Skip to content

Library Of Heaven’s Path 737


ตอนที่ 737 ปรึกษาหัวหน้าโรงเรียน

ฟึ่บ!

ฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นจากพื้นดิน เหล่าปรมาจารย์ที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่พากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว

พลั่ก พลั่ก ตุ้บ ตึ้ง!

เกิดเสียงดังสนั่นรัวเป็นชุดเมื่อปรมาจารย์หลายสิบคนถูกอัดเข้ากระแทกกับผนัง

จางเซวียนรีบตั้งตัว และเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องอ้าปากค้าง

ไม่เพียงแต่เส้นทางสถิติโลกจารึกจะพังทลายไปทั้งหมด ครึ่งหนึ่งของห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนช่างตีเหล็กก็พังทลายไปด้วย เหลือไว้เพียงเศษซากและฝุ่นตลบที่บ่งบอกถึงอดีตอันรุ่งเรือง ทั่วทั้งบริเวณนั้นมีแต่เสียงกรีดร้องราวกับเกิดหายนะ

ถ้าการที่จางเซวียนพังห้องเปลวเพลิงปฐพีเมื่อครู่ทำให้ทุกคนแทบคลั่งแล้ว ครั้งนี้ก็รุนแรงกว่านั้นอย่างน้อย 10 เท่า!

ทั้งเส้นทางสถิติโลกจารึก ทั้งกลไก และค่ายกลกว่าครึ่งที่อยู่ในห้องโถงใหญ่พังทลายไปทั้งหมด ต่อให้ได้รับการซ่อมแซมแล้ว โรงเรียนช่างตีเหล็กก็จะยังเป็นตัวตลกของทั้งสถาบันปรมาจารย์อยู่ดี

ไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้เข้าท้าทายสถิติเพียงคนเดียวจะทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยการที่ทั้งสาขาต้องวอดวายไปแบบนี้!

โชคดีเหลือหลายที่ปรมาจารย์ส่วนใหญ่ในโรงเรียนช่างตีเหล็กล้วนมีระดับวรยุทธสูงส่ง ด้วยการปกป้องของพลังปราณ พวกเขาจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่…เมื่อนึกถึงห้องเปลวเพลิงปฐพีที่มีมูลค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นสูงถึง 20 ก้อน และความเสียหายครั้งนี้ล่ะ?

จางเซวียนอ้าปากค้าง ก่อนจะรู้สึกหน้ามืด ตอนนี้เขาอยากปล่อยโฮเต็มที

เปลวเพลิงปฐพีที่เขานำเข้าไปใช้แทนหัวใจเปลวเพลิงปฐพีนั้นไม่ได้มีอะไรผิดพลาดเลย และค่ายกลก็ทำงานได้เสถียรดี

เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดความผิดพลาดแต่จนแล้วจนรอดมันก็เกิดขึ้น ความผิดพลาดอยู่ตรงที่แผ่นค่ายกลที่ใช้ดึงเปลวเพลิงปฐพีขึ้นจากพื้นดิน หินสีเขียวอ่อนและคริสตัลร้อนนั้นเป็นสินแร่ล้ำค่าก็จริง แต่หากเจอความร้อนสูง ก็จะเกิดการมอดไหม้ได้ง่าย

พูดกันให้ชัดๆก็คือ สินแร่เหล่านั้นควรจะทนทานต่อความร้อนจากเปลวเพลิงปฐพีได้ แต่นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่จางเซวียนหลงลืมไป

ค่ายกลที่อยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นถูกออกแบบมาให้เพิ่มระดับความร้อนได้ตามระดับวรยุทธของผู้ที่ก้าวเข้าไป ตอนที่หยวนหงก้าวเข้าไปในค่ายกลนั้น อุณหภูมิได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสูงกว่าจุดที่สินแร่เหล่านั้นจะทนทานได้ ด้วยเหตุนี้ มันจึงสูญเสียสภาพเดิมของตัวเองไป

ก็เหมือนกับรถบรรทุกในชีวิตเก่าของเขา

หากบรรทุกตามน้ำหนักที่กำหนดไว้ ก็สามารถวิ่งได้เป็นระยะเวลานาน แต่หากบรรทุกมากเกินไป ก็จะพังเสียหายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ถ้าแผ่นค่ายกลที่ใช้ดึงเปลวเพลิงปฐพีขึ้นจากพื้นดินถูกหลอมขึ้นจากวัสดุที่ดีกว่านั้น ก็จะไม่มีปัญหา แต่เรื่องจริงไม่ใช่แบบนั้น

เมื่อแผ่นค่ายกลเริ่มหลอมละลาย ความเสถียรที่จางเซวียนอุตส่าห์สร้างขึ้นด้วยความยากลำบากก็ถูกสั่นคลอน เกิดเป็นเปลวเพลิงปฐพีอันรุนแรงจนควบคุมไม่ได้…และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยหายนะ

พูดง่ายๆก็คือ…

ถ้าหยวนหงไม่เข้าไป ปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้น!

เป็นเพราะแผ่นค่ายกลนั้นอ่อนแอเกินไป และหยวนหงก็แข็งแกร่งเกินไป จึงเกิดอุบัติเหตุอย่างที่เห็น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นสิ่งที่จางเซวียนไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดขึ้น

แม้แต่ผู้อาวุโสก็นึกไม่ถึงว่าค่ายกลอันซับซ้อนที่เขาก้าวเข้าไปจะต้องพังทลายเพราะวัสดุที่มีคุณภาพไม่ดีพอ

“นี่ไม่ใช่ความผิดของผมนะ…” จางเซวียนน้ำตาไหลพราก

แม้เขาจะเชื่อแบบนั้น แต่ดูเหมือนคนอื่นๆจะไม่ได้เห็นด้วย ทันทีที่แรงสั่นสะเทือนเริ่มสงบลง หลัวเหยียนกับคนอื่นๆก็ลุกขึ้นยืนและจ้องมองเศษซากปรักหักพัง ก่อนจะหันมาถลึงตามองจางเซวียนอย่างโกรธเกรี้ยว ราวกับอยากจะสังหารเขาทั้งเป็น

ที่นี่คือศูนย์กลางของโรงเรียนช่างตีเหล็ก พวกเขาจะหลอมอาวุธได้อย่างไรเมื่อทุกอย่างพังทลายไปแล้วแบบนี้? จะเชิดหน้ามองโรงเรียนอื่นๆได้อย่างไรกัน?

“คุณทำอะไรลงไป…” หลัวเหยียนคำรามลอดไรฟัน

ตอนนี้เขาโมโหจนแทบอยากจะฉีกจางเซวียนเป็นชิ้นๆ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะระงับอารมณ์ไว้และสั่งการ “คุณสองคนจับตาดูเขาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้หนีไปไหนได้นะ ส่วนที่เหลือตามผมมา ผมจะไปช่วยท่านอาจารย์!”

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะคิดบัญชีกับหมอนี่ ความปลอดภัยของท่านอาจารย์ของเขาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

“ได้!” ปรมาจารย์ 2 คนเข้ามายืนขนาบข้างจางเซวียนไว้ ไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสหนีรอด

ส่วนคนที่เหลือก็รีบเข้าไปมองดูซากปรักหักพังที่ครั้งหนึ่งห้องเปลวเพลิงปฐพีเคยตั้งอยู่

การระเบิดทำให้เส้นทางสถิติโลกจารึกพังทลายไปหมด เพราะรองหัวหน้าหยวนหงยืนอยู่บริเวณศูนย์กลางของการระเบิด จึงน่าจะได้รับบาดเจ็บมากกว่าคนอื่นๆ

แต่ขณะที่พวกเขากำลังตั้งต้นจะขุดคุ้ยซากปรักหักพัง ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกองฝุ่น -หยวนหง

ตอนนี้ เส้นผมของเขาแหว่งหายไปกระจุกหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเต็มไปด้วยประกายของความโกรธเกรี้ยว และดูเหมือนใกล้จะระเบิดเต็มที

“แค่ก แค่ก!”

ทันทีที่หยวนหงออกมาจากกองฝุ่นได้ เขาก็ไอโขลกและกระอักเลือดออกมา ทั้งยังยืนแทบไม่อยู่

“ท่านอาจารย์…”

“รองหัวหน้า…”

ทุกคนรี่เข้าไปหาอย่างเป็นห่วง

บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวและนักรบระดับเซียน จะต้องเกิดเหตุรุนแรงขนาดไหนกันเขาถึงตกอยู่ในสภาพนี้?

“ผมไม่เป็นไร!” หยวนหงโบกมือ ก่อนจะมีนัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง

“หมอนั่นอยู่ที่ไหน?”

ถ้าเขาไม่ได้ใช้พละกำลังของตัวเองระงับการระเบิดไว้อย่างเต็มพิกัด บางทีครึ่งหนึ่งของโรงเรียนช่างตีเหล็กคงจะวอดวายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

คุณเพิ่งประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจไม่ใช่หรือว่าจะไม่มีปัญหาอะไร?

ยืนยันกับผมครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่หรือว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี?

บอกผมมาสิว่านี่คืออะไร!

ทำไมผมถึงโง่เง่าจนหลงเชื่อคำโกหกของคุณ…

ยิ่งคิด หยวนหงก็ยิ่งโมโห

“เขาอยู่ตรงนั้น…” หลัวเหยียนชี้มือไปด้านข้าง และเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา โดยมีปรมาจารย์อีก 2 คน ‘หิ้วปีก’ มาอย่างใกล้ชิด

“คุณเป็นใครกันแน่? คิดจะมาทำอะไรที่นี่?” หยวนหงคำรามกร้าว

เขาเริ่มจะสงสัยว่าหมอนี่อาจเป็นสายลับที่โรงเรียนอื่นส่งมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้โรงเรียนช่างตีเหล็ก

ไม่อย่างนั้น เพียงแค่การเข้าทำลายสถิติ จะก่อให้เกิดความวุ่นวายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน มันออกจะเหลือเชื่อไปหน่อยไหม?

“ผมแค่อยากเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว…” จางเซวียนถอนหายใจเฮือก

เป้าหมายของเขาก็ช่างเรียบง่าย แต่ใครจะคิดว่าต้องใช้คะแนนวิชาการด้วย เพราะเขาไม่มีทางเลือก จึงต้องหาทางเพื่อให้ได้คะแนนวิชาการมา…ตัวเขาเองก็นึกว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ลงท้าย ไม่เพียงแต่คะแนนวิชาการก็ไม่ได้ ยังหาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อนหนักอีกต่างหาก!

“เข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว? คุณเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการเข้ารับการทดสอบหรือ? ยอมรับมาเถอะ คุณมาเพื่อทำลายล้างโรงเรียนของเราใช่ไหม!” หยวนหงคำรามลอดไรฟัน

เวลาที่นักเรียนคนอื่นๆเข้ารับการทดสอบ สิ่งที่ได้ไปก็คือคะแนนวิชาการหรือไม่ก็เงิน แต่พอเป็นตาคุณ…คุณแน่ใจหรือว่าไม่ได้พยายามจะสังหารหมู่พวกเรา!

ถ้าไม่ใช่เพราะระดับวรยุทธอันสูงส่งและการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วของผม ผมคงตายอยู่ในนั้นแล้ว!

คุณเคยเห็นใครพังทั้งสมาคมระหว่างพยายามเข้ารับการทดสอบหรือเปล่า?

“ผม…ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เอาอย่างนี้ไหม ผมเต็มใจจะชดใช้ให้…” จางเซวียนหน้าแดงก่ำ

แม้ทุกอย่างจะดูราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เริ่มต้นจากเขา เขาจึงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างเดียวที่จางเซวียนคิดออกในตอนนี้ก็คือการชดใช้ค่าเสียหาย

“ชดใช้ค่าเสียหาย? คุณจะเอาอะไรมาชดใช้? แน่ใจหรือว่ามีปัญญาชดใช้ให้พวกเรา?” หยวนหงโกรธจนตัวสั่น

เส้นทางสถิติโลกจารึกนั้นเป็นความสำเร็จของบรรพบุรุษนับไม่ถ้วนก่อนหน้าพวกเขา คุณจะชดเชยอย่างไร? อีกอย่าง แม้กระทั่งหินวิเศษขั้นสูงแค่ 10 ก้อน คุณยังไม่มีปัญญาด้วยซ้ำ แล้วจะเอาอะไรมาให้เรา?

ต่อให้เราเอาตัวคุณไปขาย ก็ยังไม่ได้เงินมากขนาดนั้นเลย!

“คุณบอกผมมาสิว่าผมต้องชดใช้คุณด้วยหินวิเศษกี่ก้อน ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะหามาคืนคุณให้ได้…” จางเซวียนพูดขณะกำหมัดแน่น

อย่างมากที่สุด เขาก็แค่ต้องหางานพิเศษทำ และให้ปรมาจารย์หยางปรากฏตัวเพื่อรักษาผู้ป่วยและให้คำชี้แนะ ซึ่งหากทำอย่างนั้นก็สามารถใช้หนี้ได้

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะโทษเขาทั้งหมดทีเดียวก็ไม่ถูก แต่มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับอีกฝ่ายหากเขาจะปัดความรับผิดชอบ จางเซวียนจึงได้แต่กัดฟันและยอมแบกรับภาระนั้น

“หามาคืน?” หยวนหงคำรามเยาะ

คุณก็ช่างรู้จักพูด!

เป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว ต่อให้ทำงานจนตายก็หาเงินมาชดใช้ไม่พอหรอก!

“คุณรู้ไหมว่าคุณทำอะไรเสียหายไปบ้าง?” หยวนหงตวาดด้วยนัยน์ตาคมกริบ “มีการท้าทายถึง 37 รูปแบบในเส้นทางสถิติโลกจารึก ซึ่งแต่ละอย่างก็รวมเอาหยดเลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตาของเหล่าบรรพบุรุษไว้นับไม่ถ้วน เช่นเดียวกันกับสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าและสินแร่ราคาสูงที่ไม่อาจใช้เงินหาซื้อมาได้! ยิ่งกว่านั้น กว่าครึ่งของห้องโถงที่เสียหายไป ต่อให้หินวิเศษ 3000 ก้อนก็ไม่พอ ถึงอย่างนี้แล้วคุณยังจะกล้าพูดเรื่องการชดใช้อีกหรือ? บอกมาสิ! คุณคิดจะชดใช้อย่างไร?”

วิชาชีพช่างตีเหล็กเป็นอาชีพที่ต้องใช้เงินมาก ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆล้วนแต่มีราคาสูง โดยเฉพาะในส่วนที่ใช้กับสินแร่เกรดสูงขึ้นไป หากจะบอกว่าทุกตารางนิ้วของสมาคมช่างตีเหล็กเปรียบได้กับทอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริง

สร้างความเสียหายมากขนาดนี้…ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวขั้นต่ำก็ยังชดใช้ไม่ไหว นับประสาอะไรกับคุณ!

“หินวิเศษขั้นสูง 3000 ก้อน?” จางเซวียนถึงกับเซ

ตอนนี้เขามีหินวิเศษขั้นสูงอยู่ในครอบครองเพียงก้อนเดียวเท่านั้น และต่อให้ขายสมบัติพัสถานทั้งหมดที่มีก็คงได้ราว 10 ก้อน แล้ว 3000 ก้อน…จะหามาจากไหน!

ต่อให้เขาปลอมตัวอยู่ในคราบของปรมาจารย์หยาง ก็คงหาหินวิเศษขั้นสูงจำนวนมากขนาดนั้นไม่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นหรอก

“แล้ว การท้าทายสถิติอื่นๆล่ะ ขอผมลองซ่อมมันได้ไหม?” จางเซวียนถาม

ในเมื่อไม่มีปัญญาจ่าย เขาจึงได้แต่ยื่นข้อเสนอขอซ่อมแซมส่วนอื่น เผื่อจะลดหนี้ลงได้บ้าง

“คุณ…”

หยวนหงโกรธจนแทบจะขาดใจตายเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

หมอนี่สัญญิงสัญญาเป็นดิบดีว่าจะซ่อมห้องเปลวเพลิงปฐพี แล้วดูสิว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ห้องห้องเดียวพังยังไม่พอ ลามไปถึงกว่าครึ่งของโรงเรียนช่างตีเหล็กด้วย!

และความเสียหายก็เพิ่มจากหินวิเศษขั้นสูงจำนวน 10 ก้อนไปเป็น 3,000 ก้อน เพิ่มขึ้นกว่า 300 เท่าเลยทีเดียว!

เขานึกว่าอย่างน้อยหมอนี่คงจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร และเจียมเนื้อเจียมตัวกว่านี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะอาจหาญถึงขนาดเปิดปากพูดอีก…

ซ่อมหัวตัวเองเถอะ!

ถ้าผมปล่อยให้คุณซ่อมอะไรอีกล่ะก็ ทั้งโรงเรียนช่างตีเหล็กหรือแม้แต่ทั้งสถาบันปรมาจารย์ก็คงวอดวายไม่มีเหลือ!

อีกอย่าง เส้นทางสถิติโลกจารึกก็ไม่ใช่สิ่งที่โรงเรียนช่างตีเหล็กจะซ่อมได้ด้วยตัวเอง เพราะยังมีกลไกอีกมากมายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องอาศัยความร่วมมือของนักออกแบบสวรรค์สร้างซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วย

ต่อให้คุณเชี่ยวชาญการตีเหล็กขนาดไหน คุณก็ซ่อมเองไม่ได้หรอก ในเมื่อคุณไม่รู้เรื่องการอเกแบบกลไก!

“ถ้าต้องรู้เรื่องกลไกก่อนถึงจะซ่อมได้ ผมไปขอเข้ารับการทดสอบเป็นนักออกแบบสวรรค์สร้างก่อนก็ได้…” เมื่อรู้แล้วว่าหยวนหงคิดอะไรอยู่ จางเซวียนพูดขึ้นมา

“….” หยวนหงแทบทรุดไปอีกครั้ง

นี่จะอวดดีให้ได้โล่หรือไง?

เข้ารับการทดสอบเป็นนักออกแบบสวรรค์สร้างก่อน? นี่คุณคิดว่าการทดสอบมันง่ายดายถึงขนาดนึกอยากผ่านก็ผ่านหรือ?

“จับตาดูหมอนี่ไว้ให้ดีนะ…” หยวนหงหน้าแดงก่ำด้วยความเดือดดาล เขาโมโหจนแทบจะขาดใจตาย จากนั้นก็โบกมือและเดินออกไป

“ขอรับ!” หลัวเหยียนและคนอื่นๆรีบพยักหน้า

“ผมจะไปปรึกษาหัวหน้าโรงเรียนสำหรับเรื่องนี้ ระหว่างนี้ อย่าให้เขาหนีไปไหนได้…” หยวนหงกำชับ

สถานการณ์ตอนนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาแล้ว เขาจำเป็นต้องรายงานต่อหัวหน้าโรงเรียนโดยตรง และท่านหัวหน้าจะตัดสินใจเองว่าจะจัดการหมอนี่อย่างไร

“ได้!” ฝูงชนพากันตอบรับ

“รองหัวหน้าหยวน หัวหน้าขอให้คุณไปพบที่สำนักงานของเขาทันที!” ตอนนั้นเอง ปรมาจารย์คนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามารายงานอย่างร้อนรน

“เขาต้องการให้ผมไปพบที่สำนักงาน?” หยวนหงถึงกับชะงัก

“หรือเขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่?”

แม้จะเกิดความวุ่นวายขึ้นขนานใหญ่ แต่ด้วยพื้นที่ใหญ่โตของโรงเรียนช่างตีเหล็กและระยะห่างระหว่างสำนักงานกับที่นี่ ท่านหัวหน้าน่าจะยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น จะเรียกหาเขาทำไม?

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version