ตอนที่ 703 บันไดสวรรค์ธุลีแดงฉบับสมบูรณ์
“แลกหนังสือเทคนิควรยุทธ 1 เล่มกับพวงเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 สองพวง?”
“ถ้าได้มาล่ะก็ รวยไม่รู้เรื่อง!”
“จริงด้วย! และอีกอย่าง เขาก็แค่ดู คืนนี้ผมจะทำสำเนาหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลไว้ และเอามาพรุ่งนี้!”
“ผมก็จะทำเหมือนกัน!”
เมื่อได้ฟังคำพูดเป็นมั่นเหมาะของจางเซวียน นัยน์ตาของทุกคนก็วาววับด้วยความโลภ บางคนถึงกับเข้าไปดูว่าหนังสือเทคนิควรยุทธชนิดไหนที่ปรมาจารย์จางเลือกไว้
“ไปกันเถอะ!”
จางเซวียนไม่แยแสฝูงชน เขาชำเลืองมองปรมาจารย์หง และทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นหลังจอมอสูรปีกม่วงก่อนจะบินกลับที่พัก
เมื่อเห็นว่าจางเซวียนจากไปด้วยอสูรวิเศษทรงพลังตัวหนึ่ง ขณะที่พวกเขาต้องกลับไปด้วยเรือโปเก แต่ละคนก็อดอิจฉาลึกๆไม่ได้
คนเราก็ช่างเหลื่อมล้ำกันเสียจริง!
ศิษย์พี่ฝงกับชายหนุ่มแทบปล่อยโฮ
ทั้งคู่มาที่นี่เพื่อหวังจะขายทรัพย์สมบัติบางอย่างของตัวเอง แต่ทุกคนหันไปสนใจปรมาจารย์จางกันหมด ไม่มีแม้สักคนที่จะเหลียวแลข้าวของที่พวกเขานำออกมา
ทั้งคู่ท้อใจจนแทบกระอักเลือด
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อจางเซวียนกับปรมาจารย์หงจากไปแล้ว ทั้งสองได้แต่หงอยกลับที่พัก จากนั้นก็ขังตัวเองไว้ ไม่ออกมาพบหน้าพบตาใคร
บ้าที่สุด! แค่ 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็ช้ำชอกจนสุดจะบรรยายแล้ว ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปล่ะก็ เอาหัวโขกเสาตายจะดีกว่า…
ทันทีที่กลับถึงห้อง จางเซวียนประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นจิตวิญญาณสอดคล้อง และตั้งต้นฝึกฝน ทำให้พลังปราณของเขาบริสุทธิ์และเสถียรกว่าเดิม จากนั้นก็เรียบเรียงเทคนิควรยุทธฉบับเรียบง่าย เพื่อให้เหมาะสมกับการถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์
จางเซวียนเรียบเรียงเสร็จ ก็พอดีกับที่หวังหยิ่งฝ่าดานวรยุทธได้สำเร็จเช่นกัน เมื่อความใสกระจ่าง กับความมัวหมองในร่างกายถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว พละกำลังของเธอก็เพิ่มขึ้นอีกมาก
เมื่อเห็นหวังหยิ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มอีกครั้ง ทั้งเจิ้งหยางกับหลิวหยางก็รีบกลับไปตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนวรยุทธของตัวเอง หมายมั่นจะตามเธอให้ทัน
อาจารย์ของพวกเขามีศิษย์สายตรงทั้งหมด 6 คน ซึ่งใน 6 คนนี้ จ้าวหย่าจากไปยังที่ราบธารน้ำแข็ง ขณะที่ลู่ชงกำลังอยู่ระหว่างการเสาะหาอาณาจักรเก่าแก่ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ มาตอนนี้ แม้แต่หยวนเทาก็กำลังจะได้กลับไปสืบทอดมรดกที่ตระกูลหยวนอันแข็งแกร่งของตัวเอง หากพวกเขาไม่เร่งรีบฝึกฝน จะต้องล้าหลังเพื่อนแน่!
จางเซวียนรู้ดีว่าทั้งสองรู้สึกอย่างไร จึงตั้งใจชี้แนะข้อบกพร่องและวิธีพัฒนาวรยุทธให้เจิ้งหยางกับหลิวหยางอย่างอดทน
กว่าจะเสร็จสิ้นก็ดึกแล้ว
หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มทั้งคืน วันรุ่งขึ้นจางเซวียนก็เดินทางไปตลาดนัดอีก คราวนี้มีฝูงชนมารวมตัวกันมากมาย ทุกคนต่างรวบรวมหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลจำนวนมหาศาล เพื่อหวังจะมาแลกเปลี่ยนกับเขา
จางเซวียนทำแบบเดียวกับเมื่อวาน คือสุ่มเลือกหนังสือมา 1 เล่ม โดยแลกกับพวงเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 สองพวง และปฏิเสธหนังสือที่เหลือ แต่แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะถ่ายโอนหนังสือทุกเล่มเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า
ภายในเวลาไม่ถึง 2 วัน เขาถ่ายโอนหนังสือไปได้ราว 700 เล่มแล้ว แม้จะยังไม่มากพอกับการประมวลขึ้นเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้า แต่ก็ถือว่าอีกไม่ไกล
หลังจากจัดการธุระวุ่นวายทั้งวัน จางเซวียนก็จากมาพร้อมกับสัญญาว่าวันรุ่งขึ้นจะแลกพวงเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 สามพวงกับหนังสือเทคนิควรยุทธ 1 เล่ม ทำให้ฝูงชนฮือฮาขึ้นอีก
เพราะนักเรียนใหม่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นนักรบจิตวิญญาณสอดคล้อง พวกเขาจึงไม่มีหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลอยู่กับตัวเองมากนัก ทั้งส่วนใหญ่ยังมาจากจักรวรรดิขั้น 2 ซึ่งมีหนังสือเทคนิควรยุทธและผู้เชี่ยวชาญขั้นสะพานจักรวาลอยู่เพียงหยิบมือ
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 3 จางเซวียนจึงรวบรวมหนังสือได้อีกเพียง 200 เล่ม
แต่จำนวน 900 เล่มที่มีอยู่ตอนนี้ ก็ถือว่าไม่ห่างจากเป้าหมาย 1000 เล่มแล้ว
อันที่จริง จำนวน 1,000 เล่มเป็นเพียงการกะประมาณคร่าวๆ หากหนังสือเทคนิควรยุทธที่เขาถ่ายโอนได้มีความล้ำลึกพอที่จะเติมเต็มข้อบกพร่องซึ่งกันและกันล่ะก็ เขาก็สามารถประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขึ้นได้ ไม่ว่าจะมีหนังสือถึง 1,000 เล่มหรือไม่ ขณะที่จางเซวียนกำลังคิดจะทดลอง ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างคาดหวัง
“ผมไม่มีหนังสือเทคนิควรยุทธ แต่มีหนังสือเทคนิคการต่อสู้…คุณอยากดูไหม มันอาจจะใช้การได้?”
จางเซวียนเงยหน้าดูและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองเขาอย่างคาดหวัง “ตอนนี้ ผมกำลังต้องการเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 จริงๆ หากคุณจะยอมยกเว้นให้ล่ะก็ ผมจะสำนึกในบุญคุณอย่างมาก…”
“เทคนิคการต่อสู้?” จางเซวียนชะงักไปครู่หนึ่ง “เทคนิคการต่อสู้ชนิดไหนล่ะ? ขอผมดูหน่อย!”
“ได้สิ!”
ชายหนุ่มสะบัดข้อมือ แล้วม้วนไผ่คร่ำคร่าก็ปรากฏ
“มันเป็นเทคนิคการเคลื่อนไหว แต่…ไม่สมบูรณ์แบบ…” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน
เขาได้ม้วนไผ่คร่ำคร่าม้วนนี้มาโดยบังเอิญ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ไม่ช้าก็ได้รู้ว่าส่วนหนึ่งของเทคนิคการเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ในม้วนไผ่นี้ฉีกขาดไป หรือเสียหายไปด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ทำให้ไม่สามารถฝึกฝนได้
และในตอนนี้ เขาก็กำลังอยากได้เครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 อย่างที่สุดเพื่อนำไปผสมยา จึงตัดสินใจนำม้วนไผ่นี้ออกมา โดยหวังว่าอาจจะเข้าตาอีกฝ่าย
“เทคนิคการเคลื่อนไหว?”
เมื่อรู้ว่าเป็นเทคนิคการต่อสู้ฉบับไม่สมบูรณ์ จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสมัน
วิ้ง!
ม้วนไผ่คร่ำคร่าที่มีหน้าตาเหมือนกันเป๊ะปรากฏขึ้นในหอสมุดเทียบฟ้า หลังจากกวาดสายตาดู จางเซวียนก็ได้แต่ส่ายหน้า
เทคนิคการต่อสู้ที่บันทึกไว้ในม้วนไผ่ถือเป็นเทคนิคขั้นสูงมาก เรียกได้ว่าล้ำค่าจนประเมินมิได้ แต่ก็อย่างที่อีกฝ่ายบอกไว้ คือมันไม่สมบูรณ์ แม้แต่หอสมุดเทียบฟ้าก็ไม่อาจอุดช่องโหว่ของมัน ทำให้ไม่มีทางเรียนรู้หรือฝึกฝนได้เลย
พูดง่ายๆก็คือ…ไร้ประโยชน์!
‘คุณคิดจะแลกเจ้าสิ่งนี้กับเครื่องในอสูรวิเศษขั้น 8 หรือ? ฝันไปแล้วล่ะ!’
จางเซวียนส่ายหน้าและกำลังจะปฏิเสธอีกฝ่าย ก็พอดีกับที่เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
‘ดูเหมือนเทคนิคการเคลื่อนไหวเรียงร้อยเมฆนี้จะมีบางอย่างสอดคล้องกับบันไดสวรรค์ธุลีแดง สงสัยจริงว่าจะประมวลทั้งสองเทคนิคเข้าด้วยกันได้ไหม…’
บันไดสวรรค์ธุลีแดงเป็นศาสตร์ลับที่เขาได้เรียนรู้มาโดยบังเอิญจากผู้อาวุโสคนหนึ่งที่สมาคมนักตรวจสอบสมบัติ หลังจากประมวลมันเข้ากับเทคนิคการเคลื่อนไหวอีกหลายเล่ม เขาก็สามารถบินได้แม้ตัวเองจะยังมีวรยุทธไม่ถึงระดับเซียน แต่มันก็ยังมีข้อบกพร่องข้อใหญ่ คือสิ้นเปลืองพลังปราณมาก ถ้าไม่ใช่เพราะจางเซวียนมีพลังปราณเทียบฟ้าที่บริสุทธิ์กว่าธรรมดาล่ะก็ เขาคงไม่อาจลอยตัวอยู่กลางอากาศได้แม้เพียงระยะสั้นๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา จางเซวียนพยายามหาเทคนิคการต่อสู้ที่จะนำมาเติมเต็มข้อบกพร่องหลักๆของเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดง แต่หนังสือที่เขาได้เจอก็ล้วนแต่มีระดับขั้นต่ำเกินไป บางที…เทคนิคที่ไม่สมบูรณ์ฉบับนี้อาจแก้ไขปัญหาได้!
ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้ จางเซวียนจึงนำเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงในหอสมุดเทียบฟ้าออกมา
‘ประมวล!’
เขาพึมพำในใจ จากนั้นก็เกิดแสงเจิดจ้าระเบิดออกไปโดยรอบ หนังสือเล่มใหม่ปรากฏขึ้น – เคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงฉบับปรับปรุงใหม่
“ไม่มีข้อบกพร่องเลย?”
หลังจากตรวจสอบรายละเอียด จางเซวียนตาวาวด้วยความตื่นเต้น
เมื่อประมวลเทคนิคการเคลื่อนไหวเรียงร้อยเมฆฉบับไม่สมบูรณ์เข้ากับบันไดสวรรค์ธุลีแดงแล้ว ข้อบกพร่องหลักของบันไดสวรรค์ธุลีแดงก็ได้รับการแก้ไขไปจนหมด!
เคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงฉบับปรับปรุงใหม่นี้จะทำให้เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศได้หลายชั่วโมงโดยไม่ต้องห่วงว่าจะร่วงลงมา!
พูดอีกอย่างก็คือ ทักษะการบินของเขาจะเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนเป็นอย่างน้อย และไม่ต้อง กลัวว่าจู่ๆจะร่วงลงมาจากท้องฟ้าเหมือนอย่างหลายครั้งก่อน
‘เยี่ยมไปเลย!’
จางเซวียนกำหมัดอย่างลิงโลด
นี่คือไพ่ไม้ตายชั้นยอด เขาสามารถเอาตัวรอดจากใครก็ตามที่ยังไม่ได้เป็นนักรบระดับเซียน
‘ดูเหมือนเทคนิคฉบับไม่สมบูรณ์ที่ไม่มีใครต้องการจะมีประโยชน์กับเราเหมือนกัน เพราะสามารถ ใช้เติมเต็มข้อบกพร่องของเทคนิคที่ประมวลไว้แล้วได้ ต่อไปคงต้องถ่ายโอนไว้ให้ได้มากกว่านี้’ จางเซวียนคิดอย่างตื่นเต้น
เทคนิคโบร่ำโบราณเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ใช้ฝึกฝนจริงไม่ได้ แต่ด้วยหอสมุดเทียบฟ้า จางเซวียนสามารถดึงเฉพาะส่วนที่ถูกต้องออกมาใช้เติมเต็มช่องว่างในเทคนิคที่ประมวลไว้เดิมของเขา ก่อเกิดเป็นความสมบูรณ์แบบ
“ในฐานะปรมาจารย์ด้วยกัน ก็ควรมีน้ำใจให้กัน อันที่จริงหนังสือของคุณไม่มีประโยชน์กับผม แต่ในเมื่อคุณต้องการใช้เครื่องในอสูรวิเศษขั้น 8 อย่างเร่งด่วน ผมก็จะให้!”
จางเซวียนเก็บม้วนไผ่เข้าแหวนเก็บสมบัติอย่างอารมณ์ดี และยื่นเครื่องในอสูรวิเศษขั้น 8 พวงหนึ่งให้อีกฝ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน
ลำพังข้อเท็จจริงที่ว่าม้วนไผ่ม้วนนี้สามารถเติมเต็มข้อบกพร่องของเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงได้ ก็คุ้มค่ากับการแลกด้วยพวงเครื่องใน 1 พวงแล้ว
“ขอบคุณมาก…”
อันที่จริงชายหนุ่มก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เขาแค่อยากลองเสี่ยงดวง เพราะตัวเองก็รู้อยู่ว่าม้วนไผ่นี้ทั้งไร้ค่าและไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อได้ยินคำตอบของจางเซวียน ก็พลันหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
“เคล็ดวิชาที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ใช้ได้หรือ? ผมมีอยู่ 2 เล่ม…”
“ผมก็มีเทคนิควรยุทธที่ไม่สมบูรณ์แบบอยู่เล่มหนึ่ง…”
เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์จางยอมแลกม้วนไผ่ฉบับไม่สมบูรณ์กับเครื่องในราคาสูงลิ่ว ฝูงชนก็กระตือรือร้นขึ้นมาอีก
มรดกตกทอดยาวนานหลายปีของทุกกลุ่มอำนาจทำให้พวกเขามีเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ฉบับไม่สมบูรณ์อยู่มากมาย เพราะมันไม่มีประโยชน์กับนักรบทั่วไป จึงไม่มีใครแตะต้อง ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มคนนี้จะยอมแลกเครื่องในอสูรวิเศษกับหนังสือพวกนี้จริงๆ…นี่เขาออกจะงี่เง่าไปสักหน่อยไหม?
ในชั่วพริบตา หนังสือเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ฉบับไม่สมบูรณ์ก็มากองรวมกันเป็นภูเขาเลากาอยู่ตรงหน้าจางเซวียน
เขาไล้นิ้วไปตามสันหนังสือเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว และครู่ต่อมาก็ส่ายหน้า
แม้หนังสือฉบับไม่สมบูรณ์จะสามารถเติมเต็มช่องว่างของเคล็ดวิชาเทียบฟ้าได้ แต่ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกันด้วย หากไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย ต่อให้รวบรวมได้มากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
ครู่ต่อมา หลังจากถ่ายโอนเทคนิควรยุทธได้อีกสองสามเล่ม จางเซวียนก็รู้ดีว่าไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจพอก่อน
เมื่อกลับถึงที่พัก จางเซวียนขังตัวเองไว้ในห้องลับ เขาสั่งการไม่ให้ใครรบกวน ก่อนจะปลีกวิเวก
‘อยากรู้ว่าเราจะประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นสะพานจักรวาลได้หรือยัง…’ จางเซวียนครุ่นคิดขณะทรุดตัวลงนั่งในห้องลับนั้น
เขาถ่ายโอนเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลไว้ได้เกือบ 1000 เล่มแล้ว ทั้งยังได้เคล็ดวิชาฉบับไม่สมบูรณ์มาอีกจำนวนหนึ่ง บางทีอาจจะประมวลเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้าของวรยุทธเหนือมนุษย์ขั้น 6 ฉบับสมบูรณ์แบบได้
จางเซวียนดำดิ่งเข้าไปในหอสมุดเทียบฟ้าก่อนจะพึมพำ ‘ประมวล!’ และครู่ต่อมา หนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้า
“เคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นสะพานจักรวาล…ไม่มีข้อบกพร่องเลย!”
หลังจากพลิกดู จางเซวียนก็หัวเราะร่าด้วยความดีใจ
เขาคิดว่าคงต้องหาคะแนนวิชาการจากทางสถาบันให้ได้จำนวนหนึ่งก่อน กว่าจะประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นสะพานจักรวาลฉบับสมบูรณ์แบบได้ แต่ตลาดนัดก็ทำให้เขาบรรลุเป้าหมาย
ด้วยวิธีนี้ จางเซวียนจะสามารถฝึกฝนวรยุทธเหนือมนุษย์ขั้น 6-สะพานจักรวาล และยกระดับประสิทธิภาพการต่อสู้ได้อีกมาก!
‘เราควรฝึกเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงก่อน!’
จางเซวียนละสายตาจากเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นสะพานจักรวาลไปยังเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงฉบับไร้ข้อบกพร่อง
เพราะเคยฝึกฝนมาแล้วหนหนึ่ง การจะฝึกฝนฉบับสมบูรณ์แบบให้เชี่ยวชาญจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ขณะที่จางเซวียนขับเคลื่อนพลังปราณให้ไหลเวียนไปตามทางเดินพลังปราณของเขา ก็พลันรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายและเป็นอิสระกว่าเดิมมาก
บึ้ม!
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จางเซวียนรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาสบายเหมือนขนนก ราวกับสิ่งอุดตันทั้งหมดที่เคยมีอยู่สูญสลายไปหมด
ฟึ่บ!
จางเซวียนที่ยังอยู่ในท่าขัดสมาธิลอยตัวขึ้นกลางอากาศอย่างช้าๆ จากนั้นก็ลอยวนไปทั่วห้อง
“สมกับเป็นเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงฉบับไร้ที่ติ มันสิ้นเปลืองพลังปราณน้อยกว่าเดิมมาก…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงปริมาณพลังปราณที่ใช้ไป จางเซวียนถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้น
ที่ผ่านมา พลังปราณจะไหลทะลักออกจากร่างของเขาราวกับเขื่อนแตกทันทีที่ใช้งานเทคนิคนี้ แม้เขาจะมีพลังปราณเทียบฟ้าที่บริสุทธิ์มาก แต่ก็ต้องใช้พลังปราณมหาศาลจนน่าตกใจ แต่ตอนนี้ พลังปราณของเขาไหลเวียนเอื่อยๆราวกับลำธารเล็กๆที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ด้วยความสิ้นเปลืองพลังปราณระดับนี้ เขาสามารถบินได้หลายชั่วโมง
ไม่เพียงจะบินได้นาน แต่ยังบินได้เร็วกว่าเดิมด้วย แม้จะยังห่างไกลนักกับความเร็วของจอมอสูรปีกม่วง แต่ก็แน่ใจว่าพอๆกับความเร็วของอสูรวิเศษขั้น 6
และที่สำคัญกว่านั้น ระดับความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระดับวรยุทธ
ขณะที่จางเซวียนค่อยๆลอยกลับมาสู่พื้น ก็พลันเกิดความคิดหนึ่ง
‘สงสัยจริงว่าจะรวมศิลปะการเคลื่อนไหวเทียบฟ้าเข้ากับเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงได้หรือเปล่า…’
ในเมื่อทั้งศิลปะการเคลื่อนไหวเทียบฟ้ากับเคล็ดวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดงต่างก็เป็นเทคนิคการต่อสู้ แล้วจะจับมันมารวมกันได้ไหม?
หากรวมได้ แล้วจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร?
จางเซวียนตัดสินใจทดลองทันทีด้วยความอยากรู้!
เขาดำดิ่งเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าอีกครั้ง และวางหนังสือทั้งสองเล่มไว้เคียงข้างกัน
“ประมวล!”
หนังสือเล่มใหม่ปรากฏ
“เอ่อ…”
จางเซวียนจ้องมองเนื้อหา แล้วก็ต้องตาค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ
