหยางบริสุทธิ์…” จางเซวียนชะงัก
“ใช่ ทะเลสาบหยิน-หยางแบ่งออกเป็นหยินและหยาง มันมีอานุภาพในการกระตุ้นและปลุกสภาวะพิเศษของผู้ที่มีปราณหยินหรือปราณหยางบริสุทธิ์ ทำให้วรยุทธพัฒนาขึ้นได้อีกมาก แต่ก็น่าเสียดาย…เพราะผู้ที่มีสภาวะพิเศษ 2 อย่างนี้ก็หายากมาก” ประธานคังบ่น
“เอ่อ…” จางเซวียนตาโต
ปราณหยินและปราณหยางบริสุทธิ์หายากมากก็จริง แต่จ้าวหย่าก็เป็นแบบแรก
ขนาดปลุกสภาวะพิเศษขึ้นได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เธอก็มีพละกำลังสูงอย่างน่าทึ่งแล้ว ในเมื่อทะเลสาบหยิน-หยางมีประโยชน์กับจ้าวหย่า บางทีเขาอาจจะพาเธอไปด้วยได้
ถ้าพาจ้าวหย่าไปได้ จางเซวียนก็เต็มใจจะยกโควตาของเขาให้ เพราะจะว่าไป เขาก็ไม่คิดว่าทะเลสาบหยิน-หยางจะช่วยอะไรได้มากนัก ตราบใดที่ประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าได้และมีหินวิเศษมากพอ การฝ่าด่านวรยุทธของเขาก็ง่ายดายราวกับกินข้าวดื่มน้ำ อย่าว่าแต่วรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 เลย ขอแค่มีสองอย่างที่ว่ามา จะให้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 ก็ยังไหว!
“ทะเลสาบหยิน-หยางตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของสมาพันธ์นานาอาณาจักร ไกลจากที่นี่มาก ขนาดโดยสารอสูรพาหนะบินได้ที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 4 ก็ยังต้องใช้เวลาราวสิบกว่าวัน เมื่อรวมระยะเวลาที่คุณต้องฝึกฝนวรยุทธด้วย การเดินทางครั้งนี้ก็จะกินเวลาอย่างน้อย 40 วัน เพราะฉะนั้น หากคุณไม่มีกิจธุระสำคัญใด เราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้เช้าเลย เพราะจะต้องกลับมาให้ทันการประลองปรมาจารย์” ประธานคังพูดอย่างเคร่งขรึม
“ไม่มีปัญหา!” จางเซวียนกับคุณชายโหลวฮวนต่างพยักหน้า
เมื่อได้ฟังอิทธิฤทธิ์ของทะเลสาบหยิน-หยาง จางเซวียนก็อยากเห็นกับตา แถมมันยังมีประโยชน์ ในการปลุกสภาวะพิเศษของจ้าวหย่าด้วย ถ้าเขาหาโอกาสให้เธอไปที่ทะเลสาบนั้นได้ วรยุทธของเธอจะต้องพุ่งสูงขึ้นอีกมาก
“เอาล่ะ คุณสองคนกลับไปเตรียมตัวได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าพบกันที่นี่!”
เมื่ออธิบายจบ ประธานคังก็สั่งการ
“ได้!” ทั้งคู่พยักหน้า
เมื่อออกจากห้อง จางเซวียนก็ตรงดิ่งกลับที่พักทันที และเรียกจ้าวหย่ามา
“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปสถานที่แห่งหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปลุกสภาวะพิเศษของคุณ เตรียมตัวไว้ด้วย!”
จากนั้นจางเซวียนก็กลับห้อง ในเมื่อการเดินทางต้องกินเวลากว่า 1 เดือน เรื่องด่วนที่สุดในตอนนี้สำหรับเขาก็คือการยกระดับวรยุทธ ในเมื่อยังพอมีเวลา อย่างน้อยๆ เขาจะต้องพยายามฝ่าด่านวรยุทธให้ไปถึงขั้น 2 -พลังต้นกำเนิด ขั้นสูงสุดให้ได้!
เมื่อเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณแล้ว จางเซวียนก็ทรุดตัวลงนั่ง จากนั้นก็สะบัดข้อมือ และหินวิเศษขั้นกลาง 1 ก้อนก็มาอยู่ตรงหน้า
