ตอนที่ 597 ถ่ายทอดศิลปะเพลงดาบ
เสียงเรียกแห่งพงศ์พันธุ์ดาบ, หมู่มังกรคำรามคือปรากฏการณ์การเข้าถึงหัวใจเพลงดาบ นักรบที่มีความเชี่ยวชาญในเพลงดาบถึงระดับหนึ่ง ดาบของเขาจะมีจิตวิญญาณ ทำให้ผู้นั้นใช้ดาบได้ประหนึ่งเป็นแขนขาของตัวเอง สำหรับผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ สิ่งนี้จะทำให้ความสามารถในการควบคุมดาบและประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
ผู้ใดที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ ก็มีคุณสมบัติที่จะตั้งสำนักและเริ่มสร้างผู้สืบทอดศิลปะเพลงดาบของตัวเอง
อันที่จริง เจ้าสำนักโดยส่วนใหญ่และบรรดาฮ่องเต้ก็ยังเข้าไม่ถึงระดับนั้น แต่ใครคนหนึ่งในสองคนนี้มีความเชี่ยวชาญถึงขั้นที่เรียกว่าน่าอัศจรรย์ ทำให้ดาบมากมายนับไม่ถ้วนต้องโค้งคำนับให้ แล้วใครกันที่แผ่กระแสดาบฉีไปทั่วทั้งเวทีและทำให้ผู้ชมด้านล่างต่างขนลุกขนชัน
“ต้องเป็นเลี่ยวอู๋จื่อแน่ สำนักของเราตั้งอยู่เชิงเขาเหนือเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร และเขาก็ฝึกฝนเพลงดาบที่น้ำตกทุกเช้า เสียงช้งเช้งของดาบดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา สะท้านไปถึงสวรรค์ ในตอนนั้นผมยังคิดว่า…ต่อให้เขายังเข้าไม่ถึงหัวใจเพลงดาบ อย่างน้อยก็น่าจะเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงดาบขั้นสูงสุดแล้ว!”
“พอคุณพูดขึ้นมา ผมก็นึกได้ว่าเคยเห็นร่องรอยการฝึกฝนที่เขาทิ้งไว้ กระแสดาบฉีของเขาทำให้เขากวัดแกว่งดาบได้ไกลหลายจ้าง(10-30 เมตร) ในวันนั้น ผมบังเอิญเดินผ่านบริเวณที่เขาฝึกฝนอยู่ และเห็นร่องรอยบนพื้นดินเหล่านั้นมีความลึกเท่ากันหมด โดยทั่วไป มีแต่ผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบแล้วเท่านั้นถึงจะควบคุมพละกำลังของตัวเองได้อย่างแม่นยำ”
“แปลว่า ที่เลี่ยวอู๋จื่อได้รับสมญาว่า ‘อัจฉริยะเพลงดาบไร้เทียมทานของสำนักพายุเยือกแข็ง’ ก็ไม่ใช่ได้มาเล่นๆ น่ะสิ!”
“ใช่เลย ผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ จะไม่มีนักรบในระดับวรยุทธเดียวกันคนไหนเอาชนะได้ แถมปรมาจารย์จางก็มีระดับวรยุทธต่ำกว่าเขาตั้งแต่แรก ผมเกรงว่าปรมาจารย์จางจะมีโอกาสเอาชนะได้น้อยเต็มที…”
“ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี ตรงกันข้ามเลยล่ะ ผมกลับคิดว่าปรมาจารย์จางคือผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ คุณพูดอย่างกับไม่ได้เห็นปาฏิหาริย์ที่เขาสร้างขึ้นในการประลอง 2-3 นัดก่อนอย่างนั้นแหละ…”
เมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสดาบฉีท่ามกลางม่านหมอก ปรมาจารย์ทุกคนที่อยู่ด้านล่างเวทีก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
“หัวใจเพลงดาบ?”
อู๋เทียนห่าวตัวสั่น
ความตั้งใจแรกเริ่มของเขาคือจะท้าปรมาจารย์จางดวลเพลงดาบ ไม่ใช่เพลงหมัด เขาคิดว่าด้วยความเชี่ยวชาญในเพลงดาบของตัวเอง การดวลคงง่ายดายราวกับเดินเล่นชมสวน ใครจะไปรู้ว่าปรมาจารย์จางจะตอบรับคำท้าดวลเพลงหมัด?
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคิดว่าหากมีโอกาสท้าดวลกับปรมาจารย์จางอีกครั้ง จะต้องเลือกการดวลเพลงดาบอย่างแน่นอน แต่หลังจากสัมผัสได้ถึงการปะทะกันของกระแสดาบฉีที่อยู่ตรงหน้า ความมั่นใจที่เคยมีก็หายหมด
ต่อให้ปรมาจารย์จางไม่ใช่ผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ ถ้าเขารับมือได้ถึงขนาดนั้น ศิลปะเพลงดาบของเขาย่อมไม่ขี้เหร่แน่
และอย่างน้อยที่สุด ตัวเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางรับมือกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบได้
“หรือว่าปรมาจารย์จาง…จะชนะ?”
ประธานคังกับคนอื่นๆ วุ่นวายใจ
“อย่าห่วงน่ะ เขาชนะแน่ แต่ว่า…” จ้าวเฟยอู่ขมวดคิ้ว
“แต่อะไร?”
รู้ดีว่าองค์หญิงที่ 2 สนิทสนมกับปรมาจารย์จาง ทุกคนจึงหันขวับมามอง
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเชี่ยวชาญของปรมาจารย์จางนั้นเข้าถึงหัวใจเพลงดาบแล้ว!” จ้าวเฟยอู่เผย
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งอยู่บนแท่นบูชาสวรรค์ในอาณาจักรชวนหยวน ปรมาจารย์จางได้สำแดงหัวใจเพลงดาบออกมา ตัวเธอกับจินชงไห่ที่อยู่บนหลังอสูรพาหนะกลางอากาศได้เห็นเต็มตา
เมื่อประกอบกับระดับวรยุทธที่เพิ่มขึ้น ความเข้าใจในเพลงดาบของเขาย่อมล้ำลึกกว่าเดิม เธอไม่สงสัยเลยว่าผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบท่ามกลางสายหมอกนั้นจะต้องเป็นเขา
หรือต่อให้ไม่ใช่ ก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าเพลงดาบของปรมาจารย์จางไม่ด้อยไปกว่าที่เห็น
“แต่ว่า…เขาไม่มีอาวุธที่เหมาะสม…” จ้าวเฟยอู่พูดต่อ
ปรมาจารย์จางก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเกินไป ถึงเขาจะสะสมหินวิเศษไว้ได้มากพอสำหรับการยกระดับวรยุทธ แต่ก็ยังหาอาวุธที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ได้
เมื่อครั้งอยู่ที่สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลแห่งเมืองหงไห่ เขายังต้องขอยืมอาวุธของคนอื่นมาจารึกแผ่นค่ายกลด้วยซ้ำ
ขณะที่ความเชี่ยวชาญในเพลงดาบมีความสำคัญต่อการดวลเพลงดาบ อาวุธที่ใช้ก็สำคัญเช่นกัน หากไม่มีอาวุธที่ดีพอจะรับมือกับอาวุธของคู่ต่อสู้ ก็ย่อมเสียเปรียบทันที
“ปะ-เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
ประธานคังกับคนอื่นๆ งง
มีอาจารย์ผู้ไร้เทียมทานอย่างปรมาจารย์หยาง พวกเขาคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ปรมาจารย์จางไม่มีวันขาดแคลนคือทรัพยากรในการฝึกฝนวรยุทธ ใครจะรู้ว่าเขาไม่มีแม้กระทั่งดาบระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง สู้กับอัจฉริยะเพลงดาบโดยไม่มีดาบที่ดีพอ…แล้วจะเอาชนะได้อย่างไร?
หากพวกเขารู้เสียก่อน จะต้องหาดาบที่เหมาะสมให้ได้แน่ แต่ในเมื่อตอนนี้การดวลเริ่มแล้ว ก็ไม่มีทางเข้าไปขัดจังหวะได้
“สายไปแล้วล่ะ พวกเราทำได้แค่เชื่อมั่นในตัวเขาเท่านั้น!”
จ้าวเฟยอู่ส่ายหน้า
ขณะที่ทั้งกลุ่มยังเป็นห่วงเป็นใยปรมาจารย์จาง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางสายหมอก “ปรมาจารย์หง กรุณาปิดค่ายกลด้วย!”
“การดวลจบแล้ว?”
ทุกคนชะงัก
ถ้าจะปิดค่ายกล ก็แปลว่าการดวลสิ้นสุดแล้ว
แต่เวลาเพิ่งผ่านไปเท่าไหร่กัน? กะดูคร่าวๆ น่าจะยังไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำ…ได้ผู้ชนะในระยะเวลาสั้นขนาดนี้เลยหรือ?
เร็วเกินไป!
ฟึ่บ!
ท่ามกลางสายตางุนงงสงสัยทุกคู่ ม่านหมอกสลายตัวอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาดำสองร่าง
ปรมาจารย์จางกับปรมาจารย์เลี่ยวยังยืนอยู่ตำแหน่งเดิมก่อนจะเริ่มการประลอง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีบาดแผลหรือรอยกรีดบนร่างของพวกเขาสักนิด คงเป็นการดวลเพลงดาบที่ประหลาดมาก ดูเผินๆ …เหมือนยังไม่ได้เริ่มดวลด้วยซ้ำ
“แล้ว…ใครชนะ?”
“ผมก็ไม่รู้ ว่าแต่…ดาบของปรมาจารย์จางอยู่ไหน?”
“นั่นสิ นี่มันการดวลเพลงดาบไม่ใช่หรือ? ทำไมปรมาจารย์จางถึงไม่ถือดาบ?”
“ปรมาจารย์จางคงไม่ได้ยอมแพ้หรอกนะ?”
ผู้ชมเห็นทันทีว่าเลี่ยวอู๋จื่อถือดาบคมกริบเล่มหนึ่งไว้ในมือ แต่ปรมาจารย์จางยืนมือเปล่า บอกไม่ได้ว่าเขาเก็บดาบเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติแล้วหรือไม่ได้ถืออะไรเลยตั้งแต่แรก
จากที่เห็น ไม่รู้เลยว่าใครแพ้ใครชนะ
ขณะที่ผู้ชมกำลังสงสัย..
“ผมแพ้!” เลี่ยวอู๋จื่อประกาศทันที เขาส่ายหน้าและเก็บดาบเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ
“ปรมาจารย์เลี่ยวแพ้?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ชมส่งเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่หลังจากตกตะลึงกับการยอมแพ้ครั้งนี้
ในเวลาแค่ 2 นาที ปรมาจารย์จางทำอะไรถึงทำให้อัจฉริยะเพลงดาบอย่างเลี่ยวอู๋จื่อเต็มใจยอมแพ้?
“ความเชี่ยวชาญในเพลงดาบของปรมาจารย์จางนั้นเหนือชั้นกว่าผมมาก!”
เลี่ยวอู๋จื่อไม่แยแสสายตาตกตะลึงของผู้ชม เขาก้าวออกมาและประสานมือ “ผมเพิ่งเข้าถึงหัวใจเพลงดาบขั้นต้น และพบว่าตัวเองไม่อาจไปได้ไกลกว่านั้น ขอคำชี้แนะจากปรมาจารย์จางด้วยว่านับจากนี้ผมควรฝึกฝนอย่างไร?”
เขาเป็นคนเดียวในสำนักพายุเยือกแข็งที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ ต้องลองผิดลองถูกกับตัวเอง จึงก้าวหน้าไปอย่างเชื่องช้า และมาถึงตอนนี้ ก็มองไม่เห็นแล้วว่าจะพัฒนาต่อไปอย่างไร
แม้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะอายุน้อยกว่าเขา แต่ระดับความเข้าใจในเพลงดาบนั้นสูงส่งกว่าเขามาก ถ้าอีกฝ่ายให้คำชี้แนะ เขาน่าจะไปได้ไกลกว่าเดิม
“คุณอยากได้คำชี้แนะของผม?”
แม้จางเซวียนจะนึกไม่ถึงว่าเลี่ยวอู๋จื่อจะขอคำชี้แนะอย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น แต่ก็พยักหน้าและยื่นมือออกไป “ส่งดาบของคุณมาให้ผม!”
“ได้สิ!”
เลี่ยวอู๋จื่อตาโตเมื่อได้ยินคำนั้น เขารีบนำดาบออกมาส่งให้อีกฝ่าย
จางเซวียนกระดิกนิ้วและชักดาบออกมา ประกายเย็นเยียบของมันวาววับไปทั่ว
“ปรมาจารย์จางกำลังจะให้คำชี้แนะกับเลี่ยวอู๋จื่อ?”
“คงอย่างนั้นแหละ แต่เป็นแค่…การให้คำชี้แนะ ทำไมเขาถึงไม่ใช้ดาบของตัวเองล่ะ? อีกอย่าง ดาบนั้นก็ยอมรับเลี่ยวอู๋จื่อเป็นเจ้านายของมันแล้ว ถ้าจิตวิญญาณที่อยู่ในดาบต่อต้านปรมาจารย์จางล่ะก็ เขาจะแสดงศิลปะเพลงดาบออกมาไม่ได้เต็มกำลัง!”
“นั่นสิ ประหลาดจริงๆ …”
ทุกคนย่นหน้าผากเป็นร่องลึกเมื่อเห็นจางเซวียนขอดาบจากเลี่ยวอู๋จื่อ
ดาบระดับจิตวิญญาณจะมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง และตราบใดที่เจ้านายของมันยังมีชีวิตอยู่ ก็ยากที่มันจะยอมให้ผู้อื่นใช้ ในเมื่อปรมาจารย์จางจะถ่ายทอดคำชี้แนะให้อีกฝ่าย ทำไมถึงไม่ใช้ดาบของตัวเอง?
ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าปรมาจารย์จางทำอะไร ดาบในมือของเขาก็ส่งเสียงกุกกักออกมา
“จิตวิญญาณเริงร่า ดาบเล่มนี้อยากยอมรับเขาเป็นเจ้านายของมัน?”
“แค่แตะ ปรมาจารย์จางก็ทำให้ดาบของปรมาจารย์เลี่ยวยอมรับเขาได้?”
ทุกคนอึ้ง
ใครๆ ก็รู้ว่าการจะทำให้อาวุธระดับจิตวิญญาณยอมรับให้เป็นเจ้านายของมันนั้นเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากมาก หลายคนใช้เวลาทั้งปีเช็ดถูดาบของพวกเขาทุกวัน ดูแลอย่างเป็นห่วงเป็นใยและเอาใจใส่มาก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ส่วนปรมาจารย์จาง…แค่แตะนิดเดียวก็ทำให้ดาบของปรมาจารย์เลี่ยวเกิดจิตวิญญาณเริงร่าขึ้นมาทันที…
เหลือเชื่อไปไหม?
เลี่ยวอู๋จื่อก็คิดไม่ถึง เขาตาค้าง
ตัวเขาใช้เวลาถึงครึ่งปีกว่าจะทำสำเร็จ ทั้งยังต้องใช้เลือดของตัวเองบ่มเพาะมันตลอด 1 เดือนเต็มกว่าดาบเล่มนี้จะยอมจำนนให้เขา
แต่ปรมาจารย์จางแค่แตะครั้งเดียว ดาบก็ยอมศิโรราบ…ทำไมเหลื่อมล้ำกันขนาดนี้?
ขณะที่เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก ปรมาจารย์จางก็ส่งเสียงเรียบเฉยออกมา
“ดูให้ดีนะ ผมจะสาธิตให้คุณดูครั้งเดียว!”
เลี่ยวอู๋จื่อจึงรีบสงบสติอารมณ์ และเพ่งสมาธิไปที่อีกฝ่ายทันที
ผู้ชมต่างก็เงียบกริบ สายตาทุกคู่จ้องเขม็ง ไม่กล้ากระพริบตาเพราะกลัวจะพลาดรายละเอียดไป
ถึงกับเอาชนะปรมาจารย์เลี่ยวที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบได้ พวกเขาอยากเห็นว่าเพลงดาบของปรมาจารย์จางนั้นไปไกลแค่ไหน
ฟึ่บ!
ท่ามกลางสายตาจับจ้องทุกคู่ ดาบในมือของจางเซวียนเริ่มร่ายลีลา
ดาบที่เพิ่งส่งประกายเย็นเยียบเมื่อครู่ดูจะสูญเสียทั้งประกายและพละกำลังไปเมื่ออยู่ในมือของปรมาจารย์จาง การกวัดแกว่งนั้นดูจะไม่ต้องใช้เรี่ยวแรงเลย ท่วงท่าของเขาไม่ต่างอะไรกับกระบวนท่าธรรมดาสามัญ
ฟิ้วววว!
ดาบนั้นตวัดเข้าฟันเลี่ยวอู๋จื่อ แต่แล้วก็ถูกชักกลับ หากจะมีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง ทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนหลายคนตามไม่ทัน
ควั่บ!
จางเซวียนเก็บดาบเข้าฝัก โยนดาบคืนเลี่ยวอู๋จื่อ และเดินลงจากเวที
“เป็นเพลงดาบที่ว่องไวอะไรอย่างนี้!”
“นี่คือความเข้าใจในศิลปะเพลงดาบของปรมาจารย์จางหรือ?”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างสงสัย
แม้แต่เลี่ยวอู๋จื่อก็ไม่เข้าใจ
ถึงเพลงดาบของปรมาจารย์จางจะว่องไวมาก แต่ตัวเขาก็เอาอย่างได้ด้วยพละกำลังที่มี อันที่จริง จะให้เร็วกว่านั้นก็ยังไหว…ถ้าทั้งหมดมีแค่นี้ เขาก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย!
ฟิ้วววว!
ขณะที่ยังงุนงงอยู่ ลมก็พัดมาวูบหนึ่ง ผมหนึ่งเส้นจากหน้าผากของเขาลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ร่วงลงมา
“ด้วยท่วงท่าเมื่อครู่นี้…เขาตัดผมของเราไปหนึ่งเส้น?”
เห็นเส้นผมที่ลอยคว้าง เลี่ยวอู๋จื่อหรี่ตา
ผมของเขาก็ดกหนา ตัดได้หนึ่งเส้นอย่างเหมาะเหม็งโดยไม่พลาดไปโดนเส้นอื่นๆ การควบคุมดาบของปรมาจารย์จางอยู่ในระดับที่เรียกว่าพิสดารพันลึกทีเดียว!
สมกับเป็นปรมาจารย์จาง น่าสะพรึงที่สุด!
“ปรมาจารย์จางใช้ดาบตัดผมของเลี่ยวอู๋จื่อออกมาหนึ่งเส้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว?”
“มันศิลปะเพลงดาบชนิดไหนกัน? จะต้องทรงพลังขนาดไหนถึงควบคุมดาบได้แบบนั้น?”
“ผมก็ไม่รู้ แต่เท่าที่ดู…น่าจะเป็นหัวใจเพลงดาบขั้นต่ำ-สูงสุด หรือบางทีอาจจะขึ้นไปถึงหัวใจเพลงดาบขั้นกลางก็ได้!”
“หัวใจเพลงดาบขั้นกลาง?”
ทุกคนเงียบกริบด้วยความตกตะลึง
หากไม่เห็นกับตา จะไม่มีทางเชื่อเลยว่าใครที่ไหนในโลกจะควบคุมอาวุธของตัวเองได้เหมาะเจาะขนาดนั้น
“ปรมาจารย์จาง ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ…”
เลี่ยวอู๋จื่อประสานมือคารวะ
จางเซวียนที่กำลังเดินออกไปหยุดกึกและตั้งคำถาม “คุณเข้าใจแล้ว?”
“ผมเข้าใจ เหตุผลที่ปรมาจารย์จางตัดผมออกมาหนึ่งเส้นก็เพื่อเตือนให้ผมปรับการควบคุมดาบของตัวเองเสียใหม่…” เลี่ยวอู๋จื่อรีบอธิบายความเข้าใจของเขา
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ปรมาจารย์จางก็ส่ายหน้า แผ่นหลังของเขาภายใต้แสงจันทร์ดูจะงองุ้มอย่างผิดหวัง “ดูเหมือน…คุณจะยังไม่เข้าใจนะ!”
จากนั้นเขาก็สะบัดข้อมือเบาๆ
ฟิ้วววว!
ลมพัดมาอีกวูบหนึ่ง แล้วผมเส้นนั้นก็ขาดจากกันเป็นสิบสองท่อน มันพลิ้วไหวสะท้อนแสงจันทร์
“มัน…ไม่ใช่การฟันฉับเดียว?”
เลี่ยวอู๋จื่อหน้าซีดไปทันที
