ตอนที่ 632 ผมขอท้าพวกคุณทุกคน
“พวกเราต้องใช้ดวงตาทะเลสาบที่เหลืออีก 5 ดวงร่วมกัน?”
ทุกคนขมวดคิ้ว
โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชนะในกลุ่มของปรมาจารย์ฝง ปรมาจารย์หลัว และปรมาจารย์เฉิน
โดยปกติ พวกเขาจะได้ใช้ดวงตาทะเลสาบคนเดียว แต่ในเมื่อคราวนี้ต้องใช้ร่วมกัน ก็แน่นอนว่าพลังจิตวิญญาณในดวงตาทะเลสาบย่อมมีไม่มากพอให้ฝึกฝนวรยุทธถึง 3 วันแน่
แต่ถึงจะอึดอัดขัดใจก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทั้งองค์หญิงที่ 6 อู๋เจิง และคนอื่นๆ ล้วนเป็นนักเรียนเกรด 2 ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, ศิษย์พี่ในอนาคตของพวกเขา คงไม่เหมาะสมหากจะให้คนเหล่านั้นต้องใช้ดวงตาทะเลสาบร่วมกัน ขณะที่พวกเขาได้ใช้คนเดียว
พูดก็พูดเถอะ ต่อให้องค์หญิงที่ 6 ยินดีใช้ดวงตาทะเลสาบร่วมกับคนอื่น…ใครเล่าจะกล้ารับข้อเสนอ?
กล้าลบหลู่องค์หญิงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนและปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว…ใครทำได้ก็คงอยากตายเต็มที
“ผมต้องขออภัยสำหรับเรื่องนี้ด้วย ส่วนการจัดสรรที่เหลือ ขอยกให้เป็นหน้าที่ของพวกคุณ!”
เย่เฉียนพูดต่อด้วยสีหน้าขอโทษขอโพย “พวกคุณจะจัดสรรพื้นที่กันแบบไหน ผมก็ได้หมด!”
“พวกเราเลือกได้? ตามนั้น!” หลัวจ้าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ผมมีข้อเสนอ นอกจากองค์รัชทายาท ยังมีปรมาจารย์จากจักรวรรดิฮ่วนหยูอีกคนหนึ่ง ตัวเขากับกลุ่มของจักรวรรดิหงเฟิงจะใช้ดวงตาทะเลสาบสองดวงร่วมกัน ส่วนจักรวรรดิฝงยวน เฉียนเฟิงและจูเยว่จะใช้อีกสามดวงที่เหลือ!”
“ใช่ เนื่องจากจักรวรรดิหงเฟิงชนะการดวล ผมยินดีจะให้พวกเขาใช้ดวงตาทะเลสาบสองดวงเลย!” เฉินเยว่กับฝงหยู่ตาโต
หากกลุ่มของพวกเขาได้ใช้ดวงตาทะเลสาบคนละดวง ก็เท่ากับตัวแทนทั้งสามคนของแต่ละกลุ่มจะได้ใช้ดวงตาทะเลสาบคนละ 1 วัน ถือเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะหาได้
“ไม่มีทาง!”
ปรมาจารย์หงขมวดคิ้ว
ในการดวลครั้งก่อน อีกฝ่ายสูญเสียโควต้าไป 3 ที่ จึงเหลือเพียง 6 คนเท่านั้นที่จะเข้าสู่ทะเลสาบหมดจด…6 คนใช้ดวงตาทะเลสาบสามดวง กับอีก 4 คนใช้ดวงตาทะเลสาบสองดวง ก็ถือว่าเท่ากันน่ะสิ?
แล้วการดวลครั้งที่แล้วจะดวลไปเพื่ออะไร?
ฝันไปเถอะ!
“แล้วคุณจะเอายังไง?”
หลัวจ้าวขมวดคิ้ว
“เราต้องการดวงตาทะเลสาบเป็นของเราสองดวง! ส่วนที่เหลืออีกสามดวง พวกคุณกับปรมาจารย์จากจักรวรรดิฮ่วนหยูใช้ร่วมกัน!” ปรมาจารย์หงตอบ
“จะเอาดวงตาทะเลสาบไปคนเดียว 2 ดวง? ฝันไปเถอะ!” ฝงหยู่กับเฉินเยว่คำราม
ต่อให้ไม่นับโควต้าสามที่ที่พวกเขาเพิ่งเสียไป หากยอมให้จักรวรรดิหงเฟิงใช้ดวงตาทะเลสาบสองดวง ก็จะเท่ากับ 7 คนต้องใช้ดวงตาทะเลสาบสามดวงร่วมกัน เสียเปรียบขนาดนั้น จะให้ยอมได้อย่างไรล่ะ?
“ผมก็ไม่เห็นด้วย!” หลัวจ้าวส่ายหน้า
“คุณไม่เห็นด้วย? ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่ดวลกันอีกสักตั้งเพื่อตัดสินเรื่องนี้? ไวน์สมานแผลก็เยียวยาบาดแผลส่วนใหญ่ของพวกเราไปแล้วนี่!”
ปรมาจารย์หงสะบัดแขนเสื้อและลุกพรวด
หลังจากชนะการดวล 1 ต่อ 3 มาแล้ว ความมั่นใจของเขาก็พุ่งถึงขีดสุด
“ดวล?”
หลัวจ้าวกับคนอื่นๆ อ้าปากค้าง
ดวลบ้านแกสิ! แล้วอีกอย่าง เอาตาแบบไหนมองถึงเห็นว่าบาดแผลส่วนใหญ่ของพวกเราดีขึ้นแล้ว?
แกน่ะเดินเหินได้สบาย แต่ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าพวกเรายังกระย่องกระแย่ง ขนาดสภาพดีๆ ยังเอาชนะแกไม่ได้ แล้วร่อแร่แบบนี้จะเหลืออะไร?
“ทำไมล่ะ? ไม่กล้ารับคำท้าของผม? ถ้าอย่างนั้นก็เลิกหาข้อแก้ตัวเถอะ! พวกคุณน่ะได้ไวน์ สมานแผลกันไปคนละ 2 แก้วขณะที่ผมได้แก้วเดียว ถึงภายนอกผมจะดูสบายดี แต่อาการบาดเจ็บของผมก็เลวร้ายพอๆ กับคุณนั่นแหละ!”
ปรมาจารย์หงเลิกคิ้ว
“เลวร้ายพอๆ กับคุณ…แกจะบ้าหรือไง!”
หลัวจ้าวกับอีก 2 คนพูดไม่ออก
แกเดินไปไหนมาไหนได้เป็นปกติ ขณะที่พวกเรานั่งยังไม่ค่อยจะอยู่เลย ยังกล้าพูดว่าอาการบาดเจ็บของแกเลวร้ายพอๆ กับพวกเรา? รู้ตัวไหมว่าช่างหน้าด้านหน้าทนแท้ๆ …
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็สู้กัน แต่เพราะพวกเราเพิ่งดวลกันไป จะทำอะไรซ้ำๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ทำไมไม่ให้สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มรับหน้าที่แทน!”
เฉินเยว่กัดฟันและหันไปทางสมาชิกคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลัง
“จริงด้วย แทนที่จะดวลอีกรอบ ทำไมไม่ปล่อยให้พวกเขาตัดสินเรื่องนี้? เพราะถึงอย่างไร พวกเขาก็เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด!”
หลัวจ้าวตาวาววับขณะที่รีบพยักหน้า “ทีมที่ชนะจะได้เป็นผู้กำหนดเงื่อนไข!”
“ไม่! อย่างที่ผมเพิ่งพูดไป สมาชิกในทีมของคุณได้กินยาเม็ดจิตวิญญาณสอดคล้องกันหมด ไม่ยุติธรรมกับทีมของผม”
ปรมาจารย์หงรีบปฏิเสธเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนกรานจะให้ปรมาจารย์จางกับสมาชิกคนอื่นๆ เข้าดวล
แม้แต่คนที่มีวรยุทธอ่อนด้อยที่สุดในกลุ่มนั้นก็ยังมีวรยุทธสูงกว่าคนแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มของเขาถึง 1 ขั้นย่อย แล้วจะเอาอะไรไปชนะ?
ขืนตอบตกลง ก็ปิดประตูแพ้
“ยาเม็ดจิตวิญญาณสอดคล้องน่ะหาได้ทั่วไปในเมืองหลวงแห่งนี้ พวกเราจึงถือว่ามีสถานภาพเท่าเทียมกัน โทษตัวเองเถอะที่ไม่เตรียมตัวให้ดี!”
ฝงหยู่คำราม “ตกลงว่ากล้าหรือไม่กล้า? ให้ผมย้ำอีกครั้งก็แล้วกันนะว่าพวกเราเป็นเสียงข้างมาก ต่อให้คุณยืนกรานจะทำตามวิธีของตัวเอง พวกเราก็คว่ำข้อเสนอของคุณได้!”
“จริงด้วย ไม่เห็นต้องเสียเวลาทะเลาะ ถ้าไม่ดวลก็ยอมแพ้ซะ!” หลัวจ้าวเสริม
ทั้งสามตัดสินใจมั่นเหมาะแล้วว่าจะไม่มีวันดวลกับปรมาจารย์หงอีก จึงแน่นอนว่าไม่อาจยอมรับคำท้าของอีกฝ่าย
และสมาชิกในทีมของพวกเขาก็ได้กินยาเม็ดจิตวิญญาณสอดคล้องไปแล้ว ด้วยวรยุทธที่เหนือกว่า การเอาชนะกลุ่มของจักรวรรดิหงเฟิงก็ง่ายดายไม่ต่างอะไรกับปอกกล้วยเข้าปาก
“คุณ…”
เห็นทั้ง 3 ผนึกกำลังกันรับมือเขา ปรมาจารย์หงหายใจหอบด้วยแรงโทสะ เขากำลังจะอ้าปากพูด ก็พอดีกับที่จางเซวียนขัด
“เอาเถอะ เรารับคำท้า ว่าแต่…คุณไม่คิดหรือว่า 3 ต่อ 3 ออกจะยุ่งยากไปหน่อย?”
“ยุ่งยาก?”
เห็นเจ้าหนุ่มคนนั้นเอ่ยปากพูด ฝงหยู่กับหลัวจ้าวหรี่ตา “แล้วคุณจะเอายังไง?”
“ง่ายนิดเดียว ผมจะดวลกับคนของคุณอีก 9 คน…จะมาทีละคนหรือจะ 9 รุม 1 ก็ไม่เกี่ยง แค่คุณเอาชนะผมได้ จักรวรรดิหงเฟิงจะมอบดวงตาทะเลสาบส่วนของเราให้คุณทั้งหมด แต่ถ้าคุณแพ้…คุณจะต้องมอบดวงตาทะเลสาบส่วนของคุณให้เราเหมือนกัน ว่าอย่างไรล่ะ?”
จางเซวียนยิ้มอ่อนขณะจ้องหน้าพวกนั้น
“9 ต่อ 1?”
“หมอนี่ล้อเล่นแน่ๆ !”
“จริงด้วย เป็นแค่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4…คิดได้ไงว่าจะเอาชนะนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องถึง 9 คนได้? ฝันไปเถอะ!”
ผู้ฟังออกความเห็นกันอื้ออึง
สมาชิกในอีก 3 ทีมล้วนแต่เป็นผู้ชนะการประลองปรมาจารย์ พวกเขาเป็นอัจฉริยะผู้หยิ่งผยอง แล้วจะปล่อยให้ชายหนุ่มที่มีวรยุทธอ่อนด้อยกว่ามาท้าทาย? ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้!
“ปรมาจารย์หลัว ให้พวกเราสั่งสอนบทเรียนเจ้านั่นสักหน่อย มันกวนประสาทผมมาตั้งแต่ต้นแล้ว!”
ชายหนุ่มด้านหลังหลัวจ้าวลุกขึ้นยืน เขาแผ่รังสีเดือดพล่านออกมา – จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูง!
เขาคือผู้ที่มีประสิทธิภาพการต่อสู้สูงสุดในบรรดา 9 คนที่ได้กินยาเม็ดจิตวิญญาณสอดคล้อง
“ปรมาจารย์ฝง ผมไปเอง หมอนั่นทำให้คุณเดือดร้อน ถ้าผมทำให้มันยอมคุกเข่าขอโทษไม่ได้ล่ะก็ คงไม่คู่ควรจะได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฝงยวน!”
ชายหนุ่มด้านหลังปรมาจารย์ฝงลุกพรวด
หลังจาก 2 คนแรก…อีก 7 คนที่อยู่ด้านหลังปรมาจารย์ฝง ปรมาจารย์หลัว และปรมาจารย์เฉินต่างก็นั่งไม่ติด พวกเขาจ้องหน้าจางเซวียนอย่างโกรธแค้น ถ้าสายตาฆ่าคนได้ จางเซวียนคงแหลกไม่เหลือ
เห็นความโกรธแค้นและร้อนรนในดวงตาของทุกคน ปรมาจารย์หลัวถามย้ำ “พวกคุณแน่ใจนะว่าจะดวลกับเขา?”
“ใช่!”
“หมอนั่นไม่เคารพผู้อาวุโสเลย สมควรได้รับบทเรียน!”
ทั้งกลุ่มคำรามกร้าว
มีไม่กี่คนที่รู้ว่าปรมาจารย์ฝงร่วงลงมาจากท้องฟ้าเพราะชายหนุ่มคนนี้ แต่ทุกคนได้เห็นแล้วว่าหมอนั่นทำให้ปรมาจารย์หลัวต้องเดือดร้อนแค่ไหน
แผนการดวลระหว่างปรมาจารย์หงกับปรมาจารย์อีก 3 คนก็เป็นความคิดของเขา ทั้งตอนนี้ยังมาพูดจาโอหังอีก ยกโทษให้ไม่ได้!
“เอ่อ…”
ปรมาจารย์หลัวหันไปทางปรมาจารย์ฝงกับปรมาจารย์เฉิน
เรื่องนี้สำคัญมาก เขาไม่อาจพูดแทนคนทั้งกลุ่มได้
เพราะตอนแรกก็ไม่มีใครคิดว่าปรมาจารย์หงจะเอาชนะทั้งสามได้เหมือนกัน…แต่ความเป็นจริงก็ปรากฏให้เห็นแล้ว
หมอนั่นดูเหมือนจะอ่อนด้อยที่สุดในกลุ่ม แต่ถ้าเขามีไม้ตายซ่อนไว้ล่ะ?
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกคุณจะลังเลนานขนาดนี้! ถ้าไม่กล้าตอบรับล่ะก็…ลืมซะเถอะ ผมรู้อยู่แล้วว่าพวกคุณมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด ปรมาจารย์? อัจฉริยะ? เฮ่อออ!”
ยังไม่ทันที่ปรมาจารย์ฝงกับปรมาจารย์เฉินจะตัดสินใจ ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ส่ายหน้า อย่างเซ็งๆ
“แก…”
ปรมาจารย์หลัวกับคนอื่นๆ โมโหเดือด
ไอ้หมอนี่มันจะเกินไปแล้ว!
โดยเฉพาะสีหน้าที่เห็นในตอนนี้ มันแดกดันเยาะเย้ยกันชัดๆ !
หลัวจ้าวกัดฟันกรอด “ก็ได้ พวกเรารับคำท้า!”
“ถ้าผมแพ้ ดวงตาทะเลสาบของจักรวรรดิหงเฟิงจะเป็นของคุณ แต่ถ้าคุณแพ้ ดวงตาทะเลสาบของพวกคุณจะต้องตกเป็นของเรา ขอยืนยันอีกครั้ง คำพูดของผมเป็นตัวแทนของทั้งทีม!” จางเซวียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ก็ได้!”
หลัวจ้าวหันไปเรียกชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง “หลี่ซิ่วเหลียน!”
“ปรมาจารย์หลัว!”
นักรบจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูงที่ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับจางเซวียนเป็นคนแรกก้าวออกมา
เขาคือแชมป์การประลองปรมาจารย์จากจักรวรรดิเฉียนเฟิง, คุณชายซิ่วเหลียน
หลัวจ้าวกำหมัดแน่นและสั่งการ “ไปสั่งสอนบทเรียนให้มัน ทำให้มันรู้ว่ายังมีภูเขาที่สูงกว่าเสมอ!”
ในการดวลทั่วไประหว่างปรมาจารย์ ต่อให้โกรธแค้นกันแค่ไหน ก็เป็นที่รู้กันว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหยุดทันทีเมื่อเห็นแล้วว่าได้ชัยชนะ แต่ปรมาจารย์หลัวกำลังบอกคุณชายซิ่วเหลียนให้อัดจางเซวียนให้ยับ บ่งบอกถึงความโกรธสุดๆ ของเขา
“ไม่ต้องห่วง ปรมาจารย์หลัว ผมจะทำให้มันรู้ซึ้งว่านักรบขจัดสิ่งมัวหมองกับจิตวิญญาณสอดคล้องห่างชั้นกันขนาดไหน!”
คุณชายซิ่วเหลียนก้าวออกไปและคำรามใส่จางเซวียน “โอหังนักใช่ไหม? มา ขอดูหน่อยสิว่าจะเก่งแต่ปากหรือเปล่า!”
“ปรมาจารย์จาง…ระวังด้วย!” ปรมาจารย์หงร้องบอกด้วยความเป็นห่วง
เขามั่นใจเต็มเปี่ยมในทักษะของปรมาจารย์จาง แต่คู่ต่อสู้เป็นถึงนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูง วรยุทธห่างกันเกินไป!
หากปรมาจารย์จางแพ้ จักรวรรดิหงเฟิงจะต้องสูญเสียดวงตาทะเลสาบไปทั้งหมด ทุกสิ่งที่ได้พากเพียรทำมาย่อมสูญเปล่า
หลัวชุนกับปี้เจียงไห่ที่อยู่ด้านหลังก็ขมวดคิ้ว
ปรมาจารย์จางทำผลงานได้โดดเด่นมากเมื่อครั้งที่ประลองในสมาพันธ์นานาอาณาจักร แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเขาจะรับมือกับนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูงได้
“อย่าห่วงน่ะ!”
เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของทุกคน จางเซวียนหัวเราะหึๆ เขาเดินไปจ้องหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางห้องก่อนจะพูดว่า “ผมว่าคุณคนเดียวน่ะไม่พอมือหรอก พาอีก 8 คนมาด้วยเลย ไม่อย่างนั้น ผมจะรู้สึกว่ากำลังรังแกพวกคุณทุกคน!”
“แก…”
เห็นอีกฝ่ายยังโอหังไม่เลิก คุณชายซิ่วเหลียนกำหมัดแน่น “ไม่ต้องหรอก ฉันคนเดียวก็เกินพอ!”
ฟึ่บ!
เขาคำรามลั่นและปล่อยหมัดใส่หน้าจางเซวียน
จิตวิญญาณของนักรบขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องจะแยกตัวเป็นอิสระกับร่างกาย ท่ามกลางลมหอบใหญ่ที่พัดวูบหิวอย่างบ้าคลั่ง ยังมีแรงกดดันมหาศาลจากจิตวิญญาณที่ทำให้คู่ต่อสู้หมดหนทางหนี
ถ้าเป็นนักรบขจัดสิ่งมัวหมองขั้นสูงสุดคนอื่น เจอการออกตัวแบบนี้เข้าไปก็จอดแล้ว
แต่จางเซวียนไม่ใช่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ธรรมดา เมื่อเห็นหมัดนั้น เขาได้แต่หัวเราะหึๆ จากนั้น ก็งอนิ้วกลางกับนิ้วโป้งเข้าด้วยกัน…และดีดเบาๆ
ฟึ่บ!
ปลายนิ้วของจางเซวียนปะทะกับหมัดของคุณชายซิ่วเหลียน ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ลอยโด่งไปเสียแล้ว หลังจากลอยไป 10 กว่าเมตรก็ตกลงในอ่างไวน์ใบใหญ่ ทั้งตัวชุ่มโชกไปหมด
จางเซวียนยืนเอาสองมือไพล่หลังและจ้องหน้าคุณชายซิ่วเหลียนพร้อมกับหัวเราะหึๆ “ดูเหมือนว่า…
“…คุณคนเดียวน่ะไม่พอ!”
