Skip to content

Outside Of Time 1256


บทที่ 1256 ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา

ในเสี้ยวพริบตาที่ก้าวออกจากเจดีย์เพลิง เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายที่ปกคลุมไปด้วยไอพลังประหลาดสีดำ ก็แผ่ระลอกสั่นสะเทือนท้องฟ้าดารา

สายตาจากเหล่าเซียนและเทพทั้งหลายในสนามรบนี้ ต่างรวมมายังดาวยักษ์แดง

ดวงดาวสั่นสะเทือนไปในทันที

จากนั้นสายตาเหล่านี้ก็เคลื่อนไป สุดท้ายก็จับจ้องมายังร่างของสวี่ชิง และจ้องมายังกรงขังที่เขาลากออกมา!

สายตานั้นมีน้ำหนัก โดยเฉพาะสายตาของเทพเจ้ายิ่งหนักเป็นอย่างยิ่ง สามารถสะกดร่างกายได้ สามารถสะกดวิญญาณได้ ในทันทีที่จับจ้องมา ก็ราวกับจะบดอัดร่างกายตลอดจนวิญญาณของสวี่ชิงให้แหลกสลาย

ส่วนสายตาเซียนก็ต้านทานทุกอย่าง และในขณะที่มารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก็ทำลายสายตาที่นำพลังกดดันมาจากเหล่าเทพเจ้าไป

ดังนั้นในการเคลื่อนไปข้างหน้าของสวี่ชิง รอบๆ ตัวเขาก็มีเสียงฟ้าร้องครืนครั่นเลื่อนลั่น มิติแตกร้าว ประเดี๋ยวบิดเบี้ยว ประเดี๋ยวสั่นคลอน ประเดี๋ยวชัดเจน ประเดี๋ยวก็พังทลายลง

ส่วนสวี่ชิงใบหน้าไร้อารมณ์ ยังคงลากกรงขังเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งเดินไปถึงชายขอบดวงดาว ภายใต้สายตาของทุกคน เขาหยุดฝีเท้าลง สายตาเย็นชา ทอดสายตามองไปยังทุกทิศทาง

พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างระบบดาวที่ 4 และระบบดาวที่ 5 เคยเป็นสนามรบมาก่อน และเนื่องจากมีหมอกดาวสีน้ำเงิน จึงได้ชื่อว่า…ซากนภาสีน้ำเงิน!

เมื่อมองไป จะเห็นว่าท้องฟ้าดาราระหว่างสีดำและขาว ปกคลุมไปด้วยหมอกสีน้ำเงิน ภายในนั้นมีดวงดาวแหลกราญมหาศาลลอยอยู่ในนั้น ต่างพันเกี่ยวกัน ราวกับกระดูกสันหลังขรุขระของอสูรยักษ์ ทอดตัวยาวไปล้านล้านลี้ในหมอกดาวสีน้ำเงิน

และบนพื้นผิวของดวงดาวแหลกราญเหล่านี้ ก็มีเส้นเลือดคล้ายหลอดเลือดเต็มไปหมดอย่างน่าแปลกประหลาด การประจันหน้ากันอย่างไร้รูปร่างระหว่างฝ่ายเทพและเซียน ราวกับก่อตัวเป็นเส้นเลือด ทำให้ลวดลายของดวงดาวแหลกราญเหล่านี้กะพริบแสงวูบวาบ ทำให้ท้องฟ้าดารารอบๆ เกิดระลอกคลื่นสีเลือด

ความงดงามและความยิ่งใหญ่ ได้อยู่ร่วมกันในขณะนี้!

นี่คือภาพฉากหลัง!

และบนภาพฉากหลังนี้ กองทัพผู้บำเพ็ญตั้งขบวนก่อเป็นจุดมากมายหนาแน่น ราวกับว่าได้ปฏิบัติตามวิถีการโคจรของดวงดาวในระบบดาวที่ 5 กลายเป็นภาพจักรวาลน้อย

เกรียงไกรยิ่งใหญ่ จำนวนคนก็มากมายจนไม่อาจมองเห็นขอบเขตสิ้นสุด

มองเห็นเพียงจุดมากมายหนาแน่นเหล่านี้ ทุกจุด…ล้วนประกอบขึ้นจากขบวนทัพหมื่นคน

อีกทั้งตรงกลางของแต่ละขบวนทัพ ล้วนมีกลองศึกที่ประทับตราเทาเที่ยกลืนกินฟ้าแขวนอยู่ใบหนึ่ง

ตอนนี้จากการหยุดลงของสวี่ชิง เสียงกลองศึกก็ราวกับเสียงสวรรค์ ดังสะท้านสะเทือนความว่างเปล่า

สำหรับอีกด้านหนึ่งของภาพฉากหลังนี้ ในกองทัพเผ่าเทพที่ถูกปกคลุมด้วยไอพลังประหลาดสีดำ จะเห็นดาวฤกษ์ที่ยุบมากมาย ภายในนั้นเกิดการกลายพันธุ์ เกิดเลือดเนื้อขึ้นมา กำลังคายและกลืนไอพลังประหลาด

บนนั้นทุกดวงล้วนมีเทพเจ้าจำนวนมหาศาล

มากมายหนาแน่น ไร้ขอบเขตสิ้นสุดเช่นกัน

ด้านหลังเหล่าองค์ท่าน ยังมีเลือดเนื้อที่กลายพันธุ์นับไม่ถ้วน ก่อตัวเป็นคันธนูโบราณขนาดมหึมาไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมมากมาย ใช้แม่น้ำดาราเป็นสายธนู ตอนนี้สายธนูถูกง้าง…เสียงสั่นสะเทือนที่ดังออกมา ก็ทำให้บรรยากาศของสนามรบนี้แข็งค้าง

ยิ่งมีดาวตกสีทองเป็นทาง…เป็นทาง โปรยปรายอยู่ทางฝั่งเทพเจ้า ลากเส้นทางอันลึกลับอัศจรรย์ออกมา และหลอมรวมเป็นปราการป้องกันเทพเจ้าคลุมไปทั้งสนามรบ

ทุกครั้งที่คลื่นเสียงกลองศึกจากฝั่งผู้บำเพ็ญเข้ารุกราน ปราการป้องกันข้างบนก็จะมีคลื่นวนหลุมดำปรากฏขึ้น กลืนกินคลื่นเสียงให้กลายเป็นแถบเส้นแสงที่บิดเบี้ยว

รัศมีอำนาจดุจสายรุ้ง

แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าเซียนและเทพเจ้าต้องยิ่งตื่นตะลึง คือพื้นที่ที่ไร้ขอบเขตเหนือศีรษะของพวกเขา

ที่นั่น…ม้วนคัมภีร์และแม่น้ำเทพ กำลังเผชิญหน้ากันอยู่

ฝั่งม้วนคัมภีร์ คือร่างอันยิ่งใหญ่ของผู้นำเซียนจั้นหลู เขากางพลังครอบคลุมทั่วหล้า 6 ทิศ ลวดลายเมฆเคลือบทองแผ่ขยายออกไปด้านหลังเขา กลายเป็นม้วนคัมภีร์ที่ครอบคลุมครึ่งหนึ่งของดาราจักร ทุกเส้นลายที่ร่างขึ้นในนั้นล้วนเป็นการปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรมของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน

ในแม่น้ำเทพสีดำที่อยู่ตรงข้าม คือเงามายาของผู้นำเทพหลีจูที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากจักรวาลที่แตกสลายนับไม่ถ้วน

ปลายนิ้วของเขาชี้ลง แม่น้ำเทพกำลังเป็นน้ำแข็งอย่างช้าๆ

รูปลักษณ์ที่แท้จริงของพวกเขา น้อยคนนักที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน แต่พลังกดดันและรัศมีอำนาจที่มาจากพวกเขา กลับสะท้อนเข้าไปในสัมผัสรับรู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดอย่างชัดเจน

และพวกเขากำลังจ้องมองกันอยู่!

จุดที่พวกเขากำลังมองไปคือแกนกลางสนามรบโบราณของการแลกเปลี่ยนนี้

ที่นั่น หมอกจากสายตาของพวกเขาก็ปั่นป่วนและถอยร่นไป เผยให้เห็นแท่นบูชาที่ยิ่งใหญ่แท่นหนึ่งลอยอยู่!

แท่นบูชานี้ประกอบขึ้นจากโลงศพยักษ์ 360 โลง และไม้มหึมา 360 ท่อน

โลงศพสร้างจากทองแดงอสูร

สนิมเขียวที่ปกคลุมอยู่บนพื้นผิวกำลังหลุดลอก เผยให้เห็นรอยจารึกแห่งพิธีสังเวยเลือดสีแดงเข้มข้างล่าง

ทุกครั้งที่หมอกดาวกวาดผ่าน ฝาโลงก็จะสั่นสะเทือนและมีหมอกดำล้นออกมา ก่อตัวเป็นเงาที่แปลกประหลาดน่ากลัว

ส่วนไม้หลอมรวมขึ้นมาจากผลึกเซียน

ลวดลายเซียนที่ไหลอยู่บนพื้นผิวส่องประกายแสงสีเงินวูบวาบ แผ่พลังชีวิตที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ออกมา

ทุกครั้งที่หมอกดำจากโลงศพปรากฏออกมา ไม้เซียนก็จะสยบกำราบ มีวิญญาณวีรชนเป็นกลุ่มๆ ปรากฏกายออกมา และต่อสู้กับพวกมัน

แท่นบูชาที่พวกมันประกอบขึ้นมาแท่นนี้ก็คือสถานที่แลกเปลี่ยนในครั้งนี้!

มองทุกอย่างนี้ ถึงแม้ว่าสวี่ชิงจะเคยเข้าร่วมสงครามมาหลายครั้ง แต่ก็ยังคงตกตะลึงกับภาพนี้ ดังนั้นสายตาของเขาจึงเปลี่ยนมาลึกล้ำขึ้น หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็ยกเท้าขึ้น

ก้าวออกไปจากดาวยักษ์แดง เดินเข้าสู่ท้องฟ้าดารา

กรงขังที่ลากอยู่ด้านหลัง ก็ได้ลากเส้นทางสีแดงเข้มกลางท้องฟ้าดารา และตรงไปยังแท่นบูชาที่อยู่ด้านหน้า

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายเทพเจ้า ปราการป้องกันสีทองขนาดมหึมาตอนนี้แผ่ระลอกคลื่นรุนแรง ภายใต้สายตาของผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วน ในปราการป้องกันก็มีเทพเจ้าองค์หนึ่งเดินออกมา

รูปลักษณ์ภายนอกของเทพองค์นี้คล้ายกับผู้บำเพ็ญ เหมือนเผ่ามนุษย์เพศชายวัยกลางคน เพียงแต่ร่างกายสูงใหญ่กว่ามาก สูงถึง 7-8 จั้ง

แต่ใบหน้าของเขาเรียกได้กระทั่งว่างามล้ำ ผมสีม่วงยาวถึงข้อเท้า ปลิวพริ้วไปในระหว่างที่เคลื่อนไปข้างหน้า ชุดเกราะเทพสีทองก็ยิ่งช่วยขับเน้นสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบขององค์ท่านให้ดูแข็งแกร่ง

สำหรับระดับพลัง…เห็นได้ชัดว่าติดที่ข้อตกลงของการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้

องค์ท่านเป็นระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด

ตอนนี้จากการเดินออกมา ก็จะเห็นได้ว่ารอบๆ องค์ท่าน ราวกับล่ามสุนัขเอาไว้ จูงชายชรา 5 คนที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซีดเซียวผอมแห้ง กระทั่งแม้แต่สีหน้าก็ดูเหม่อลอย

ชายชราทั้ง 5 คนนั้น แต่ละคนบนร่างมีบาดแผลนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างร่างกายยับเยิน โทรมซูบเซียวเป็นอย่างยิ่ง เพลิงชีวิตก็หมองหม่นเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าในหลายปีที่ถูกจับเป็นเชลย ก็ถูกทรมานอย่างหนัก

พวกเขาคือผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ที่กำลังจะถูกแลกเปลี่ยน แต่ละคนล้วนเคยสร้างผลงานสงครามอันยิ่งใหญ่ให้กับระบบดาวที่ 5

ภาพนี้สะท้อนเข้าไปในดวงตาของฝ่ายผู้บำเพ็ญ อารมณ์ของฝ่ายผู้บำเพ็ญแผ่ระลอกปั่นป่วนขึ้นมาทันที เสียงกลองศึกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

ส่วนเทพเจ้าหน้าหยกองค์นั้น สัมผัสทุกอย่างนี้ ดวงตาขององค์ท่านเย็นชา ยกมือขึ้นกระตุก เชือกที่ผูกอยู่บนคอของผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ 5 คนนั้นก็รัดแน่นขึ้นทันที ทำให้ทั้ง 5 ตัวสั่นสะท้าน เจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าคอจะถูกรัดจนขาด

จากนั้น องค์ท่านก็ทอดสายตามองสวี่ชิง

เพียงอึดใจ บรรยากาศของสนามรบก็รุนแรงขึ้น

ในดวงตาของสวี่ชิง ก็ฉายความเย็นชาออกมาเช่นกัน

แม้เขาจะไม่รู้จักเซียนชั้นล่างทั้ง 5 คนนั้น แต่ผ่านจากแม่ทัพใหญ่เขาก็ได้รู้ผลงานสงครามของทั้ง 5 ท่านนี้แล้ว ขณะเดียวกันเขาก็มองออกว่าการกระทำของเทพเจ้ารูปโฉมงามล้ำองค์นั้น คือกำลังท้าทายเขา

ดังนั้นเมื่อยกมือขึ้น กรงขังที่ควบคุมตัวธิดาเทพก็สลายไปทันที แปรเปลี่ยนเป็นโซ่ตรวนพันรอบแขนขาของธิดาเทพ จากนั้นเขาก็คว้าออกไป ดึงร่างของธิดาเทพมา และบีบคอเอาไว้

ต่อหน้าเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายและจักรพรรดิเทพ เริ่มดูดซับพลังงานต้นกำเนิด!

ส่วนธิดาเทพสั่นสะท้านไปทั้งตัว ฟื้นตื่นขึ้นจากการสลบไสล สีหน้าเจ็บปวด

ฝ่ายเทพ มีเสียงระเบิดคำรามดังมาทันที

จิตสังหารรุนแรงอย่างยิ่ง

การกระทำของสวี่ชิงที่ดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของธิดาเทพต่อหน้าทุกคนนี้ สำหรับเทพเจ้าแล้ว เป็นการท้าทายอย่างใหญ่หลวง!

เทพเจ้ารูปงามองค์นั้น จ้องมองสวี่ชิง จากนั้นก็คลายเชือกที่รัดคอของเผ่ามนุษย์ทั้ง 5 คนด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์

ส่วนสวี่ชิงก็คลายมือเช่นกัน ไม่ได้ดูดซับอีก แต่กลับลากโซ่เหล็ก ให้ธิดาเทพเดินนำหน้าตัวเองไป

ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกำลังเดินตรงไปยังแท่นบูชาที่อยู่ตรงกลาง

ทุกที่ที่เดินผ่านไป ใต้เท้าของสวี่ชิงทุกย่างก้าวก็ล้วนมีดอกบัวเต๋าเจิดจ้าเบ่งบาน พลังบำเพ็ญในร่างของเขาโคจรถึงจุดสูงสุดของสภาวะตัวเอง

ส่วนมิติที่ธิดาเทพเดินผ่านด้วยเท้าเปล่ากลับพลังทลายอย่างต่อเนื่อง เลือดเทพหยดลงมา แต่ไม่ได้หายไป กลับลอยอยู่ตลอดทาง ในนั้นดูเหมือนจะมีดวงดาวเลือดเนื้อกำลังก่อตัวขึ้นในความว่างเปล่า

เพียงแต่จากการเคลื่อนไปข้างหน้า ธิดาเทพอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง ฝีก้าวค่อยๆ ลำบากขึ้น ทุกก้าวที่เดินไป โซ่ตรวนที่พันรอบข้อเท้า ก็จะเกิดหนามแสงทิ่มแทงให้องค์ท่านเจ็บปวดงอกขึ้นมา

เสียงตรวนที่ดังออกมา ราวกับเสียงอันเย็นเยือกจากปรโลก ทำให้องค์ท่านหวนนึกถึงความเจ็บปวดตลอดทางมานี้ และผมยาวแห้งกระด้างก็ราวกับกำลังบอกเล่าความแค้นขององค์ท่าน สลายไปไม่หยุด แปรเปลี่ยนเป็นสะเก็ดดาว ร่วงหล่นลงมา

สำหรับสวี่ชิงที่อยู่ข้างหลัง สีหน้าของเขาดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ความระมัดระวังในใจตอนนี้มาถึงขีดสูงสุดแล้ว เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ตลอดเวลา

เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงการคุ้มครองจากสายตานับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านหลัง และเสียงคำรามของเสียงกลองก็ตาม

แต่หลังจากที่เขาและคนในกลุ่มย่อยได้ปรึกษาหารือกันแล้ว จากความเป็นไปได้มากมายที่ได้มาสำหรับเหตุผลที่ทำไมต้องเป็นเขาที่จะทำหน้าที่ควบคุมตัวและแลกเปลี่ยน มีความเป็นไปได้หนึ่ง…

“หากธิดาเทพรู้เรื่องการแลกเปลี่ยนนี้ เช่นนั้นด้วยความเกลียดชังที่มีต่อข้า…จะยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมหรือไม่”

สายตาของสวี่ชิงจับจ้องไปที่ธิดาเทพที่เดินโซซัดโซเซอยู่ข้างหน้า หรี่ตาลง

เช่นนี้เอง เวลาผ่านไปทีละนิด…ทีละนิด สวี่ชิงควบคุมธิดาเทพไป เดินใกล้เข้าไปยังแท่นบูชาตรงกลางพร้อมกับเทพรูปงามองค์นั้นจากฝ่ายเทพเจ้าไปเรื่อยๆ เดินมาถึงยังแถบอุกกาบาต

“พลังงานต้นกำเนิดทุกกลุ่มของข้าที่เจ้ากลืนกินไป จะกลายเป็นดวงดาวที่ทะลุผ่านชะตากรรมของเจ้า กลายเป็นความเสียใจและการสาปแช่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจ้า!”

ธิดาเทพจู่ๆ หันกลับมา ไอพลังประหลาดที่นี่ ทำให้แม่น้ำดาราที่มอดดับไปในรูม่านตาขององค์ท่านลุกไหม้เป็นเปลวไฟสีทองขึ้นอีกครั้ง

สวี่ชิงไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น กระชากโซ่ตรวนพันธนาการเทพเจ้าในมือ อักษรจารึกวิญญาณเซียนที่ลอยบนโซ่ตรวนก็ส่องประกาย ก่อตัวเป็นพลังดูดซับพลังงานต้นกำเนิด

ธิดาเทพส่งเสียงคราง พลังงานต้นกำเนิดในร่าง แผ่ออกมาข้างนอกตามบาดแผล ตัวเองในขณะที่เดินโซซัดโซเซก็เหยียบขึ้นไปบนอุกกาบาตขนาดเล็กที่ลอยมาก้อนหนึ่ง

ชั้นหินสีดำของอุกกาบาตนั้นก็พลันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตขึ้นมา ทำให้ชุดคลุมที่เปื้อนคราบสนิมขององค์ท่านยิ่งดูชัดเจนขึ้น

ส่วนชุดนักพรตของสวี่ชิงก็พลิ้วไหวไปโดยไม่มีลม ก่อตัวเป็นคลื่นวนฝุ่นดาวที่หมุนทวนเข็มนาฬิการอบตัวเขา

หอบม้วนพลังงานต้นกำเนิดที่ทะลักออกมาจากบาดแผลของธิดาเทพเข้าไปในคลื่นวน แปรเปลี่ยนเป็นจุดแสงที่ราวกับแสงจันทร์พร่างพรายในดวงตาของเขา

หลังจากนั้นก็พูดขึ้นอย่างราบเรียบ “หนวกหู”

ธิดาเทพจ้องสวี่ชิง กัดฟันและเดินหน้าต่อไป องค์ท่านต้องการไปให้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย แต่ด้วยโซ่ที่อยู่บนร่าง ความเร็วก็ถูกสวี่ชิงควบคุมเอาไว้

เป็นเช่นนี้เอง ภายใต้จังหวะของสวี่ชิง ห่างจากแท่นบูชาก็เหลือ 3,000 จั้ง

ในตำแหน่งนี้ เขามองเห็นรูปลักษณ์หน้าตาทั้งหมดของเทพเจ้าหน้าหยกได้อย่างชัดเจน และเห็นสภาพโดยละเอียดของผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้ง 5 คนได้เช่นกัน

และความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

ดังนั้นดวงตาของสวี่ชิงก็ฉายประกายวาบขึ้นทันที จู่ๆ มือขวาคว้าออกไป จับธิดาเทพที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างลำบากข้างหน้ามา ไม่สนใจการดิ้นรนของธิดาเทพ คว้าไปที่คอขององค์ท่านอีกครั้ง

ดูดซับอย่างรุนแรง!

ครั้งนี้ ความรุนแรงของการดูดซับมากกว่าที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาคือหลังจากที่ดูดซับจนหมดแล้ว สวี่ชิงจะหยุดพัก แต่ในครั้งนี้ ธิดาเทพที่เดิมทีพลังงานต้นกำเนิดก็ยังเกิดขึ้นได้ไม่ทันเท่าไร เขาก็ดูดซับจนหมดในเสี้ยวพริบตา และยังคงดูดซับต่อไป

ราวกับจะทำลายให้สูญสิ้น เหมือนว่าใกล้จะปล่อยองค์ท่านไปอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่สนใจว่าคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่

และการดูดซับเช่นนี้ ความเจ็บปวดที่นำมาให้ธิดาเทพก็ย่อมเกินกว่าที่ผ่านมา ใกล้จะทะลุขีดจำกัดที่จิตใจขององค์ท่านจะพังทลายแล้วเต็มที

ภาพนี้ทำให้ฝ่ายเทพเดือดดาล เสียงคำรามต่ำทุ้มนับไม่ถ้วนดังก้อง พลังกดดันนับไม่ถ้วนระเบิดขึ้น แม้แต่เทพเจ้าหน้าหยกก็มีสีหน้าที่เคร่งขรึมไปเช่นกัน เร่งเดินหน้าไป

ฝ่ายผู้บำเพ็ญต่างก็สั่นสะท้านจากการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของสวี่ชิงไปเช่นกัน

เมื่อเห็นการแลกเปลี่ยนของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดความปั่นป่วนขึ้น การดิ้นรนของธิดาเทพก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว บางทีอาจจะเป็นไอพลังประหลาดของที่นี่ หรืออาจจะเป็นการช่วยเหลืออันลึกลับ

ดังนั้นการดิ้นรนภายใต้ความเจ็บปวดสุดขีดของธิดาเทพ ก็พลันระเบิดพลังที่น่ากลัวออกมา เสียงเย็นเยือกน่าขนลุกจากปากขององค์ท่าน ถึงกับทำให้มือของสวี่ชิงสะเทือนออก

ในขณะเดียวกัน โซ่เหล็กทุกเส้นที่พันธนาการอยู่บนร่างขององค์ท่านก็แหลกสลายไปทั้งหมด

เป็นอิสระในทันที!

ความรู้สึกที่เป็นอิสระนั้น ทำให้ธิดาเทพที่อ่อนแอไม่ได้มีเวลาคิดถึงความสมเหตุสมผล ตอนนี้องค์ท่านเคลื่อนหน้าไปอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งไปยังข้างหลังของเทพเจ้าหน้าหยกที่เดินทางมาอย่างรวดเร็ว

กลับคืนสู่ค่ายของเทพเจ้า!

สวี่ชิงสีหน้าเหี้ยมเกรียม จ้องร่างของธิดาเทพ และพลันเอ่ยขึ้น “เจ้าหนีไม่พ้นหรอก พวกเราจะต้องได้เจอกันอีกครั้ง!”

จากคำพูดของสวี่ชิงที่ดังก้อง ร่างของธิดาเทพซิงโหมว ท่ามกลางประกายแสงดาราที่เทพเจ้าควบคุมอยู่ข้างหน้า ก็จ้องสวี่ชิงเขม็ง แสงสีทองในดวงตาแฝงด้วยสีเลือด ในใจก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป กัดฟันพูดสิ่งที่อดทนมานานแล้วในใจออกมา

“ใช่แล้ว อีกไม่นานก็ได้เจอกันอีกครั้งแน่นอน!”

“สวี่ชิง ข้าอดทนกับเจ้ามาตลอดทาง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเจ้า ช่างน่าขันนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่า เจ้าคือเป้าหมายของการแลกเปลี่ยนต่างหาก เป็นสิ่งที่ข้าได้เสนอระหว่างการทำข้อตกลงระหว่างเทพบิดาข้ากับผู้นำเซียนของเจ้า!”

คำพูดนี้ ในสถานการณ์พิเศษตอนนี้ สวี่ชิงสามารถฟังออกได้ว่าจริงหรือเท็จ ดังนั้นระลอกคลื่นอารมณ์ทั้งหมดบนใบหน้าของเขาก็หายไปในทันที เอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”

ระหว่างที่พูด เขาก็ยกมือขึ้นสะบัด ทันใดนั้นทุกอย่างเบื้องหน้าธิดาเทพก็ราวกับเป็นฟองอากาศ แตกสลายไปในทันที

องค์ท่านยังคงอยู่ข้างๆ สวี่ชิง ยังคงถูกสวี่ชิงบีบคอเอาไว้ ยังคงห่างจากแท่นบูชาอีก 3,000 จั้ง!

ภาพนี้ทำให้องค์ท่านตกตะลึง จิตใจเกิดคลื่นปั่นป่วนท่วมฟ้า รูม่านตาทั้ง 2 ข้างพลันหดเล็ก ปากพูดขึ้นอย่างไม่อาจจะเชื่อได้ “ห้วงมายาแห่งเทพแท้จริง เจ้ามีห้วงมายาแห่งเทพแท้จริงได้อย่างไร!!”

สวี่ชิงไม่ได้ตอบ ตอนนี้ยกมือขึ้น เขาก็ผนึกธิดาเทพ และพลันทะยานจากไปไกลทันที

ขณะเดียวกัน ในส่วนลึกของความว่างเปล่า ก็พลันมีเสียงพึมพำโบราณดังมา แม่น้ำเทพที่กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ที่ปลายนิ้วของผู้นำเทพหลีจูแตกสลาย แปรเปลี่ยนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมานับไม่ถ้วน ตกลงในท้องฟ้าดาราทั้งผืน

ตัวตนที่อยู่เหนือกาลอวกาศประเภทหนึ่ง ลงมาเยือนในก้อนน้ำแข็งทุกก้อน แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาเทพเจ้า จ้องมองทุกสิ่ง

“จั้นหลู ฝ่ายของเจ้าผิดสัญญาแล้ว”

ในทันทีที่ดวงดาวนี้ปรากฏขึ้น ก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ของเซียนและเทพทั้งหมดไปทันใด!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version