Skip to content

Library Of Heaven’s Path 555


ตอนที่ 555 ที่ราบธารน้ำแข็ง

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว คุณชายโหลวฮวนมีความรู้พอตัว ยาเม็ดในมือของอีกฝ่ายเหมือนจะดูดี แต่อันที่จริงคือยาปลุกสมรรถภาพทางเพศสำหรับอสูร

อสูรสายพันธุ์ไหนที่มีฤทธิ์เดชมากก็ยิ่งมีโอกาสน้อยลงที่จะอยู่รอดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ เพื่อกระตุ้นอัตราการเพิ่มจำนวนของมัน นักฝึกอสูรจึงมักเอายานี้ให้อสูรกิน

เมื่อกินเข้าไป อสูรก็จะคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นทันที มันจะไม่ยอมหลับยอมนอนหลายวันหลายคืน จึงแน่ใจได้ว่าโอกาสการผสมพันธุ์จะเพิ่มขึ้นอีกมาก

ยาก็แทบจะเม็ดใหญ่กว่ากำปั้น ซึ่งก็หมายความว่าเป็นของอสูร แล้วปรมาจารย์จางคิดจะให้เขากินนี่นะ?

คุณชายโหลวฮวนกลืนน้ำลาย อยากจะตายๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด

“ถูกต้อง นี่คือยาของอสูร แต่มันจะออกฤทธิ์ได้ดีกับสภาพร่างกายของคุณแน่ๆ รีบกินซะ…ต้องกลืนลงไปทั้งเม็ดนะ เคี้ยวไม่ได้…” จางเซวียนสั่งการ

“กลืนทั้งเม็ด?”

คุณชายโหลวฮวนถึงกับทรุด

มันเรื่องอะไรที่ผมต้องกลืนยาเม็ดเท่ากำปั้น? ต่อให้ยัดเข้าปากได้ ก็ลงคอไม่ได้หรอก!

พี่ชาย…เคืองแค้นอะไรผมนักหนา? นี่ไม่ได้คิดจะยกระดับวรยุทธให้ใช่ไหม อยากให้ผมตายๆ ไปใช่หรือเปล่า?

“คุณต้องกลืนทั้งเม็ด ไม่อย่างนั้นประสิทธิภาพของมันจะลดลง!”

จางเซวียนโยนยาเม็ดให้ประธานคังและออกคำสั่ง “คุณเป็นอาจารย์ของเขานี่ ช่วยที!”

“ผม?”

เห็นยาปลุกสมรรถภาพทางเพศของอสูรในมือตัวเอง ประธานคังอ้าปากค้าง เขาเงยหน้าขึ้นถามจางเซวียน “มันจะช่วย…ยกระดับวรยุทธให้โหลวฮวนได้จริงๆ หรือ?”

“ได้สิ!” จางเซวียนพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นก็…”

ประธานคังกัดฟันแล้วเดินไปหาคุณชายโหลวฮวน “โหลวฮวน มากินยาเดี๋ยวนี้ เฮ้ย…อย่าวิ่ง…”

เขาพรวดเข้าไปยึดตัวจวินโหลวฮวนไว้และกดลงกับพื้น จากนั้นก็ยัดยาเม็ดยักษ์เข้าปากของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้พลังปราณดันมันลงไปในลำคอ

“แค่ก แค่ก…”

คุณชายโหลวฮวนไอไม่หยุด น้ำลายกระเด็นไปทั่ว

ตอนนี้เขาไม่เหลือมาดสุภาพบุรุษอยู่เลย ขอทานก็ยังจะดูดีเสียกว่า

ความหรูหราหมดจดหายไปไหน? ดูเหมือนจะลอยไปกับสายลมหมดแล้ว

เห็นคุณชายยังคิดจะวิ่งหนี จางเซวียนตวาด “อย่าวอกแวก! ควบคุมพลังปราณและเทคนิควรยุทธของคุณเอาไว้!”

“ได้”

ถึงจะละเหี่ยใจเต็มที แต่คุณชายโหลวฮวนก็รู้ดีว่าหากไม่ทำตามคำสั่ง ก็มีโอกาสที่เขาจะต้องกลืนยาแบบนั้นอีกเม็ด ซึ่งหากต้องเจอแบบนั้นอีกรอบล่ะก็ คราวนี้คงตายแหงแก๋ เขาจึงรีบทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิและเริ่มการขับเคลื่อนวรยุทธ

ทันทีที่ลงนั่ง ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาอยู่ในร่างกาย มันรุนแรงจนสุดจะบรรยายได้ ทำให้รูขุมขนทั่วทั้งร่างเปิดออกจนหมด

ฟึ่บ!

ด้วยอานุภาพของยาเม็ด ทางเดินพลังปราณที่เคยคับแคบและปิดกั้นการไหลเวียนพลังปราณของเขาไว้ก็ถูกขยายให้กว้างขึ้น ในชั่วพริบตานั้น พลังปราณที่เคยมัวหมองก็ใสสะอาดขึ้นมา ทำให้มันไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขาได้อย่างราบรื่น

ครืนนนน!

เกิดเสียงกึกก้อง คุณชายโหลวฮวนฝ่าด่านวรยุทธจากนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -ขั้นต้น ทะลุคอขวดไปสู่ขั้นกลางได้สำเร็จ

“ทะ-ทำได้จริงๆ ?”

ประธานคังถึงกับผงะ แม้แต่ผู้ว่าการอู๋ก็ตาค้าง

พวกเขาคิดว่าวิธีการของจางเซวียนดูตลกเหลือเชื่อ จึงอึ้งตะลึงกันไปเมื่อเห็นว่าคุณชายฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ และในตอนนั้นเอง ทุกคนก็พลันเข้าใจว่าปรมาจารย์จางนั้นทั้งมองทะลุถึงต้นตอของปัญหา และมีความสามารถที่เป็นของจริง…

“มีอยู่สองวิธีสำหรับแก้ปัญหาการไหลเวียนของพลังปราณที่ไม่สะดวก วิธีแรกคือขยายทางเดินพลังปราณ ส่วนวิธีที่สองคือชำระพลังปราณให้บริสุทธิ์กว่าเดิม…”

เห็นทั้งคู่ยังตาค้าง จางเซวียนหัวเราะหึๆ “ยาปลุกสมรรถภาพทางเพศมีอานุภาพกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและขยายทางเดินพลังปราณของอสูร ซึ่งแน่นอนว่าใช้กับมนุษย์ได้!”

ตอนที่จางเซวียนแข่งกับคุณชายโหลวฮวนในการแข่งขันรอบคัดเลือก อีกฝ่ายเคยสำแดงความสามารถเฉพาะตัวของปรมาจารย์ออกมาครั้งหนึ่ง หอสมุดเทียบฟ้าจึงระบุข้อบกพร่องของเขาไว้ แม้จะผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว วรยุทธของอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ข้อบกพร่องที่มีจึงยังคงเดิม

นี่คือเหตุผลที่จางเซวียนแก้ไขปัญหาของจวินโหลวฮวนได้อย่างง่ายดาย

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ…เขาแอบถ่ายทอดกระแสพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปในยาเม็ดนั้นด้วย เมื่อคุณชายกินเข้าไป ไม่เพียงแต่ทางเดินพลังปราณของเขาจะได้รับการขยาย พลังปราณที่มีอยู่เดิมก็จะบริสุทธิ์ขึ้นอีก การฝ่าด่านวรยุทธจึงง่ายขึ้นมาก

แต่ก็อย่างที่รู้กัน พลังปราณเทียบฟ้านั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ใครล่วงรู้ ถ้าคุณชายโหลวฮวนเคี้ยวยาเม็ดนั้นอย่างช้าๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ นี่คือเหตุผลที่จางเซวียนสั่งการให้ประธานคังบังคับยัดยาเม็ดเข้าปากเขา

ด้วยวิธีนี้ ยานั้นจะเข้าไปละลายในท้อง ทำให้กระแสพลังปราณเทียบฟ้าหลอมรวมเข้ากับพลังปราณเดิมของอีกฝ่ายได้ทันที ไม่มีทางที่เขาจะจับร่องรอยของมันได้

“เอ่อ…”

ประธานคังอึ้ง

เขาเองก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่นอกจากคำอธิบายของจางเซวียน…ก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่ฟังขึ้น

“แล้ว…หลังจากนี้ล่ะ? เขาจะได้รับผลกระทบจากยาปลุกสมรรถภาพทางเพศหรือเปล่า? ประธานคังถาม

วิธีนี้ทำให้ลูกศิษย์ของเขาฝ่าด่านวรยุทธได้ก็จริง แต่หลังจากนั้นล่ะ?

ด้วยขนาดมหึมาของมัน คุณสมบัติทางยาย่อมจะรุนแรงมาก แล้วจวินโหลวฮวนจะรับมืออย่างไร?

“อ๋อ เรื่องนั้น…ผมยังไม่ได้คิดเลย!” จางเซวียนส่ายหัวหน้าตาเฉย

“คุณยังไม่ได้คิด?” ประธานคังถึงกับเซ ส่วนอีกด้านหนึ่ง คุณชายโหลวฮวนก็แน่นหน้าอกขึ้นมา วรยุทธของเขาจวนเจียนจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกเต็มที

ที่บอกว่ายังไม่ได้คิด มันหมายความว่าอย่างไร?

คุณให้ผมกินยาปลุกสมรรถภาพทางเพศเม็ดเบ้อเร่อขนาดนั้น แล้วหวังจะให้ผมรับมือไหวนี่นะ?

“อย่าห่วงเลย ยานี้ใช้กับอสูร ด้วยสติปัญญาของพวกอสูรที่มีไม่มากนัก ก็เป็นธรรมดาที่พวกมันจะต้านทานไม่ไหว คุณชายโหลวฮวนคงไม่โง่กว่าอสูรหรอกน่ะ จริงไหม?”

จางเซวียนพูดต่อ “อันที่จริง นี่คือโอกาสดีที่เขาจะได้ฝึกฝนการควบคุมตัวเอง…ถ้านักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ยังทำไม่ได้ล่ะก็ ถือว่าจิตใจอ่อนแอมาก!”

“ก็จริง!” ประธานคังพยักหน้า

นักรบเหนือมนุษย์มีความสามารถในการควบคุมตัวเองเป็นเลิศอยู่แล้ว แค่เรื่องตัณหาราคะ ก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไร

เพราะหากเปรียบเทียบกับการฝ่าด่านวรยุทธ ความสุขทางเนื้อหนังเพียงเท่านี้เทียบกันไม่ได้เลย

“….” คุณชายโหลวฮวนน้ำตาไหลพราก

เขานึกว่าจะมีวิธีบรรเทาความเร่าร้อนนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องรับมือกับมันด้วยตัวเอง…บอกไม่ถูกเลยว่าความอึดอัดคับข้องในหัวใจตอนนี้มาจากความละเหี่ยเพลียใจ หรือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกันแน่

ครู่ต่อมา หลังจากปรับวรยุทธให้เข้าที่เข้าทางและข่มความเร่าร้อนในตัวแล้ว คุณชายโหลวฮวนก็เดินไปคำนับให้จางเซวียน

“ขอบคุณปรมาจารย์จาง!”

แม้วิธีนี้ออกจะโหดร้ายและยืดเยื้อ แต่เขาก็ยังรู้สึกยำเกรงในความสามารถของอีกฝ่ายอยู่ดี

ความไม่พอใจในเรื่องที่จางเซวียนซึมซับพลังหยินและพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงไปหมดหายวับไปจากใจของเขาแล้ว

เพราะถ้าจะพูดกันตามตรง ต่อให้ทะเลสาบหยิน-หยางยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่ ภายในเวลา 1 เดือน…เขาก็คงก้าวหน้าจากการเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขจัดสิ่งมัวหมอง-ขั้นต้น ไปได้ถึงขั้นกลางเท่านั้น แต่ตอนนี้ เขาฝ่าด่านวรยุทธได้ในชั่วพริบตา ดีกว่าที่คิดไว้เป็นไหนๆ

“ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไปหรอก ในเมื่อกระแสพลังปราณของคุณไหลเวียนได้อย่างรวดเร็วแล้ว ขอแค่คุณมีหินวิเศษขั้นกลางมากพอ การจะสำเร็จเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดภายใน 1 เดือนก็ไม่ยาก”

จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ

พลังปราณเทียบฟ้าถูกถ่ายทอดเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่ายแล้ว ทำให้ความขุ่นข้นและมัวหมองของพลังปราณที่มีอยู่เดิมเบาบางลง การยกระดับวรยุทธจึงทำได้รวดเร็วขึ้น จะว่าไป ก็ถือเป็นการล่อหลอกที่ทำประโยชน์ให้อีกฝ่ายอย่างมาก

“ปรมาจารย์จาง ผมซาบซึ้งมากที่คุณช่วยเหลือลูกศิษย์ของผม ได้โปรดรับหินวิเศษขั้นกลาง 5 ก้อนนี้เป็นเครื่องตอบแทนด้วย…”

หลังจากตรวจสอบสภาพร่างกายของลูกศิษย์ ประธานคังก็รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เขารู้ดีว่าจะต้องมีบางอย่างมากกว่ายาปลุกสมรรถภาพทางเพศเม็ดนั้น ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของจางเซวียน เขาจึงหยิบกล่องหยกออกมาใบหนึ่งและยื่นให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

มีธรรมเนียมว่าในการรับคำชี้แนะจากปรมาจารย์นั้นต้องมีสิ่งตอบแทนหรือแลกเปลี่ยน วิธีการของจางเซวียนนั้นล้ำลึกมาก แม้จะพิจารณาตามมาตรฐานของเขาซึ่งเทียบได้กับความสามารถของปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ถึงหินวิเศษขั้นกลาง 5 ก้อนจะมีราคาไม่น้อย แต่ก็แทบไม่สมกับความช่วยเหลือของปรมาจารย์จางด้วยซ้ำ

แต่นั่นก็เป็นทั้งหมดที่เขามี ต่อให้อยากตอบแทนมากกว่านี้ ก็ทำไม่ได้แล้ว

“ประธานคัง คุณช่างมีน้ำใจเหลือเกิน การที่ทะเลสาบหยิน-หยางใช้การไม่ได้ก็ถือเป็นความผิดพลาดยิ่งใหญ่ของผมอยู่แล้ว…”

หลังจากพูดกันอีกสองสามประโยค จางเซวียนก็รับกล่องหยกมา เขาหยิบหินวิเศษขั้นกลางออกมา 1 ก้อน แล้วส่งให้จวินโหลวฮวน “ระหว่างนี้ คุณก็ใช้หินวิเศษขั้นกลางก้อนนี้หมั่นฝึกฝนวรยุทธไป มันน่าจะเพียงพอให้คุณสำเร็จเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุด!”

จากนั้นก็ส่งอีกหนึ่งก้อนให้จ้าวหย่า และหันไปถามผู้ว่าการอู๋ “ท่านผู้ว่าการ ในเมื่อน้ำหล่อเลี้ยงก็หมดสภาพไปแล้ว ผมจะขอยืมที่ราบธารน้ำแข็งของคุณเพื่อการฝึกฝนวรยุทธได้ไหม?”

แม้จางเซวียนจะดูดเอาพลังหยินกับพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงไปหมดแล้ว แต่ท่อน้ำเลี้ยงปฐพีและที่ราบธารน้ำแข็งก็ยังใช้การได้อยู่

“คุณคิดจะทำอะไร?”

ผู้ว่าการอู๋ชักหวาดๆ

ที่ราบธารน้ำแข็งเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิง มีกฎระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามคนนอกแตะต้อง

จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ด้วยสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ของจ้าวหย่า หากเธอได้ซึมซับพลังงานจากที่ราบธารน้ำแข็ง ระดับวรยุทธจะต้องพุ่งพรวด เป็นไปได้ว่าเธอจะมีพละกำลังและความแข็งแกร่งมากพอที่จะแก้ไขอาการป่วยของคุณได้ภายในครึ่งเดือน ซึ่งหากต้องฝึกฝนวรยุทธในสภาวะปกติ กว่าจะได้ระดับนั้นก็คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งปี”

ตอนแรก เขาคิดจะใช้ทะเลสาบหยินหยางยกระดับวรยุทธของจ้าวหย่า แต่ในเมื่อแผนล่มไปแล้ว จึงต้องหาตัวเลือกใหม่

อย่างน้อยที่ราบธารน้ำแข็งก็ยังใช้การได้อยู่ แถมประสิทธิภาพของมันก็อาจจะเหนือกว่าทะเลสาบหยิน-หยางเสียอีก

“เอ่อ…”

ผู้ว่าการอู๋อึ้งไป

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยังเป็นห่วงเป็นใยอาการป่วยของเธออยู่

ผู้ว่าการอู๋ระงับความรู้สึกไว้และให้คำตอบ “เพราะเธอมีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ จึงมีความสำคัญสูงสุดต่อมวลหมู่สมาชิกของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิง อย่าว่าแต่ที่ราบธารน้ำแข็งเลย ต่อให้ต้องใช้ทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ฉันจะนำที่ราบธารน้ำแข็งมาให้…”

เมื่อพูดจบ เธอก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป

ไม่ช้าก็กลับมาพร้อมกับกล่องหยกใบหนึ่ง

เมื่อเปิดกล่องใบนั้น วัตถุที่มีหน้าตาเหมือนหินวิเศษ แต่แผ่รังสีอันเข้มข้นและเย็นเยือกไปทั่วห้องก็ปรากฏแก่สายตา ในตอนนั้น ทุกคนรู้สึกเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง

คนอื่นๆ อาจรู้สึกถึงความเย็นเยือกจนจับขั้วหัวใจ แต่ทันทีที่จ้าวหย่าเห็นสิ่งนั้น นัยน์ตาของเธอก็วาววับ เลือดในตัวฉีดพล่าน

จางเซวียนยื่นกล่องหยกให้จ้าวหย่าและสั่งการ “จ้าวหย่า ฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่ผมถ่ายทอดให้คุณเมื่อสองสามวันก่อน ถ้ามีอะไรไม่แน่ใจ ถามได้ตลอดเวลา!”

“ได้” จ้าวหย่าพยักหน้า

หลังจากสั่งเสียกันเรียบร้อย จางเซวียนก็พูดขึ้น “เอาล่ะ ผมขอตัวปลีกวิเวกเพื่อฝึกวรยุทธเหมือนกัน!”

ในจำนวนหินวิเศษ 5 ก้อนที่ประธานคังมอบให้ จางเซวียนให้คุณชายโหลวฮวนไป 1 ก้อน ให้จ้าวหย่าอีก 1 ก้อน จึงเหลืออยู่อีกสาม เท่านี้ก็เกินพอที่จะทำให้เขาสำเร็จวรยุทธเหนือมนุษย์ขั้น 2 -สูงสุดแล้ว

ผู้ว่าการอู๋ได้ส่งคนไปจัดเตรียมที่พักไว้ให้เรียบร้อย

ด้วยเหตุนี้ ตลอดสองสามวันต่อมา ทั้งจางเซวียน จวินโหลวฮวน และจ้าวหย่าต่างก็ทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝนวรยุทธ

เวลาล่วงไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียว ครึ่งเดือนก็ผ่านไป

ด้วยอานุภาพของหินวิเศษขั้นกลางทั้ง 3 ก้อน จางเซวียนได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 -สูงสุดตั้งแต่ไม่กี่วันแรก และเขาก็ใช้ช่วงเวลาที่เหลือปรับวรยุทธให้เข้าที่เข้าทาง

ส่วนคุณชายโหลวฮวนก็สำเร็จวรยุทธเหนือมนุษย์ขั้น 4 -ขั้นสูง

แต่คนที่ก้าวหน้าอย่างพรวดพราดที่สุดก็คือจ้าวหย่า

ด้วยอานุภาพของที่ราบธารน้ำแข็ง เพียงครึ่งเดือน จ้าวหย่าก็ปลุกสภาวะพิเศษของเธอขึ้นได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และวรยุทธก็พุ่งพรวดจากนักรบกึ่งเหนือมนุษย์ไปเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ตอนนี้เธอมีวรยุทธแข็งแกร่งกว่าอาจารย์ของตัวเองแล้ว!

ยิ่งปลุกสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ได้มากขึ้นเท่าไหร่ รูปร่างหน้าตาของเธอก็ยิ่งหมดจดงดงามขึ้นเท่านั้น เมื่อมองไกลๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับเทพธิดาเลอค่าที่มาจากสวรรค์ ปราศจากการแผ้วพานจากสิ่งมัวหมองของโลกมนุษย์

คุณชายโหลวฮวนรู้สึกถึงความชื่นชมในตัวเธอจนท่วมท้นหัวใจ แต่…ด้วยความแข็งแกร่งของปรมาจารย์จาง จึงได้แต่เก็บความคิดนั้นไว้

แค่ทำอะไรไม่ได้ เขาก็ละเหี่ยเพลียใจพอแล้ว ขืนมัวแต่เฝ้ามองความงดงามของจ้าวหย่า เขาคงไม่อาจเอาชีวิตรอดไปเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ได้แน่!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version