Skip to content

Outside Of Time 1222


บทที่ 1222 กลุ่มซึ่งแข็งแกร่งที่สุด

คุกสยบเทพศักดิ์สิทธิ์

ตั้งอยู่ตรงเขตแดนนภาว่างเปล่าระหว่างนภานอกแสงเหนือกับนภานอกแสงวิญญาณ

มองจากภายนอกคือรูปสลักแมงมุมมหึมา

ในรูปสลักคือเรือนจำ ภายนอกรูปสลักมีตำหนักใหญ่มากมาย

เมื่อมองจากไกลๆ รูปทรงของตำหนักเหล่านี้แปลกประหลาด คล้ายหมุดมากมาย ทั้งแฝงพลังผนึก

รูปสลักดำสนิท ใหญ่โตเหมือนดวงดาว

มันซ่อนตัวอยู่ตรงห้วงดาราซึ่งวิวัฒน์จากละอองว่างเปล่า ดูดซับแก่นตั้งต้นซึ่งลอยออกมาจากเขตแดนนภาว่างเปล่า ผ่านขาปุกปุยทั้ง 8 เป็นช่วงๆ

ช่วงเวลาที่คุกเทพนี้ดำรงอยู่ ยาวนานหลายพันปีแล้ว

ตอนแรกสร้างขึ้นพร้อม 17 ราชวงศ์จักรวาลแห่งนภานอกแสงวิญญาณ

ดังนั้นคุกเทพนี้จึงเป็นเรือนจำส่วนตัวของ 17 เผ่าจักรวาล เทพเจ้าส่วนใหญ่ในนั้นมาด้วยรูปแบบต่างๆ บ้างช่วงชิง บ้างซื้อมา สุดท้ายค่อยรวมตัวที่นี่

ในนั้นถึงขั้นมีไม่น้อยที่เดิมขังไว้ในนภานอกแสงเหนือ จากนั้นค่อยเหมือนเป็นสิ่งของ ถูกตระกูลแสงวิญญาณชิงมา

สาเหตุที่ตอนนั้นเลือกสร้างตรงเขตแดนนภาว่างเปล่า นั่นเป็นเพราะคุกเทพแห่งนี้พิเศษอยู่บ้าง เทพเจ้าที่กักขังในนั้นต้องมีชีวิตอยู่ระดับหนึ่ง

ไม่อาจตกสู่สภาพหลับลึก

ดังนั้นมันเลยสร้างบนนภานอกพิภพซึ่งอบอวลกลิ่นอายวิญญาณเซียนไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นการหลับใหลของเทพเจ้าจะตกสู่สภาพหลับลึก

จุดประสงค์ของการทำเช่นนี้ ภายนอกบอกว่าเพื่อค้นคว้าความเป็นอมตะของเทพเจ้า

รายงานต่อนภานอกแสงวิญญาณ ขณะเดียวกันยังบันทึกไว้ในฟากฟ้าเหนือนภา 9 ฝั่ง

พร้อมกันนี้ยังปกครองโดยนภานอกพิภพ 2 แห่ง

อีกอย่างเป็นเพราะนภานอกพิภพ 2 แห่งร่วมกันปกครอง กอปรกับคุกเทพนี้มีการค้นคว้าพิเศษ ทำให้ที่นี่ไม่อยู่ในขอบเขตของหน่วยรวบรวมทรัพยากร

หลายปีนี้ไม่มีผู้รวบรวมทรัพยากรคนใดได้รับภารกิจจัดหาทรัพยากรที่นี่

เมื่อนานเข้าที่นี่จึงถือว่าสงบสุขระดับหนึ่ง

ส่วนผู้คุมในนั้น นอกจากหัวหน้าผู้คุม 2 คนแล้ว คนอื่นมาจากผู้บำเพ็ญ 17 ตระกูล มีมากนับพัน

ตอนนี้เหนือรูปสลักแมงมุมมหึมา ในตำหนักสูงสุดตรงกลาง มีเสียงดนตรีดังก้อง

มีทาสต่างเผ่ากำลังร้องรำทำเพลง

มีทาสเทวะซึ่งเสี้ยวเลือดเทพเจ้าไหลวนในกายบรรเลงเครื่องดนตรีเก่าแก่

ทั้งมีบ่าวสวมตรวนเหล็กคอยส่งสุราชั้นเลิศผสมแก่นตั้งต้นทีละจอก

โดยรอบมีผู้บำเพ็ญหลายสิบนั่งอยู่ ในนั้นนอกจากเผ่ามนุษย์ 2 คนตรงกลางแล้ว คนอื่นล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งต่างเผ่า

นัยน์ตาแต่ละคนฉายแววชื่นชมเสวยสุข

ส่วนเผ่ามนุษย์ 2 คนนั้น

คนหนึ่งเป็นชายชรา คนหนึ่งคือวัยกลางคน

ฝ่ายแรกมาจากนภานอกแสงวิญญาณ ฝ่ายหลังมาจากฟากฟ้าเหนือนภา 9 ฝั่ง

พวกเขา 2 คนคือหัวหน้าผู้คุมคุกเทพแห่งนี้

“วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า สหายเต๋า พวกเรา 2 คนอยู่ที่นี่ ถือว่าเบิกบานนัก”

“มีแก่นตั้งต้นใช้ไม่ขาดสาย มีเผ่าทาสคอยปรนนิบัติ ทั้งห่างจากสงคราม คล้ายดินแดนแห่งอุดมคติ”

“ฮ่าๆ ใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่มุมหนึ่งก็เป็นรูปแบบหนึ่งของชีวิต”

ทั้ง 2 ยกจอก ยิ้มพลางเอ่ยกล่าว

พวกเขาผลัดเวรกันเฝ้าที่นี่ 300 ปีแล้ว อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทั้งได้รับประโยชน์ไม่น้อย พลังบำเพ็ญบรรลุถึงระดับกึ่งเซียนช่วงกลาง ห่างจากช่วงปลายไม่ไกล

“แต่สุดท้ายย่อมมีวันสิ้นสุด อีก 60 ปีก็หมดวาระของเจ้ากับข้า เกรงว่าถึงตอนนั้นก็มีอนาคตของตน ไม่รู้ว่านานเท่าไรกว่าจะพบกันอีกครั้ง”

“ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอนาคต เพลิดเพลินกับตอนนี้ก็พอ”

ทั้ง 2 หัวเราะเสียงดัง ยกจอกกันอีกครั้ง ผู้คุมต่างเผ่าโดยรอบ แต่ละคนยิ้มหน้าบานเช่นกัน กล่าวประจบประแจง ต่างฝ่ายต่างยกจอกสุราขึ้น

พวกเขากำลังดื่มด่ำ

ทว่าตอนนี้นอกตำหนักพลันมีลมพัดมา ม้วนเข้าตำหนักใหญ่ ทำให้บรรยากาศครึกครื้นเยียบเย็นเล็กน้อย

ในสายลมเย็นมีเงาร่างเลือนรางของผู้บำเพ็ญต่างเผ่าพลิ้วมา รวมตัวเป็นผู้บำเพ็ญหญิงร่างเพรียวบางกลางอากาศ ค้อมตัวคารวะ กล่าวอย่างรวดเร็ว “ใต้เท้าทั้ง 2 นอกคุกเทพตรวจพบกลิ่นอายของคนนับร้อย กำลังเข้ามาใกล้สถานที่ซึ่งพวกเราอยู่ ระหว่างนี้ผู้คุมรอบนอกกล่าวปรามแล้ว ทั้งเตรียมการป้องกันด้วย”

“ทว่า…”

ผู้บำเพ็ญหญิงกล่าวถึงตรงนี้ ทันใดนั้นข้างนอกมีเสียงกัมปนาท เสียงราวเบิกฟ้าผ่าปฐพีพลันดังก้อง

การป้องกันพังทลาย!

ครู่ต่อมาเหล่าผู้บำเพ็ญหน้าเปลี่ยนสี กึ่งเซียนเผ่ามนุษย์ 2 คนนั้นขมวดคิ้ว ร่างกายพร่าเลือน

เพียงพริบตาก็ปรากฏตัวนอกตำหนัก เมื่อเงยหน้ามองก็จำเครื่องแบบผู้มาเยือนได้ พวกเขา 2 คนสีหน้าคร่ำเคร่ง

เมื่อมองตามสายตาพวกเขา เห็นเพียงรุ้งยาวเหมือนดาวตกมากมาย หอบกลิ่นอายเหนือธรรมดา สร้างคลื่นลมล้นฟ้า มุ่งหน้ามาทางคุกเทพแห่งนี้

พลังทำลายล้างรุนแรงตลอดทาง ทลายปราการแหลกละเอียด

ชั่วพริบตาก็มีอานุภาพราวย้ายภูเขาคว่ำสมุทร 7-8 สาย กระหน่ำซัดพื้นดินตรงรูปสลักหน้าหัวหน้าผู้คุม 2 คนนั่น

รูปสลักสั่นสะเทือน

พื้นดินเกิดคลื่นมรสุม เคลื่อนกวาดโดยรอบดังครั่นครื้น ยามสายลมคลั่งถาโถม ดาวตกกระหน่ำลงมามากขึ้น พื้นดินสั่นสะเทือนต่อเนื่อง

ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าโดยรอบ แต่ละคนเหมือนเจอศัตรูผู้แข็งแกร่ง

ความจริงคือฝ่ายผู้มาเยือน ไม่ว่าเป็นด้านจำนวนหรือพลังบำเพ็ญ ทั้งหมดล้วนชวนตะลึงนัก

สิ่งที่ทำให้พวกเขาเครียดขมึงคือผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์เหล่านี้ หลังจากแต่ละคนหยัดร่างขึ้น ทั้งหมดล้วนท่าทางไม่ใส่ใจ แฝงความหยิ่งทระนง

หนึ่งในนั้นมีปราณชั่วร้ายทั้งตัว น่ากลัวยิ่งกว่า

จากนั้นต่างฝ่างต่างแยกย้าย

แต่ถ้ามองอย่างละเอียดจะพบว่าผู้องอาจเหล่านี้เหมือนจัดแถว คล้ายกำลังเฝ้ารอ

ผู้มีปราณชั่วร้ายทั่วตัวก็เช่นกัน

จากนั้นดาวตกกระหน่ำลงมามากขึ้น ทั้งเหมือนกำลังเรียงแถว

กระทั่งดาวตกเกือบทั้งหมดร่วงหล่นลงมา บนเวิ้งฟ้าดาวตกดวงสุดท้ายส่องประกายบาดตา หอบกลิ่นอายทัดเทียมเซียนชั้นล่างมากะทันหัน

เมื่อเข้าใกล้ ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าทั้งหมดตื่นตระหนก แม้แต่หัวหน้าผู้คุม 2 คนนั้นยังหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่ชั่วพริบตาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ภายใต้กลิ่นอายราวย้ายภูเขาคว่ำสมุทร ร่างกายถอยร่นโดยไม่รู้ตัว ในใจยิ่งตระหนก

“เซียนชั้นล่างหรือ”

“ไม่เหมือน…แต่กลิ่นอายนี้…”

ยามทั้ง 2 หายใจกระชั้นถี่ ดาวตกชวนประหวั่นนั้นร่วงลงสู่พื้น

กลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง

สวมชุดดำสนิท ผมยาวดำขลับ กลิ่นอายล้นฟ้า สั่นคลอนจิตวิญญาณ

ทั้งคุกสั่นสะเทือนรุนแรง

ขณะที่เหล่าผู้คุมกับหัวหน้าผู้คุม 2 คนนั้นหวั่นหวาด ท่ามกลางฝูงชน ผู้บำเพ็ญเปี่ยมปราณพิฆาตซึ่งมาเยือนก่อนคนนั้นก้าวมาข้างหน้า เหลือบมองเหล่าผู้บำเพ็ญ ก่อนกล่าวเสียงแหบพร่า “ข้าเสียหลิงจื่อ”

“ใต้เท้าของข้าได้รับสารลับ บอกว่าที่นี่มีเทพคิดแหกคุก ดังนั้นเลยมาที่นี่เพื่อกำราบ”

เมื่อเอ่ยคำนี้ เหล่าผู้คุมล้วนสีหน้าปั้นยาก ส่วนหัวหน้าผู้คุม 2 คนนั้น พวกเขามองชายหนุ่มชุดดำคนสุดท้ายซึ่งรายล้อมด้วยเหล่าผู้บำเพ็ญองอาจอย่างหวาดกลัว ในใจเกิดลังเล

หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ผู้รวบรวมทรัพยากรทุกท่าน ที่นี่ปกครองโดยนภา 9 ฝั่งกับนภาแสงวิญญาณ ไม่มีการก่อจลาจลอันใด”

เมื่อเขาเอ่ยวาจา โจวเจิ้งลี่ที่ยืนข้างกายสวี่ชิงยิ้มอย่างอบอุ่น “ใต้เท้าคือหัวหน้าผู้คุมหรือ อย่าตื่นตระหนก พวกเราแค่มาตรวจสอบ หากไม่มีการก่อจลาจลจริงค่อยจากไป”

หัวหน้าผู้คุมทั้ง 2 ได้ยินดังนี้ เดิมคิดระเบิดโทสะ แต่เหลือบสายตามองสวี่ชิงแล้วอดลังเลไม่ได้

ขณะเดียวกันซิงหวนจื่อที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ระเบิดปราณพิฆาตก้าวออกมา

เสียงเยียบเย็นดังก้องทั่วทิศ “ด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ทุกท่านตามข้าเข้าไป ตรวจสอบอย่างละเอียด!”

ขณะกล่าวเขามองข้ามเหล่าผู้คุม มุ่งตรงเข้าไปในรูปสลัก หลังจากสวี่ชิงพยักหน้าแล้ว ผู้บำเพ็ญนับสิบด้านหลังเขา ห้อตะบึงตามซิงหวนจื่อเข้าไปทันที

ผู้คุมแต่ละคนแผ่กลิ่นอายออกมา หัวหน้าผู้คุม 2 คนกัดฟันกรอด กำลังคิดขัดขวาง

โจวเจิ้งลี่กระแอมเสียงเบา

ครู่ต่อมาทุกคนทำตามที่ตกลงกันก่อนหน้า บ้างแผ่คลื่นสะเทือนพิเศษ บ้างนำป้ายล้ำค่าออกมา บ้างกล่าวกับฝูงชน

“อาจารย์ของพวกเราหลันฝูเป็นเซียนชั้นล่าง!”

“อาจารย์คือหัวหน้าหน่วยรวบรวมทรัพยากร มีคนเรียกเขาว่าราชาพิษ”

“บรรพบุรุษของข้าคือผู้อาวุโสฝูเซิ่ง”

“ข้ากับตระกูลเฉินตกลงกันไว้ คิดถ่ายทอดเมล็ดพันธุ์วิถีแก่คนต่างสกุล!”

“สำนักเซียนจะให้ตำแหน่งศิษย์กับข้า”

“นภาเขาตระหง่านทำข้อตกลงกับข้าแล้ว!”

ทุกประโยคดังก้อง แสงป้ายมากมายส่องประกาย สะเทือนฟ้าดารา ทำให้หัวหน้าผู้คุม 2 คนหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version