ตอนที่ 702 แลกกัน!
“อสูรวิเศษที่มีวรยุทธเหนืออสูรกึ่งขั้น 9 – จอมอสูรปีกม่วง?”
ศิษย์พี่ฝงกับชายหนุ่มถึงกับอึ้งและกระพริบตาปริบๆ
ในฐานะนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 หากพวกเขาจะมีอสูรวิเศษในครอบครองสักตัว อย่างเก่งก็ได้แค่อสูรวิเศษขั้นสะพานจักรวาลเท่านั้น ซึ่งเมื่อคำนึงถึงความสูงของเพดานบิน ก็มีโอกาสที่จะถูกอสูรวิเศษขั้น 7 หรือขั้น 8 ในทะเลสาบเล่นงานเอาได้อย่างง่ายดาย
แต่สำหรับจอมอสูรปีกม่วงนั้นแตกต่างออกไป เพราะเป็นอสูรวิเศษกึ่งขั้น 9 จึงไม่มีอสูรวิเศษตัวไหนกล้าเข้าระราน
ก็เป็นไปตามคาด เพราะขณะเกิดความคิดนั้นขึ้นมา อสูรปลาขั้น 8 ตัวหนึ่งก็กระโจนขึ้นจากผิวน้ำ พร้อมอ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมเต็มปาก หมายจะงาบจางเซวียนกับปรมาจารย์หงเข้าไปทั้งตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ก็เจอกรงเล็บฉีกทึ้งจนตาย จอมอสูรปีกม่วงควักเครื่องในของมันออกมาทั้งพวง ก่อนจะทิ้งซากกลับลงไปในทะเลสาบ
ศิษย์พี่ฝงกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะพึมพำเสียงแหบ “เขามีอสูรทรงพลังขนาดนั้นได้อย่างไร?”
หมอนี่เป็นแค่นักรบจิตวิญญาณสอดคล้องเหมือนพวกเขาไม่ใช่หรือ?
มีอสูรวิเศษที่มีวรยุทธกึ่งเหนืออสูรขั้น 9 เป็นของตัวเอง…เขาทำได้อย่างไรกัน?
เขาคิดว่าจางเซวียนเป็นแค่ไอ้ถังแตกที่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเรือโดยสารแค่หินวิเศษขั้นกลาง 1 ก้อน และกำลังลิงโลดใจที่ได้ฉกชิงเที่ยวโดยสารของอีกฝ่ายต่อหน้าต่อตา แต่เมื่อเห็นภาพนี้ ก็พลันรู้ตัวว่า…ที่ตัวเองทำลงไปช่างน่าสมเพช!
มีอสูรวิเศษที่ทรงพลังขนาดนี้ ใครเล่าจะชายตาดูเรือโปเกลำหนึ่ง…
อย่าว่าแต่จ่ายค่าโดยสารเลย ต่อให้แถมเงินให้ พวกเขาก็คงไม่ยอมลงเรือลำนี้
“ศิษย์พี่ฝง…ทำไมจู่ๆพวกเขาถึงหยุด?”
ขณะที่ยังยืนตะลึงอยู่ เสียงงงงันของชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายก็ดังขึ้น เขาเงยหน้าดูและเห็นจอมอสูรปีกม่วงหยุดกึกอยู่กลางอากาศ ไม่มีทีท่าจะรีบไปที่ตลาดนัด
พวกนั้นใช้อสูรวิเศษเพื่อจะไปถึงตลาดนัดให้เร็วขึ้นไม่ใช่หรือ? ทำไมจู่ๆถึงหยุดกลางทะเลสาบแบบนั้น?
ขณะที่กำลังงง จอมอสูรปีกม่วงก็กระพือปีกอีกครั้งและร่อนถลาลงสู่พื้นน้ำ กรงเล็บของมันจ้วงลึกลงไปในทะเลสาบ และฉกเอาบางอย่างขึ้นมา
ฟึ่บ!
อสูรวิเศษขั้น 8 อีกตัวหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายกุ้งตายคากรงเล็บของมัน โดยถูกจิกเครื่องในออกมาทั้งพวง
จากนั้น จอมอสูรปีกม่วงก็โผขึ้นกลางอากาศ และอีกครู่ต่อมาก็โฉบลงที่ผิวน้ำอีกครั้ง
“พวกเขากำลัง…ล่าอสูร?”
2 คนในเรือมองหน้ากันอย่างอัศจรรย์ใจ
สำหรับคนอื่นๆ ทะเลสาบแห่งนี้ไม่ต่างจากดินแดนมหาภัย ไม่มีใครยอมเดินทางผ่านหากไม่ได้เตรียมตัว แต่หมอนั่นกลับเห็นที่นี่เป็นขุมสมบัติ และตกปลาล่าเหยื่ออย่างสบายใจ…
“จอมอสูรปีกม่วงจับอสูรที่อยู่ในน้ำได้อย่างไรกัน?”
พร้อมๆกับความอัศจรรย์ใจ คือความไม่เชื่อสายตา
แน่นอนว่าจอมอสูรปีกม่วงเป็นอสูรที่มีความแข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทาน ไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ถึงจะเก่งกาจแค่ไหน อาณาบริเวณของมันก็จำกัดอยู่แค่กลางอากาศเท่านั้น อสูรวิเศษที่อยู่ในน้ำน่าจะหลบหนีได้อย่างง่ายดายแม้จะสู้มันไม่ได้…แต่ทำไมจอมอสูรปีกม่วงถึงล่าเหยื่อได้แม่นยำขนาดนั้น?
ดูราวกับมันคาดเดาได้ว่าอสูรวิเศษในน้ำจะว่ายไปทางไหน ทุกการโจมตีจึงหมายถึงความตาย
ว่าแต่…เป็นไปได้อย่างไรกัน?
“จริงสิ…และที่สำคัญกว่านั้น ถึงจอมอสูรจะทรงพลังสักแค่ไหน ก็ไม่น่าจะสังหารอสูรวิเศษขั้น 8 ที่อยู่ในน้ำได้ง่ายขนาดนั้น…”
เพราะแม้อสูรกึ่งขั้น 9 จะแข็งแกร่งกว่าอสูรขั้น 8 แต่ช่องว่างก็ไม่ได้ห่างกันจนเกินไปถึงขนาดที่จอมอสูรปีกม่วงจะจัดการทีเดียวอยู่ โดยเฉพาะกับอสูรวิเศษที่มีความสามารถสูงส่งในการป้องกันตัว แต่ดูเหมือน…จอมอสูรปีกม่วงจะรู้จุดอ่อนของพวกมันและโจมตีได้ตรงเป้า
จะเก่งเกินไปแล้ว…
ขณะที่คนในเรือกำลังเซ่อกับภาพตรงหน้า จางเซวียนก็กระหยิ่มยิ้มย่องมองพวงเครื่องในในมือ ของเขาอย่างพอใจ
การจะซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ตลาดนัดย่อมต้องมีทุนรอน แต่ตอนนี้เขาไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว ในเมื่อมีอสูรวิเศษมากมายที่พร้อมให้เป็นแหล่งทำทุน ก็ควรรีบคว้าไว้
เครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 ถือเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เยียวยา เป็นโครงสร้างพื้นฐานของค่ายกล หรือแม้แต่ใช้เติมเต็มเทคนิควรยุทธให้สมบูรณ์แบบเพื่อการยกระดับวรยุทธของนักรบ ดังนั้น จึงถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่แลกเปลี่ยนได้ในราคางาม
ส่วนการที่จอมอสูรปีกม่วงเล่นงานอสูรในน้ำได้อย่างแม่นยำนั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย เพราะทันทีที่พวกมันพยายามตอบโต้ หอสมุดเทียบฟ้าก็รับหน้าที่ในการระบุข้อบกพร่องและคาดเดาทิศทางของมันไป
ด้วยเหตุนี้ ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง พวกเขาก็สังหารอสูรวิเศษที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 8 ไปได้ 19 ตัว และอสูรวิเศษที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7 อีก 25 ตัว ได้พวงเครื่องในเต็มถังใหญ่ ซึ่งจางเซวียนเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติ
“ดูเหมือนในทะเลสาบนี่จะเหลืออสูรขั้น 8 อีกไม่มากแล้วล่ะ เรารีบไปตลาดนัดดีกว่า”
ทั้งคู่วนดูทะเลสาบอีก 2-3 รอบ แต่หาเหยื่อไม่ได้แล้ว จึงจำเป็นต้องล้มเลิก
เพราะแม้จะมีอสูรอยู่ในทะเลสาบมากมาย แต่ตัวที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7 และขั้น 8 ก็มีไม่มาก และด้วยหายนะภัยที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหมาดๆ ตัวที่เหลือย่อมหนีไปซ่อนอยู่ในน้ำลึกเพื่อหลบเลี่ยงจอมอสูรปีกม่วง
รู้ดีว่าล่าต่อไปก็คงไม่ได้อะไร จางเซวียนสั่งการให้จอมอสูรปีกม่วงเดินหน้า มันกระพือปีกมหึมาเพื่อพุ่งตรงไปยังเรือใหญ่ที่อยู่ใจกลางทะเลสาบ
ไม่ช้า จางเซวียนกับปรมาจารย์หงก็มาถึงเรือ
เรือลำนั้นมีขนาดใหญ่มาก น่าจะมีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร ผู้คนมากมายต่างเดินไปเดินมา และต่อรองราคาสินค้าอยู่ทั่วลำเรือ มีทรัพยากรทุกชนิดวางขาย เสียงผู้ซื้อกับผู้ขายดังอื้ออึงขึ้นทุกหนทุกแห่ง
“สองคนนั้นไงที่ใช้จอมอสูรปีกม่วงล่าอสูรวิเศษในทะเลสาบ!”
“เห็นทะเลสาบที่แสนจะน่าสะพรึงเป็นสนามล่าเหยื่อแบบนั้น…เขาเป็นนักเรียนใหม่จริงๆหรือ?”
“ก็ถ้าไม่ใช่นักเรียนใหม่ จะมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ดูจากความลื่นไหลอย่างไร้ที่ติในการทำงานร่วมกัน จอมอสูรปีกม่วงตัวนั้นต้องเป็นอสูรของเขาอย่างแน่นอน แต่ก็แสนจะเหลือเชื่อ เพราะสำหรับอสูรระดับนั้น ต่อให้ผู้อาวุโสคนหนึ่งฝึกมันให้เชื่องได้ ก็ยังต้องประคบประหงมกันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ เพื่อให้มีความสนิทสนมกัน…แต่จอมอสูรนั่นน่าจะมีอายุเกิน 200 ปีแล้ว ขณะที่เจ้าหนุ่มคนนั้นเพิ่งจะ 20…นั่นหมายความว่า เขาน่าจะฝึกมันด้วยตัวเอง…”
“นักรบที่ยังมีวรยุทธไม่ถึงขั้น 6 สามารถฝึกอสูรวิเศษกึ่งขั้น 9 ให้เชื่องได้…การฝึกอสูรมันง่ายดายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ข่าวเรื่องจอมอสูรปีกม่วงล่าอสูรในทะเลสาบแพร่สะพัดไปทั่วตลาดนัดราวกับไฟป่า เมื่อได้เห็นจางเซวียนกับปรมาจารย์หงตัวเป็นๆ ทุกคนจึงอดงงงันไม่ได้
ผู้มาเยือนตลาดนัดส่วนใหญ่เป็นปรมาจารย์ที่เก่งกาจจากหลากหลายดินแดน และมีสายตาหยั่งรู้ที่เฉียบแหลม จึงรู้ทันทีว่าจอมอสูรปีกม่วงเป็นอสูรของจางเซวียนจริงๆ
แต่…การที่นักรบจิตวิญญาณสอดคล้องฝึกอสูรวิเศษกึ่งขั้น 9 ให้เชื่องได้นั้นถือว่าขัดต่อสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง! พวกเขาพยายามเค้นหัวสมองแทบตายเพื่อหาเหตุผลอธิบายสถานการณ์นี้
เพราะทั้งคนทั้งอสูรเหลื่อมล้ำกันมากเกินไปจนยากที่จะยอมรับ
ราวกับมดตัวหนึ่งที่ฝึกมังกรสวรรค์ให้เชื่องได้ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!
หลังจากออกความเห็นกันเซ็งแซ่อยู่ครู่หนึ่ง ก็พลันได้คำอธิบาย
“เป็นไปได้ว่าจอมอสูรปีกม่วงอาจได้รับบาดเจ็บ เขาช่วยชีวิตมันไว้ จึงเอาชนะใจมันได้…”
“จริงสิ เป็นไปได้ทีเดียว!”
เพราะแทบไม่มีโอกาสเลยที่นักฝึกอสูรผู้มีวรยุทธต่ำกว่าจะทำให้อสูรวิเศษที่แข็งแกร่งกว่ายอมเชื่องได้ บางครั้งโชคชะตาก็มีส่วนอย่างมาก
“เข้าใจละ! เขาก็แค่ดวงดี!”
เมื่อคิดได้ ความอัศจรรย์ใจก็ค่อยๆจางไป
สุดท้าย โชคชะตาก็เป็นเพียงปัจจัยที่ประจวบเหมาะเข้ามาอย่างพอดิบพอดี ซึ่งคงไม่มีใครดวงดีได้ตลอดไป สุดท้าย การจะเอาตัวรอดในสถาบันก็ยังต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเอง
“ปรมาจารย์จาง เราจะทำอย่างไรต่อ…”
ปรมาจารย์หงออกจะไม่สบายใจกับสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นจุดสนใจขนาดนั้น
“ไม่ต้องกังวลหรอกน่ะ!”
จางเซวียนหัวเราะหึๆ จากนั้นก็สะบัดข้อมือและนำพวงเครื่องในอสูรออกมา เขากวาดสายตาไปทั่วกลุ่มฝูงชนและประกาศก้อง “ผมจะแลกเครื่องในอสูรวิเศษขั้น 7 ชิ้นนี้กับหนังสือเทคนิควรยุทธจิตวิญญาณสอดคล้องที่เข้าท่าสักเล่มหนึ่ง ขอแค่ผมพอใจ ก็แลกกันไปเลย!”
“หนังสือเล่มหนึ่งแลกกับพวงเครื่องใน? ปรมาจารย์จาง…”
ปรมาจารย์หงถึงกับเซ แทบลมจับไปเดี๋ยวนั้น
จะขาดทุนป่นปี้ไปหน่อยไหม?
พวกเขาได้พวงเครื่องในมาแค่ไม่กี่สิบพวงเท่านั้นจากการล่าอสูรเมื่อครู่ แต่กำลังจะแลกเครื่องใน 1 พวงกับหนังสือเทคนิควรยุทธ 1 เล่ม…นอกจากจะขาดทุนย่อยยับ ยังจะได้หนังสือกลับมาแค่ไม่กี่เล่มด้วย!
“คุณเอาจริงหรือนี่?”
“กับอีแค่หนังสือเทคนิควรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องเล่มเดียว แต่ยอมแลกกับเครื่องในทั้งพวง?”
แม้จะยังสงสัย แต่ฝูงชนที่ได้ยินก็ถึงกับตาโต
นับตั้งแต่สภาปรมาจารย์ก่อตั้งขึ้น ก็มีหนังสือเทคนิควรยุทธเกิดขึ้นบนโลกใบนี้มากมาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจและปรมาจารย์จำนวนมากประมวลเทคนิควรยุทธของตัวเองขึ้น และเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของมวลมนุษยชาติ แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่มีหนังสือเหล่านั้น แต่สำหรับปรมาจารย์อย่างพวกเขา การเข้าถึงพวกมันก็ไม่ได้ยากเกินไป
อันที่จริง มีปรมาจารย์ไม่น้อยที่ใช้เทคนิควรยุทธเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นทักษะเฉพาะของตัวเอง
ด้วยเหตุนี้ แม้หนังสือเทคนิควรยุทธจะเป็นของล้ำค่าสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากมายกับเหล่าปรมาจารย์ ช่างเป็นผลประโยชน์สูงลิ่วหากพวกเขาสามารถแลกหนังสือเทคนิควรยุทธเพียงเล่มเดียวกับพวงเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 7 ตัวหนึ่งได้
“ผมขอประกาศด้วยเกียรติของปรมาจารย์ว่าผมหมายความตามนั้น แต่หากเป็นหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลล่ะก็ เอาพวงเครื่องในของอสูรวิเศษขั้น 8 ไปเลย!” จางเซวียนพูดต่อ
“แต่ผมมีเงื่อนไขอยู่ว่าเทคนิควรยุทธนั้นจะต้องเหมาะกับผมด้วย หากไม่เหมาะสมล่ะก็ ผมจะไม่แลก แต่พวกคุณไม่ต้องวิตกไป แค่สัมผัสหนังสือ ผมก็บอกได้ว่าเล่มไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับผม และจะไม่มีวันยอมเปิดหนังสือเทคนิควรยุทธที่ไม่เข้ากันกับผมเป็นอันขาด ดังนั้นพวกคุณไม่ต้องกังวลใจว่าเทคนิควรยุทธของตัวเองจะถูกเปิดเผยไปฟรีๆ และเอาจริงๆก็คือ ต่อให้มันเหมาะสมกับผม ผมก็จะคืนให้พวกคุณทันทีที่พลิกดูมันจบแล้ว ผมไม่ต้องการต้นฉบับ และจะไม่คัดลอกหรือทำสำเนาใดๆทั้งสิ้น!”
“ถ้าไม่เหมาะสมกับคุณ คุณจะไม่เปิดดูมันเลย?”
“หรือต่อให้เหมาะสม ก็ไม่เอาหนังสือไป จะแลกพวงเครื่องในของอสูรขั้น 7 หรือขั้น 8 กับแค่การพลิกดูหนังสือนี่นะ?”
“ช่างเป็นเงื่อนไขที่แจ่มจริงๆ!”
เมื่อได้ฟังเงื่อนไขของจางเซวียน ทุกคนต่างตาวาวด้วยความตื่นเต้น
ตอนแรก มีหลายคนที่ลังเลเพราะเกรงว่าเทคนิควรยุทธของตัวเองจะรั่วไหลไปเปล่าๆ แต่คำสัญญาเป็นมั่นเหมาะของจางเซวียนทำให้พวกเขาคลายความกังวลไป
“ผมมีหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องทั้งหมด 22 เล่ม คุณตรวจสอบดูได้เลยว่ามีเล่มไหนเหมาะสมหรือเปล่า!”
ในตอนนั้น ปรมาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามา เขาสะบัดข้อมือและยื่นหนังสือกองหนึ่งให้จางเซวียน
จางเซวียนไล้นิ้วไปตามสันหนังสือกองนั้นก่อนจะส่ายหน้า “ต้องขออภัยด้วย แต่ไม่มีเล่มไหนเหมาะกับผมเลย…”
“ไม่มีเล่มไหนเหมาะกับคุณ?”
เมื่อได้ยินคำตอบ ปรมาจารย์ผู้นั้นอดผิดหวังไม่ได้ เขาส่ายหน้าและถอยกลับเข้าไปในหมู่ฝูงชน
เมื่อคนหนึ่งถอยไปแล้ว คนที่เหลือก็ยิ่งตื่นเต้นหนักกว่าเดิม
อีกฝ่ายพูดจริงทำจริง! เขาแค่แตะหนังสือเท่านั้น ไม่ได้พยายามจะเปิดดูเลยสักนิด
แน่นอนว่าไม่มีใครเก่งกาจถึงขนาดแค่แตะหนังสือก็รู้ว่าข้างในเขียนว่าอะไร จริงไหม?
ในเมื่อเทคนิควรยุทธของพวกเขาจะไม่ถูกเปิดเผยต่อหน้าฝูงชน…แล้วจะต้องกลัวอะไร?
“ลองดูของผม…”
พวงเครื่องในอสูรวิเศษขั้น 7 และขั้น 8 นั้นช่างเย้ายวนใจจนสุดแสนจะต้านทาน ฝูงชนพากันหอบเคล็ดลับของตัวเองออกมา
ไม่ช้าก็มีหนังสือเทคนิควรยุทธกองสูงท่วมหัวอยู่ตรงหน้าจางเซวียน
แต่หลังจากสัมผัสจนครบแล้ว ก็มีเพียง 2 เล่มจากทั้งกองที่เหมาะสม…
แน่นอนว่าจางเซวียนก็สุ่มหยิบ 2 เล่มไปอย่างนั้น เพราะหากเขาไม่เอาสักเล่ม ไม่ช้าผู้คนก็คงหมดความสนใจ และเขาคงดำเนินธุรกิจต่อไม่ได้
2 ชั่วโมงต่อมา จางเซวียนก็ปิดจ๊อบและประกาศว่า “ต้องขออภัยทุกท่านด้วย แต่วันนี้ผมขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ทำไมพวกคุณไม่กลับไปค้นหาหนังสือเทคนิควรยุทธที่ตัวเองมีอยู่ล่ะ นับจากวันพรุ่งนี้ไป ผมจะแลกหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลกับเครื่องในอสูรวิเศษขั้น 8 สองพวง!
เขาถ่ายโอนหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าได้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่หนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสะพานจักรวาลยังมีน้อยมาก จึงต้องเพิ่มอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนให้ได้มากกว่าเดิม
