Skip to content

Lord of the Mysteries 239


ตอนที่ 239 : ‘ชุมนุม’ ของแต่ละคน

‘ถึงเราจะไม่ต้องการ แต่สามารถนำไปใช้กับซูซี่ได้ ส่วนอีกตัวหนึ่งก็นำไปขายหรือแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบหลัก…ถ้าอย่างนั้น วัตถุดิบหลักโอสถนักอ่านใจของซูซีจะเหลือแค่ไขสันหลังของกระต่ายฟาสแมน…ทำไมพอเป็นของซูซี่ถึงได้ง่ายไปหมด! ช่างเถอะ…นักสืบชื่อดังทุกคนจำเป็นต้องมีคู่หูข้างกายอยู่แล้ว ฮุฮุ!’

ออเดรย์คิดไวทำไว เธอไม่จำเป็นต้องเก็บสิ่งเหล่านี้มาคิดให้ปวดหัว ขณะเด็กสาววางกระดาษโทรเลขลง สมองกลับมาครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวชวนให้ปวดหัวอีกครั้ง

‘เรากำลังติดค้างมิสเตอร์ฟูลในหลายเรื่อง ทั้งข่าวของลัทธิเร้นลับ ภารกิจสังหารราชทูตแห่งสาธารณรัฐอินทิส และคอยสนับสนุนผู้รับใช้ของท่าน…นี่คงเป็นครั้งแรกกับการได้สัมผัสความรู้สึกติดหนี้ใครสักคน! ออเดรย์! เธอจะมัวรอช้าไม่ได้แล้วนะ เร่งมือเร็วเข้า!’

เด็กสาวกำหมัดแน่นอย่างเงียบงัน สายตามองหาปากกาและกระดาษเพื่อเขียนจดหมายหาไวเคาต์กายลิน เธอต้องการนัดพบซิลและฟอร์สโดยด่วน เพื่อทำการแจกจ่ายภารกิจลอบสังหาร

ออเดรย์หยิบปากกาหมึกซึมจุ่มลงในขวดหมึก แต่กลับชะงักแขนค้างกลางอากาศโดยไม่เขียนสิ่งใดเป็นเวลานาน สมองกำลังนึกกังวลถึงปัญหาใหญ่

ตนยังไม่รู้จักราชทูตเบเคอร์ลันดีพอ!

หากดำเนินการบุ่มบ่าม ตนคงไม่สามารถประเมินระดับความยากภารกิจได้แม่นยำ อาจถ่ายทอดเนื้อหาผิดเพี้ยน ฟังดูยากเกินไปจนไม่มีใครกล้ารับงาน หรือไม่ก็ฟังดูง่ายเกินไปจนได้คนไร้ฝีมือมาทำงาน ส่งผลให้แผนการของมิสเตอร์ฟูลพังพินาศตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ออเดรย์ไม่กลัวว่าค่าใช้จ่ายจะบานปลาย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เธอมั่นใจว่าการเลือกข้างเดอะฟูลจะมอบผลตอบแทนมหาศาลในอนาคต ชนิดมิอาจหาซื้อได้ด้วยเงินทอง

หลังจากเด็กสาวก้มหน้าตรึกตรองสักพัก เธอเงยหน้าขึ้นพูดกับสาวใช้แอนนี่

“ช่วยบอกกับท่านจาเรียว่า ฉันตอบรับข้อเสนอ และจะไปร่วมงานลีลาศเย็นวันพรุ่งนี้อย่างตรงเวลา”

จาเรียคือภรรยาเคาต์วูล์ฟ เธอมักชักชวนราชทูตจากทุกอาณาจักรมาร่วมงานลีลาศของตนเสมอ แน่นอนว่ารวมถึงเบเคอร์ลัน·ฌอง·มาติน ก่อนหน้านี้ออเดรย์ได้ปฏิเสธร่วมงานโดยอ้างอาการป่วย แต่ปัจจุบันเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน

หลังจากสำรวจเป้าหมายจนมั่นใจ เธอจะได้มอบภารกิจให้ซิลและฟอร์สอย่างเหมาะสม สีนหน้าเด็กสาวกำลังตื่นเต้นเมื่อตระหนักว่า ตนกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ใหญ่ระดับประเทศ สิ่งนี้คือมโนภาพวาดฝันมาตั้งแต่ยังเด็ก

ณ เมืองใหญ่อันดับหนึ่งบนหมู่เกาะรอสต์

บายัม เมืองแห่งการให้

หลังจากกลับถึงโลกจริง อัลเจอร์·วิลสันเปลี่ยนเป็นชุดรสนิยมชาวอินทิสสีสันค่อนข้างฉูดฉาด มันเดินออกจากโรงแรมด้วยประตูหลังและเข้าสู่ตรอกแคบ จากนั้นก็เดินเลี้ยวคดเคี้ยวอีกหลายหน จนกระทั่งหยุดยืนหน้าบ้านแถวหลังหนึ่ง ไม่มีแปลงดอกไม้หรือลานหญ้า อัลเจอร์หยิบหน้ากากสีขาวออกมาสวม

ถัดมา มันเคาะประตูเป็นจังหวะหนักแน่นสามครั้งเสียงดัง เว้นวรรคนาน และสองครั้งเสียงค่อย เว้นวรรคสั้น บานประตูเปิดแง้มหลังจากผ่านไปราวสิบวินาที ชายสวมผ้าโผกหัวโจรสลัดยื่นศีรษะออกมาพร้อมกับเหลียวซ้ายแลขวา

“เข้ามา”

มันกล่าวเสียงทุ้มพลางขยับหลบ อัลเจอร์เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่พูดสิ่งใด

ปึง! ประตูถูกกระแทกปิด

ณ บ้าน 15 ถนนมินส์

ไคลน์ดึงผ้าม่านเปิดเพื่อให้แสงสว่างลอดผ่าน จากนั้นก็นั่งลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ

ข้อมูลของลัทธิเร้นลับจากแฮงแมนทำให้ชายหนุ่มเริ่มตระหนักว่า เป้าหมายของตนอาจมีเส้นสายในสาธารณรัฐอินทิสมากพอตัว

ขณะเดียวกันยังก็ไม่ลืมข้อมูลจากปากแฮงแมนเมื่อนานมาแล้ว เป็นข้อมูลของตระกูลอันทีโกนัส แฮงแมนเคยอธิบายไว้ว่าพวกมันมีพลัง ‘ประหลาด’ และ ‘น่าหวาดหวั่น’

‘ผู้วิเศษลอบเข้าบ้านเราเมื่อคืน ทั้งพลังและพฤติกรรมของมันเข้าข่ายประหลาด โดยเฉพาะการจงใจเตือนให้เรารู้ตัว ตระกูลอันทีโกนัสครอบครองเส้นทางนักทำนายโดยสมบูรณ์เหมือนกับลันธิเร้นลับ ทั้งสองฝ่ายมีหลายสิ่งเหมือนกัน จึงมีโอกาสเป็นไปได้ว่า ผู้วิเศษเมื่อคืนคือหนึ่งในสมาชิกของลันธิเร้นลับ มันอาจแฝงตัวเข้ามาทำงานกับหน่วยข่าวกรองของอินทิสเพื่อสืบข่าว หรืออาจไม่ใช่สมาชิกลัทธิเร้นลับโดยตรง แต่เป็นคนของรัฐบาลอินทิสและได้รับการสนับสนุนโอสถเส้นทางนักทำนายจากลัทธิเร้นลับ’

ไคลน์พยายามคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายตามข้อมูลอันน้อยนิดในมือ สิ่งนี้ต้องกระทำอย่างระมัดระวังและห้ามคิดเข้าข้างตัวเอง

‘แต่สมมติฐานข้างต้นจะอธิบายได้ว่า ทำไมพลังนิมิตของตัวตลกถึงไม่ทำงานขณะพยาธิสีดำบุกรุกห้องนอนเรา เพราะผู้วิเศษลำดับสูงกว่าในเส้นทางเดียวกัน ย่อมสามารถสยบพลังของผู้มีลำดับต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งสาเหตุทำให้พลังตัวตลกไม่ทำงานอาจเป็นเพราะ พยาธิสีดำตัวนั้นไม่มีเจตนาหรือพลังมากพอจะทำอันตรายเราตั้งแต่แรก แต่เรื่องประหลาดก็คือ พยาธิสีดำบุกรุกห้องนอนเราในคืนนั้นทันทีหลังจากเขียนจดหมายชี้แจง แถมยังเป็นการเจาะจงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือ คำอธิบายอย่างสมเหตุสมผลของเหตุการณ์นี้มีเพียงสิ่งเดียว คืออีกฝ่ายมีพลังเส้นทางนักทำนายเหมือนกับเรา’

ไคลน์ก้มหน้าไตร่ตรองหาข้อบกพร่องในสมมติฐานตัวเองเป็นเวลานาน และหลังจากผ่านไปสักพัก มันพบว่ามีโอกาสเป็นจริงค่อนข้างมากทีเดียว

‘ถ้าเป็นผู้วิเศษลำดับสูงในเส้นทางนักทำนายจริง มันจะเป็นลำดับเท่าไร และชื่อโอสถว่าอะไร? ควบคุมพยาธิสีดำดังใจนึก…หวังว่าคงไม่ใช่เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะละครสัตว์อย่างผู้ฝึกสัตว์…’

ไคลน์รำพันติดตลกพร้อมกับส่ายศีรษะพลางยิ้มแห้ง

‘บางทีเราอาจได้รับสูตรโอสถลำดับถัดไปจากมัน หรือสิ่งนี้จะเป็นไปตามผลการทำนายขณะเรายังอยู่ทิงเก็น? …เบ็คลันด์ เมืองแห่งความหวัง เมืองแห่งการพัฒนาตัวเอง’

ไคลน์พึมพำพลางไตร่ตรองว่าตนควรทำสิ่งใดเป็นลำดับถัดไป ปัจจุบันภารกิจลอบสังหารราชทูตเบเคอร์ลันถูกมอบหมายออกไปแล้ว หากแผนการนี้สำเร็จ ต้นตอของปัญหาทั้งหมดก็จะถูกขจัด และตนก็จะได้รับความสงบสุขกลับคืนมา

อย่างไรก็ตาม ถ้าเบเคอร์ลันเสียชีวิตจริง มันคงตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง แต่คงทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากทั้งราชทูตและรัฐบาลทราบแหล่งกบดานอย่างคร่าวของเอียน·ไรท์ เบเคอร์ลันคงไม่นำความแค้นมาลงกับไคลน์ไปอีกสักพัก เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มปัญหาให้ตัวมันเอง จุดประสงค์หลักของเบเคอร์ลันคงเป็นการค้นหาสมบัติมูลค่าสูงให้พบโดยเร็วมากกว่า

อีกความหายหนึ่งก็คือ ไคลน์ยังปลอดภัยจนกว่าสมบัติชิ้นดังกล่าวจะถูกหาพบ

‘เรายังไม่ต้องรีบจ้างผู้วิเศษแข็งแกร่งคอยคุ้มกันในช่วงนี้…หืม หรือต่อให้ราชทูตสามารถแบ่งสมาธิมาแก้แค้นเรา แต่คนลงมือคงไม่ใช่ผู้วิเศษลำดับสูงอยู่ดี โอกาสเป็นไปได้มากก็คือ เบเคอร์ลันสั่งให้ผู้วิเศษเจ้าของพยาธิสีดำตัวเมื่อคืนเป็นคนลงมือ หมอนั่นคงมีลำดับไม่ต่ำกว่าเจ็ด โดยสูงสุดไม่เกินลำดับห้า บุคคลดังกล่าวมีฝีมือมากพอจะดับลมหายใจเรา แถมยังคุ้นเคยกับสภาพแวมล้อมเมืองหลวงเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายเตรียมลงมือเมื่อใด เราต้องรีบจ้างคนคุ้มกันฝีมือใกล้เคียงคอยช่วยเหลือ หวังว่าราชทูตจะไม่ออกคำสั่งเพิ่มเติมในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น’

ไคลน์มองออกไปนอกหน้าต่างและพบว่าหมอกหนาทึบสลายตัวไปแล้ว กลายเป็นกลุ่มควันเจือจางแทน จึงตัดสินใจกลับไปเยี่ยมเยียนผับวีรบุรุษอีกครั้งในค่ำคืนนี้

ประการแรก ไคลน์ต้องการติดต่อผู้วิเศษนอกกฎหมายให้มากเข้าไว้ จะได้มีตัวเลือกให้พิจารณาว่าใครเหมาะสมรับงานคุ้มกัน

ประการสอง มันต้องการหาช่องทางปล่อยตะกอนพลังของเมอซอล เพื่อรวบรวมเงินสำหรับใช้จ่าย เผื่อว่ามีใครต้องการขายสมบัติวิเศษน่าสนใจ สำหรับช่วยให้ตนมีโอกาสชนะมือสังหารของเบเคอร์ลันเพิ่มมากขึ้น

แผนการเหล่านี้ต้องสะสางแข่งกับเวลา

หลังจากทบทวนว่าไม่มีข้อบกพร่องในความคิดตัวเอง ไคลน์แสร้งทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายใจ ประหนึ่งมิได้ตระหนักถึงภัยคุกคามภายนอก มันรอจนท้องฟ้าเริ่มมืด จึงลุกขึ้นมาปรุงซุปมะเขือเทศหางวัวให้ตัวเองกิน

เมื่อกระเพาะถูกเติมเต็มจนอิ่มหนำ ชายหนุ่มเดินกลับขึ้นห้องนอนและรูดผ้าม่านปิดมิดชิดทุกด้าน ถัดมาเป็นการประกอบพิธีกรรมอัญเชิญตัวเองและตอบรับเองเสร็จสรรพ ส่งกายจิตสีใสลงมายังโลกจริงพร้อมกับนำสมบัติมากมายติดตัวออกมา ประกอบด้วยนกหวีดทองแดงของอะซิก ตะกอนพลังเมอซอล ยันต์ทำมือ วัตถุดิบวิเศษสำหรับพิธีกรรม และสำรับไพ่ทาโรต์ เหลือทิ้งไว้ในมิติเหนือสายหมอกเทาเพียงไม่กี่ชิ้น จำพวกกระดาษร่างสัญญาเปื้อนเลือด

เมื่อมีสิ่งของเหล่านี้อยู่กับตัว ไคลน์รู้สึกอุ่นใจกว่าเดิม พลังต่อสู้คืนกลับมาอีกครั้ง รวมถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีกรรม

ชายหนุ่มจัดปกเสื้อตั้งตรง ตามด้วยการสวมหมวกและหยิบไม้ค้ำ พาตัวเองเดินทางออกจากบ้าน 15 ถนนมินส์อย่างสบายใจ

ณ ผับวีรบุรุษ ถนนประตูเหล็ก

ไคลน์ซื้อเบียร์หนึ่งแก้วเพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้พบคาสปาสในห้องเล่นไพ่ อีกฝ่ายกำลังเล่นพิชิตจอมมารพลางพนันผลมวยด้านนอก

นับเป็นชีวิตแสนสุขสบาย

บรรยายรอบห้องส่งผลให้ไคลน์หวนนึกถึงการเผชิญหน้ามาริคในคราวก่อน บุรุษผิวขาวซีดผู้นั้นเล่นไพ่กับซอมบี้นับสิบตนตามลำพัง

นับเป็นโชคดีอย่างมาก เพราะคราวก่อนตนไม่ได้พกนกหวีดทองแดงติดตัวมาด้วย จึงรอดพ้นการตกเป็น ‘กระสอบทราย’ ของซอมบี้มาริคหลายสิบตน

‘ชักอยากเห็นสีหน้าของเจ้านั่นตอนเห็นซอมบี้ตัวเองอาละวาด’

ไคลน์ยืนนิ่งข้างประตู ผงกศีรษะให้คาสปาส·คันลินิงเล็กน้อยเป็นเชิงส่งสัญญาณว่าต้องการเจรจาธุรกิจ คาสปาสคว่ำไพ่ลงพร้อมกับส่งเสียงบ่นอุบอิบ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินมาทางประตู น้ำเสียงของมันค่อนข้างทุ้มต่ำ

“ฉันจะพานายไปยังจุดนัดพบแห่งหนึ่ง ตรงนั้นเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ถึงจะแข็งแกร่งไม่เท่ามาริค แต่รับประกันว่าไม่อ่อนแอแน่นอน ส่วนนายจะได้ผลลัพธ์ตามต้องการหรือไม่ เรื่องนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน…ถึงดวงอาทิตย์จะมองเห็นได้ยากในกรุงเบ็คลันด์ช่วงกันยายนอยู่แล้วก็เถอะ”

“แล้วผมต้องจ่ายคุณเท่าไร”

ไคลน์ถามซื่อตรง

คาสปาสผงกศีรษะด้วยรอยยิ้ม

“สองปอนด์”

‘แต่ขอเตือนล่วงหน้า ห้ามทำให้คนเหล่านั้นโมโหเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ของวันถัดไป สองปอนด์…เราสามารถซื้อปืนกระบอกใหม่พร้อมกระสุนได้ครบมือ ถึงราคากลางของลูกโม่จะตกอยู่ราวสามปอนด์ แต่ในทางปฏิบัติสามารถต่อรองจนเหลือสองปอนด์พร้อมกระสุนได้ไม่ยาก’

ไคลน์พึมพำพลางยื่นเงินให้คาสปาสสองปอนด์ถ้วน ชายวัยห้าสิบรีบกลับไปบอกเพื่อนในวงไพ่ว่าตนต้องออกไปทำธุระ

คาสปาสนำทางไคลน์ไปยังครัวของผับและเปิดประตูหลังออกสู่ถนนมืดมิด คนทั้งสองเดินวนเวียนอยู่นานจนกระทั่งถึงบ้านบรรยากาศสลัวหลังหนึ่ง ชายวัยห้าสิบหยิบหน้ากากเหล็กครึ่งใบยื่นให้ไคลน์และอธิบาย

“คิดเสียว่าซื้อเจ้านี่ในราคาสองปอนด์”

‘สองปอนด์ซื้อของแบบนี้ได้นับสิบ’

ไคลน์สวมหน้ากากพลางขยี้ผมตัวเองให้รกรุงรังจนไม่เหลือทรงเดิม เมื่อคาสปาสเห็นอีกฝ่ายพร้อม จึงใช้มือเคาะประตูเป็นรหัส

ราวแปดวินาทีถัดมา ช่องลับขนาดเล็กด้านบนประตูถูกเลื่อนเปิด เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลเบื้องหลัง อีกฝ่ายสำรวจไคลน์หัวจรดเท้าอย่างละเอียดและยอมเปิดประตูต้อนรับ บุคคลด้านในเป็นชายสวมหน้ากากเหล็ก มันยื่นชุดคลุมยาวสำหรับปกปิดใบหน้าให้ไคลน์ ตามด้วยการหันไปกล่าวกับคาสปาสด้วยเสียงแหบพร่าประหนึ่งจงใจดัด

“คราวหน้าคราวหลัง ถ้ามีสมาชิกใหม่ต้องบอกฉันล่วงหน้า! ถ้าไม่อย่างนั้น…ฮึ่ม!”

มันปิดประตูอย่างฉุนเฉียวพลางหันหลังกลับ ชายปริศนาเดินนำไคลน์ผ่านห้องนั่งเล่นมืดสนิทของบ้าน จนมาถึงห้องกิจกรรมบรรยากาศสลัว ด้านในเป็นแสงจากเทียนไขกำลังลุกไหม้บนโต๊ะกาแฟ สมาชิกทุกคนในห้องล้วนสวมผ้าคลุมหัวและหน้ากากเหล็กปกปิด ไคลน์เดินไปนั่งบนเก้าอี้ว่างตรงมุมห้องอย่างเงียบงัน ทันใดนั้น เสียงบ่นอย่างหัวเสียจากบุรุษใบหน้าท้วมดังแว่ว

“ในระยะหลัง ท่อระบายน้ำของเมืองมีสัตว์ป่าอยู่เต็มไปหมด! พวกมันแทะสมุนไพรของฉันจนเกลี้ยง! แถมยังฉลาดมาก ไม่ยอมแตะต้องพืชมีพิษแม้แต่ต้นเดียว ฉันต้องการจ้างใครสักคนเก็บกวาดพวกมันให้ราบคาบ พวกนายก็รู้ว่าฉันไม่ถนัดด้านต่อสู้ เพียงชำนาญด้านปรุงยาและรักษาโรคภัยไข้เจ็บ”

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version