ตอนที่ 616 กล้าเรียกไอ้แบบนี้ว่าการหลอมยา?
“เหตุผลที่ผมสร้างดงสมบัติลึกลับขึ้นมาก็เพื่อให้เสาหินเหล่านี้ได้รับการเปิดเผย ในเมื่อผมได้คำตอบที่ตามหาแล้วก็ตายตาหลับ ถึงเวลาที่จะกลับบ้านเกิดและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขเสียที”
กานอีผิงหัวเราะหึๆ ใบหน้าของเขาบ่งบอกความอิ่มใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน
เพราะความหลงใหลในสิ่งลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก เขาอุทิศเวลาให้กับเสาหินพวกนั้นถึง 50 ปี พยายามจะเปิดเผยความลับของมันให้ได้ ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ภาระหนักอึ้งที่แบกอยู่บนบ่าก็หายวับไป เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายกว่าเดิมมาก
“เอ่อ…”
จางเซวียนพยักหน้าขณะมองเขาด้วยแววตาชื่นชม
ดูเหมือนเขาจะเตรียมการทุกอย่างในบั้นปลายชีวิตไว้แล้ว
และในเมื่อความปรารถนาสูงสุดได้รับการเติมเต็ม ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีก
สิ่งประดิษฐ์พวกนี้มีมูลค่าสูงก็จริง แต่ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้
มามือเปล่าก็ต้องไปมือเปล่า
เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจมอบสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ให้เขา จางเซวียนจึงรับไว้ และมอบคำชี้แนะเรื่องวรยุทธให้อีกหลายข้อเป็นการแลกเปลี่ยน
กานอีผิงขอบอกขอบใจเขาอย่างตื่นเต้นเมื่อได้คำชี้แนะของจางเซวียน
หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง จางเซวียนก็จากมาพร้อมกับหยวนเทาและซุนฉาง
เมื่อออกจากดงสมบัติลึกลับ ซุนฉางถามขึ้น “นายน้อย เราจะไปไหนต่อ?”
“นอกจากหัวใจงูมหานทีและหญ้าปัดเป่า เรายังต้องการสมุนไพรบางอย่างที่มีฤทธิ์เจือจาง ก่อนจะ ผสมเป็นยา…”
จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เราจะไปที่สมาคมนักปรุงยา อาจขอความช่วยเหลือจากนักปรุงยาที่นั่นได้!”
แม้ตัวเขาจะเป็นนักปรุงยาระดับ 3 ดาว แต่ก็ได้ตำแหน่งมาจากวิวาทะยา การยกภารกิจเรื่องการหลอมยาให้คนอื่นทำ…น่าจะดีที่สุด
“ได้” ทั้งสองคนพยักหน้า
สมาคมนักปรุงยาอยู่ไกล ทั้งสามจึงว่าจ้างเกี้ยวคันหนึ่ง หลังจากเดินทางอีกราว 1 ชั่วโมงก็มาถึงที่หมาย
สมาคมนักปรุงยาแห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูเป็นตึกสูงใหญ่ ด้านหน้ามีรูปปั้นหม้อต้มยาที่แกะสลักจากหิน สูงราว 12 เมตร ให้ความรู้สึกใหญ่โตโอ่อ่าและบ่งบอกถึงความสง่างามของสมาคมนักปรุงยา
เมื่อก้าวเข้าไป กลิ่นหอมของสมุนไพรและพลังจิตวิญญาณก็ซึมซาบเข้ารูขุมขน ทำให้ทุกคนกระชุ่มกระชวย
จางเซวียนยิ้มและตั้งข้อสังเกต “นี่เป็นกลิ่นยา ดูเหมือนมีคนหลอมยาเกรด 5 อยู่!”
เมื่อหลอมยาเกรด 5 ได้สำเร็จ ยานั้นจะส่งกลิ่นออกมา ใครก็ตามที่ได้สูดดมจะรู้สึกกระชุ่มกระชวยและมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้ง
มีแต่สถานที่ที่หลอมยาเกรด 5 ได้สำเร็จบ่อยๆเท่านั้นถึงจะส่งกลิ่นหอมอบอวลแบบนี้
“มีนักปรุงยาระดับ 5 ดาวอยู่ที่นี่ ก็ไม่แปลกที่จะมียาเกรด 5!” ซุนฉางพยักหน้า
นักปรุงยาที่เก่งกาจที่สุดของจักรวรรดิฮ่วนหยูเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาวขั้นสูงสุด
“เอาล่ะ ไปถามแผนกต้อนรับดูว่าเราจะขอพบนักปรุงยาระดับ 5 ดาวได้หรือไม่”
จางเซวียนพยักหน้า
หัวใจงูมหานทีกับหญ้าปัดเป่านั้นมีมูลค่าสูงมาก และเขาก็มีเพียงอย่างละชิ้นเดียว ไม่อาจปล่อยให้เกิดความผิดพลาดใดๆได้ และถึงแม้จะเป็นแค่ยาน้ำ แต่ก็มีส่วนผสมและกระบวนการอันซับซ้อน ซึ่งต้องถึงมือนักปรุงยาระดับ 5 ดาว ไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะผิดพลาด
“ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการอะไร?”
สาวน้อยอายุ 18-19 ปีคนหนึ่งยืนอยู่ที่แผนกต้อนรับ เธอยิ้มกว้างและทักทายจางเซวียน
“ผมอยากผสมยาน้ำสูตรพิเศษ ไม่ทราบว่ามีนักปรุงยาระดับ 5 ดาวให้ผมขอความช่วยเหลือได้ไหม และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?” จางเซวียนถาม
ในเมื่อสามารถซื้อตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะที่สภาปรมาจารย์ได้ จึงเป็นธรรมดาที่จะขอรับบริการจากนักปรุงยาในสมาคมนักปรุงยาได้เช่นกัน
ราคาค่าบริการปรุงยานั้นน่าจะถูกกว่าการซื้อยาที่ปรุงสำเร็จแล้วมาก แต่ลูกค้าจะต้องนำส่วนผสมมาเอง
“ค่าบริการของนักปรุงยาระดับ 5 ดาว?” แม่สาวพนักงานต้อนรับชะงัก
“ทำไมล่ะ? ทำไม่ได้หรือ?” จางเซวียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
หากทำไม่ได้ก็ย่อมเกิดปัญหาแน่ เพราะงูมหานทีมีระดับวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7 หัวใจของมันจึงมีพละกำลังสูงมาก นักปรุงยาระดับ 4 ดาวไม่อาจต้านทานพลังดุเดือดพลุ่งพล่านของมันที่จะส่งออกมาระหว่างการหลอมยาได้
เพราะระดับวรยุทธต่ำสุดของผู้ที่จะได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาว คือนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6-สะพานจักรวาล ซึ่งสำหรับวรยุทธขั้นนั้น ก็ไม่เป็นปัญหา
พนักงานต้อนรับอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ “เรามีบริการแบบนั้น แต่วันนี้มีนักปรุงยาระดับ 5 ดาวผู้เก่งกาจคนหนึ่งจากสำนักงานใหญ่มาเปิดการบรรยายที่นี่ และนักปรุงยาระดับ 5 ดาวทุกคนของสมาคมก็ไปเข้าฟังการบรรยายกันหมด อันที่จริงรวมถึงนักปรุงยาระดับ 4 ดาวและ 3 ดาวด้วย ตอนนี้จึงไม่มีใครว่างเลย หากเป็นไปได้ อยากขอให้คุณกลับมาในวันพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
การตัดสินเรื่องการกระจายโควต้าเข้าสู่ทะเลสาบหมดจดจะมีขึ้นในคืนนี้ ซึ่งก็ใกล้แล้ว ดูเหมือนจางเซวียนจะเหลือเวลาไม่มาก
จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ผมรอนานขนาดนั้นไม่ได้ การบรรยายจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่? คุณช่วย ถามให้ผมได้ไหมว่าจะมีนักปรุงยาระดับ 5 ดาวคนไหนยินดีรับงานของผมบ้าง?”
“ถามให้?” พนักงานต้อนรับสีหน้าไม่สู้ดี “ฉันเป็นแค่พนักงานต้อนรับ เข้าไม่ถึงตัวนักปรุงยาระดับ 5 ดาวหรอก พวกเขาสูงส่งเกินไป”
เธอเป็นแค่ผู้ช่วยและพนักงานต้อนรับด้านหน้าเท่านั้น อย่าว่าแต่นักปรุงยาระดับ 5 ดาว แค่จะเข้าถึงตัวนักปรุงยาระดับ 3 ดาวก็ยังยาก พวกเขากับเธอเหลื่อมล้ำกันเกินไป
“อีกอย่าง หลังจบการบรรยายจะต้องมีการอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ทุกคนคงมีธุระยุ่งตลอดทั้งวันนี้ เกรงว่าจะไม่มีใครเต็มใจให้บริการ ไม่ว่าคุณจะจ่ายงามแค่ไหน!”
นี่เป็นโอกาสล้ำค่าที่จะได้เรียนรู้ คงไม่มีใครยอมพลาดโอกาสเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย
ถึงนักปรุงยาจากสำนักงานใหญ่จะมีตำแหน่งเทียบเท่ากับพวกเขา แต่ก็น่าจะมีเทคนิคการหลอมยาและเทคนิคควบคุมอุณหภูมิหม้อต้มยาในระดับที่เหนือชั้นกว่า เพียงเท่านี้ก็ควรค่าแก่การที่พวกเขาจะศึกษาค้นคว้าแล้ว
“เอ่อ…”
จางเซวียนเลิกคิ้ว
นี่เป็นโอกาสงามในการเรียนรู้ของเหล่านักปรุงยา จึงไม่น่าจะมีใครยอมทิ้งโอกาสมาทำงานให้เขา แต่จางเซวียนก็ทำเองไม่ได้
ไม่เพียงแต่จะสายไปแล้วสำหรับการเรียนหลอมยา ต่อให้เขาเชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว เขาก็ยังมีวรยุทธแค่ขั้น 4-ขจัดสิ่งมัวหมอง ไม่มีทางจะรับมือกับแรงตีกลับของหัวใจงูมหานทีได้
แล้วตอนนี้…จะทำอย่างไร?
จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตั้งคำถาม “ถ้าเป็นแบบนั้น คุณพาผมไปสถานที่จัดการบรรยายได้ไหม?”
ไม่มีทางจะได้ยามาหากเขารอจนการบรรยายเสร็จสิ้น จางเซวียนจึงตัดสินใจจะเข้าไปในห้องบรรยายเพื่อสอบถามด้วยตัวเอง เพราะเขาก็เป็นนักปรุงยาเหมือนกัน การขอความช่วยเหลือน่าจะง่ายกว่า
“พาคุณไป?” สาวน้อยขมวดคิ้ว “มีแต่นักปรุงยาเท่านั้นที่เข้าไปได้…”
“อ๋อ ผมก็เป็นนักปรุงยาเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้สอบเลื่อนขั้น!”
จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำตราสัญลักษณ์นักปรุงยาของเขาออกมา
ตอนนี้เขาเป็นนักปรุงยาระดับ 3 ดาว ซึ่งได้มาตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่ในอาณาจักรเทียนหวู่ แต่ก็เพียงพอจะทำให้เข้าร่วมฟังการบรรยายได้
เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ พนักงานต้อนรับก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมและกล่าวว่า “เชิญท่านนักปรุงยาทางนี้!”
ถึงนักปรุงยาระดับ 3 ดาวจะไม่ใช่ยอดปิรามิดในจักรวรรดิฮ่วนหยู แต่ก็เป็นคนระดับที่พนักงานต้อนรับต๊อกต๋อยอย่างเธอไม่อาจขัดขืน
“อือ!”
จางเซวียนพยักหน้า และเดินไปพร้อมกับซุนฉางและหยวนเทา
สมาคมนักปรุงยาแห่งนี้กว้างใหญ่มาก ต้องเดินกันอยู่นานกว่าจะมาถึงห้องโถงใหญ่ห้องหนึ่ง
สาวน้อยหยุดหน้าประตูและเอ่ยขออภัย
“ฉันต้องขอโทษด้วย แต่มีเฉพาะนักปรุงยาอย่างเป็นทางการที่เข้าไปข้างในได้ จึงส่งคุณได้แค่นี้…”
“ไม่เป็นไร!” จางเซวียนยิ้ม เขาหยิบตราสัญลักษณ์มาติดไว้ที่หน้าอกก่อนจะหันไปสั่งการกับซุนฉางและหยวนเทา “พวกคุณรอที่นี่ ผมจะเข้าไปดูข้างใน!”
จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไป
ทั้งสองคนไม่ใช่นักปรุงยา จึงเข้าไปไม่ได้เช่นกัน
มีองครักษ์ยืนอารักขาทั้งสองฟากประตู แต่เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของจางเซวียน ก็ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร
ห้องโถงแห่งนี้มีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร ฝูงชนออกันแน่นขนัด ทุกคนสวมเสื้อคลุมนักปรุงยา ดูๆไปก็เหมือนกับการแข่งขันรอบคัดเลือกกับคุณชายโหลวฮวนและคนอื่นๆเมื่อครั้งอยู่ที่เมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร
จางเซวียนเงยหน้ามองบนเวที และเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าหม้อต้มยา กำลังหลอมยาและอธิบายทีละขั้นตอน
เปลวไฟพวยพุ่งขณะที่มือขาวเนียนคู่นั้นโยนสมุนไพรลงไปในหม้อต้มยาชนิดแล้วชนิดเล่า
“เป็นหญิงสาวหรือ?”
จางเซวียนอัศจรรย์ใจ
เขาคิดว่าผู้บรรยายจากสำนักงานใหญ่คงจะเป็นผู้อาวุโสอายุราว 70 ถึง 80 ปี ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสาวน้อยวัยยี่สิบกว่า
นักปรุงยาที่เป็นสุภาพสตรีนั้นหายากมาก และดูจากการที่เธอมีคุณสมบัติเพียงพอจะเปิดการบรรยายให้นักปรุงยาระดับ 5 ดาวฟัง ก็แปลว่าเธอต้องเก่งกาจกว่าคนพวกนั้น จางเซวียนจึงสนใจมากขึ้นอีก
เธอสวมเสื้อคลุมตัวหลวมสีม่วงอ่อน ผมยาวดำขลับขมวดมุ่นไว้กลางศีรษะ นัยน์ตาเป็นประกายสุกใสเหมือนดวงดาว บ่งบอกความเฉลียวฉลาด แต่ใบหน้ากลับเย็นชาราวกับความเย็นเยือกท่ามกลางฤดูหนาว ไม่แสดงอารมณ์ให้เห็นสักนิด
ความงดงามของเธอพอๆกับนายหญิงน้อยที่ 6 ที่เขาเพิ่งพบมา แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งที่เห็นได้รางๆภายใต้เสื้อคลุมตัวหลวมนั้นขับความอ้อนแอ้นของเธอให้โดดเด่นขึ้นอีก
มีตราสัญลักษณ์ระดับ 5 ดาวติดอยู่บนอกเสื้อ เธอเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาว!
‘การหลอมยาจะต้องอยู่กับเปลวไฟเป็นเวลานาน จึงถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่ลำบากเอาการ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาวตั้งแต่อายุเท่านี้ น่าทึ่งจริงๆ!”
จางเซวียนนึกประทับใจ
นักปรุงยาระดับสูงส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทำไม่ได้ แต่ความร้อนสูงจากหม้อต้มยาเป็นอุปสรรคใหญ่ ทั้งยังมีสมุนไพรหายากหลายชนิดที่จำเป็นต่อการหลอมยาซึ่งเจริญเติบโตได้เฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร ทำให้เป็นอาชีพที่อันตรายไม่น้อย
สุภาพสตรีส่วนใหญ่จึงไม่เลือกอาชีพนี้
แถมแม่สาวที่อยู่ตรงหน้าเขายังได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาวตั้งแต่อายุยังน้อย เทคนิคการหลอมยาของเธอก็ล้ำลึก ท่วงท่าก็ลื่นไหล บ่งบอกว่าเธอได้ทุ่มเทความพยายามฝึกฝนการหลอมยาอยู่เสมอ
ถ้าไม่อย่างนั้น ต่อให้ปราดเปรื่องอย่างไร ก็ไม่มีทางจะมีทักษะระดับนี้
ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด ความปราดเปรื่องเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในหลายปัจจัยที่นำไปสู่การประสบความสำเร็จ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกัน การทำงานและฝึกฝนอย่างหนักมีส่วนสำคัญกว่ามาก
ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากสาวน้อยคนนั้นคือผู้อาวุโสคนหนึ่ง เขากำลังลูบเครายาวสีขาวของตัวเองด้วยท่าทีชื่นชม
‘ต้องเป็นประธานสมาคมแน่!’ จางเซวียนเดา
ผู้อาวุโสคนนี้มีบุคลิกของผู้มีอำนาจ วรยุทธของเขาก็ล้ำลึก บ่งบอกถึงตำแหน่งสูงส่ง ทั้งยังยืนอยู่ด้านหลังเพื่อคอยดูแลแม่สาวคนนั้น มีขัดจังหวะบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อเสริมการบรรยายของเธอ ถ้าไม่ใช่ประธานสมาคม ก็จะต้องเป็นคนใหญ่คนโตสักคนที่นี่
หลังจากมองไปรอบๆ จางเซวียนก็เจอที่นั่งว่าง เขาทรุดตัวลงนั่ง
ในตอนนั้น เสียงของสาวน้อยก็ดังขึ้น
เสียงของเธอใสกังวานราวกับหยกกระทบกันกับก้อนหิน ฟังเพลินดี แต่ก็มีแววเย็นชาที่กั้นเธอไว้ให้ห่างจากใครๆ
“หญ้าหยกมรกตมีฤทธิ์เย็น หากพวกคุณใส่เข้าไปในหม้อต้มยาโดยตรง จะตีกันกับดอกไซปรัสป่าที่ใส่ลงไปก่อนหน้า ดังนั้นจึงควรจุ่มมันลงไปในสารสกัดฮามาจิเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนนำไปใช้ สิ่งนี้จะช่วยควบคุมคุณสมบัติทางยาขณะที่อุณหภูมิในหม้อต้มยาลดลง ทำให้รักษาคุณภาพของยาที่กำลังหลอมอยู่ได้”
“ส่วนดอกธูปไม้ ให้จุ่มลงในน้ำบุปผาม่วงและผึ่งแดดจ้าเป็นเวลา 5 วันเต็ม เพื่อเร่งคุณสมบัติทางยาของมัน ไม่อย่างนั้น ถ้าใส่ลงไประหว่างกระบวนการหลอมยาขณะที่หม้อต้มยายังร้อนอยู่ ก็มีโอกาสที่มันจะมอดไหม้ไปหมด…”
เธออธิบายกรรมวิธีหลอมยาและการตระเตรียมส่วนประกอบทีละขั้นตอน ทุกคำพูดล้วนเป็นเหตุเป็นผล ทำให้ผู้ฟังพยักหน้าหงึกหงักไม่หยุดราวกับคนเมา
“การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์? เธอเป็น…ปรมาจารย์ด้วยหรือ?”
เห็นสีหน้างงงวยของผู้ฟังทั้งที่ไม่มีอะไรพิเศษในน้ำเสียงของเธอ จางเซวียนได้แต่อมยิ้มและส่ายหน้า
แม้สาวน้อยบนเวทีจะกำลังบรรยายเรื่องศาสตร์การหลอมยา แต่ก็ได้ใช้การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ร่วมด้วย เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้เป็นไปได้ง่ายดายกว่าเดิม
มีแต่ปรมาจารย์เท่านั้นที่ทำได้
เท่าที่เห็น นอกจากเป็นนักปรุงยา เธอน่าจะเป็นปรมาจารย์ด้วย
เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่เขาได้พบปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวในวัยยี่สิบกว่าถึง 2 คน มาตอนนี้ก็ได้พบอีกคนหนึ่ง สมกับเป็นจักรวรรดิฮ่วนหยู คนเก่งๆเต็มไปหมด
หากพวกเขาอยู่ใน 28 กลุ่มอำนาจ จางเซวียนคงได้ที่ 4 ในการประลองปรมาจารย์แน่
ไม่ใช่เพราะเขารู้น้อยกว่าปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว แต่เพราะวรยุทธยังอ่อนด้อย ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางรับมือกับการดวลซึ่งหน้าได้
“ในเมื่อเธอก็เป็นปรมาจารย์ คงคุยกับเธอได้ไม่ยาก เราต้องลองขอความช่วยเหลือดู…”
นอกจากเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาว อีกฝ่ายยังเป็นปรมาจารย์ด้วย จางเซวียนคงขอความช่วยเหลือเธอได้ง่ายขึ้น
องค์ประกอบหลักของยาที่เขาต้องการผสมคือหัวใจงูมหานที ซึ่งมีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7 และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คำชี้แนะของจางเซวียนจะต้องมีบทบาทสำคัญ แต่คงไม่มีทางที่นักปรุงยาระดับ 5 ดาวคนไหนจะยินยอมฟังคำสั่งของนักปรุงยาระดับ 3 ดาว
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์เหมือนกัน จางเซวียนก็น่าจะทำให้เธอไว้ใจได้ง่ายขึ้น
“ฉันขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความร่วมมือ นี่คือความเข้าใจของฉันที่มีต่อยาเม็ดฟื้นฟูจิตวิญญาณเกรด 5!”
ขณะที่จางเซวียนกำลังครุ่นคิดว่าจะต่อรองกับเธออย่างไรให้ยอมผสมยาให้ ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายเปิดฝาหม้อต้มยาบนเวที กลิ่นหอมเข้มข้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง
เขารีบเงยหน้าดู และเห็นยาเม็ดกลมผิวเรียบ
“ยาเม็ดเกรด 5 ขั้นสมบูรณ์แบบ?”
“ในฐานะยาเม็ดเกรด 5 ขั้นสูงสุด ยาฟื้นฟูจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในยาที่หลอมยากที่สุดของนักปรุงยาระดับ 5 ดาว ต่อให้ท่านประธานหลอมเอง ก็มีโอกาสเพียง 2 ใน 10 ครั้งเท่านั้นที่ยาจะเข้าขั้นสมบูรณ์แบบ แต่เธอทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก น่าทึ่งจริงๆ สมกับเป็นนักปรุงยาจากสำนักงานใหญ่!”
“ยังมีที่คุณอาจไม่รู้อีกนะ นอกจากเป็นนักปรุงยาแล้ว เธอยังเป็นปรมาจารย์ด้วย นี่คือเหตุผลที่เธออธิบายได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ถ้าผมศึกษาตามรายละเอียดการบรรยายครั้งนี้ล่ะก็ จะต้องก้าวหน้าอีกมาก”
“จริงด้วย ผมเองก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย สมกับเป็นนักปรุงยาจากจักรวรรดิหงหย่วน ไม่ว่าจะเป็นการหลอมยาหรือการเตรียมวัตถุดิบ ความรู้ความเข้าใจของเธอก็ล้ำลึกและแม่นยำกว่าพวกเรามาก!”
“แน่นอนอยู่แล้ว โรงเรียนนักปรุงยาแห่งสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนน่ะมีมรดกตกทอดเรื่องการหลอมยาที่สมบูรณ์แบบกว่าสาขาของเรา”
เมื่อเห็นยาเม็ดที่หลอมเสร็จจากหม้อต้มยา ผู้ฟังก็ออกความเห็นกันเซ็งแซ่
ทักษะการหลอมยานั้นตัดสินจากคุณภาพยาเม็ดที่หลอมได้ ต่อให้ยาสูตรเดียวกันก็อาจหลอมออกมาได้คุณภาพต่างกัน โดยแบ่งเป็นขั้นก่อตัว ขั้นอิ่มตัว ขั้นสมบูรณ์แบบ และยาโลกจารึก
การหลอมยาในเกรดสูงขึ้นให้เข้าขั้นก่อตัวได้จะทำให้ผู้นั้นมีคุณสมบัติเพียงพอต่อการเลื่อนขั้น และหากหลอมยาตามเกรดที่กำหนดให้เข้าขั้นอิ่มตัวได้ ก็จะถือเป็นผู้นำในหมู่นักปรุงยารุ่นเดียวกัน
ส่วนการหลอมยาให้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบนั้นไม่ง่ายเลย ในการหลอมยา 10 ครั้ง ต่อให้นักปรุงยาผู้มีทักษะก็อาจหลอมยาให้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบไม่ได้สักครั้ง แต่สาวน้อยวัยยี่สิบกว่าคนนี้ นอกจากจะอธิบายไปหลอมยาไป ยังหลอมยาให้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบได้ ความเชี่ยวชาญของเธอถือว่าน่าอัศจรรย์
“เริ่มอภิปรายได้เลย หากพวกคุณมีข้อเสนอแนะอะไร เชิญเสนอแนะได้ ฉันจะได้เรียนรู้จากพวกคุณด้วย!”
แม่สาวบนเวทีวางยาเม็ดลงและจับจ้องเหล่าผู้ฟัง
“นักปรุงยาหลัว ผมมีคำถาม ยาเม็ดฟื้นฟูจิตวิญญาณมีอานุภาพบ่มเพาะจิตวิญญาณของผู้ที่กินเข้าไป แต่เพื่อให้ได้ผลสูงสุด นักปรุงยาจะต้องถ่ายทอดพลังจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของตัวเองเข้าไปในยาเม็ดระหว่างกระบวนการหลอมยาด้วย ผมเคยลองแล้ว แต่ก็ถูกเปลวไฟแผดเผา ไม่ทราบว่ามีวิธีแก้ปัญหาหรือไม่?” นักปรุงยาระดับ 5 ดาวคนหนึ่งที่นั่งแถวหน้าตั้งคำถาม
ในเมื่อเป็นการอภิปราย จึงแน่นอนว่าพวกเขาจะถามอะไรก็ได้
“ด้วยความร้อนแผดเผาของหม้อต้มยากับธรรมชาติของจิตวิญญาณซึ่งมีฤทธิ์เย็น ก็เป็นธรรมดาที่จิตวิญญาณจะมอดไหม้ หากถ่ายทอดเข้าไประหว่างกระบวนการหลอมยาโดยไม่ระมัดระวัง แต่ในช่วงฝึกหลอมใหม่ๆ ยังไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะในส่วนผสมของยาเม็ดฟื้นฟูจิตวิญญาณ มีหญ้าหัวใจเยือกแข็งอยู่ ซึ่งเป็นสมุนไพรวิเศษ มีจิตวิญญาณในตัวเองเหมือนกัน”
หญิงสาวบนเวทีที่ถูกเรียกว่านักปรุงยาหลัวอธิบาย “ขอแค่ควบคุมจิตวิญญาณที่อยู่ในสมุนไพรวิเศษให้ดีก่อนจะเริ่มกระบวนการหลอมยา ก็ได้ผลเท่ากัน!”
“เข้าใจแล้ว”
นักปรุงยาระดับ 5 ดาวผู้นั้นพยักหน้าอย่างสำนึกในบุญคุณ
“ผมก็มีปัญหา…”
จากนั้น นักปรุงยาระดับ 5 ดาวอีกคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน
ไม่ช้าก็มีนักปรุงยาระดับ 5 ดาวถึง 7 คนที่ลุกขึ้นตั้งคำถาม แต่นักปรุงยาหลัวไม่แสดงความลังเลหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอตอบคำถามของพวกเขาอย่างสุขุมด้วยคำอธิบายที่มีเหตุผล ทำให้ผู้ฟังประทับใจมาก
“มีใครมีคำถามอีกไหม? เหตุผลที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพวกคุณทุกคน ถ้ามีความเห็นหรือคำแนะนำ เสนอได้เลย!”
หลังจากตอบไปแล้วหลายคำถาม นักปรุงยาหลัวมองหน้าผู้ฟัง
การร่ำเรียนศาสตร์แห่งการหลอมยาของเธอเพิ่งถึงทางตันได้ไม่นาน และท่านอาจารย์บอกไว้ว่าเธอควรมีปฏิสัมพันธ์กับนักปรุงยาคนอื่นๆบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่จะทำให้ความรู้ของเธอพัฒนาไปได้
นี่คือเหตุผลหลักที่เธอมาเยือนสมาคมนักปรุงยาแห่งนี้
และจะว่าไป วิธีนี้ก็ได้ผลดี
ก่อนเธอจะเริ่มกระบวนการหลอมยาเม็ดพื้นฟูจิตวิญญาณ ก็มีบางแนวคิดที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ อีกทั้งบางส่วนก็ไม่แน่ใจ แต่หลังจากอธิบายไป ก็รู้สึกได้ว่าความรู้ความเข้าใจเรื่องการหลอมยาของตัวเองกลับลึกซึ้งกว่าเดิม
แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ
เธออยากได้ความคิดเห็นใหม่ๆเพื่อจะได้แก้ไขตัวเอง
“นักปรุงยาหลัวล้อเล่นแล้วล่ะ ความเข้าใจของคุณนั้นล้ำลึกมาก ทักษะก็เชี่ยวชาญสุดๆ ไม่มีอะไรที่พวกเราจะแนะนำคุณได้หรอก!”
“จริงด้วย ท่วงท่าของคุณจัดว่าไร้ที่ติ แถมยังหลอมยาเม็ดฟื้นฟูจิตวิญญาณได้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบด้วย ต่อให้พวกเราอยากวิจารณ์ผลงานของคุณ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร”
“ความเข้าใจเรื่องการหลอมยาของคุณลึกซึ้งกว่าพวกเรามาก ถ้าไม่ติดเรื่องระดับวรยุทธ ป่านนี้คุณคงได้เป็นนักปรุงยาระดับ 6 ดาวแล้ว พวกเราไม่กล้าให้คำแนะนำหรอก…”
ทุกคนพากันส่ายหน้า
บุคคลที่อยู่ตรงหน้าพวกเขามาจากจักรวรรดิหงหย่วน และนอกจากเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ดาว เธอยังเป็นปรมาจารย์ด้วย มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นอาจารย์ของพวกเขาได้ แล้วจะให้ออกความเห็นคัดค้านอะไร? ต่อให้มี ก็ไม่กล้าพูดออกมาหรอก!
“เฮ่อออ!”
เห็นทุกคนส่ายหน้า นักปรุงยาหลัวถอนหายใจเฮือก
ที่จักรวรรดิหงหย่วน ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์เธอเพราะเกรงใจในสถานภาพ เธอนึกว่าเมื่อมาถึงที่นี่ที่ไม่มีใครรู้จัก น่าจะได้รับข้อคิดอะไรกลับมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผล
“คุณอยากฟังความเห็นของผมจริงๆหรือ?”
ขณะที่กำลังท้อใจ เสียงเฉื่อยเนือยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากกลุ่มผู้ฟัง
“ใช่!” นักปรุงยาหลัวรีบพยักหน้า
“เอาล่ะ…ถ้าอย่างนั้น นี่คือความคิดเห็นของผม…หลังจากลงทุนลงแรงและเสียเวลามาตั้งมากน่ะ คุณกล้าเรียกไอ้แบบนี้เรียกว่าการหลอมยา?”
