Skip to content

Library Of Heaven’s Path 907


ตอนที่ 907 เข้าสู่การทดสอบระดับ 7

การทดสอบระดับ 6 นั้นใหญ่กว่าการทดสอบที่ผ่านๆมา มีค่ายกลหลายอันอยู่รอบผนัง

การต่อสู้ระหว่างนักรบระดับเซียนมือใหม่ 2 คนอาจนำมาซึ่งความพินาศวายวอด แรงสะเทือนจากการปะทะอาจเกิดเป็นหายนะได้เลยทีเดียว ดังนั้นจึงมีการติดตั้งค่ายกลไว้ในห้อง เพื่อที่ทั้งสองฝ่าย จะได้ไม่ต้องกังวลกับสภาพแวดล้อม

เมื่อเดินเข้าไป พวกเขาคาดว่าจะเห็นหุ่นนอนแผ่หราอยู่บนพื้นเหมือนกับการทดสอบทั้ง 5 ระดับที่ผ่านมา แต่ก็กลับตรงกันข้าม ไม่มีภาพแบบนั้นให้เห็น

หุ่นตัวหนึ่งนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่ไม่ห่างออกไปนัก ตัวมันแข็งทื่อราวกับดาบแหลมคม แผ่รังสีเย็นเยือกที่ทำให้ทุกคนหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง

“หุ่นที่อารักขาการทดสอบระดับ 6 เป็นหุ่นระดับเซียนมือใหม่ขั้นต้นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงดูไม่ค่อยจะเหมือนเลย?”

“คุณพูดถูก ดูเหมือนหุ่นตัวนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นนะ!”

“แต่ความแข็งแกร่งของหุ่นถูกกำหนดไว้แล้วไม่ใช่หรือ แล้วมันก็ฝึกฝนวรยุทธไม่ได้ จะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร?”

…..

เมื่อเห็นตัวหุ่น ทุกคนได้แต่กะพริบตาปริบๆ

ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของพวกเขา ทุกคนบอกได้ว่าหุ่นตัวนั้นมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าระดับของเซียนมือใหม่ขั้นต้นไปแล้ว มันฝ่าด่านคอขวดไปถึงระดับเซียนมือใหม่ขั้นกลาง!

ว่าแต่เป็นไปได้อย่างไร?

หุ่นเป็นประดิษฐกรรมของนักออกแบบสวรรค์สร้าง ประกอบขึ้นจากกลไกต่างๆ แม้จะมีจิตใจ แต่ก็ยังเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ทำให้ไม่อาจฝึกฝนวรยุทธได้ภายใต้สภาวะปกติ ในเมื่อพวกมันฝึกฝนวรยุทธไม่ได้ จะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรกัน?

“หรือว่าหมอนี่สังหารอาจารย์ใหญ่จางเสียแล้ว?”

ในตอนนั้นเอง ใครคนหนึ่งก็พูดขึ้น ทำเอาทุกคนตัวแข็งทื่อ

อาจารย์ใหญ่ของพวกเขาผ่านการทดสอบด่านที่แล้วๆมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้หุ่นยอมแพ้ได้เพียงแค่มองหรือใช้คำพูดไม่กี่คำ ในเมื่อหุ่นตัวนี้ จู่ๆก็มีพละกำลังแข็งแกร่งขึ้นมา แถมอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นไปได้ไหมว่าอาจารย์ใหญ่ไม่ทันระมัดระวังตัวและถูกหุ่นสังหารเสียแล้ว?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ความผิดฉกรรจ์จะตกอยู่กับสถาบันปรมาจารย์ที่ปล่อยให้เกิดความพลั้งพลาดแบบนี้ขึ้น

จ้าวปิงฉูอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหยิบตราสัญลักษณ์ผู้อาวุโสออกมาและเดินเข้าไปสอบถามหุ่น “ผู้เข้าท้าทายที่มาเมื่อวันก่อนอยู่ที่ไหน?”

หุ่นรีบลุกขึ้นยืนแล้วถามยิ้มๆ “ผู้เข้าท้าทายที่มาเมื่อวันก่อนหรือ? อ๋อ คุณคงหมายถึงอาจารย์จางสินะ ไม่ทราบว่าตามหาอาจารย์ของผมทำไม?”

“อาจารย์จาง?”

“คุณรับอาจารย์ใหญ่จางเป็นอาจารย์ของคุณหรือ?”

หัวหน้าจ้าว หัวหน้ามั่ว และคนอื่นๆแทบเข่าอ่อนเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

คว้านักเรียนของทั้งโรงเรียนนักปรุงยาไปเป็นลูกศิษย์จนหมด ก็โอเค พวกเรารับได้

ทำให้ศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์และศิษย์พี่หม้อต้นกำเนิดทองคำรับคุณเป็นเจ้านาย ก็เอาเถอะ พวกเรายังทนไหว

ปราบอสูรแห่งสันเขาปุยเมฆทั้งหมดจนเชื่อง พวกเราก็ยังไหว

แต่ถึงกับทำให้หุ่นยอมรับคุณเป็นอาจารย์ นี่มันบ้าบออะไรกัน?

แม้หุ่นจะมีจิตใจและสื่อสารได้ แต่ก็ยังเป็นแค่สิ่งประดิษฐ์ เป็นแค่เครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะต้องมีการถ่ายทอดความทรงจำและความรู้เข้าไป แล้วรับอีกฝ่ายเป็นอาจารย์เพื่ออะไร!

ราวกับจะรู้ว่าทุกคนสงสัย หุ่นรีบอธิบาย “อันที่จริงผมตั้งใจจะต่อสู้กับท่านอาจารย์เพื่อยับยั้งเขาไม่ให้ไปได้ไกลกว่านี้ แต่เขารู้ข้อบกพร่องในการหลอมตัวผมอย่างชัดเจน และช่วยแก้ไขให้ เพียงแค่ซ่อมแซมเล็กน้อย พละกำลังของผมก็เพิ่มขึ้นอีก 1 ขั้นเต็มๆ เขาเก่งกาจเสียขนาดนี้ สมควรแล้วที่ผมจะรับเขาเป็นอาจารย์!”

“ข้อบกพร่องในกระบวนการหลอมของคุณ?” หัวหน้าเฟิงแห่งโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้างอ้าปากค้าง “อาจารย์ใหญ่จางเป็นนักออกแบบสวรรค์สร้างที่เก่งกาจด้วยหรือ?”

หลายต่อหลายรุ่นที่ผ่านมา ปรมาจารย์ผู้เก่งกาจมากมายได้เข้าท้าทายภูผาสถิติ แต่ไม่มีสักคนเดียวที่ล่วงรู้ถึงข้อบกพร่องในนั้น มีแต่อาจารย์ใหญ่จางที่รู้ทันทีที่มาถึง แถมยังแก้ไขได้ถูกจุด เห็นชัดๆเลยว่าความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบสวรรค์สร้างของอีกฝ่ายนั้นเหนือชั้นกว่าเขามาก!

มีอาชีพไหนบ้างหรือเปล่าที่อาจารย์ใหญ่ของพวกเขาไม่รู้เรื่อง?

“ใช่แล้ว ผมยำเกรงในความสามารถของเขา จึงรับเขาเป็นอาจารย์ ส่วนถ้าพวกคุณกำลังตามหาอาจารย์จางล่ะก็ เดินตรงไปเลย เขาไปที่การทดสอบระดับ 7 ตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้วล่ะ” หุ่นพยักหน้า

“ไปกันเถอะ!” เมื่อรู้ว่าจางเซวียนผ่านการทดสอบระดับ 6 แล้ว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังการทดสอบระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับที่อาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินมาสุดตรงนี้เมื่อครั้งเข้ารับการทดสอบเป็นครั้งแรก

หุ่นที่อารักขาการทดสอบระดับ 7 มีวรยุทธระดับเซียนมือใหม่ขั้นสูง เมื่อต้องเจอกับคู่ต่อสู้ระดับนี้ ต่างคนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าปรมาจารย์จางจะตกอยู่ในอันตราย

“ผมเคยอ่านเอกสารที่บันทึกไว้เมื่อครั้งอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินเข้าท้าทายภูผาสถิติ แม้แต่คนปราดเปรื่องอย่างเขาก็ยังถูกต้อนให้จนมุมและเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง โชคดีที่เขาฝ่าด่านวรยุทธได้ทันเวลา จึงเอาชนะหุ่นได้” จ้าวปิงฉูพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขณะที่เดินไป

อาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินได้ทิ้งบันทึกเกี่ยวกับรายละเอียดการเข้าท้าทายภูผาสถิติเอาไว้ และตามที่บันทึกไว้ในนั้น เขาต้องอาศัยดวงสุดๆ จึงฝ่าด่านที่ 7 ด้วยวรยุทธระดับตัวดักแด้ขั้นต้นได้สำเร็จ หากเขาฝ่าด่านวรยุทธไม่ได้ตอนนั้น อย่าว่าแต่จะบันทึกประวัติศาสตร์เลย คงบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ถูกสังหารไปแล้ว

ยิ่งหุ่นมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งยั้งมือได้ยาก ด้วยเหตุนี้ การทดสอบระดับสูงของภูผาสถิติจึงมีอันตรายมากขึ้นตามไปด้วย

“นี่วันหนึ่งผ่านไปแล้ว อาจารย์ใหญ่จางก็ยังไม่กลับมา และดูจากการที่เขาฝ่าด่านก่อนๆได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาเจอเข้ากับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง?”

“ผมยำเกรงในพละกำลังของอาจารย์ใหญ่จางมาก แต่ระดับวรยุทธของเขายังอ่อนด้อยเกินไป มีช่องว่างถึง 3 ขั้นเต็มๆระหว่างตัวเขากับหุ่นระดับเซียนมือใหม่ขั้นสูง เกรงว่าโอกาสที่เขาจะได้ชัยชนะนั้นมีน้อยเต็มที!”

“จริงด้วย ผมก็เคยเจอกับยอดขุนพลมา 2-3 คน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีใครที่สามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าถึง 3 ขั้นและเอาชนะได้”

“ในเมื่อแม้แต่ยอดขุนพลยังทำไม่ได้ อาจารย์ใหญ่ของพวกเราจะทำสำเร็จหรือ?”

รู้ดีว่าระดับวรยุทธของหุ่นในการทดสอบระดับ 7 นั้นเป็นอันตรายกับนักรบตัวดักแด้ขั้นต้นแค่ไหน ทุกคนอดเป็นห่วงไม่ได้

ยอดขุนพลจัดเป็นปรมาจารย์ประเภทหนึ่ง แต่บทบาทและความรับผิดชอบของพวกเขาแตกต่างออกไป ยอดขุนพลนั้น อันที่จริงก็คือกองทัพของเหล่าของสภาปรมาจารย์ หน้าที่ของพวกเขาคือปกปักรักษามวลมนุษยชาติ และเชิดชูอำนาจ เชิดชูเกียรติยศของสภาปรมาจารย์ไว้

ด้วยเหตุนี้ จุดสนใจอย่างแรกของยอดขุนพลจึงเป็นประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกเขา ส่วนอาชีพรองรับ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ การบ่มเพาะลูกศิษย์ เรื่องพวกนั้นล้วนไม่มีความสำคัญ สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องทำให้ได้ก็คือมีพละกำลังที่แข็งแกร่งพอ!

ในเรื่องความรู้และขอบเขตของทักษะนั้น พวกเขาอาจด้อยกว่าอาชีพอื่นๆ แต่ในด้านการต่อสู้ ถือว่าไม่เป็นสองรองใครในสภาปรมาจารย์

ในเมื่อคนระดับนั้นยังไม่สามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าถึง 3 ขั้นได้ นับประสาอะไรกับคนอื่น

ทุกคนรีบเดินไปสู่การทดสอบระดับ 7 อย่างกังวลใจ

เมื่อผลักประตูและก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นก็คือค่ายกลมากมายรายรอบอยู่บนผนังห้อง เหมือนกับการทดสอบระดับ 6

พวกเขารีบมองไปทั่วห้องเพื่อหาหุ่นอารักขา แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ต่างคนต่างอดสงสัยไม่ได้

ไม่มีทั้งหุ่นและร่องรอยของการต่อสู้ หมายความว่าอย่างไร?

เหมือนจะรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง หัวหน้ามั่วชี้ไปที่มุมหนึ่งแล้วถามขึ้น “รอเดี๋ยว ดูนั่นก่อน! มันอะไรกันน่ะ?”

ทุกคนหันขวับไปมอง และเห็นชิ้นส่วนกระจุกกระจิกจำนวนหนึ่งกองกลาดเกลื่อนอยู่บนพื้น

“หุ่นถูกแยกส่วนเสียแล้ว!” หัวหน้าเฟิงแห่งโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้างอุทานและอ้าปากค้างขณะเข้าไปตรวจสอบชิ้นส่วนเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วน

บรรดาหุ่นที่อยู่ในภูผาสถิติถูกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนหลายหมื่นชิ้น ทำให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อนมาก เท่าที่ดูจากชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนที่ออกมาจากหุ่น เห็นได้ชัดว่าใครคนหนึ่งจัดการแยกส่วนมันจนอยู่ในสภาพนี้

หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่ง หัวหน้ามั่วถามอย่างร้อนใจ “เราจะแน่ใจได้ไหมว่าพวกนี้คือชิ้นส่วนของหุ่นที่อารักขาการทดสอบระดับ 7?”

ถ้าอาจารย์ใหญ่จางแยกส่วนหุ่นได้ขนาดนี้จริงๆ เขาก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังมากมายขนาดไหนกันแน่!

“ผมก็ไม่แน่ใจเต็มร้อย แต่มีโอกาสสูงที่จะเป็นแบบนั้น” หัวหน้าเฟิงตอบพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ

เขาเองไม่เคยเห็นหุ่นระดับนี้ แต่เท่าที่ดูจากชิ้นส่วนเบ็ดเตล็ดที่หลงเหลืออยู่บนพื้น ก็บอกได้ว่าหุ่นตัวนี้ถูกออกแบบด้วยเทคนิคและใช้วิธีการหลอมขั้นสูง จึงก่อเกิดเป็นหุ่นที่มีวรยุทธระดับเซียนมือใหม่ขั้นสูงขึ้นมา

การที่หุ่นทรงพลังระดับนี้ถูกแยกส่วนจนมีสภาพอย่างที่เห็น ต้องเป็นการกระทำของอาจารย์ใหญ่อย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลย!

พวกเขากำลังกังวลอยู่ว่าอีกฝ่ายอาจเอาชนะการทดสอบระดับนี้ได้ยาก แต่นึกไม่ถึงเลยว่าลงท้าย เขาจะจับหุ่นแยกส่วนเป็นชิ้นๆเสียนี่

อาจารย์ใหญ่จาง คุณช่างโหดเหี้ยมเสียเหลือเกิน!

หุ่นก็แค่ทำหน้าที่อารักขาการทดสอบเท่านั้น มันทำอะไรให้คุณโมโหถึงกับต้องจับมันแยกส่วนแบบนี้

ชิ้นส่วนกระจัดกระจายหลายหมื่นชิ้น ต่อให้มีพิมพ์เขียวอยู่ในมือ นักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 6 ดาวทั้งกลุ่มก็ยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะประกอบมันกลับเข้าเหมือนเดิมได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังประกอบได้เฉพาะร่างกาย การจะนำชีวิตจิตใจและสัญชาตญาณการต่อสู้กลับคืนให้กับตัวหุ่นนั้นเป็นปัญหาใหญ่กว่า ซึ่งพวกเขาจะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากโรงเรียนศิลปะการต่อสู้

พูดอีกอย่างก็คือ การที่จางเซวียนแยกส่วนหุ่นทำให้ 2 โรงเรียนต้องมีธุระยุ่งกว่าครึ่งเดือนเพื่อทำให้การทดสอบระดับนี้กลับมาใช้การได้ดังเดิม

แต่เมื่อพิจารณาจากการที่เวลาผ่านไปกว่า 2-3 พันปีกว่าจะมีผู้ท้าทายคนไหนเข้ามาได้ถึงระดับนี้พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร

“ดูเหมือนอาจารย์ใหญ่จางจะออมมือให้หุ่นตัวก่อนๆนะ” เว่ยหรันเฉว่ตั้งข้อสังเกต

ในการทดสอบระดับที่ผ่านมา อาจารย์ใหญ่ของพวกเขาแค่มองหน้าหุ่นหรือสั่งการให้มันยอมจำนน ไม่ได้ใช้พละกำลังอย่างจริงๆจังๆเลย

บางทีการทดสอบระดับนี้คงยากขึ้นมากจนทำให้เขาต้องลงไม้ลงมือ

ต่อให้เป็นพวกเขา ถึงจะลดระดับวรยุทธลงจนเหลือแค่ระดับเซียนมือใหม่ขั้นสูงจนเท่ากับหุ่น ก็ยังเอาชนะพวกมันได้ยาก แต่อาจารย์ใหญ่กลับแยกส่วนหุ่นออกเป็นชิ้นๆได้ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่นักรบตัวดักแด้ขั้นต้น แค่คิดก็ทำเอาต้องถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

“ขนาดอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินยังชนะแบบฉิวเฉียด ส่วนอาจารย์ใหญ่จางไม่เพียงแต่ชนะ ยังแยกส่วนหุ่นออกมา จนผมอยากรู้เหลือเกินว่าเขาฝึกฝนวรยุทธอย่างไรจึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น!”

ต่างคนต่างอ้าปากค้างและเงียบกริบ

ดูเหมือนอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในวิชาชีพรองรับราวกับปีศาจ เอาชนะหุ่นที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าถึง 3 ขั้นเต็มๆได้ มันเกินมาตรฐานของยอดขุนพลไปด้วยซ้ำ!

น่าสะพรึงจริงๆ

ก่อนหน้านี้ พวกเขาคิดว่าอาจารย์ใหญ่ได้ทุ่มเทให้กับการศึกษาอาชีพรองรับ เพื่อจะได้มีความเชี่ยวชาญล้ำลึก แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจผิดตั้งแต่ต้นจนจบ ความสนใจของเขาอยู่ที่วรยุทธต่างหาก อาชีพรองรับนั้นเป็นเพียงอะไรสักอย่างที่เขาศึกษาอย่างสบายๆก็เท่านั้น!

ถ้าไม่ใช่อย่างที่พูด แล้วเขาจะมีประสิทธิภาพการต่อสู้สูงส่งขนาดนี้ได้อย่างไร?

ไม่มีพละกำลังไหนที่ได้มาโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก ยิ่งเป็นพละกำลังที่สูงส่งกว่าธรรมดา ก็ต้องมาจากความขยันหมั่นเพียรและการฝึกฝนที่หนักหน่วงกว่าธรรมดา

อย่าว่าแต่เรื่องอื่น ลำพังแค่ความมุ่งมั่นที่ทำให้เขาผ่านการทดสอบมาได้ถึงขั้นนี้ ก็ทำให้ทุกคนชื่นชมจากใจจริงแล้ว

หลังจากมองไปรอบห้องและไม่พบตัวจางเซวียน จ้าวปิงฉูพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาขมวดคิ้ว “ในเมื่ออาจารย์ใหญ่จางผ่านการทดสอบระดับนี้ เขาก็ต้องไปที่การทดสอบระดับ 8 น่ะสิ แย่แล้ว”

“จริงด้วย ดูเหมือนเขาจะไปที่การทดสอบระดับ 8” หัวหน้ามั่วก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไป

เห็นอากัปกิริยาผิดปกติของทั้งคู่ เว่ยหรันเฉว่ถามอย่างสงสัย “มีอะไร การทดสอบระดับ 8 นั้นมีอะไรหรือ?”

ความเชี่ยวชาญของเธอคือศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ ซึ่งก็เหมือนกับมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ คือมีผลน้อยมากกับตัวหุ่น ดังนั้นเธอจึงไม่เคยเข้าท้าทายภูผาสถิติ และแทบไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมัน

“พวกเราเกรงว่าอาจารย์ใหญ่จางจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายในการทดสอบระดับ 8” จ้าวปิงฉู พูดอย่างเป็นห่วง

“คุณยังกังวลอยู่อีกหรือ ฉันว่าคุณน่าจะวางใจได้แล้วนะ ตอนที่ยังมาไม่ถึงการทดสอบระดับ 7 พวกเราก็คิดกันแล้วว่าอาจารย์ใหญ่จางจะต้องตกอยู่ในอันตราย แต่ความจริงก็คือเขาแยกส่วนหุ่นออกมาได้อย่างที่เห็น บ่งบอกว่าเขามีพละกำลังสูงส่งกว่าที่พวกเราคิดไว้ เก่งกาจขนาดนี้ล่ะก็ การจะผ่านการทดสอบระดับ 8 คงไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก” เว่ยหรันเฉว่ยืนยันพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

พวกเขาอาจจะทำตัววิตกกังวลเกินกว่าเหตุไปหน่อยตั้งแต่เข้ามาในภูผาสถิติ เอาแต่ห่วงว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับจางเซวียน แต่ด่านแล้วด่านเล่า อีกฝ่ายก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีพละกำลังอยู่ในขั้นที่ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร

หลังจากได้เห็นปาฏิหาริย์ของอาจารย์ใหญ่กับการทดสอบทั้ง 7 ระดับแล้ว ยังมีอะไรที่พวกเขาต้องเดือดร้อนใจอีกหรือ?

ต่อให้ใครสักคนบอกเว่ยหรันเฉว่ว่าอาจารย์ใหญ่จางผ่านการทดสอบของภูผาสถิติไปได้ทั้งหมด เธอก็จะไม่แปลกใจเลยสักนิด

เห็นเว่ยหรันเฉว่ไม่รู้เรื่องรู้ราว จ้าวปิงฉูส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

“มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดนะสิ หุ่นในการทดสอบระดับ 8 นั้นไม่เหมือนตัวที่ผ่านๆมา”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version