Skip to content

Lord of the Mysteries 292


ตอนที่ 292 : แลกเปลี่ยนข่าวสาร

ออเดรย์มีความสนใจในเรื่องของพลเรือโจรสลัดเป็นทุนเดิม จึงซักถามด้วยสีหน้าใคร่รู้

“คนใหม่ชื่ออะไรหรือ? แล้วมีฉายาว่าอย่างไร? ทางเบ็คลันด์ไม่มีข่าวออกมาเลย”

อัลเจอร์พยักหน้ารับ

“เธอเป็นโจรสลัดหญิง ค่อนข้างโด่งดังในช่วงหลายปีหลัง คุณคงเคยได้ยินฉายา ‘สาวงามแห่งโรคภัย·เทรซี่’ ใช่ไหม?”

“ไม่ค่ะ ดิฉันไม่มีความรู้ด้านโจรสลัดเลย” ออเดรย์ส่ายศีรษะอย่างซื่อตรง

ฉันก็ด้วย…ไคลน์บนเก้าอี้มุมโต๊ะสำริดยาว ช่วยเสริมอีกแรงในใจ

อัลเจอร์ก้มหน้าเงียบงันสองวินาที ก่อนจะรีบอธิบายโดยไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า

“สรุปโดยสั้นก็คือ เธอไล่ปราบปรามอดีตลูกเรือของคีลิงเกอร์ตลอดหนึ่งเดือนหลังเพื่อแสดงให้ทุกคนประจักษ์ว่า พลังต่อสู้ของตนอยู่ในระดับเดียวกับพลเรือโจรสลัด จากนั้นก็เปลี่ยนชื่อเรือของคีลิงเกอร์ เป็น ‘กาฬมรณะ’ และเรียกตัวเองว่าพลเรือโทแห่งโรคภัย ในอดีต เธอมักลงมือตามลำพังเสมอ ได้ยินว่าใช้พลังเกี่ยวกับคำสาป เพลิงสีดำ และน้ำแข็ง ศัตรูของเธอจะได้รับอาการป่วยไข้กะทันหันขณะต่อสู้ ในปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าเธออยู่บนเส้นทางใด แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าไม่ต่ำกว่าลำดับห้า”

ออเดรย์นั่งฟังด้วยแววตาส่องประกาย จากนั้นก็กะพริบตาถี่พลางเอ่ยปากซักถาม

“มิสเตอร์แฮงแมน คุณช่วยเล่ารายละเอียดของสี่ราชาโจรสลัดและหกพลเรือโจรสลัดให้ฟังสักนิดได้ไหม ดิฉันมีข้อมูลเพียงชื่อและฉายา แต่ไม่เคยทราบถึงพลังและเส้นทางของพวกเขา”

อัลเจอร์กวาดสายตามองรอบตัว และพบว่าเดอะซันกับเดอะเวิร์ลกำลังให้ความสนใจเช่นกัน จึงพยักหน้ารับและเล่าต่อ

“ไม่มีปัญหา ราชาโจรสลัดอันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขาคือ ราชาแห่งห้าห้วงทะเล นาสต์ ชายคนนั้นระบุว่าตนคือทายาทของจักรวรรดิโซโลมอนจากยุคสมัยสี่ ไม่เพียงเป็นผู้วิเศษลำดับสูง แต่ยังครอบครองเรือวิเศษสุดทรงพลังนามว่า ‘จักรพรรดิมืด’ หนึ่งในสมบัติวิเศษหายากของจักรวรรดิโซโลมอน เขาใช้พลัง ‘คำสั่ง’ ได้อย่างเก่งกาจ สามารถดึงศัตรูเข้ามาเผชิญหน้ากับตัวเองได้ทุกเมื่อภายใต้สภาพแวดล้อมได้เปรียบ ส่งผลให้ยากจะมีใครเอาชนะนาสต์ นาสต์คือโจรสลัดเก่าแก่ผู้มีอายุยืนยาวกว่าใคร มีข่าวลือว่าชายคนนั้นอายุเกินกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว เริ่มปกครองห้าห้วงทะเลหลังจากสิ้นสุดยุคสมัยจักรพรรดิโรซายล์ได้ไม่นาน แต่ก็ไม่มีใครทราบอายุแท้จริงของนาสต์อย่างละเอียด แน่นอน เมื่อเทียบกับราชาโจรสลัดคนอื่น ข้อมูลและตำนานของนาสต์สามารถพบเห็นได้ทั่วไป…ถัดมาคือเจ้าของเรือ ‘รุ่งอรุณ’ ผมทราบเพียงว่า เธอเป็นสตรีเลอโฉม เคยเป็นผู้วิเศษลำดับ ‘จอมอาคม’ มาก่อน แต่ปัจจุบันเรียตัวเองว่า ‘ราชินีเงื่อนงำ’”

หลังจากแนะนำ ‘สี่ราชาโจรสลัด’ จนครบถ้วน อัลเจอร์เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงหกพลเรือโจรสลัดทันที

“เจ้าของเรือทิวลิปดำ ลูเธอร์ไวลล์ เคยเป็นลูกเรือของราชาแห่งห้าห้วงทะเล·นาสต์มาก่อน แต่ในภายหลังได้แยกเป็นอิสระและเรียกตัวเองว่า ‘พลเรือเอกขุมนรก’ มีข่าวลือว่าลูเธอร์ไวลล์ได้รับการสนับสนุนจากนิกายวิญญาณ กล่าวกันว่า มันคือผู้สื่อวิญญาณแข็งแกร่งถึงขั้นสามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตในโลกวิญญาณได้ดังใจ ถึงจะเก่งกาจมาก แต่อุปนิสัยก็ประหลาดมากเช่นกัน มีข่าวลือว่ามันถือครองแหวนวิเศษจากยุคสมัยโบราณซึ่งเคยเป็นของ ‘มรณา’ รุ่นก่อน ถัดมา พลเรือเอกแห่งดวงดาว แคทลียา เธอเคยเป็นผู้ติดตามของราชินีเงื่อนงำ แต่บาดหมางกันมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากมีข่าวลือว่าแคทลียาแอบเข้าร่วมองค์กรลับ ส่งผลให้ราชินีเงื่อนงำโกรธเคืองมาก จากข้อมูลของผม องค์กรลับดังกล่าวคือนิกายมอสส์”

นิกายมอสส์…เส้นทางผู้ส่องความลับ…ศาสดาคือปราชญ์เร้นลับ…ไคลน์พลันหวนนึกถึงลุงนีลล์ผู้ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร รวมถึงเทพนอกรีตชั่วร้าย ซึ่งคอยส่งเสียงกระซิบในหัวผู้วิเศษลำดับต่ำบนเส้นทางผู้ส่องความลับทุกคน

นี่คือหนแรกอย่างแท้จริง กับการได้ทราบข้อมูลของนิกายมอสส์จากปากผู้อื่น นอกเหนือจากตำราเวทมนตร์และเอกสารลับเหยี่ยวราตรี

ถัดมา อัลเจอร์กล่าวแนะนำพลเรือเอกแห่งโลหิต เซนอล ผู้ถูกสงสัยว่าอาจไม่ใช่มนุษย์ พลเรือโทแห่งท้องทะเลลึก ฮาล·คอนสแตนติน ผู้ครอบครองสายเลือดบางส่วนของสัตว์ทะเล พลเรือโทแห่งธารน้ำแข็ง เอ็ดวิน่า·เอ็ดเวิร์ด และพลเรือโทแห่งสนธยา อีวาน·บูลาทอฟ

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ดิฉันเริ่มชื่นชอบท้องทะเลขึ้นมาบ้างแล้ว” ออเดรย์กล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง “ไม่ทราบเลยว่าจะมีโอกาสได้ล่องทะเลเมื่อไร…”

“มิสจัสติส ผมคิดว่าคุณมองท้องทะเลสวยหรูเกินไปแล้ว จากมุมมองส่วนตัว มันคือดินแดนแห่งเลือด ความวุ่นวาย รบราฆ่าฟัน และความน่าสะอิดสะเอียน” อัลเจอร์พยายามทำลายมโนภาพเด็กสาวอย่างใจเย็น

ออเดรย์พยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“ในเบ็คลันด์เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพติดต่อกัน แต่หนึ่งในนั้นถูกพิสูจน์ว่าเป็นคดีลอกเลียนแบบ ฆาตกรตัวจริงจะเล็งเป้าไปยังเหล่าอดีตโสเภณีผู้ปัจจุบันเปลี่ยนไปทำงานอื่น คนร้ายลงมือโดยการฆ่าคว้านท้องและนำอวัยวะภายในติดตัวกลับไปเสมอ”

“ฟังดูเหมือนกับเป็นฝีมือของกลุ่มคนบูชาปีศาจ คนร้ายอาจเป็นหนึ่งในสมาชิกของนิกายบูชาโลหิตก็ได้” อัลเจอร์ลองคาดคะเน

“ดิฉันเองก็ไม่ทราบ เพราะทางกรมตำรวจยังจับตัวฆาตกรไม่ได้” ออเดรย์เคยวาดฝันว่าตนจะทำงานนักสืบ และนำตัวซูซี่ไปร่วมสืบคดียากซึ่งทางซิลวารัสยาร์ดปิดไม่ลง

ทันใดนั้น เดอร์ริคโพล่งขึ้นกะทันหัน

“ผมรู้จักพิธีกรรมดังกล่าว”

รู้จักด้วยหรือ? นั่นสินะ ช่วงก่อนยุคสมัยแห่งภัยพิบัติ โดยเฉพาะกลางยุคสมัยสอง ปีศาจกำลังเพ่นพ่านบนโลกมนุษย์ตามใจชอบ แถมยังเป็นศัตรูของทั้งคนยักษ์และมังกร จึงไม่ใช่เรื่องแปลหากเมืองเงินพิสุทธิ์จะมีตำนานของปีศาจบันทึกไว้… ประวัติศาสตร์ของพวกเขาไม่เคยถูกบิดเบือน และยังบันทึกอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น…ไคลน์เงยหน้ามองเดอะซัน พร้อมกับหวังให้เด็กหนุ่มพรั่งพรูเรื่องราวน่าสนใจออกมา

“คุณรู้ด้วยหรือ?” ออเดรย์กำลังตื่นเต้น

เดอร์ริคพยักหน้ารับ

“สิ่งเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในวิชาศึกษาปีศาจ ย้อนกลับไปค่อนข้างนานทีเดียว เหล่าปีศาจจะประกอบพิธีกรรมดังกล่าวเพื่อเลื่อนลำดับพลัง ส่วนใหญ่จะเป็นจากลำดับหกไปยังห้า”

“ไม่ใช่พิธีกรรมบูชายันให้ปีศาจพึงพอใจ…แต่ทำไปเพื่อเลื่อนลำดับตัวเอง?” เด็กสาวแสดงสีหน้าประหลาดใจชัดเจน

เดอร์ริคตอบกลับเสียงขรึม

“ถูกต้อง…เส้นทาง ‘นรก’ ลำดับหก มีชื่อว่า ‘ปีศาจ’ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างแท้จริง”

เส้นทางนรก? หมายความว่าก่อนยุคสมัยแห่งมหาภัยพิบัติ มนุษย์เรียกขาน ‘เส้นทางปีศาจ’ ว่า ‘เส้นทางนรก’ …แถมปีศาจยังเป็นแค่ชื่อของโอสถลำดับหก… หรือว่า…ลำดับศูนย์ จะชื่อ ‘นรก’ กันนะ? ไคลน์เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของเด็กหนุ่มเดอะซันอีกครั้ง

ประวัติศาสตร์เก่าแก่ซึ่งเคยเลือนหายไปจากความทรงจำของมนุษยชาติ เมืองเงินพิสุทธิ์กลับบันทึกไว้ทั้งหมด!

“แบบนี้นี่เอง…” ออเดรย์ผงกศีรษะแผ่ว “มิสเตอร์ซัน คุณพอจะทราบขั้นตอนของพิธีกรรมดังกล่าวอย่างละเอียดหรือไม่”

เดอร์ริคพยักหน้ารับ

“ขั้นต่ำคือ สิบสาม ครั้ง และมากสุดคือ สี่สิบเก้า ครั้ง ยิ่งมีจำนวนมากเท่าใด โอกาสเลื่อนลำดับสำเร็จก็ยิ่งมากเท่านั้น หลังจากฆ่าเหยื่อสองคน ต้องเว้นวรรคอย่างต่ำสามวัน ไม่อย่างนั้นผู้ประกอบพิธีกรรมอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่ง แต่ต้องไม่เกินเก้าวัน ไม่อย่างนั้นพิธีกรรมจะถูกยกเลิก หลังจากก่อคดีฆาตกรรมและเริ่มสร้างแท่นบูชา ฆาตกรจะนำเครื่องในของเหยื่อมากินแบบดิบ เมื่อกินเสร็จ ฆาตกรจะยังคงอยู่ในภาวะหิวกระหายรุนแรง รู้สึกอยากทำร้ายผู้อื่นตลอดเวลา จนกว่าความต้องการจะถูกเติมเต็มอีกครั้ง”

“น่ากลัวจัง…” ออเดรย์ถอนหายใจด้วยสีหน้าหวั่นวิตก เธอไม่กล้าจินตนาการภาพเหตุการณ์อย่างละเอียด

ไคลน์บนเก้าอี้ในตำแหน่งประธาน นั่งฟังอย่างเงียบงันพลางครุ่นคิดบางสิ่ง

หลังจากเล่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในกรุงเบ็คลันด์จบ เด็กสาวหันไปมองทางแฮงแมนพร้อมกับเรียบเรียงคำพูด

“มิสเตอร์แฮงแมน ดิฉันสงสัยเรื่องหนึ่งมานานแล้ว ในทุกการชุมนุมลับ แทบจะไม่มีใครขายสูตรโอสถเลย หรือถึงจะมี แต่ก็ปิดการขายได้ยากมาก เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”

อัลเจอร์หัวเราะในลำคอ

“เพราะว่าสูตรโอสถมีโอกาสถูกปลอมแปลงได้ง่าย ในเมื่อเป็นชุมนุมลับ ความสนิทสนมและความเชื่อใจจึงหาได้ยาก ส่งผลให้ไม่มีใครกล้านำชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยงอย่างเปล่าประโยชน์…หรือคุณจะเตรียมวัตถุดิบไว้สองชุดและปรุงให้สัตว์เลี้ยงดื่มก่อน? คงไม่มีใครบ้าพอจะทำเช่นนั้นแน่ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ”

“…” ออเดรย์พลันรู้สึกผิดถนัด

“และค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่นั้น เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีโอกาสคลุ้มคลั่งจากโอสถง่ายกว่ามนุษย์ คุณต้องจ้างผู้วิเศษสักสองสามคนคอยปกป้องระหว่างทดลอง ส่งผลให้ผู้วิเศษส่วนใหญ่ไม่กล้าซื้อสูตรโอสถอย่างสุ่มเสี่ยง” อัลเจอร์เสริม

“…” ออเดรย์รู้สึกผิดยิ่งกว่าเก่า

นักเดินเรือหนุ่มมิได้ตระหนักถึงท่าทีผิดปรกติของเด็กสาว จึงเล่าต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ด้วยเหตุนี้ เจ้าของชุมนุมต้องมีพลังตรวจสอบความถูกต้องของโอสถ และต้องได้รับความเชื่อใจจากสมาชิก หากไม่แล้ว การขายสูตรโอสถก็แทบไม่เกิดขึ้นภายในชุมนุมลับ”

มิสเตอร์เนตรแห่งปัญญาสามารถทำได้…รวมถึงมิสเตอร์ A คนเลี้ยงแกะ มันก็อาจทำได้ไม่ยากเช่นกัน…ไคลน์เอนหลังพิงเบาะพลางพึมพำเงียบงัน

ทันใดนั้น ออเดรย์พลันผุดแนวคิดใหม่และซักถามออกไป

“แล้วให้คนขายสาบานไม่ได้หรือ?”

“เอ่อ…คุณสุภาพสตรีครับ ตรงนั้นคือการชุมนุมลับนอกรีตและผิดกฎหมาย คิดว่าจะมีใครกล้าสาบานในนามเจ็ดเทพจารีตด้วยหรือ? เหนือสิ่งอื่นใด ลำพังคำสาบานปากเปล่าไม่ได้ผลแน่นอน ต้องประกอบพิธีกรรมสาบานร่วมด้วยเท่านั้นจึงจะเชื่อใจได้” อัลเจอร์คิกคักในลำคอ

“และถ้าเป็นพิธีกรรมสาบาน หากเป้าหมายคือเทพนอกรีตอย่างปราชญ์เร้นลับหรือพระผู้สร้างแท้จริง ถ้าไม่ใช่สาวกของพวกมัน ผมขอถามว่าจะมีใครกล้าสาบานไหม? คงไม่แน่นอน คงไม่มีใครอยากถูกครอบงำจิตใจจนคลุ้มคลั่งด้วยฝีมือตัวตนเหล่านั้นแน่”

เมื่อเล่าถึงจุดนี้ มันถอนหายใจยาว

“ถ้าไม่ทราบเทคนิคสวมบทบาท ผู้วิเศษนอกกฎหมายส่วนมากจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งและเสียชีวิตไปเอง หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาดไร้สมอง เมื่อผนวกกับความหายากและมีราคาแพงของวัตถุดิบหลัก…ตราบใดถ้าเจ็ดโบสถ์หลักยังไม่อนุญาตให้มีการซื้อขายสูตรโอสถและวัตถุดิบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงกวาดล้างชุมนุมเถื่อนหรือตลาดมืดด้วยตัวเอง เพราะสูตรโอสถไม่มีทางแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และการเลื่อนลำดับก็ทำได้ยากยิ่ง”

“อย่างนั้นเองหรือ…” เด็กสาวพึมพำด้วยสีหน้าแววตากระจ่าง

แบบนี้เองสินะ…ไคลน์บรรลุสัจธรรมใหม่

เจ็ดเทพจารีต? เดอร์ริคอยากซักถามออกไปว่า เทพเจ็ดองค์ประกอบด้วยเทพใครบ้าง แต่สุดท้ายก็เลือกจะปิดปากเงียบ

มันก้มหน้าครุ่นคิดเป็นเวลานานก่อนจะเรียบเรียงคำพูด

“ในช่วงหลัง หน่วยสำรวจของเมืองเงินพิสุทธิ์ได้บุกเข้าไปในความมืดมิดลึกกว่าปรกติ จนกระทั่งพบซากปรักหักพังของวิหารปริศนาบางแห่งเข้า ทำให้ทราบว่าชาวเมืองดังกล่าวเคารพบูชาชายเปลือยกายห้อยหัว และถูกตรึงบนไม้กางเขนใหญ่ เทวรูปดังกล่าวมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนหลายจุด พวกคุณทราบไหมว่าเป็นเทพองค์ใด?”

นั่นมัน…พระผู้สร้างแท้จริง! ดินแดนเทพทอดทิ้งมีวิหารของพระผู้สร้างแท้จริงด้วยหรือ…? จากคำอธิบายของเดอะซัน ชาวเมืองเมืองพิสุทธิ์ไม่รู้จักพระผู้สร้างแท้จริง…หมายความว่ามันเริ่มมีตัวตนหลังจากยุคสมัยแห่งมหาภัยพิบัติ ไม่อย่างนั้นคงถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเมืองแล้ว…ไคลน์อาศัยพลังตัวตลกช่วยระงับสีหน้าตื่นตระหนก

จัสติส แฮงแมน และเดอะเวิร์ลต่างมองหน้ากันเองสักพักพลางส่ายหัว

“พวกเราไม่ทราบ”

หลังจากสิ้นเสียงทุกคน เดอะฟูลผู้มีกลุ่มหมอกสีเทาหนาทึบรายล้อม ทำการเปล่งเสียงดังกังวาน

“เจ้านั่นคือ…พระผู้สร้างเสื่อมทราม”

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version