บทที่ 1255 ได้เวลาแล้ว
บนดาวยักษ์แดง ภายในเจดีย์เพลิง
หนึ่งเซียนหนึ่งเทพ ราวกับชะตากรรมกลับมาเกี่ยวพันกันอีกครั้ง
สวี่ชิงดวงตาฉายประกายประหลาด ธิดาเทพจิตใจสิ้นหวัง
องค์ท่านคิดว่ามนุษย์ผู้นี้ที่องค์ท่านเกลียดเข้าไส้ เมื่อเห็นตนจะพูดอะไรบางอย่างบ้าง
ดังนั้นตามสัญชาตญาณ องค์ท่านจึงคิดที่จะพูดก่อน “เจ้า…”
แต่ยังไม่ทันที่องค์ท่านจะพูดจบ สวี่ชิงก็ไม่มีเวลาที่จะให้เสียเปล่า ยิ่งไม่มีคำพูดใดๆ มือขวาก็ยกขึ้นแล้ว คว้าออกไป…
ร่างของธิดาเทพซิงโหมว ราวกับถูกแรงมหาศาลกลุ่มหนึ่งดูด พุ่งตรงไปยังสวี่ชิงในเสี้ยวพริบตา และถูกเขาคว้าไปยังตำแหน่งที่คุ้นเคย
บีบคอเอาไว้!
เกือบจะในขณะที่สัมผัสกัน ความตื่นกลัวในใจของธิดาเทพก็ปะทุออกมา และสวี่ชิงก็ได้เริ่มดูดซับพลังงานต้นกำเนิดขององค์ท่านตามสัญชาตญาณแล้ว
พลังงานต้นกำเนิดเทพเป็นกลุ่มๆ จากการสั่นไปทั้งตัวของธิดาเทพและความรู้สึกที่ราวกับวิญญาณถูกดึงออกไปปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็ไหลทะลักเข้าในมือขวาของสวี่ชิงไม่ขาดสาย
ผสานเข้าสู่ร่างกาย บำรุงตัวอ่อนเซียน บำรุงวิญญาณ บำรุงทุกสิ่งในตัวเอง
ความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน ทำให้อารมณ์ของสวี่ชิงเปลี่ยนมาเบิกบานขึ้น
รสชาติของธิดาเทพ ในช่วงเวลานี้เขาได้ครุ่นคิดและหวนนึกถึงหลายครั้ง
ตอนนี้เมื่อได้ลิ้มรสอีกครั้ง การโคจรของพลังบำเพ็ญเขาก็เร่งขึ้นเช่นกัน แสงสีเงินในดวงตาก็ยิ่งส่องประกาย
ส่วนธิดาเทพนั้น จากความเจ็บปวดได้กลับมาอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ความรู้สึกทางร่างกายจะรุนแรงเท่านั้น วิญญาณขององค์ท่านยิ่งเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ที่กลับไปสู่ฝันร้ายอีกครั้ง ทำให้จิตใจที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมาได้ไม่นานขององค์ท่านก็กลับตาลปัตรอีกครั้ง
ดังนั้นความอาฆาตแค้นจึงปรากฏขึ้นอีกครา ทั้งยังมากกว่าเมื่อก่อนหลายสิบเท่าหรือมากกว่านั้น
เขาเมินเฉย และดูดซับต่อไป
จนกระทั่งการดูดซับนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ผิวหนังของธิดาเทพที่กลับมามีประกายอีกครั้งอย่างยากลำบาก ก็เหี่ยวแห้งไปอีกหน พลังงานต้นกำเนิดที่สะสมอยู่ในร่างกายก็ว่างเปล่าอีกครั้ง
สภาพขององค์ท่านอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อถึงตอนนี้ สวี่ชิงถึงได้หยุดการดูดซับอย่างพึงพอใจเล็กน้อย ปล่อยมือออก ปล่อยให้ธิดาเทพที่อ่อนปวกเปียกเหมือนโคลนทรุดลงตรงหน้า
ธิดาเทพอ่อนแอ แต่ความอาฆาตแค้นในใจนั้นรุนแรงยิ่งกว่า จ้องมองสวี่ชิงไม่วางตา แต่ไม่นานนัก องค์ท่านก็สูดหายใจเข้าลึก หลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความอาฆาตแค้นก็หายไป กลายเป็นความขมขื่น
“ข้าได้พบกับผู้นำเซียนของเจ้าแล้ว พวกเจ้าก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ตอนนี้เมื่อเลือกที่จะแลกเปลี่ยน ในใจเจ้าเจ็บใจ ข้าเข้าใจได้”
“ดังนั้นเจ้าดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของข้า ข้าก็ไม่มีแรงที่จะต่อต้าน อย่างไรเสีย เทพและเซียนก็เป็นศัตรูกัน เซียนฝ่ายเจ้าหากตกอยู่ในมือของพวกข้า ก็ยากจะหนีจากการถูกทรมานเช่นกัน”
“เรื่องเหล่านี้ ข้าเข้าใจได้ นี่เป็นการตัดสินใจของขั้วอำนาจ เจ้าและข้าไม่มีความแค้นส่วนตัวกัน อีกทั้งสุดท้ายแล้ว ข้าถูกเจ้าจับได้ ก็เพราะวิชาเทพของข้ายังไม่เชี่ยวชาญพอ!”
ธิดาเทพพูดด้วยเสียงแหบพร่า แฝงด้วยความเยาะเย้ยตัวเองเล็กน้อย ราวกับว่าในช่วงไม่กี่วันที่ถูกส่งตัวไปทางผู้นำเซียนทางนั้น องค์ท่านก็เข้าใจอะไรหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว
ภาพนี้ สวี่ชิงเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกในตัวธิดาเทพนับตั้งแต่ที่จับองค์ท่านมาได้
ดังนั้นเขาจึงกวาดสายตามองธิดาเทพผาดหนึ่ง
ธิดาเทพสงบนิ่ง เห็นได้ชัดถึงความสุขุม
มองธิดาเทพ สวี่ชิงพลันเอ่ยขึ้นมา “แต่ก่อนที่ไม่ได้ปิดบังความอาฆาตแค้นแม้แต่น้อยเป็นเพราะสิ้นหวัง คิดว่าตัวเองจะต้องตายอย่างแน่นอน ตอนนี้เริ่มปิดบัง เพราะความหวังอยู่ตรงหน้าแล้ว เจ้าไม่ต้องการรับความเสี่ยงใดๆ ดังนั้นจึงกังวลว่าจะกระตุ้นให้ข้าสังหารเจ้าทำให้ความหวังของเจ้ากลับกลายเป็นความสิ้นหวังอีกครั้ง”
เมื่อคำพูดของสวี่ชิงดังออกมา รูม่านตาทั้ง 2 ข้างของธิดาเทพก็หดเล็ก
และเสียงของสวี่ชิงก็ยังคงดังสะท้อนก้องอย่างสงบนิ่ง
“การแลกเปลี่ยนกำลังจะมาถึง ข้ารู้เจ้าก็รู้เช่นกัน ข้าไม่มีทางสังหารเจ้าได้ ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงความอ่อนแอเช่นนี้”
“เทียบกับสภาพเช่นนี้ของเจ้า ข้าคุ้นเคยกับความอาฆาตแค้นของเจ้ามากกว่า และหลังจากที่เจ้ากลับไปแล้วจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ต้องให้ข้าพูดให้ชัดเจน เจ้าไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่นอน”
“แต่คำพูดพวกนี้ของเจ้า ก็เตือนข้าขึ้นมาเหมือนกัน…”
สวี่ชิงหรี่ตา ขณะยกมือขวาขึ้น พลังธาตุทองสูงสุดก็ส่องประกายขึ้นทันที ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ก่อเป็นเส้นสีทองจากนั้นพลังธาตุไม้ก็แผ่ขยาย และเสริมเข้าไป
ต่อด้วยน้ำ ไฟ และดิน 3 พลังต่างออกมาพร้อมกัน
ใช้ 5 ยอดวิถีสร้างเป็นกรงขังมายาขึ้น!
ยิ่งมีกาลเวลาเป็นผนึก มิติเป็นสาเหตุ พุ่งตกลงไปทั้ง 4 ทิศ ทำให้กรงขังนี้เปลี่ยนมาลึกลับอัศจรรย์ยิ่งขึ้น และสุดท้าย…คือธรรมนูญกาลอวกาศของสวี่ชิงก็ประทับลงมาในตอนนี้ด้วยเช่นกัน
เพิ่มกุญแจให้กรงขังนี้!
ท่ามกลางเสียงครืนครั่นเลื่อนลั่น ก็ปกคลุมไปรอบๆ ธิดาเทพ คุมขังองค์ท่านไว้ในกรงมายานี้
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้แล้ว สวี่ชิงก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ ดังนั้นเมื่อสะบัดมืออกไป กฎแห่งสวรรค์ก็ปรากฏออกมา กลายเป็นน้ำหนัก ทำให้กรงขังนี้เป็นรูปธรรมขึ้น
จากนั้นท่ามกลางสีหน้าที่เปลี่ยนไปของธิดาเทพ สวี่ชิงมือทั้ง 2 ข้างก็ประสานปางมือ และชี้ไปที่หว่างคิ้ว ในทันทีตัวอ่อนเซียนของเขาก็ปรากฏขึ้นทันที วิญญาณเซียนทรงพลังปะทุออกมา ในนั้นปลดปล่อยวังเซียนแสงเรืองรองออกมา
และซ้อนทับกับกรงขัง!
เสียงครืนครั่นเลื่อนลั่นดังก้อง สีหน้าของธิดาเทพเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่จบเท่านั้น
หลังจาก 8 ยอดวิถีที่ประกอบเป็นกรงขังแล้ว วิถีสุดยอดที่ 9 ของสวี่ชิง ธรรมนูญคู่ขนานก็ปรากฏขึ้นทันใด
ทำให้ทุกอย่างซ้อนทับกัน กลายเป็นพลังกาลอวกาศที่แตกต่างกันหลายสิบแห่ง ก่อตัวเป็นโซ่เหล็กผนึกเทพมากมาย พุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ตรงไปยังธิดาเทพ
ในเสียงร้องที่น่าสังเวชขององค์ท่านที่ดังก้อง โซ่เหล็กจากกาลอวกาศต่างๆ หลายสิบเส้นนี้ ทะลุกระดูกไหปลาร้าของธิดาเทพ และยกองค์ท่านขึ้น!
ธิดาเทพซิงโหมวคิดจะดิ้นรน แต่ทุกครั้งที่องค์ท่านดิ้นรน บนโซ่เหล็กก็จะฉายประกายอักขระเซียนขึ้น
ก่อตัวเป็นการกระตุ้นอันรุนแรง ทำให้ระลอกคลื่นอารมณ์ในใจของธิดาเทพกลายเป็นพายุ ฉีกทึ้งการแสดงเสแสร้ง ระเบิดความอาฆาตแค้นอันไม่สิ้นสุดที่สามารถถมห้วงหุบเหลวลึกได้ออกมาอีกครั้ง
“สวี่ชิง ข้าจะต้องสังหารเจ้าให้ได้ ไม่ใช่แค่เจ้าเท่านั้น ญาติพี่น้องของเจ้าทุกคน สายเลือดทั้งหมด สหายทุกคนของเจ้า ล้วนแต่จะต้องตายอย่างอนาถเพราะเจ้า!!”
สวี่ชิงใบหน้าไร้อารมณ์ มองธิดาเทพที่ถูกกระตุ้น สังเกตพลังงานต้นกำเนิดที่อยู่ภายในร่างของอีกฝ่าย
ไม่นานนักเขาก็พบว่าพลังงานต้นกำเนิดที่แต่เดิมว่างเปล่า ตอนนี้จากการกระตุ้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้ว
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ยกมือดูดซับอีกครั้ง
ภาพนี้ทำให้ธิดาเทพเข้าใจขึ้นมาว่า ทุกอย่างก่อนหน้านี้ เป้าหมายของอีกฝ่ายก็เพื่อกระตุ้นให้ตนสร้างพลังงานต้นกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง และเรื่องที่คล้ายคลึงกันนี้ก็ได้ปลุกความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อก่อนหน้านี้ที่ถูกสวี่ชิงคุมตัวมาตลอดทางขึ้นมา
ดังนั้นความหนาวเหน็บเย็นเยือกก็แหลมคมขึ้นมา
“เจ้าคือฝันร้าย เจ้าไม่ใช่เซียน เจ้ามันคือปีศาจ!!”
หลังจากดูดซับธิดาเทพจนว่างเปล่าอีกครั้ง สวี่ชิงก็พูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง “ข้าสงสัยนักว่า พลังงานต้นกำเนิดเทพในร่างกายเจ้าที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้นนี่ สาเหตุที่แท้จริงของมันคืออะไร”
ปลายนิ้วของเขาเลื่อนไปตามต้นคอที่ซีดขาวของธิดาเทพไปตามสัญชาตญาณ ดวงตาพลันฉายแสงเย็นเยือกขึ้นมา ทันใดนั้น จิตเทพกลุ่มหนึ่งก็ซึมผ่านร่องนิ้วเข้าสู่ร่างกายของธิดาเทพ เคลื่อนไปตามเลือดเนื้อ กระดูกตลอดจนวิญญาณและคุณสมบัติเทพที่ซ่อนอยู่ในวิญญาณขององค์ท่าน…
วิธีนี้ สวี่ชิงเคยลองมาแล้ว แต่ติดที่พลังบำเพ็ญจึงล้มเหลว
ตอนนี้พลังบำเพ็ญของเขายกระดับขึ้น และธิดาเทพเคยถูกส่งไปยังผู้นำเซียนทางนั้น สวี่ชิงรู้สึกว่าการตรวจสอบของผู้นำเซียน มีโอกาสที่จะทิ้งร่องรอยไว้
ดังนั้นเขาจึงคิดอยากลองอีกครั้ง ดูว่าจะสามารถหาร่องรอยนี้ได้เจอหรือไม่ เพื่อสำรวจความลับของธิดาเทพ
และครั้งนี้…เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าราบรื่นขึ้นมาก ไม่นานนักจิตเทพของเขาก็เข้าไปในวิญญาณเทพของธิดาเทพ และเห็นถึงร่องรอยแตกสลายที่นั่น
เดิมที ที่นี่ในการสำรวจของสวี่ชิงก่อนหน้านี้ แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจแตะต้องได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแผล!
นี่ทำให้จิตเทพของสวี่ชิงไหลเข้าไปได้อย่างราบรื่น
ไม่นานนักก็แผ่ลงไปจนถึงส่วนลึก ที่นั่น ในความพร่ามัว เขารู้สึกราวกับว่าได้สัมผัสถึง…ก้อนผลึกหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นมายาแต่ก็ไม่ใช่มายา ที่ดูเหมือนจะเป็นวัตถุจริงแต่ก็ไม่ใช่!
ค่อนข้างคล้ายว่าแปรเปลี่ยนมาจากพลังชะตา แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่
ภายในนั้นมีคววามลึกลับรายล้อม แต่ก็มีรอยร้าวเต็มไปหมดเช่นกัน…
แม้ว่าดูเหมือนจะแตกสลายได้ตลอดเวลา แต่ก็ยังคงทำให้สวี่ชิงเพียงแค่สัมผัส ก็ราวกับว่าได้เห็นทุกสิ่งในระบบดาวที่ 4 แล้ว
พลังกดดันน่าหวาดกลัว กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ทรงพลัง
ภาพนี้ทำให้จิตใจของสวี่ชิงสั่นสะท้าน แต่หลังจากลังเล เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวในใจ จิตเทพพลันพุ่งเข้าไปทันที!
ผลึกนั่นสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง พลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งที่ไม่อาจบรรยายได้ปะทุออกมาจากภายในอย่างรุนแรง กวาดโหมออกไปด้านนอก ราวกับจะทำลายทุกสิ่ง
จิตเทพของสวี่ชิงก็พังทลายทันที นิ้วก็ถูกดีดออกจากต้นคอของธิดาเทพ
ขณะเดียวกัน ธิดาเทพก็ราวกับถูกกระตุ้นเช่นนี้ หล่อเลี้ยงให้เกิดพลังใหม่ขึ้น พลันหันกลับมา รูม่านตาก็กลายเป็นคลื่นวนฝุ่นดาวที่กำลังลุกไหม้
“เจ้ากล้าขโมยอำนาจเทพที่เทพบิดามอบให้ข้าอย่างนั้นรึ!”
เสียงนี้ราวกับสายฟ้า ไม่ใช่เสียงเดิมของธิดาเทพ แต่เป็นเสียงเทพที่รวมขึ้นมาจากเสียงนับไม่ถ้วนผสมผสานกัน
ทันทีที่เสียงดังออกมา ความว่างเปล่ารอบๆ ก็พลันแยกออกเป็นสายฟ้าสีทอง 9 สาย พุ่งตรงมาหาสวี่ชิง แต่ในเสี้ยวพริบตาที่สัมผัสกับสวี่ชิก็ถูกเจตจำนงเก่าแก่โบราณบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายของธิดาเทพสั่นสะเทือนจนแตกสลายไป
จากนั้นธิดาเทพก็อ่อนแรงลง ลมหายใจรวยริน
ส่วนเจตจำนงที่แผ่ออกมาจากร่างกายขององค์ท่าน สวี่ชิงก็แยกแยะได้ในทันทีว่า กลิ่นอายวิญญาณเซียนอันทรงพลังยิ่งใหญ่ที่แฝงอยู่ในนั้น อยู่เหนือซึ่งเซียนชั้นล่าง
“นั่นคือผนึกจากผู้นำเซียนที่ทิ้งไว้ในร่างของธิดาเทพ!” สวี่ชิงครุ่นคิด ก้มหน้ามองไปยังนิ้วชี้ข้างขวาที่ถูกดีดออกมาของตัวเอง
บนปลายนิ้วมีจุดสีดำเล็กๆ จุดหนึ่ง อยู่ในสภาวะที่กำลังจะสลายไป
หากขยายมัน ก็จะเห็นว่าจุดสีดำนี้ประกอบจากลวดลายสีทองหม่นแน่นหนา
ในความรางเลือนก็จะเห็นว่าเหมือนภายในจุดสีดำนี้ มีดวงดาวนับไม่ถ้วนกำลังแตกดับและเกิดใหม่
จ้องมองจุดสีดำนี้ ดวงตาของสวี่ชิงก็ฉายประกายประหลาดออกมา
“นี่ก็คือความลับของพลังงานต้นกำเนิดเทพที่ไร้ที่สิ้นสุดขององค์ท่าน”
ในขณะเดียวกัน ภายนอก…
เนื่องจากการแลกเปลี่ยนใกล้เข้ามาแล้ว เสียงที่มาจากแม่ทัพใหญ่จึงดังก้องในจิตใจของผู้บำเพ็ญทุกคน
“ได้เวลาแล้ว กองทัพออกเดินทาง!”
เมื่อเสียงดังขึ้น ดาวยักษ์แดงก็ส่งเสียงคำรามสั่นสะเทือนท้องฟ้าดาราออกมา!
มัน…เริ่มเคลื่อนที่แล้ว!
รอบๆ มันมีกองทัพนับพันล้อมรอบหนาแน่น และเคลื่อนหน้าไปพร้อมกัน
ภาพนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกร รัศมีอำนาจสะท้านสะเทือนฟ้าดิน
ท้องฟ้าดาราแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วน จักรวาลสั่นสะเทือน ดาราจักรยังต้องบิดเบี้ยว
การส่งข้ามอันยิ่งใหญ่ระดับดาราจักร ในเสี้ยวพริบตานี้…ก็พลันเกิดขึ้นแล้ว
การแลกเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังครั้งนี้ สถานที่คือแนวรบปีกซ้ายระหว่างระบบดาวที่ 4 และระบบดาวที่ 5 สถานที่ที่กำหนดเต็มไปด้วยดวงดาวที่แตกสลายและอุกกาบาตนับไม่ถ้วน
ยิ่งมีการระเบิดแห่งดวงดาวที่ก่อตัวขึ้นจากฝุ่นผง แผ่ขยายออกไปตลอดเวลาที่นี่
นอกจากนี้ สีดำและสีขาวก็ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในพื้นที่ที่ไร้สิ้นสุดนี้ ในอาณาเขตพื้นที่สีดำจะเห็นเทพเจ้านับไม่ถ้วน แผ่ไอพลังประหลาดออกมาทำให้สีดำกลายเป็นวัตถุจริง
อำนาจเทพมากมายหลอมรวมก่อเป็นน้ำหนัก ราวกับว่าท้องฟ้าดาราไม่อาจแบกรับได้ และข้างล่างเกิดรอยร้าวเป็นทางๆ
ส่วนฝั่งสีขาว กองทัพแต่ละกอง…แต่ละกอง รวมตัวกัน จิตสังหารและกลิ่นอายวิญญาณเซียนล้วนปะทุออกมา
จำนวนคนก็มากมายมหาศาล แต่ละคนต่างเคร่งขรึม แต่ละคนต่างมีจิตสังหารรุนแรง
ผู้ที่มารวมตัวกันที่นี่ไม่ได้มีเพียงแนวหน้าปีกซ้ายเท่านั้น แต่กองทัพปีกซ้ายทั้งหมด ทั้งยังรวมถึงพลังของปีกกลางด้วย
กระทั่งว่า ศิษย์เอกของผู้นำเซียนจั้นหลู อริยะเซียนจี้เต้าคนนั้นและหลิงเค่อที่หวนกลับคืนมา…
ก็อยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน!
ส่วนเหนือศีรษะของกองทัพทั้ง 2 ฝ่าย ที่นั่นเป็นสีดำและขาวผสมปนเป มีฟ้าแลบและฟ้าร้องแลบแปลบปลาบครืนครั่นเลื่อนลั่นไม่หยุด
ในความรางเลือน เหมือนจะมีเงาร่างที่สามารถสยบทุกสิ่งได้ 2 ร่าง อยู่ในความพร่ามัว แรงกดดันไม่อาจมีสิ่งใดเทียบเทียมได้
และในตอนที่ทั้ง 2 ฝ่ายประจันหน้ากันอย่างเงียบงัน ฝ่ายผู้บำเพ็ญท้องฟ้าดาราปั่นป่วน ดาวยักษ์แดงและกองทัพที่ล้อมรอบมัน ก็พลัน…ส่งข้ามมา!
ในทันทีที่ดวงดาวนี้ปรากฏขึ้น ก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ของเซียนและเทพทั้งหมดไปทันใด!
ขณะเดียวกัน ภายในเจดีย์เพลิงของดวงดาวนี้ สวี่ชิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ ข้างหูก็มีเสียงเคร่งขรึมดังขึ้น
“สวี่ชิง คุมตัวธิดาเทพออกมา!”
สวี่ชิงเมื่อได้ยิน สีหน้าก็สงบลงและยืนขึ้น มือขวายกขึ้นคว้าอากาศ โซ่เหล็กที่แปลงมาจากธรรมนูญของเขาก็มาอยู่ในมือ
ลากกรงขัง…เดินออกจากเจดีย์เพลิง
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
