Skip to content

Library Of Heaven’s Path 885


ตอนที่ 885 นิ้วเดียว

ไม่นาน จางเซวียนก็มาถึงบริเวณที่เกลื่อนไปด้วยกระดูกสีขาวและเสื้อเกราะสนิมเขรอะ เขาพินิจพิจารณากระดูกเหล่านั้น มีร่องรอยของการจารึก เหมือนกับร่องรอยที่บรรพบุรุษในห้องรับรองอาจารย์จะทิ้งไว้เมื่อพวกเขาได้การยอมรับ

พูดอีกอย่างก็คือกระดูกเหล่านี้เป็นของปรมาจารย์

ปรมาจารย์ทุกคนคือทรัพย์สมบัติของมวลมนุษยชาติ

จางเซวียนอดตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธไม่ได้เมื่อเห็นกองภูเขาเลากาของกระดูกเหล่านั้น

กระดูกทุกชิ้นคือหลักฐานแห่งความชั่วร้ายของอสูรเสือสีทอง ต่อให้มันต้องตายอีกเป็นพันครั้งก็ยังไม่สาสมกับสิ่งที่ทำลงไป

พวกคุณทุกคนคือวีรบุรุษที่สังเวยชีวิตเพื่อมนุษยชาติ ผมไม่อาจปล่อยให้กระดูกของคุณต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่! จางเซวียนคิดอย่างเคร่งเครียด

เขาจึงออกแรงใช้ฝ่ามือกดพื้นที่โล่งๆที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก เกิดหลุมขนาดมหึมาขึ้นมาทันที จากนั้นจางเซวียนก็ใช้กระแสพลังปราณกวาดกระดูกทุกชิ้นใส่ลงไป

ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานหลายปี กระดูกเหล่านั้นต่างผุกร่อนและแตกสลายเป็นชิ้นๆนับไม่ถ้วน ทำให้แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร จางเซวียนจึงต้องฝังพวกเขาไว้ด้วยกัน เพราะออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ การฝังพวกเขาไว้เคียงข้างกันจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ อย่างน้อยที่สุดก็คือทั้งหมดที่เขาทำได้ในตอนนี้

หลังจากฝังกระดูกเหล่านั้นแล้ว จางเซวียนก็ไปตามร่องรอยที่ดวงตาหยั่งรู้บอกไว้

ร่องรอยของ ‘จอมราชันย์’ หายไปเมื่อสิ้นสุดบริเวณที่มีกระดูกกองอยู่เมื่อครู่

หรือว่ามันจะอยู่ใต้ดิน?

พื้นที่นี้ราบเรียบ และเมื่อลองสัมผัส ก็ดูไม่เหมือนว่าจะมีกลไกหรือค่ายกลอะไรอยู่รอบๆ

เขาใช้ดวงตาหยั่งรู้แกะร่องรอยของอีกฝ่ายมา จึงไม่น่ามีอะไรผิดพลาด วิญญาณหายวับไปในอากาศได้อย่างไร

หรือว่า จางเซวียนพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

เขาสะบัดข้อมือ แล้วอสูรวิเศษตัวหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้า

“นางพญามด ตรวจสอบทีว่ามีมิติลี้ลับซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่นี้หรือเปล่า!”

มิติลี้ลับเกี่ยวข้องกับกฎของพื้นที่ ซึ่งจางเซวียนไม่อาจเข้าถึงได้เนื่องจากระดับวรยุทธที่ยังอ่อนด้อยของเขา แต่นางพญามดมีความสามารถพิเศษในการควบคุมมิติ จึงสามารถตรวจจับมิติลี้ลับได้อย่างง่ายดาย

นางพญามดพยักหน้าและเริ่มสำรวจโดยรอบ ครู่ใหญ่ก็ลุกขึ้นยืน

“นายท่าน มีมิติลี้ลับซุกซ่อนอยู่จริงๆ แต่ไม่ใหญ่โตอะไรนัก นายท่านอยากเข้าไปดูหรือไม่?”

“เป็นอย่างที่คิดไว้เลย!” จางเซวียนตาโต

ในเมื่อไม่มีกลไกหรืออะไรทำนองนั้นอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ โอกาสเดียวที่จิตวิญญาณจะซ่อนตัวได้ก็คือต้องอยู่ในมิติลี้ลับ

“ไปสิ ผมอยากดู” จางเซวียนตอบโดยไม่ลังเล

เป้าหมายของเขาคือค้นหาและจับตัว ‘จอมราชันย์’ ที่อสูรเสือสีทองพูดถึง เขาไม่อาจล้มเลิกความคิดนี้เพียงเพราะเจ้านี่ซ่อนตัวอยู่ในมิติลี้ลับ

แต่ในเมื่อผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนขั้น 5 ซ่อนตัวอยู่ข้างใน การที่นางพญามดซึ่งมีวรยุทธแค่เหนืออสูรขั้น 9 จะเข้าไปจึงเป็นเรื่องอันตราย หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนจึงพูดว่า “คุณเข้าไปในนั้นน่ะไม่ปลอดภัยหรอก เปิดทางเข้าให้ผมก็แล้วกัน ผมไปเอง”

หากไม่มีความสามารถในการควบคุมมิติ ก็ไม่มีทางที่ใครสักคนจะเข้าไปในมิติลี้ลับได้ ต่อให้ค้นพบมันก็ตาม

ยกตัวอย่างมิติลี้ลับที่จางเซวียนพบเมื่อครั้งไปเยือนแท่นสถาปนาเซียน หากเขาไม่พบข้อบกพร่อง ในอักษรจารึกและไม่ได้การยอมรับจากปรมาจารย์ขง ก็จะไม่มีทางเข้าไปในนั้นได้ ต่อให้พลิกหน้าผาหรือทุบมันทิ้งเพื่อค้นหา

สำหรับตอนนี้ก็เช่นกัน เพราะนางพญามดมีความสามารถในการควบคุมมิติ จึงเป็นไปได้ว่ามันย่อมมีวิธีการบางอย่างที่จะเข้าไปในมิติลี้ลับนั้น

“ได้ ฉันจะเปิดทางเข้าเดี๋ยวนี้ เพียงแค่ก้าวเท้าก็เข้าไปในมิติลี้ลับได้แล้ว” นางพญามดพยักหน้า

จากนั้นมันก็สำรวจพื้นที่อย่างละเอียดลออ ก่อนจะใช้มือคว้าบางอย่างไว้แล้วฉีกออกจากกัน

แคว่ก!

เกิดรอยแยกขนาดพอๆกับตัวคนขึ้นต่อหน้าต่อตาจางเซวียน

จางเซวียนสูดหายใจลึก จากนั้นก็สะบัดข้อมือและนำหนังสือออกมา หลังจากสั่งการไอ้โหดให้อารักขาเขาแล้ว จางเซวียนก็ก้าวเข้าไปในความว่างเปล่านั้น

ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆอยู่ในนั้นเลย ทันทีที่จางเซวียนก้าวเข้าไปในความว่างเปล่า เขาก็เห็นทุกสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่งอย่างชัดเจน มันเป็นพื้นที่ที่ไม่ใหญ่โตนัก กว้างยาวราว 8 เมตร เล็กกว่ามิติลี้ลับที่แท่นสถาปนาเซียน

หลังจากสำรวจทั่วห้อง ก็ไม่เห็นมังกรเขาน้ำเงินที่เคยปรากฏตัวเมื่อก่อนหน้า แต่มีแท่นกลมหน้าตาประหลาด สูงเท่ากับตัวคนและกว้างราวครึ่งเมตร มันดูไม่เหมือนแท่นบูชาทั่วไปเพราะไม่มีอะไรอยู่บนนั้นเลย

หลังจากมองไปรอบๆห้องและไม่พบอะไรผิดปกติ จางเซวียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย

ดวงตาหยั่งรู้ของเขาไม่โกหกอย่างแน่นอน ‘จอมราชันย์’ เข้ามาในมิติลี้ลับแห่งนี้จริงๆ แต่ทำไมถึงไม่มีอะไรอยู่ที่นี่เลย?

ต่อให้จิตวิญญาณก็หลุดรอดสายตาเฉียบคมของดวงตาหยั่งรู้ไปไม่ได้ แถมตัวเขายังเป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วย ถ้ามังกรเขาน้ำเงินอยู่ที่นี่จริงๆก็ไม่มีทางซ่อนตัวพ้น

ขณะที่จางเซวียนกำลังจะสำรวจต่อ เสียงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นในห้อง ราวกับมีบางอย่างพุ่งตรงเข้ามาหา

ยังไม่ทันที่จางเซวียนจะตอบโต้ ปราการแสงก็ปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวเขา

วิ้ง!

มันคือเครื่องรางคุ้มกันที่จางเซวียนได้มาจากหยู่เฉิงเมื่อครั้งสอบเข้าสถาบันปรมาจารย์

เครื่องรางคุ้มกันนี้สามารถตอบโต้การโจมตีด้วยพละกำลังเต็มพิกัดของนักรบระดับเซียนขั้น 1 ที่อยู่ในตัวมัน เพื่อความปลอดภัย จางเซวียนจึงเก็บไว้กับตัวแทนที่จะใส่ไว้ในแหวนเก็บสมบัติ เมื่อเกิดเหตุอันตราย เขาจึงเปิดใช้งานได้ทันที

ครืนนนนน!

เกิดเสียงดังกึกก้อง เครื่องรางคุ้มกันแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยับยั้งการโจมตีได้แม้เพียงครึ่งอึดใจ พละกำลังนั้นพุ่งเข้ากระแทกกลางหลังของจางเซวียนอย่างจัง ร่างของเขากระเด็นไปราวกับถูกรถไฟชน

ตึ้ง!

จางเซวียนกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังอย่างแรง เกิดเป็นรูขนาดใหญ่

พลั่ก!

เขากระอักเลือดออกมากองใหญ่

ขนาดมีเครื่องรางคุ้มกันช่วยรองรับแรงกระแทกแล้ว จางเซวียนก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส

เขารีบขับเคลื่อนพลังปราณเทียบฟ้าเพื่อเยียวยาอาการบาดเจ็บ ก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อหาที่มาของการโจมตี

ไม่มีใครให้เห็นเลย ไม่มีแม้กระทั่งจิตวิญญาณของมังกรเขาน้ำเงิน มีเพียงนิ้วมือเหี่ยวแห้งนิ้วหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ

การที่เขาถูกเล่นงานเมื่อครู่น่าจะมาจากนิ้วมือนิ้วนี้

นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวสามารถทำลายเครื่องรางคุ้มกันและทำให้เราบาดเจ็บสาหัสได้เลยหรือ? จางเซวียนหรี่ตาอย่างอัศจรรย์ใจ

เขาไม่อาจสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของนิ้วมือนิ้วนั้น แต่ในเมื่อมันทำให้เขาบาดเจ็บได้ง่ายดายขนาดนี้ ก็คงน่าสะพรึงไม่เบา

จางเซวียนรวบรวมลมหายใจและตั้งคำถาม “คุณคือจอมราชันย์ที่อสูรเสือสีทองพูดถึงหรือเปล่า?”

“แกะรอยตามฉันมาได้จนถึงที่นี่ แกก็ไม่ธรรมดาจริงๆ!”

ความคิดของนิ้วมือนิ้วนั้นแวบเข้ามาในสมองของจางเซวียน มันใช้ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์

เท่าที่ฟังจากเสียง ก็น่าจะเป็นมังกรเขาน้ำเงินที่ปรากฏตัวเมื่อครู่ก่อน

“ไม่น่าเชื่อว่าจิตวิญญาณของมังกรเขาน้ำเงินผู้ยิ่งใหญ่จะมาอยู่ในนิ้วมือเพียงนิ้วเดียว!” จางเซวียนตั้งข้อสังเกต

จิตวิญญาณนั้นไม่มีวันแก่ชรา แต่ก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง จางเซวียนยังสงสัยอยู่ว่ามังกรเขาน้ำเงินมีชีวิตอยู่เนิ่นนานขนาดนี้ได้อย่างไร และเท่าที่เห็นตอนนี้ ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเอาตัวรอดมาได้แสนนานด้วยการซ่อนตัวอยู่ในนิ้วมือนิ้วหนึ่ง

ก็แบบเดียวกับมั่วคุนเสินที่มีชีวิตรอดอยู่ได้ด้วยการอยู่ในบัวเก้าหัวใจ

ขอแค่จิตวิญญาณหาที่อยู่ที่เหมาะๆได้ ก็มีชีวิตอยู่ได้แสนนาน

แสดงว่านิ้วมือนิ้วนี้ไม่ใช่นิ้วธรรมดา แต่ก็แน่นอนว่ามันไม่ใช่ชิ้นส่วนของร่างกายซึ่งเป็นอวัยวะที่สมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องสูบเลือดเนื้อเพื่อยื้อชีวิตของมันเอาไว้ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่มังกรเขาน้ำเงินบีบบังคับให้อสูรเสือสีทองนำร่างของเหล่าปรมาจารย์มาเป็นเครื่องบรรณาการ

ปรมาจารย์มีพลังปราณที่บริสุทธิ์กว่า ทำให้พลังชีวิตในเลือดเนื้อของพวกเขาเข้มข้นกว่านักรบทั่วไป พูดง่ายๆก็คือเป็นน้ำทิพย์ขนานเอกสำหรับนิ้วมือนิ้วนี้

เห็นจางเซวียนค้นพบต้นกำเนิดของมันได้อย่างง่ายดาย นิ้วนั้นคำรามเสียงเย็น “แกนี่ก็ช่างสายตาแหลมคมเสียจริง มองเห็นได้ขนาดนี้ทั้งที่อายุยังน้อย ดูท่าแกจะไม่ใช่นักเรียนธรรมดา คงไม่ใช่ลูกศิษย์ของเจ้าคนที่อยู่ข้างนอกนั่นด้วย”

“ถูกต้อง ผมไม่ใช่ลูกศิษย์ของหัวหน้ามั่ว” จางเซวียนตอบ

“ทำให้ 9 ใน 10 ราชันย์แห่งสันเขาปุยเมฆยอมจำนนได้ ช่างเก่งกาจเสียจริง รู้ไหม ฉันดีใจมากที่แกมาที่นี่ เพราะฉันชื่นชอบนักกับการสูบเลือดเนื้อจากปรมาจารย์ที่เก่งกาจแบบแก ถ้ามีแกล่ะก็ ฉันจะสามารถเติมเต็มพลังชีวิตให้กับนิ้วนี้ได้อีกครั้งและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 50 ปี!” นิ้วมือนั้นหัวเราะหึๆอย่างชั่วร้าย ในชั่วขณะนั้น จางเซวียนรู้สึกราวกับมีสายตาตะกละตะกรามคู่หนึ่งจับจ้องเขาอยู่

“มีชีวิตอยู่ได้อีก 50 ปี?” จางเซวียนขมวดคิ้ว “นิ้วมือนี่ทำให้คุณรอดพ้นจากการเผาผลาญพลังหยางเสื่อมถอยได้หรือ?”

ในบรรดาการเสื่อมถอยทั้ง 5 การเสื่อมถอยที่ทำให้ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณส่วนใหญ่ทุกข์ทรมานที่สุดคือการเผาผลาญพลังหยางเสื่อมถอย การเผาพลาญพลังหยางเสื่อมถอยนั้นหมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไป แม้จิตวิญญาณจะมีร่างกายที่ทรงพลังปกป้องไว้ แต่การเผาผลาญพลังจิตวิญญาณของมันก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ แม้ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณก็ไม่อาจมีชีวิตเป็นอมตะ

มั่วคุนเสินปิดตัวจากโลกด้วยการกักขังตัวเองไว้ในบัวเก้าหัวใจ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พลังจิตวิญญาณของเขาก็ยังเสื่อมสลายลงไปทุกปี ตอนที่เขาได้รับการปลดปล่อย เขามีพละกำลังไม่ถึง 1 ใน 10 ของวรยุทธเหนือมนุษย์ขั้น 9-สูงสุดทั่วไปด้วยซ้ำ

ส่วนเจ้านี่ซ่อนตัวอยู่ในนิ้วมือมาแสนนาน แปลว่านิ้วมือนิ้วนี้จะต้องมีอะไรไม่ธรรมดา

“แกรู้จักการเผาผลาญพลังหยางเสื่อมถอยด้วย?” นิ้วนั้นถามอย่างประหลาดใจ

มีผู้คนมากมายที่รู้จักผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ แต่น้อยนักที่จะเคยได้ยินเรื่องการเสื่อมถอยทั้ง 5

การเสื่อมถอยทั้ง 5 คือจุดอ่อนของเหล่าผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ พวกเขาจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวด ไม่ยอมให้คนนอกล่วงรู้ การที่หมอนี่รู้เรื่อง แปลว่าเขาเป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วยหรือเปล่า?

“แน่นอนว่าผมรู้! และยิ่งกว่านั้น ผมยังรู้ด้วยว่าคุณไม่ได้รับการถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณมา ถึงคุณจะมีชีวิตรอดอยู่ได้ในรูปของจิตวิญญาณ แตรก็เป็นแค่กาฝากที่อาศัยนิ้วมือนิ้วนี้เท่านั้น ไม่ได้ครอบครองมัน” จางเซวียนตอบ

หากอีกฝ่ายไม่ได้โจมตีเขา เขาจะไม่มีทางใช้หอสมุดเทียบฟ้าเก็บรายละเอียดได้ โชคดีที่เจ้านี่ตัดสินใจโจมตี ทำให้หอสมุดเทียบฟ้าประมวลหนังสือขึ้นมาให้เขาได้เรียนรู้ว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร

แต่เดิม จางเซวียนคิดว่ามังกรเขาน้ำเงินได้รับการถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณมา จึงมีชีวิตอยู่ได้หลายยุคสมัย แต่หลังจากอ่านหนังสือแล้วก็รู้ตัวว่าเข้าใจผิด

อีกฝ่ายแค่ผูกมัดจิตวิญญาณของเขาไว้กับนิ้วมือโดยใช้กรรมวิธีพิเศษ และเนื่องจากได้สูบเลือดเนื้อของเหล่าปรมาจารย์ จึงยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับศาสตร์ของจิตวิญญาณหรือของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณเลย

แต่ถึงอย่างนั้น การที่รักษาจิตวิญญาณดวงหนึ่งไว้ได้นานขนาดนี้ก็แปลว่านิ้วมือนั้นไม่ใช่ธรรมดา

แต่ก็น่าเสียดายที่มังกรเขาน้ำเงินเพียงแค่ผูกมัดตัวเองไว้กับนิ้วมือเท่านั้น หมายความว่าสองสิ่งนี้ยังคงแยกจากกัน และผู้ที่โจมตีเขาเมื่อครู่ก่อนก็เป็นเพียงจิตวิญญาณ จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับนิ้วมืออยู่ในหอสมุดเทียบฟ้า

ไม่อย่างนั้น จางเซวียนคงใช้หนังสือสังหารมันไปแล้ว แทนที่จะมามัวเสียเวลาต่อปากต่อคำอยู่

นิ้วนั้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงเย็นเยียบ “นึกไม่ถึงเลยว่าคนหนุ่มอย่างแกจะอ่านฉันขาด ด้วยอายุเพียงเท่านี้ ถือว่าแกรอบรู้ทีเดียว ยิ่งเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งหมายความว่าฉันไว้ชีวิตแกไม่ได้! ฉันอาจจะทบทวนใหม่หากแกไม่บุกเข้ามาในมิติลี้ลับของฉัน แต่ในเมื่อแกมาอยู่ที่นี่แล้ว อย่าแม้แต่ฝันว่าจะได้มีชีวิตกลับออกไป!”

ฟิ้วววววว!

พริบตาต่อมา รังสีดุเดือดก็ระเบิดออกมาจากนิ้วมือนิ้วนั้น ภาพลวงตาของมังกรเขาน้ำเงินที่จางเซวียนได้เห็นในถ้ำเมื่อครู่ก่อนปรากฏขึ้นจากนิ้ว ดวงตาของมันเปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหาร พร้อมจะสูบเลือดเนื้อของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

“เมื่อกี้เรายังคุยกันดีๆอยู่เลย ทำไมถึงปุบปับเกิดอยากจะกินผมขึ้นมาล่ะ แล้วคิดว่าจะทำสำเร็จหรือ?” เห็นมังกรเขาน้ำเงินเริ่มออกตัว จางเซวียนกำหนังสือเทียบฟ้าไว้แน่น พร้อมที่จะเขวี้ยงหน้าหนังสือสีทองใส่อีกฝ่าย

แต่ในตอนนั้นเอง เสียงของไอ้โหดก็ดังขึ้น “ปล่อยไอ้หมอนี่ให้ผมจัดการเถอะ”

“ปล่อยมันให้คุณจัดการ?”

เท่าที่เขารู้จักไอ้โหด อีกฝ่ายไม่เคยกระตือรือร้นจะทำงานทำการอะไรเลย เกิดอะไรขึ้นถึงอาสารับภารกิจนี้?

ความสงสัยของจางเซวียนได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว

“เพราะนิ้วนั้นเป็นนิ้วของผม!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version