ตอนที่ 641 ซึมซับอย่างบ้าคลั่ง
“ขี้โกง?”
จางเซวียนเกาหัวยิก
จะว่าไป สิ่งที่เขาทำก็ดูเหมือนขี้โกงจริงๆ
เพราะขณะที่คนอื่นใช้ร่างกายเป็นสะพานถ่ายทอดพลังเข้าบ่มเพาะจิตวิญญาณ แต่เขากลับถอดจิตลงไปในดวงตาทะเลสาบ และซึมซับพลังจิตวิญญาณโดยตรง
สิ่งนี้ก็เหมือนกับการที่ผลกำไรของผู้ค้าปลีกถูกตัดหน้า เมื่อมีคนกลางระหว่างพวกเขากับผู้ผลิต
แต่ถ้าจะพูดอย่างเป็นกลาง เขาก็ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออาวุธใด ทุกอย่างเป็นความสามารถของตัวเขาทั้งนั้น จึงไม่ใช่การขี้โกงเสียทีเดียว
“ก็ใช่น่ะสิ ขี้โกง ถ้าไม่โกง คุณจะซึมซับพลังจิตวิญญาณรวดเร็วแบบนั้นได้ไง?”
องค์หญิงเฟยเอ๋อถลึงตา
“เอ่อ…” จางเซวียนไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
เรื่องเกี่ยวกับผู้พยากรณ์จิตวิญญา เป็นเรื่องที่ไม่ควรให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะยุ่งยากขึ้นอีกมาก
จางเซวียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนให้คำตอบ “ถ้าผมโกง คุณก็ต้องจับได้อยู่แล้ว ถ้าระดับองค์หญิงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนยังหาวิธีตุกติกไม่ได้ ผมจะไปทำได้อย่างไร? ถ้าคุณไม่เชื่อ ทำไมเราไม่สลับดวงตาทะเลสาบกัน?”
“ดวงตาทะเลสาบของคุณน่ะ พลังงานแทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว ใครจะอยากได้?” องค์หญิงเฟยเอ๋อกลอกตา
ฝันไปเถอะ! คุณน่ะซึมซับพลังจิตวิญญาณจนเกือบหมดแล้ว ขืนสลับกัน แล้วฉันจะไปซึมซับอะไร?
“ท่านอาจารย์ ฉันจะสลับกับคุณเอง…”
หลัวฉีฉีเสนอแลกดวงตาทะเลสาบของเธอกับจางเซวียน
ในกลุ่มที่มาจากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน เธอคือผู้แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งก็สำเร็จวรยุทธสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดแล้ว
ด้วยระดับวรยุทธของเธอ ทะเลสาบหมดจดส่งผลกระทบได้เพียงในระดับจำกัด ด้วยเหตุนี้ เธอจึงอยากแลกดวงตาทะเลสาบกับจางเซวียน เพื่อจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายทำอย่างไรจึงซึมซับพลังจิตวิญญาณจากดวงตาทะเลสาบได้รวดเร็วแบบนั้น
“เอ่อ…”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนพยักหน้า
ระดับวรยุทธของจิตวิญญาณของเขาเพิ่งจะสูงขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ดวงตาทะเลสาบก็เกือบจะเหือดแห้งแล้ว เขาคงนั่งรอนอนรอเฉยๆให้มันเหือดแห้งไปไม่ได้!
จางเซวียนสลับดวงตาทะเลสาบกับหลัวฉีฉี
“เอาล่ะ ฝึกฝนวรยุทธต่อได้แล้ว ถ้าคุณทำได้เร็วเท่าเดิมล่ะก็ ฉันจะเชื่อว่าคุณไม่ได้ขี้โกง!”
องค์หญิงเฟยเอ๋อคำราม
คราวนี้เธอจ้องดวงตาทะเลสาบของจางเซวียนแบบตาไม่กระพริบ อยากดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอาอะไรใส่ลงไปในทะเลสาบเพื่อขี้โกง
“เฮ่อออ!”
จางเซวียนส่ายหน้า ร่างของเขากระตุกเล็กน้อยขณะถอดจิตออกจากกายเนื้อ
ต่อให้ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณระดับ 6 ดาว ก็มองไม่เห็นจิตวิญญาณของเขา แน่นอนว่าทั้งคู่มองไม่เห็นเช่นกัน
ฟู่!
ทันทีที่เขาเริ่มฝึกฝนวรยุทธ ธูปชำระวิญญาณทั้ง 3 ดอกที่ลอยอยู่ในทะเลสาบก็เริ่มมอดไหม้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทั้ง 3 ดอกก็ไหม้หมด
จางเซวียนจำเป็นต้องดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่างอย่างช่วยไม่ได้
เขานึกว่าเปลี่ยนดวงตาทะเลสาบแล้วอะไรๆจะดีขึ้น ไม่นึกเลยว่าจะได้ผลเหมือนเดิม
พลังจิตวิญญาณเหือดแห้งไปหมดตั้งแต่ก่อนที่จิตวิญญาณของเขาจะได้ซึมซับมันเข้าไปเสียอีก…
ถ้ามีพลังจิตวิญญาณอยู่น้อยนิดแบบนี้ เขาจะฝึกฝนวรยุทธได้อย่างไร?
คงยังจำกันได้ว่าตอนที่จิตวิญญาณของเขาพัฒนาตัวเองนั้น จางเซวียนได้สูบพลังงานจากน้ำหล่อเลี้ยงของทะเลสาบหยิน-หยางจนเหือดแห้งไปหมด
จางเซวียนมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างหงุดหงิด
“คุณก็เห็นหมดแล้วนี่ ผมขี้โกงหรือเปล่า?”
“เอ่อ…” องค์หญิงเฟยเอ๋อหน้าแดงก่ำและตอบอย่างกระอักกระอ่วน “ไม่!”
เธอสงสัยในความชอบธรรมของฝ่าย แต่เขาก็ใช้ความสามารถอันน่าทึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคิดผิด…แล้วจะให้ตอบอะไร?
องค์หญิงแทบหายใจหายคอไม่ออก อยากกระอักเลือดเต็มที
ถ้าเธอรู้ว่าหมอนี่จะซึมซับพลังจิตวิญญาณได้เร็วขนาดนี้ จะไม่มีวันแข่งกับเขาเลย
นี่เท่ากับรนหาคนตบหน้า?
ดูเหมือนพนันกันไปก็ไร้ประโยชน์ ชะตาลิขิตมาแล้วให้เธอแพ้…
“เอาเถอะ คุณก็รีบฝึกฝนวรยุทธเข้า”
เห็นองค์หญิงน้ำตาไหลพราก จางเซวียนก็ทำอะไรไม่ถูก เขาโบกมือแล้วพูดต่อ “อย่าเพิ่งตกอกตกใจ ยังมีโอกาสที่คุณจะชนะ…”
เขาให้สัญญากับชิงย่วนไว้แล้วว่าจะปล่อยให้องค์หญิงชนะ จะยอมให้เธอถอดใจตอนนี้ไม่ได้!
“โอกาส…”
หลัวฉีฉีกลอกตา
นี่คุณหลอกใคร?
ธูปชำระวิญญาณ 3 ดอกก็มอดไหม้เกือบหมดภายใน 5 นาที ขณะที่ของพวกเราเพิ่งไหม้ตรงปลายไปแค่ดอกเดียว เฟยเอ๋อจะเอาอะไรมาชนะ?
ควรจะปลอบให้จริงใจกว่านี้!
“ท่านอาจารย์พูดถูกนะ พวกเรารีบฝึกฝนวรยุทธดีกว่า อย่าทำให้เสียโอกาส…”
ถึงหลัวฉีฉีจะแทบปรี๊ดกับคำพูดของจางเซวียน แต่เธอก็ให้กําลังใจเพื่อนรัก
“ก็ได้!”
องค์หญิงพยักหน้าก่อนจะหลับตาเพื่อฝึกฝนวรยุทธต่อ
ถึงเธอจะรู้ว่าโอกาสเอาชนะแทบเป็นศูนย์ แต่การฝึกฝนที่นี่ก็มีประโยชน์ต่อจิตวิญญาณ เป็นโอกาสที่ไม่ควรปล่อยให้เสียไป
เห็นเพื่อนรักตั้งต้นฝึกฝนวรยุทธต่อ หลัวฉีฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอชำเลืองมองจางเซวียนแวบหนึ่งก่อนจะหลับตา
แม้ระดับพลังจิตวิญญาณในดวงตาทะเลสาบที่เคยเป็นของจางเซวียนจะใกล้เหือดแห้งแล้ว แต่ด้วยระดับวรยุทธของเธอ ก็ยังเพียงพอไปอย่างน้อยอีกครึ่งวัน
จางเซวียนกุมขมับขณะจ้องดูทั้งสองคนฝึกฝนวรยุทธต่อ
ถ้าเขายังขืนใช้จิตวิญญาณซึมซับต่อไป ธูปชำระวิญญาณคงมอดไหม้ไม่เหลือภายในไม่ถึง 1 นาที
โอกาสจะได้เข้ามาทะเลสาบหมดจดแห่งนี้ก็แสนยาก เขาจะกลับออกไปโดยไม่ได้อะไรเลยหรือ?
ถ้าเทียบกับทั้งหมดที่ทำมา ก็รู้สึกว่าตัวเองขาดทุนย่อยยับ
แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำได้อีกแล้ว
การจะซึมซับพลังจิตวิญญาณให้ช้าลงโดยใช้ร่างกายแทนก็ไม่มีประโยชน์
“เราจะทำไงดี?”
จางเซวียนท้อใจ เขากำลังคิดจะเลิกซึมซับพลังจิตวิญญาณในดวงตาทะเลสาบและกลับออกไป ก็พอดีกับที่เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาตาโต
“ใช่สิ! เราลืมหอสมุดเทียบฟ้าไปได้อย่างไร?”
เขามัวแต่ง่วนกับการฝึกฝนวรยุทธจนลืมนึกถึง
จางเซวียนใช้ปลายนิ้วสัมผัสทะเลสาบและตั้งสมาธิ
“ข้อบกพร่อง!”
จากนั้น หนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏในหัว
“ทวีปแห่งปรมาจารย์, ดวงตาทะเลสาบของทะเลสาบหมดจดแห่งจักรวรรดิฮ่วนหยู มีพลังจิตวิญญาณที่สามารถบ่มเพาะจิตวิญญาณและยกระดับวรยุทธให้กับจิตวิญญาณได้ ข้อบกพร่อง : ข้อ 1, มีพลังจิตวิญญาณอยู่น้อยเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำในทะเลสาบ หากผู้นั้นใช้จิตวิญญาณของตัวเองซึมซับโดยตรง จะเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็วมาก ข้อ 2…”
หนังสือระบุข้อบกพร่องไว้อีกหลายข้อ
“มีพลังจิตวิญญาณน้อยเกินไป? ใช่เลย! พลังจิตวิญญาณจากดวงตาทะเลสาบก็มีต้นกำเนิดจากทะเลสาบ แล้วถ้าเราสามารถซึมซับพลังจิตวิญญาณจากทะเลสาบโดยตรงล่ะ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังจิตวิญญาณจะเหือดแห้งอีก!”
หลังจากอ่านข้อบกพร่องข้อแรก จางเซวียนตาโตก่อนจะหันกลับมาจับจ้องทะเลสาบที่อยู่ข้างๆ
กระแสพลังงานเชี่ยวกรากรุนแรงที่อยู่ในทะเลสาบหมดจดสร้างความพรั่นพรึงให้ทุกคนที่ได้เห็น ทำให้พวกเขาไม่กล้าแตะต้อง
ซึ่งหากเปรียบเทียบกัน ดวงตาทะเลสาบนั้นราบเรียบกว่ากันมาก กระแสพลังจิตวิญญาณในดวงตาทะเลสาบดูเชื้อเชิญกว่ากระแสเชี่ยวกรากจากภายนอก
ก็เหมือนกับการวางถังสักใบไว้บนหาดทราย ไม่ช้าคลื่นก็จะซัดน้ำทะเลเข้าใส่จนเต็ม ดวงตาทะเลสาบมีพลังจิตวิญญาณจากทะเลสาบเข้าไปเต็มเปี่ยมก็เพราะแรงกดดันเหล่านั้น จึงเป็นธรรมดาที่ปริมาณพลังจิตวิญญาณภายในจะเทียบได้กับน้ำเพียงหนึ่งหยดในมหาสมุทร
ถ้าจางเซวียนอยากซึมซับพลังจิตวิญญาณให้มากกว่านี้ ทะเลสาบหมดจดอันใหญ่โตถือเป็นเดิมพันที่เข้าท่าที่สุด
“แต่ว่า…ดวงตาทะเลสาบทำให้อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลางแหลกเหลวได้ เราต้องทนไม่ได้แน่!”
ถึงจางเซวียนจะรู้ว่ามีพลังจิตวิญญาณอยู่มากมายในทะเลสาบ เขาก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามไปโดยเฉพาะเมื่อภาพที่ได้เห็นยังติดตา
ทะเลสาบหมดจดหลอมละลายได้แม้กระทั่งอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง ถึงจางเซวียนจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของเขา ก็คงเทียบกับอาวุธระดับนั้นไม่ได้
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ จางเซวียนกำลังจะถอดใจแล้ว แต่จู่ๆก็ตบหน้าผากป้าบและตาวาวขึ้นมา “เฮ้ย? โง่อะไรแบบนี้!”
“กายเนื้อของเราทนไม่ได้ แต่จิตวิญญาณทนได้นี่!”
สำหรับคนอื่น การที่จิตวิญญาณแยกขาดจากกายเนื้อหมายถึงความตาย แต่จางเซวียนเป็นข้อยกเว้น เขาได้รับถ่ายทอดมรดกของผู้มีจิตวิญญาณไว้มากมาย จึงสามารถแยกจิตวิญญาณออกจากกายเนื้อและส่งมันลงไปในทะเลสาบได้
พลังแผดเผาที่อยู่ภายในทะเลสาบอาจหลอมละลายอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลางได้ ซึ่งก็อาจทำร้ายจิตวิญญาณของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณตนอื่นๆได้ด้วย แต่ด้วยการฝึกฝนศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้า จางเซวียนไม่ต้องเผชิญกับการเสื่อมถอยทั้ง 5 พลังงานแผดเผาจึงทำอะไรจิตวิญญาณของเขาไม่ได้!
และอีกอย่าง ด้วยธรรมชาติของจิตวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้ พลังเกรี้ยวกราดที่อยู่ในทะเลสาบน้ำจืดซึ่งสามารถฉีกกระชากทุกอย่างให้เป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดายก็ย่อมไม่อาจทําอันตรายจิตวิญญาณของเขา
“ต้องลอง!”
เมื่อคิดหน้าคิดหลังดีแล้ว จางเซวียนก็ลงนั่งขัดสมาธิ จากนั้นก็ถอดจิตออกจากกายเนื้อ
จิตวิญญาณของเขาลอยละล่องไปในอากาศจนถึงเขตแดนระหว่างพื้นดินกับทะเลสาบ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จุ่มมือลงไป
ซูมมม!
มือของเขาอยู่ในน้ำ
“ไม่เป็นไรนี่…”
หลังจากดูจนแน่ใจแล้วว่าจิตวิญญาณของเขาคงไม่ได้รับอันตรายแน่ จางเซวียนตาวาวด้วยความตื่นเต้น เขาจุ่มจิตวิญญาณทั้งตัวลงไปในทะเลสาบ
กระแสพลังงานเกรี้ยวกราดที่สามารถหลอมละลายได้แม้อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง กลับไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
“ซึมซับ!”
จางเซวียนเคลื่อนตัวไปยังใจกลางทะเลสาบ เขาลงนั่งขัดสมาธิและขับเคลื่อนศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าทันที
ฟิ้วววว!
พลังจิตวิญญาณถูกดูดเข้าสู่จิตวิญญาณของเขาผ่านจุดชีพจรหลายจุด ทำให้ระดับวรยุทธเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จางเซวียนแทบจะไชโยโห่ร้อง
“พลังจิตวิญญาณเข้มข้นอะไรขนาดนี้…”
จริงแท้แน่นอน เมื่อประตูบานหนึ่งปิด อีกบานจะเปิดออก
ตอนแรก เขาคิดว่าทะเลสาบหมดจดคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เพราะธูปชำระวิญญาณทั้ง 3 ดอกก็มอดไหม้เร็วแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็ต้องดีใจสุดขีด เพราะจิตวิญญาณของเขากำลังเริงร่าซึมซับพลังจิตวิญญาณจากทะเลสาบหมดจดโดยตรง
ปริมาณพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในดวงตาทะเลสาบเทียบอะไรกับตรงนี้ไม่ได้เลย จางเซวียนไม่ต้องยั้งมือแล้ว!
“ให้ตัวโคลนมาซึมซับด้วยดีกว่า!” จางเซวียนคิด
ตัวโคลนของเขาก็ต้องยกระดับวรยุทธเหมือนกัน ในเมื่อคราวนี้เป็นโอกาสงาม ก็น่าจะดีที่สุดหากให้ตัวโคลนมาฝึกวรยุทธด้วย
จางเซวียนเพ่งสมาธิไปที่แหวน และในพริบตา ตัวโคลนก็มาปรากฏในดวงตาทะเลสาบ
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นว่ามีจางเซวียน 2 คน เขารีบสั่งการให้ตัวโคลนซ่อน โชคดีที่มีพลังจิตวิญญาณปกคลุมอยู่หนาแน่น ทั้งสองสาวจึงไม่เห็นอะไร
“เพราะตัวโคลนถูกหลอมขึ้นจากบัวเก้าหัวใจ คงไม่กลัวน้ำในทะเลสาบแน่”
เพราะวัสดุที่ใช้หลอมตัวโคลนของเขาคือสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพเจ้า ไม่มีทางที่ทะเลสาบหมดจดจะทำอะไรได้
แต่เพื่อความปลอดภัย จางเซวียนให้ตัวโคลนจุ่มมือลงไปก่อน แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“มานี่!”
จางเซวียนเรียกตัวโคลนให้มาอยู่ตรงจุดเดียวกับจิตวิญญาณของเขา แล้วทั้งคู่ก็นั่งเคียงข้างกัน
“ฝึกฝนวรยุทธกันเถอะ!”
ตัวโคลนถอดจิตออกมา แล้วจิตวิญญาณ 2 ดวงก็ตั้งต้นซึมซับพลังจิตวิญญาณจากทะเลสาบ
ครืนนนนน!
ราวกับมีคลื่นยักษ์เกิดขึ้นใจกลางทะเลสาบหมดจด พลังจิตวิญญาณโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
เพราะได้ยาบำรุงชั้นยอด จิตวิญญาณ 2 ดวงจึงเติบโตขึ้นไม่หยุด จากเดิมที่มีขนาดเท่ากับกายเนื้อ ก็ใหญ่และสูงขึ้นอีก
2 เมตร, 3 เมตร, 4 เมตร…
ก่อนหน้านี้ หลังจากได้ซึมซับพลังจิตวิญญาณจากน้ำหล่อเลี้ยงทะเลสาบหยิน-หยาง จิตวิญญาณของจางเซวียนมีความสูง 3 เมตร ซึ่งตอนนี้ก็สูงใหญ่ขึ้นอีก
ได้พลังจิตวิญญาณปริมาณมหาศาลเข้าไป ผ่านไป 4 ชั่วโมง…จิตวิญญาณทั้ง 2 ดวงก็มีความสูงราว 5 ถึง 6 เมตร
ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับยักษ์
