Skip to content

Library Of Heaven’s Path 736


ตอนที่ 736 จบเห่!

“เริ่มได้!”

จางเซวียนสูดหายใจลึกก่อนจะสะบัดข้อมือ แล้วธงค่ายกลจำนวนหนึ่งก็มาอยู่ในกำมือของเขา

ในแหวนเก็บสมบัติของหยู่เฉิงนั้น มีธงค่ายกลระดับ 5 ดาวอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งเขานำมาใช้ได้ ซึ่งธงค่ายกลเหล่านั้นไม่ได้มีคุณลักษณะเฉพาะใดๆ ทำให้เหมาะมากที่จะนำมาใช้ติดตั้งเป็นค่ายกลเสริมกำลัง

ฟึ่บ!

จางเซวียนสะบัดข้อมือ แล้วธงค่ายกลจำนวนหลายร้อยเล่มก็ปลิวไปปักอยู่บริเวณรอบแผ่นค่ายกลนั้น จากนั้นจางเซวียนก็เดินออกไปก้าวหนึ่งและกระทืบเท้า

ซรืดดดด!

เกิดเสียงหึ่งขึ้น ธงค่ายกลสั่นสะท้านเล็กน้อยขึ้นมาทันที เกิดหมอกควันหนาทึบปกคลุมโดยรอบแผ่นค่ายกลนั้น

ฟู่!

มังกรเพลิงที่กำลังผงาดอยู่กลางแผ่นค่ายกลเติบโตขึ้นจากความสูง 1 เมตรไปเป็นหลายสิบเมตรในทันที มันสูงจนเกือบจะถึงเพดานและดูพร้อมจะแผดเผาหลังคาให้เป็นเถ้าถ่าน

“นี่มันค่ายกลเกรด 5? เขาติดตั้งรวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร?” หยวนหงเลิกคิ้วอย่างอัศจรรย์ใจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลเป็นหนึ่งในอาชีพรองรับของเขาเช่นกัน แต่แม้จะเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวแล้ว เขาก็รู้ตัวว่าไม่มีทางที่ตัวเองจะติดตั้งค่ายกลได้รวดเร็วขนาดนั้น

แต่อีกฝ่ายกลับทำเสร็จในชั่วพริบตา แถมวิธีการที่ใช้ยังดูแปลกประหลาดมากสำหรับเขา ถ้าปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวอย่างเขายังไม่รู้จักวิธีการนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าชายหนุ่มคงได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากปรมาจารย์ขั้นสูงกว่าจริงๆ

ตำนานกล่าวไว้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลชั้นยอดจะมีวิธีการเฉพาะของตัวเองในการติดตั้งค่ายกลอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเพิ่มพละกำลังของมันด้วย

เป็นไปได้ว่าเขาอาจกำลังทำอะไรแบบนั้น

“เพื่อเพิ่มความร้อนแรงให้กับเปลวเพลิงปฐพีอย่างรวดเร็ว…ค่ายกลที่เขากำลังติดตั้งอยู่น่าจะเป็นค่ายกลเสริมกำลัง!” หยวนหงพยักหน้า

แม้จางเซวียนจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาก็ยังพอวิเคราะห์ได้คร่าวๆจากตำแหน่งของธงค่ายกล และสิ่งที่มันแสดงออกมา

ว่าแต่…จะติดตั้งค่ายกลชนิดนี้ไปเพื่ออะไร.?

ก็เขากำลังคิดจะใช้เปลวเพลิงปฐพีเข้าไปแทนที่หัวใจเปลวเพลิงปฐพีไม่ใช่หรือ?

“แต่แน่นอนว่ามันย่อมทำจริงไม่ได้ เพราะแม้เปลวเพลิงปฐพีจะได้รับกำลังเสริมก็จริง แต่ก็จะส่งผลให้มังกรเพลิงมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น มันส่งผลน้อยมากต่อระดับพลังงานความร้อน…” หยวนหงขมวดคิ้ว

ในฐานะรองหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก เขาก็สามารถวิเคราะห์อะไรได้ไม่น้อย

แม้ค่ายกลเสริมกำลังจะช่วยเพิ่มกำลังให้เปลวเพลิงปฐพีก็จริง แต่ก็แค่ส่งผลให้มังกรเพลิงมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น

ถ้าจะพูดกันตามหลักเหตุผล ก็เหมือนกับความแตกต่างระหว่างการเผาถ่านหิน 1 กิโลกรัมกับถ่านหิน 1 ตัน แม้ปริมาณถ่านหินจะแตกต่างกันมาก แต่อุณหภูมิของถ่านหินแต่ละกองอาจต่างกันได้ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“วางใจเถอะ ผมมีแผนแล้ว” จางเซวียนหัวเราะหึๆก่อนจะสะบัดข้อมือและนำธงค่ายกลออกมา อีกชุดหนึ่ง ด้วยการสะบัดมือของเขา ธงค่ายกลก็ปลิวไปปักอยู่รอบๆค่ายกลอันแรก

ตึ้ง!

จางเซวียนกระทืบเท้า แล้วค่ายกลอันนั้นก็เริ่มทำงาน

วิ้ง!

ทันทีที่ค่ายกลอันที่ 2 เริ่มทำงาน มังกรเพลิงที่กำลังสูงผงาดก็ลดขนาดกลับลงไปเหลือเพียง 1 เมตรตามเดิม

แม้ขนาดจะลดลง แต่ความร้อนของมันกลับร้อนกว่าเดิมหลายเท่า จนแม้จะยืนอยู่ในระยะไกล ฝูงชนก็ยังรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนแผดเผาที่พุ่งเข้าโลมเลียพวกเขา

“นี่คุณ…คุณจำกัดขนาดของมังกรเพลิง เพื่อยกระดับอุณหภูมิให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว? ไม่เลวเลยจริงๆ…” หยวนหงมีสีหน้าอัศจรรย์ใจ

ค่ายกลอันแรกมีไว้เพื่อเพิ่มพลังของเปลวเพลิงปฐพี ขณะที่ค่ายกลอันที่ 2 มีไว้เพื่อควบคุมขนาดของมัน

ภายใต้การควบคุมนี้ เปลวเพลิงปฐพีจะถูกลดขนาดลง แต่ความน่าสะพรึงของมันจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกมาก ซึ่งในที่สุดอุณหภูมิก็สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า!

แม้แต่หยวนหงก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเขาจะต้านทานกับความร้อนระดับนี้ได้

“นี่…เขาตั้งใจจะใช้เปลวเพลิงปฐพีเข้าแทนที่หัวใจเปลวเพลิงปฐพีจริงๆหรือ?” หยวนหงอ้าปากค้าง

แม้เขาจะพอคาดเดาได้อยู่แล้วว่าจางเซวียนคิดจะทำอะไร แต่ก็คิดไว้ก่อนแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ยิ่งจางเซวียนดำเนินการต่อไป เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น

เมื่อค่ายกล 2 อันผนึกกำลังกันทำงาน อุณหภูมิของเปลวเพลิงปฐพีก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ช้าความร้อนของมันก็ใกล้เคียงกับหัวใจเปลวเพลิงปฐพี

บางที…ชายหนุ่มคนนี้อาจสามารถซ่อมแซมห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ แต่เปลวเพลิงปฐพีเป็นวัตถุที่ไม่มีความเสถียรในตัวเอง การต้องควบคุมเปลวเพลิงในปริมาณมากขนาดนั้น…เขาแน่ใจจริงๆหรือว่าจะควบคุมได้?

หากสูญเสียการควบคุมเปลวเพลิงปฐพีเมื่อไหร่ล่ะก็ ทั้งโรงเรียนช่างตีเหล็กจะต้องวอดวายไม่มีเหลือ

ไม่ใช่หยวนหงคนเดียวที่กังวลใจเรื่องนี้ เหล่าปรมาจารย์ที่ยืนดูอยู่ก็พากันขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

ผู้ที่กล้าเข้าท้าทายเส้นทางสถิติโลกจารึก อีกทั้งยังท้าทายเหล่าบรรพบุรุษได้ จะเป็นปรมาจารย์ธรรมดาสามัญได้อย่างไร? แม้พวกเขาจะบอกชื่อของค่ายกล 2 อันที่จางเซวียนติดตั้งไม่ได้ แต่ก็เข้าใจหน้าที่และวัตถุประสงค์ของมัน

ยิ่งเห็นเปลวเพลิงปฐพีถูกอัดแน่นอยู่ภายในมังกรเพลิง อีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนอันน่าอัศจรรย์ที่แผ่ออกมา ทุกคนก็อดขนลุกขนชันไปกับความน่าสะพรึงของระดับวรยุทธที่เห็นไม่ได้

หากพวกเขาต้องอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแบบนั้น แน่นอนว่าจะต้องมอดไหม้ไม่มีเหลือ

“เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง!”

อีกด้านหนึ่ง จางเซวียนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวสักนิดกับอาการใจหายใจคว่ำของฝูงชนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากติดตั้งค่ายกลสำเร็จ

แม้มองจากภายนอกจะดูเหมือนมีค่ายกล 2 อัน แต่ที่จริงแล้วมันคือค่ายกลอันเดียวที่ประกอบด้วยค่ายกลชั้นในกับค่ายกลชั้นนอก

ชั้นในมีหน้าที่ดึงเปลวเพลิงปฐพีเข้าสู่ค่ายกล ส่วนชั้นนอกมีหน้าที่ควบคุมระดับความร้อนแรงของเปลวเพลิงให้คงที่

เมื่อสองอย่างนี้ทำหน้าที่พร้อมกัน ก็สามารถควบคุมเปลวเพลิงปฐพีให้ส่งผลได้เช่นเดียวกันกับหัวใจเปลวเพลิงปฐพี

นี่คือค่ายกลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาว ได้ออกแบบไว้สำหรับห้องเปลวเพลิงปฐพีมานานหลายปีแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่เสถียรของค่ายกลได้ แผนการนั้นจึงไม่เคยเป็นผลสำเร็จ

“ได้เวลาเริ่มแล้ว!”

รู้ดีว่ายิ่งช้าไปก็จะยิ่งยุ่งยาก จางเซวียนจึงสูดหายใจลึกและเปิดใช้ดวงตาหยั่งรู้

เพราะได้การยอมรับให้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานถึง 3 ครั้ง ดวงตาหยั่งรู้ของเขาจึงมีพลังมากขึ้นอีก ตราบใดที่เขาไม่ตั้งใจเปิดเผย ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวก็ไม่อาจสัมผัสถึงดวงตาหยั่งรู้ของเขาได้

จางเซวียนรู้ดีว่าระดับวรยุทธของเขายังมีจำกัด จึงเป็นการดีที่สุดหากจะปิดบังความลับเรื่องดวงตาหยั่งรู้เอาไว้ก่อน จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาพัฒนาระดับวรยุทธให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองได้

แม้จะปกปิดไว้ไม่ให้ใครๆเห็น แต่ดวงตาหยั่งรู้ก็ยังมีพลังเหมือนเช่นเคย เมื่อเปิดใช้ เศษซากของค่ายกลที่พังพินาศก็ปรากฏแก่สายตาของจางเซวียน ธงค่ายกลบางส่วนถูกปักซุกซ่อนอยู่รอบๆมังกรเพลิง

“ที่เหลือก็คือต้องเปิดใช้ค่ายกลอันนี้…”

ค่ายกลอันเดิมของห้องเปลวเพลิงปฐพีพังพินาศไปก็เพราะขาดพลังงานที่เข้าไปหล่อเลี้ยง แค่เขาจัดการให้มังกรเพลิงใช้งานได้อีกครั้ง ห้องเปลวเพลิงปฐพีก็จะทำงานได้ดังเดิมอีกครั้งหนึ่ง จางเซวียนก้าวออกไปและเดินไปที่แกนกลางค่ายกล

“ทำงาน!”

เขากระทืบเท้า และถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปบริเวณใจกลางค่ายกลนั้น ค่ายกลเริ่มทำงานทันที บรรดาธงค่ายกลเกิดการสั่นสะท้านเล็กน้อย หมอกหนาเริ่มก่อตัวรอบมังกรเพลิงตัวนั้น

ครืนนนนน!

แต่ทันทีที่มังกรเพลิงสัมผัสกับม่านหมอก ก็เกิดเสียงของความไม่สอดคล้องบางอย่างขึ้น เหมือนกับมีอะไรสักอย่างกำลังจะพัง ดูเหมือนว่าค่ายกล 2 อันนั้นทำงานได้ไม่เข้ากัน และคงจะเกิดการระเบิดในไม่ช้า หากยังไม่รีบจับมันแยกออกจากกันเสียก่อน

“แย่แล้ว…” หยวนหงหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพนั้น

ค่ายกลต่างชนิดกันไม่อาจนำมาทำงานร่วมกันได้ ครั้งหนึ่งเขาได้เห็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาวถูกระเบิดเป็นจุณไปต่อหน้าต่อตา เพราะพยายามจะผสมค่ายกลเข้าด้วยกัน ซึ่งหากเกิดการระเบิดขึ้นที่นี่ โรงเรียนช่างตีเหล็กได้ถูกลบออกจากแผนที่โลกใบนี้แน่

ดังนั้น เขาจึงพรวดพราดเข้าไปเพื่อเตรียมตัวจะยับยั้งการทำงานของค่ายกล แต่ขณะที่กำลังจะขยับ ชายหนุ่มก็สะบัดมืออย่างรวดเร็ว และจากนั้น พวงเครื่องในอสูรวิเศษพวงหนึ่งก็ถูกโยนเข้าไป ในใจกลางม่านหมอกนั้น

ฟึ่บ!

ทันทีที่พวงเครื่องในสัมผัสกับม่านหมอก เสียงของความไม่สอดคล้องกันนั้นก็หยุดลงทันที ค่ายกลเกิดความเสถียรขึ้นมาทันใด ราวกับหาจุดตั้งหลักได้

“นั่น…เขาหาจุดสมดุลระหว่างค่ายกล 2 อันพบแล้วหรือ?” หยวนหงตาค้างด้วยความตกตะลึง

การทำให้ค่ายกลที่กำลังเกรี้ยวกราดสงบลงได้อย่างรวดเร็วนั้นมีความเป็นไปได้เพียงข้อเดียว คือชายหนุ่มคนนั้นจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างค่ายกลทั้ง 2 อันพบ

“ถ้าเราจำไม่ผิด…นั่นเป็นพวงเครื่องในของปลาธารหิมะซึ่งเป็นอสูรวิเศษขั้น 8 ด้วยฤทธิ์เย็นของมัน จึงถือเป็นตัวประสานค่ายกลที่มีองค์ประกอบหลักเป็นธาตุไฟได้เป็นอย่างดี…” เมื่อนึกถึงพวงเครื่องในที่ถูกโยนเข้าไปก่อนหน้านี้ หยวนหงก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

ไม่เพียงแต่อีกฝ่ายจะหาจุดสมดุลระหว่างค่ายกลทั้ง 2 อันพบ เขายังรู้จักใช้ปัจจัยสมานตัวอย่างชาญฉลาด นั่นคือฤทธิ์เย็นของพวงเครื่องในปลาธารหิมะ ซึ่งสามารถเจือจางพลังของเปลวไฟได้เป็นอย่างดี อย่างคำพูดที่โบราณว่ากัน “หากไม่มีแสงก็ปราศจากเงา และไม่มีแสงใดที่เกิดขึ้นได้โดยไร้เงา” ด้วยความตรงกันข้ามของปัจจัยที่ว่า เขาจึงสามารถทำให้ค่ายกลเกิดความเสถียรได้สำเร็จ!

“ผนวกค่ายกลเข้าด้วยกันโดยมีกระบวนการที่ถูกจัดระเบียบมาอย่างดี ช่างน่าทึ่งจริงๆ เขาทำได้ถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มผู้นี้จัดว่าเป็นอัจฉริยะ!”

ไม่แปลกใจแล้วที่เขาจะยืดอกประกาศว่าตัวเองสามารถซ่อมแซมค่ายกลได้ ดูเหมือนเขาจะทำได้อย่างที่พูดจริงๆ

ตราบใดที่ค่ายกลมีความสมดุล การซ่อมแซมส่วนที่เหลือก็ไม่ยาก

เมื่อเห็นค่ายกลเกิดความสมดุลแล้ว จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่

ครั้งแรกที่เขาอ่านเรื่องห้องเปลวเพลิงปฐพีในหนังสือ ก็พบว่ามีข้อบกพร่องมากมายจนยากเกินกว่าที่จะทำได้สำเร็จ แต่ก็ต้องประหลาดใจที่ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี

“ผมทำเรียบร้อยแล้ว” จางเซวียนหัวเราะหึๆและหันกลับมารายงาน

“นี่คือ…ห้องเปลวเพลิงปฐพีหรือ?”

“สวยงามอะไรอย่างนั้น! เปลวไฟลามเลียไปทั่วทั้งห้องแบบนี้ มนุษย์หน้าไหนกันที่จะเข้าไปได้?”

“ความร้อนในนั้นช่างน่าทึ่งจริงๆ! ศิษย์พี่หลัวเหยียน คุณอยู่ในนั้นได้ถึง 3 นาทีจริงๆหรือ? ถ้าเป็นตัวผมล่ะก็ ไม่ถึง 10 วินาทีก็คงมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านแล้ว…”

…..

เมื่อเห็นห้องเปลวเพลิงปฐพีที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ฝูงชนก็ออกความเห็นกันอื้ออึงเซ็งแซ่

เพราะมีเรื่องเล่าและข่าวลือเกี่ยวกับห้องเปลวเพลิงปฐพีมากมาย จึงมีผู้คนเพียงน้อยนิดที่กล้าเข้าท้าทาย ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่รู้จริงๆว่าข้างในมีสภาพเป็นอย่างไรจึงมีอยู่น้อยมาก

เพราะทางเดินสถิติโลกจารึกยังไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงไม่มีกำแพงปกปิดห้องเปลวเพลิงปฐพีไว้ ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงมองเห็นสภาพภายในได้อย่างชัดเจน ซึ่งความร้อนอันน่าสะพรึงนั้นก็ทำให้พากันอึ้ง

สถิติเดิมภายใต้สถานการณ์แบบนี้คือ 17 นาที…

แล้วหมอนี่อยู่ในนั้น ได้ถึง 2 ชั่วโมงเต็มจริงๆหรือ?

“ผู้อาวุโส ผมซ่อมห้องเปลวเพลิงปฐพีสำเร็จแล้ว ผมไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้วใช่ไหม?” จางเซวียนไม่แยแสความอัศจรรย์ใจของฝูงชน เขาหันไปถามหยวนหง

“ดูเผินๆก็เหมือนจะใช้การได้แล้วนะ แต่ผมต้องขอทดสอบการใช้งานก่อนเพื่อให้แน่ใจ” หยวนหงโบกมือ

แม้ห้องเปลวเพลิงปฐพีจะดูไม่แตกต่างจากเดิม แต่ก็ยังต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพของมันก่อนโดยเฉพาะเมื่อมีเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงที่แตกต่างออกไป

“เชิญเลย” จางเซวียนยิ้มก่อนจะผายมือให้อีกฝ่าย

“อือ ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับหน้าที่ให้ซ่อมแซมห้องเปลวเพลิงปฐพี จึงรู้ดีว่าสภาพภายในควรเป็นอย่างไร ต้องขอเข้าไปดูสักหน่อย!” หยวนหงพยักหน้า

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ในโรงเรียนช่างตีเหล็ก มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขารับหน้าที่ดูแลรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในโรงเรียน จึงเข้าใจโครงสร้างของห้องเปลวเพลิงปฐพีได้เป็นอย่างดี และวิธีที่ดีที่สุดที่จะตรวจสอบว่ามันใช้การได้ดีดังเดิมหรือยัง ก็คือต้องทดลองด้วยตัวเอง

ดังนั้น หยวนหงจึงเข้าไปในห้องเปลวเพลิงปฐพี

ฟึ่บ!

ทันทีที่เขาก้าวเข้าไป เปลวไฟที่อยู่โดยรอบก็โหมเข้าใส่ และอุณหภูมิก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย?” เมื่อเห็นว่าการทำหน้าที่ของห้องเปลวเพลิงปฐพีแตกต่างจากที่เขาเคยเห็นมาก่อน จางเซวียนขมวดคิ้ว

และในตอนนั้นเองก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา จางเซวียนรีบหันไปถามหลัวเหยียน “โรงเรียนช่างตีเหล็กใช้วัสดุอะไรหลอมแผ่นค่ายกลเพื่อดึงเปลวไฟปฐพีขึ้นจากพื้นดิน?”

“อ๋อ ก็เป็นอัลลอยด์ที่เป็นส่วนผสมของหินสีเขียวอ่อนกับคริสตัลร้อน!” หลัวเหยียนตอบงงๆ

“หินสีเขียวอ่อนกับคริสตัลร้อน?” จางเซวียนตาค้าง

ขณะที่เขากำลังจะพูดต่อ พื้นดินก็พลันสั่นสะท้าน

ครืนนนนนนน!

ด้วยแรงสั่นสะท้านนั้น คลื่นความร้อนมหาศาลผุดพรวดขึ้นจากพื้นดิน เกิดเป็นภาพอันน่าสะพรึง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version