Skip to content

Library Of Heaven’s Path 822


ตอนที่ 822 แก่นไม้ฟีนิกซ์

ยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่นั้นเป็นที่รู้จักกันดีถึงอานุภาพอันน่าทึ่ง ที่ทำได้แม้กระทั่งจัดการให้แขนขาที่เสียหายงอกขึ้นใหม่ แต่ก็เป็นธรรมดาที่การหลอมทำได้ยากมาก

แม้แต่ในหมู่ยาเม็ดเกรด 7 ด้วยกัน ยาชนิดนี้ก็ยังถือเป็นยาเม็ดระดับสูง พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้นักปรุงยาระดับ 7 ดาวมาหลอมก็ยังยาก แล้วพวกเขาจะทำสำเร็จได้อย่างไร?

สำหรับทุกอาชีพในเก้าสถานะระดับบน ความแตกต่างของแต่ละลำดับขั้นนั้นจัดว่าพัฒนาถึงกันได้ยาก

แม้นักปรุงยาระดับ 6 ดาวกับ 7 ดาวจะต่างกันเพียงขั้นเดียว แต่ก็เทียบเท่ากับความแตกต่างระหว่างนักรบระดับเซียนกับนักรบเหนือมนุษย์ เป็นช่องว่างที่เอื้อมไม่ถึง

หรือแม้แต่ในระดับเดียวกัน ระหว่างขั้นต่ำกับขั้นสูงสุดก็ยังมีความสามารถต่างกันมาก

พูดอีกอย่างก็คือ แม้พวกเขาจะเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด อีกเพียงคืบเดียวก็จะได้เป็นนักปรุงยาระดับ 7 ดาวแล้ว แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะหลอมยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ได้สำเร็จ เพราะเป็นยาที่มีแต่นักปรุงยาระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดเท่านั้นที่จะหลอมได้

นักปรุงยาลู่ส่ายหน้าและยิ้มแหยๆ “ผมเกรงว่าพวกเราจะช่วยอะไรไม่ได้”

“ผมรู้ว่ามันยาก ถึงอยากให้พวกคุณร่วมมือกัน” จางเซวียนตอบ

“ร่วมมือกัน? แต่พวกเราไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน มันไม่ง่ายหรอกนะ” ทั้งกลุ่มส่ายหัว

การหลอมยาไม่เหมือนกับการต่อสู้ ที่นักรบแต่ละคนเพียงแค่คอยปกป้องซึ่งกันและกัน เพราะนักปรุงยาทุกคนมีเทคนิคการหลอมยาและสไตล์เฉพาะของตัวเอง เป็นไปได้ว่า เพียงแค่นักปรุงยา 2 คนทำการหลอมยาในหม้อเดียวกัน ก็เกิดความผิดพลาดขึ้นได้แล้ว มีแนวโน้มที่จะทำให้สมุนไพรเสียเปล่า หรือแม้แต่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด นั่นคือหม้อระเบิด!

การที่นักปรุงยาจะทำงานร่วมกันในหม้อหลอมยาใบเดียวกันนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียวเรื่องแบบนี้เคยมีมาก่อน แต่พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ผ่านการฝึกฝนให้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ต้น ซึ่งหลังจากร่วมงานกันมาหลายต่อหลายปี ต่างก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี เพียงแค่สบตาเท่านั้น ทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่สำหรับนักปรุงยาลู่และคนอื่นๆ ที่อยู่ตรงนี้ต่างก็มีวิถีทางของตัวเองและดำเนินตามวิถีนั้นมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ทุกคนจึงมีสไตล์และความต้องการเฉพาะแบบ หากต้องมาทำงานร่วมกันล่ะก็ แค่การหลอมยาไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่อาจเลวร้ายได้ถึงขนาดที่ทำให้ทั้งสถาบันปรมาจารย์ระเบิดวายวอด!

ในฐานะที่เป็นยาเม็ดเกรด 7 ระดับสูง พลังงานที่อยู่ในยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่นั้นเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนขั้น 4 หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ด้วยวรยุทธระดับเซียนขั้น 1 ของพวกเขา ไม่มีทางที่จะยับยั้งการระเบิดได้

“พวกคุณไม่ต้องกังวล ผมมีเทคนิคการหลอมยาอยู่สองสามอย่างที่เหมาะสม และหวังว่าพวกคุณจะสามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของการร่วมงานกันนั้น ขอแค่พวกคุณฟังคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด ก็จะไม่มีปัญหาอะไรเลย” จางเซวียนพูดขณะยื่นหนังสือ 2-3 เล่มให้ทั้งกลุ่ม

มันคือเทคนิคการหลอมยาที่จำเป็นสำหรับการหลอมยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ ซึ่งเขาสรุปขึ้นเอง

“เทคนิคการหลอมยา?” นักปรุงยาลู่กับคนอื่นๆ คว้าหนังสือมาพลิกดู

ต่างคนต่างเปิดอ่านคนละเล่ม โดยเนื้อหาในแต่ละเล่มก็แตกต่างกันไป

“ศิลปะการหลอมยาเม็ดฝนโปรย”

นักปรุงยาลู่ใช้เวลาไม่นานก็อ่านจบ ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้วก็ถึงกับมือสั่น

ศิลปะการหลอมยาเม็ดฝนโปรยนั้นเป็นเทคนิคที่ซับซ้อนและล้ำลึกมาก แม้แต่นักปรุงยาลู่ที่มีประสบการณ์มายาวนานหลายปีก็ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเขาทำความเข้าใจเทคนิคนี้จนเชี่ยวชาญ ความสามารถในการหลอมยาของเขาจะต้องพุ่งพรวดขึ้นอีกครั้ง

และทันทีที่ระดับวรยุทธถึงเกณฑ์ เขามั่นใจว่าจะสามารถผ่านการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 7 ดาวได้สบาย!

แต่สิ่งที่ทำให้เขาอัศจรรย์ใจก็คือ ศิลปะการหลอมยาเม็ดฝนโปรยสามารถเติมเต็มเข้ากับเทคนิควรยุทธของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากเขาเชี่ยวชาญเทคนิคนี้ล่ะก็ ประสิทธิภาพในการต่อสู้จะต้องเพิ่มสูงขึ้นด้วย

“นี่เป็นเทคนิคการหลอมยาที่ดีมาก มันเข้ากันดีกับพลังปราณเต่าวิเศษของผม!”

“เทคนิคการหลอมยาในหนังสือเล่มนี้เหมาะสมกับเทคนิควรยุทธของผมเลย”

หลังจากอ่านหนังสือของตัวเองแล้ว ต่างคนต่างก็ตาโตและอดอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น นักปรุงยาลู่หยิบหนังสือของคนอื่นๆ มาพลิกดู จากนั้นก็ตะลึง

เขารู้เลยว่าเทคนิคการหลอมยาที่อยู่ในหนังสือเหล่านั้นเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเทคนิควรยุทธและสภาวะร่างกายของแต่ละคน หาข้อบกพร่องไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว

พูดอีกอย่างก็คือ ปรมาจารย์จางได้ออกแบบเทคนิคการหลอมยาเหล่านี้เป็นการเฉพาะสำหรับพวกเขา ไม่อย่างนั้น หากพิจารณาจากการที่นักรบแต่ละคนมีเทคนิควรยุทธและสภาวะร่างกายเฉพาะตัว มันจะบังเอิญถึงขนาดมีเทคนิคการหลอมยาที่เหมาะสมกับพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างไร?

ออกแบบเทคนิคการหลอมยาให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคนได้ขนาดนี้ เขาจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการหลอมยาลึกซึ้งขนาดไหน?

ต่อให้นักปรุงยาระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดก็ยังทำไม่ได้!

“อะ-เอ่อ”

เป็นธรรมดาที่เมื่อนักปรุงยาลู่รู้เรื่องนี้ คนอื่นๆ ก็ต้องรู้เช่นกัน พวกเขาตาโตด้วยความเคารพและยำเกรง ทุกคนพากันจับจ้องชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

หลังจากฟังการบรรยายก็คิดว่าเขาน่าทึ่งอยู่แล้ว แต่มาตอนนี้ยิ่งบังเกิดความยำเกรงและเคารพอย่างล้ำลึก

หลังจากหายตะลึง นักปรุงยาลู่ตั้งคำถาม “ปรมาจารย์จางเตรียมสมุนไพรที่จำเป็นหรือยัง? เท่าที่ผมรู้ สมุนไพรหลักที่จำเป็นต่อการหลอมยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่นั้นคือหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ เป็นสมุนไพรระดับเซียนที่หายาก!”

ก็อย่างที่เขาว่ากัน พ่อครัวที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจปรุงอาหารได้หากปราศจากวัตถุดิบ

สมุนไพรที่จำเป็นต่อการหลอมยาเม็ดเกรด 7 นั้นอาจหาได้ไม่ยากในจักรวรรดิอันทรงเกียรติ แต่สำหรับเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

โดยเฉพาะหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ นอกจากจะหายากและนำมาปลูกเองไม่ได้แล้ว สภาพแวดล้อมที่อยู่ของมันยังมีหนอนพิษอยู่ยั้วเยี้ย ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 4 ก็ยังเข้าไปเก็บได้ยาก

“ผมได้ขอสมุนไพรที่จำเป็นจากทางสำนักงานใหญ่ไว้แล้ว” จางเซวียนตอบ

หลังจากได้รับสูตรยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่มา เขาก็รีบตามหาสมุนไพรที่จำเป็น และได้รู้ว่าหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักนั้นหาได้ยากในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน จึงร้องขอจากทางสำนักงานใหญ่

“คุณขอสมุนไพรจากทางสำนักงานใหญ่?”

นักปรุงยาลู่กับคนอื่นๆ มองหน้ากัน “ด้วยราคาสูงของมัน ทางสำนักงานใหญ่จะยินดีมอบให้หรือ?”

การร้องขอกับการสั่งซื้อจากสำนักงานใหญ่นั้นถือเป็นคนละเรื่อง

การร้องขอเทียบเท่ากับการขอแรงสนับสนุนจากทางสำนักงานใหญ่ ซึ่งหากทางสำนักงานใหญ่ตอบรับคำขอ ก็จะมอบสมุนไพรให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

แต่ส่วนการสั่งซื้อ ผู้สั่งซื้อจะต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเป็นค่าสมุนไพร

หญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่เป็นสมุนไพรระดับเซียนที่ล้ำค่าและหายาก ต่อให้สั่งซื้อจากทางสำนักงานใหญ่ ก็คงมีราคาอย่างน้อยเท่ากับหินวิเศษขั้นสูงหลายร้อยก้อน หรืออาจจะถึง 1,000 ก้อนก็ได้ มาร้องขอแบบนี้ ทางสำนักงานใหญ่จะตอบรับหรือ?

หากมันง่ายดายแบบนั้น สมาคมนักปรุงยาสำนักงานใหญ่ก็คงต้องล้มละลายไปแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับจากการร้องขอสมุนไพรของนักปรุงยาแต่ละคน

จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ผมได้แก้ปัญหาให้หนึ่งในนักปรุงยาที่นั่น และเขาก็สัญญาว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ ผมจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร!”

กำแพงสื่อสารนั้นส่งผ่านได้เฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ขณะที่จอหยกสื่อสารทำให้คู่สนทนา สามารถเห็นหน้ากันได้ด้วย

ก่อนหน้านี้ ตอนที่จางเซวียนเข้ารับการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ดาว นักปรุงยาคนหนึ่งจากอีกฝั่งได้ส่งวีดีโอการหลอมยาของบุคคลคนหนึ่งมา จางเซวียนได้ช่วยฝ่ายนั้นวิเคราะห์และแก้ปัญหา 2-3 อย่างที่เกิดกับการหลอมยาของเขาจนเอาชนะใจอีกฝ่ายได้ ด้วยเหตุนี้ ทางนั้นจึงเสนอจะช่วยร้องขอหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ให้

ว่าแต่…ก็เป็นแค่การพูดกันลอยๆ ถ้าอีกฝ่ายจะไม่รักษาคำพูด จางเซวียนก็ทำอะไรไม่ได้

นักปรุงยาลู่ขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังจางเซวียนเล่า เขาพูดต่อว่า “แม้แต่นักปรุงยาจากสำนักงานใหญ่ ก็ยังยากที่จะร้องขอสมุนไพรหากไม่มีเส้นสาย คุณรู้ชื่อของนักปรุงยาคนที่คุณพูดด้วยหรือเปล่า?”

“ถ้าผมจำไม่ผิดนะ เขาชื่อหวูฮว่าหยู่ ในบรรดานักปรุงยา 10 คนที่อยู่ในจอหยกสื่อสาร เขาเป็นคนที่เอะอะโผงผางที่สุด” จางเซวียนตอบ

แต่ยังไม่ทันจะพูดขาดคำ บรรดาผู้อาวุโสต่างก็อ้าปากค้างและเริ่มตัวสั่น

“มีอะไร?” จางเซวียนขมวดคิ้วกับสภาพพิลึกพิลั่นนั้น

“ปรมาจารย์จาง คุณรู้หรือเปล่าว่าหวูฮว่าหยู่เป็นใคร?” นักปรุงยาลู่ถามด้วยริมฝีปากสั่นระริก

“ผมจะไปรู้ได้อย่างไร? แต่เท่าที่ดูจากความทึ่มและคำพูดไม่ได้เรื่องได้ราวที่เขาพ่นออกมามากมาย เขาคงไม่ใช่คนสำคัญนักหรอก ทำไมล่ะ คุณสองคนรู้จักกันหรือ?” จางเซวียนถาม

“ทึ่ม?”

“แค่ก แค่ก”

นักปรุงยาลู่เกือบสำลัก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยจริงๆ ก็ได้แต่ส่ายหน้าได้ยิ้มเจื่อนๆ “หวูฮว่าหยู่คือประธานสมาคมนักปรุงยาแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติ, นักปรุงยาระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุด!”

คนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้า ราวกับกลัวว่าจางเซวียนจะไม่เชื่อ

การที่คุณจะไม่รู้จักประธานหวูก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไปว่าเขาทึ่ม!

นั่นคือนักปรุงยาหมายเลข 1 ของจักรวรรดิฉิงหย่วนเลยนะ คุณพูดราวกับว่าเขาไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย!

แถมคุณยังช่วยแก้ปัญหาให้เขาด้วย?

นี่ปีศาจพรรค์ไหนกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าเรา?

“ประธานสมาคม? คุณจะบอกว่าคนๆ นั้นคือประธานสมาคมนักปรุงยาหรือ? ผมเพิ่งรู้”

จางเซวียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ในเมื่อเขาเป็นถึงประธานสมาคม การจะได้หญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่มาก็คงไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนวัตถุดิบชนิดอื่นๆ นั้นคงหาได้ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน นี่คือรายการวัตถุดิบที่ผมต้องใช้” จางเซวียนพูดขณะยื่นกระดาษให้แผ่นหนึ่งให้

“ในฐานะนักปรุงยา คุณคงมีเส้นสายที่นี่มากกว่าผม ผมจึงต้องขอรบกวนให้พวกคุณจัดหามา ถ้าเห็นสมุนไพรเหล่านี้ล่ะก็ ช่วยซื้อมาให้ผมหน่อย ผมจะจ่ายคืนให้คุณทีหลัง ถ้ามีเงินไม่พอ ก็จะขายยาเม็ดเกรด 6 แล้วนำเงินมาให้”

ในเมื่อจางเซวียนรบกวนคนเหล่านี้ให้ช่วยจัดหาสมุนไพรให้ เขาก็จำเป็นที่จะต้องควักกระเป๋าจ่าย

โชคดีที่เขายังมียาเม็ดเกรด 6 หลงเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง จึงสามารถนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อสมุนไพรได้

“สมุนไพรพวกนี้พอจะหาได้อยู่นะ”

นักปรุงยาลู่มองรายชื่อวัตถุดิบผ่านๆ และออกความเห็น “พวกเราน่าจะรวบรวมสมุนไพรเหล่านี้จากสต็อกของตัวเองได้ ปรมาจารย์จางไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรอก ถือซะว่าเป็นการตอบแทนที่คุณถ่ายทอดความรู้เรื่องเทคนิคการหลอมยาให้พวกเราก็แล้วกัน!”

ในฐานะกลุ่มผู้อาวุโสของโรงเรียนนักปรุงยา พวกเขามีสมุนไพรเก็บไว้จำนวนหนึ่งซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ แม้จะไม่มีสมุนไพรระดับเซียนอันล้ำค่าอย่างหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ แต่สมุนไพรที่พวกเขาสะสมมาเป็นเวลาเนิ่นนานก็ถือว่าน่าทึ่งอยู่ไม่น้อย

อีกอย่าง ในฐานะนักปรุงยาระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดและผู้อาวุโสของสถาบันปรมาจารย์ คงจะเป็นเรื่องน่าอับอายหากพวกเขาเอาแต่ได้ แล้วไม่ตอบแทนอะไรกลับคืนให้อีกฝ่ายเลย

มันก็แค่สมุนไพรจำนวนหนึ่งเท่านั้น พวกเขามีเก็บไว้มากมาย จะนำออกมาบางส่วนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

จางเซวียนตาโต จากนั้นก็ประสานมือคารวะ “ผมต้องขอขอบคุณล่วงหน้า!”

“ปรมาจารย์จาง ให้ผมพูดให้จบก่อน” นักปรุงยาลู่โบกมือ “เราหาสมุนไพรที่คุณต้องการได้เกือบหมดทุกอย่าง แต่ยังมีอยู่ชนิดหนึ่งที่คุณต้องหาเอง”

“อะไรล่ะ?” จางเซวียนถาม

“มันคือสมุนไพรชนิดสุดท้ายที่อยู่ในรายการ ‘แก่นไม้ฟีนิกซ์’!” นักปรุงยาลู่ตอบ

“แก่นไม้ฟีนิกซ์?” จางเซวียนขมวดคิ้ว “คุณหามันไม่ได้หรือ?”

แก่นไม้ฟีนิกซ์นั้นไม่ใช่สมุนไพรระดับเซียน ไม่ใช่สมุนไพรระดับจิตวิญญาณ ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยาเสียด้วยซ้ำ

จางเซวียนคิดว่าสิ่งนี้น่าจะหาง่ายที่สุดเท่าที่มีอยู่ในรายการ ทำให้เขาจดบันทึกเอาไว้เป็นรายการสุดท้าย ใครจะไปคิดว่าผู้อาวุโสจะมาบอกว่าหามันไม่ได้

“แก่นไม้ฟีนิกซ์เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของต้นฟีนิกซ์ มันมีคุณสมบัติในการบำรุงเลือดและสมานแผล แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย ปัญหาคือมันหายาก ทำให้ไม่มีใครในหมู่พวกเรามีเก็บไว้ และไม่น่าจะหาได้ทั้งในโรงเรียนนักปรุงยาและโรงเรียนนายแพทย์ด้วย!” นักปรุงยาลู่พูด

“แม้แต่โรงเรียนนักปรุงยาและโรงเรียนนายแพทย์ก็ไม่มี แล้วผมจะไปหาจากที่ไหน?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

โรงเรียนนักปรุงยาและโรงเรียนนายแพทย์เรียกได้ว่าเป็นแหล่งสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนแล้ว หาก 2 ที่นี้ไม่มีแก่นไม้ฟีนิกซ์ แล้วที่ไหนในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนที่จะมี?

“ปรมาจารย์จางใจเย็นก่อน ถึงเราไม่รู้ว่าจะหาแก่นไม้ฟีนิกซ์มาได้อย่างไร แต่พวกเราก็รู้ว่าจะหาได้ที่ไหน ถ้าปรมาจารย์จางหว่านล้อมเขาได้ละก็ คุณได้มันมาแน่!” นักปรุงยาลู่พูด

“อ้อ?” จางเซวียนเลิกคิ้ว “ได้โปรดชี้แนะผมด้วย”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version