บทที่ 1253 อริยะเซียนจี๋ชิง
6 วันเพียงชั่วพริบตาก็ผ่านพ้นไป
ยามเมื่อวันที่แม่ทัพแห่งดาวยักษ์แดงกล่าวไว้ว่าใกล้จะมาถึง พวกสวี่ชิงต่างอยู่ในเจดีย์เพลิงของตัวเอง กำลังฝึกบำเพ็ญอยู่
ต้องบอกเลยว่า พลังงานต้นกำเนิดที่อยู่ในดาวยักษ์แดงนี้ ถึงแม้จะบริสุทธิ์ไม่เท่าธิดาเทพ แต่กลับอ่อนโยนกว่ามาก มีประโยชน์ต่อการรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขาไม่น้อยเลย
เวลา 6 วัน ทำให้อาการบาดเจ็บที่ค่อยๆ ดีขึ้นตลอดทางของทุกคน โดยพื้นฐานก็หายอย่างสมบูรณ์แล้ว
สวี่ชิงสัมผัสเรื่องนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาพบว่าพลังงานต้นกำเนิดของดาวยักษ์แดงนี้มีผลดีอย่างยิ่งต่อการสร้างตัวอ่อนเซียน ความอ่อนโยนของมันช่วยปรับสมดุลจากการเก็บเกี่ยวที่รวบรวมมาจากธิดาเทพตลอดทางนี้ ทำให้การดูดซับง่ายขึ้น
และยังทำให้ตัวอ่อนเซียนของเขาแตะถึงขอบของระดับเตรียมเซียนช่วงกลางแล้ว
“อยู่ในสนามรบฝึกบำเพ็ญได้รวดเร็วกว่าจริงๆ ด้วย”
ในเจดีย์เพลิง สวี่ชิงลืมตาขึ้นจากการนั่งสมาธิ ดวงตามีแสงวาววับส่องประกาย ราวกับมีดวงดาวนับไม่ถ้วนไหลเวียนอยู่ในรูม่านตา ก่อตัวเป็นรัศมีอำนาจที่ไม่ธรรมดา
รวมกับรูปลักษณ์ที่งดงามเลิศล้ำของเขา ทำให้กลิ่นอายวิญญาณเซียนบนร่างชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
“น่าเสียดาย…พลังงานต้นกำเนิดของที่นี่อ่อนโยนเกินไป เว้นแต่ว่าข้าจะมีพลังงานต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์และพิเศษเหมือนของธิดาเทพมาปรับสมดุลกัน ไม่อย่างนั้นที่นี่เหมาะกับการรักษาอาการบาดเจ็บมากกว่า”
เมื่อคิดถึงธิดาเทพ ความเสียดายในใจของสวี่ชิงก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อย
พลังงานต้นกำเนิดของเทพแท้จริง ใช่ว่าเขาจะไม่เคยดูดซับมาก่อน ตอนนี้ในสวรรค์นอกพิภพของเขา ก็ยังคงกำราบอยู่องค์หนึ่ง คอยมอบพลังงานต้นกำเนิดให้อยู่ตลอดเวลา
เพียงแต่ถึงแม้จะเป็นเทพแท้จริงองค์นั้น ก็ยังคงสู้ความบริสุทธิ์ของธิดาเทพไม่ได้เลย
“ธิดาของจักรพรรดิเทพ สายเลือดของผู้นำเทพ…ไม่ธรรมดาจริงๆ”
ในสมองของสวี่ชิงปรากฏภาพการเก็บเกี่ยวจากธิดาเทพตลอดทางมานี้ ก็อดเลียริมฝีปากไม่ได้
พลังงานต้นกำเนิดของธิดาเทพ คือพลังงานต้นกำเนิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยลิ้มรสมาจนถึงตอนนี้!
กล่าวได้ว่าไม่มีอะไรมาเทียบได้
แต่ธิดาเทพได้ส่งมอบไปแล้ว สวี่ชิงทำได้เพียงสะกดความเสียดายนี้ลงไปอีกครั้ง กำลังจะหลับตาเพื่อฝึกบำเพ็ญต่อไป แต่ตอนนี้เอง…
บนดาวยักษ์แดงดวงนี้เกิดเปลวสุริยะปะทุขึ้นอีกครั้ง!
เสียงครืนครั่นสนั่นหวั่นไหวกึกก้องสะท้านฟ้า ทะเลแสงอันไม่สิ้นสุดกวาดไปทั่วดวงดาวในทันที ปกคลุมทุกสิ่งไว้ในประกายแสงไร้ขอบเขต ราวกับโลกถูกท่วมจมลงไป
ขณะเดียวกัน เจดีย์เพลิงที่สวี่ชิงอยู่ก็หายไปในทะเลแสงนี้เช่นกัน หลังจากที่มันถูกปกคลุมไปในนั้น ก็หายไป ถูกทะเลแสงลบไป
ราวกับมีพลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งถูกทะเลแสงหอบม้วนเข้ามาแทนที่เจดีย์เพลิง แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีเงินขนาดยักษ์ดวงหนึ่ง
และเปิดขึ้นข้างหน้าสวี่ชิง!
จิตใจของสวี่ชิงสั่นสะท้าน ลุกขึ้นทันที สีหน้าเคร่งขรึม โค้งคารวะไปยังดวงตายักษ์สีเงินขนาดที่อยู่ข้างหน้า
“คารวะท่านแม่ทัพ!”
ดวงตายักษ์สีเงินจ้องมองสวี่ชิง หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงแก่ชราที่ดูเหมือนจะแฝงไว้ด้วยกาลเวลา ดังก้องขึ้นในทะเลแสงนี้
“รางวัลสำหรับคุณงามความชอบครั้งใหญ่ครั้งนี้มาถึงแล้ว”
ท่ามกลางเสียงที่ดังขึ้น หยกสีทองทรงสี่เหลี่ยม 10 ชิ้นเปล่งประกายวาววามปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ข้างๆ ยังมีบันทึกแต้มกองทัพอีกแผ่นหนึ่งด้วย
หยกทองทั้ง 10 ชิ้นนั่น แผ่พลังงานต้นกำเนิดเข้มข้นออกมา ยิ่งมีลำแสงที่ลึกลับไหลเวียน กลายเป็นสมบัติอันล้ำค่า
และบันทึกแต้มกองทัพ ถึงแม้จะดูธรรมดา แต่ความหมายที่อยู่ภายในนั้นยิ่งใหญ่นัก
“นี่คือพลังงานต้นกำเนิด 10 ส่วน และบันทึกที่มีแต้มกองทัพ 1 ล้านแต้ม เป็นรางวัลจากการหาร่องรอยของธิดาเทพได้เจอ!”
เสียงที่เก่าแก่ผ่านกาลเวลาหยุดชะงักไป
จากนั้นหยกทองที่เหมือนกันอีก 100 ชิ้น และบันทึกแต้มกองทัพ 10 แผ่นก็ทยอยปรากฏตามขึ้นมา ลอยรวมไปกับรางวัลก่อนหน้านี้ ต่างหลอมรวมกันเป็นแสงเจิดจ้าพร่างพราย
สิ่งเหล่านี้ หากอยู่ที่โลกภายนอก ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้บำเพ็ญมากมายต้องอิจฉาจนแทบคลั่งแล้ว
“นี่คือรางวัลของการจับเป็น!”
สวี่ชิงมองไปยังสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาเปล่งประกาย ไม่ได้พูดอะไร แต่สะกดระลอกคลื่นอารมณ์ในใจลงไป และรอต่อไป
“ส่วนสมญาอริยะเซียน…”
ในดวงตายักษ์สีเงิน เสียงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
“บางเรื่องเจ้าต้องรู้ไว้ ศิษย์ของผู้นำเซียนล้วนเป็นอริยะเซียนทั้งสิ้น”
“และระบบดาวที่ 5 ของเรา ตอนนั้นผู้นำเซียนเปิดเส้นทางเซียน หลอมหมื่นเทพ เแปรเปลี่ยนเป็นรอยวิญญาณ สุดท้ายก็สร้างโชคชะตาสำเร็จ!”
“โชคชะตานี้ผู้นำเซียนครอบครอง 5 ส่วน ผู้นำเซียน 11 คนครอบครอง 4 ส่วน และอริยะเซียนทั้งหมดครอบครอง 1 ส่วน!”
สวี่ชิงตั้งสมาธิ ศิษย์ของผู้นำเซียนเป็นอริยะเซียน เรื่องนี้เขาย่อมรู้ แต่สำหรับโชคชะตาแล้วเขารู้ไม่มากนัก ตอนนี้เมื่อได้ยิน ก็กำลังครุ่นคิด
เสียงแก่ชรานั่นเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามต่ำทุ้ม
“สวี่ชิง!”
“ผลึกนี้ ผู้นำเซียนจั้นหลูได้อัญเชิญมาให้เจ้า เป็นสิ่งที่แปรเปลี่ยนมาจากโชคชะตาของระบบดาวที่ 5 เจ้าจงประทับจิตเทพลงไป ระบบดาวจะมอบสมญาให้!”
เสียงราวฟ้าฟาด ดังกึกก้องไปทั่วทุกทิศ
จากนั้นเส้นไหมสีทองเป็นเส้นๆ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ถักทออย่างรวดเร็วข้างหน้าสวี่ชิง ก่อเป็นหินผลึกสีทองขนาดเท่าเล็บก้อนหนึ่ง!
รูปร่างของมันเหมือนกับคุณสมบัติเทพของเทพแท้จริงที่สวี่ชิงเคยเห็น แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
สวี่ชิงมองไปตามสัญชาตญาณ ในทันทีที่สายตาจับจ้องไป สมองของเขาก็สายฟ้าฟาด ราวกับได้เห็นระบบดาวที่ 5 กำลังหมุนอยู่ภายใน จักรวาลที่ไร้ที่สิ้นสุด ท้องฟ้าดารากว้างใหญ่ สวรรค์นอกพิภพแต่ละแห่ง…แต่ละแห่ง ทำให้จิตใจของสวี่ชิงปั่นป่วน กำลังจะประทับจิตเทพลงไป
แต่ในตอนนี้เอง…จู่ๆ ในระบบดาวที่ 5 ในหินผลึกนี้ สวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองในอดีต ข้างๆ สวรรค์นอกพิภพทั้ง 11 ก็พลันส่องแสงอย่างกะทันหัน
อักษรคำว่าชิงก็รวมตัวกันในสวรรรค์นอกพิภพแห่งนั้น
จากนั้นแสงสีครามก็ปะทุออกมาจากภายใน กวาดไปทั่วจักรวาล
เสียงร้องอุทานอย่างแปลกใจก็ดังออกมาจากในดวงตายักษ์สีเงิน “นภาสูงสุดประทานนาม อีกทั้งยังกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างนั้นหรือ”
ในดวงตาของสวี่ชิงเหม่อลอยไปเล็กน้อย ครู่หนึ่งจึงกลับมาเป็นปกติ เมื่อมองไปที่หินผลึกที่อยู่ข้างหน้าอีกครั้ง เขาก็เห็นว่าบนหินผลึกมีตัวอักษรตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมา
ชิง!
ในพริบตาที่เห็นตัวอักษนี้…ราวกับว่ามีเสียงบูชาจากหมื่นเผ่า พลันระเบิดขึ้นในหูของสวี่ชิง รวมเป็นฉายาหนึ่ง
อริยะเซียนจี๋ชิง!
ผสานเข้ากับชะตาลิขิตของสวี่ชิง!
ความเชื่อมโยงที่เหมือนว่ามาจากต้นกำเนิดเดียวกันกับระบบดาวที่ 5 ในเสี้ยวขณะนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจของสวี่ชิง
ความรู้สึกนี้ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเขากับระบบดาวที่ 5 เชื่อมต่อกันอย่างแน่นแฟ้น
กระทั่งว่าเขาก็รู้สึกว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอเพียงใจปรารถนา เช่นนั้นก็สามารถสัมผัสได้ถึงการเรียกขานของระบบดาวที่ 5
“นี่ก็คือโชคชะตา…” สวี่ชิงพึมพำในใจ
ส่วนพลังบำเพ็ญของเขา ในเสี้ยวขณะนี้อาศัยการเสริมพลังจากโชคชะตาของระบบดาวที่ 5 ก็พลันทะลวงขั้นขึ้นทันที!
ร่างกายของเขามีเสียงคำรามดังต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับกลองสั่นสะเทือนสวรรค์ ตัวอ่อนเซียนมหึมาข้างหลังก็ปรากฏออกมา ยืนตระหง่านอยู่บนดวงดาวสีชาดดวงนี้ ก่อให้เกิดพายุขึ้น กลิ่นอายวิญญาณเซียนส่องประกายทั่วท้องฟ้าดารา
จากนั้นพลังบำเพ็ญดุจพายุท่วมฟ้าก็พลันพัดขึ้น
ทะลวงขีดจำกัดของระดับเตรียมเซียนช่วงต้นทันที ก้าวเข้าสู่…ระดับเตรียมเซียนช่วงกลาง!
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ระดับเตรียมเซียนช่วงกลาง สวี่ชิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากลิ่นอายวิญญาณเซียนดุจมหาสมุทรกำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขาดุจถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร
ผมยาวของเขายิ่งปลิวพลิ้ว พลังกดดันที่แผ่ออกมาจากทั่วทั้งร่างกายก็เหนือกว่าเมื่อก่อนมากมหาศาลนัก
ท่ามกลางความรางเลือนก็มีปราณกำเนิดเซียนปรากฏขึ้นมาแล้ว!
ปราณกำเนิดเซียนนี้ราวกับเป็นพื้นฐานในการควบคุมชะตากรรมของตัวเอง ทำให้สวี่ชิงในตอนนี้ ดวงตามีประกายแสงไหลเวียน เกิดเป็นแสงสีเงินออกมา!
นั่นคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของเซียน!
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่สวี่ชิงได้รับการเสริมพลังจากโชคชะตาและทะลวงพลังบำเพ็ญแล้ว ภายในดวงตายักษ์สีเงินที่ยืนตระหง่านข้างหน้าเขา ตอนนี้มีเงาร่างสวมชุดนักพรตร่างหนึ่งปรากฏออกมา
นั่นเป็นผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่มีสีหน้าน่าเกรงขามโดยไม่ต้องกราดเกรี้ยว สวมชุดนักพรตสีน้ำเงิน ทั่วทั้งร่างกายแผ่กลิ่นอายเซียนที่เข้มข้นออกมา ในดวงตาแฝงด้วยการโคจรของจักรวาลและดารา
เป็นแม่ทัพใหญ่แนวหน้าปีกซ้ายนั่นเอง
เขาก้าวออกมา 1 ก้าว ยืนอยู่ข้างหน้าสวี่ชิง ดวงตาเป็นประกายวาววาม จ้องมองมาที่เขา
สวี่ชิงสูดหายใจเข้าลึกๆ สะกดระลอกคลื่นในใจลงไป กำลังจะโค้งคารวะ
แม่ทัพใหญ่ส่ายศีรษะ พลังที่อ่อนโยนกลุ่มหนึ่งแผ่มา ทำให้การโค้งคารวะของสวี่ชิงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
“ผู้ที่มีสมญาเต๋าเป็นอริยะเซียน พลังบำเพ็ญเทียบเท่าเซียนชั้นล่าง ข้าเมื่อพบเห็นจะต้องคารวะ ถึงแม้ว่าตอนนี้พลังบำเพ็ญของเจ้ายังไม่ถึงเซียนชั้นล่าง แต่ก็ฐานะเท่าเทียมกับข้า ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคารวะข้า”
“และในอนาคตเมื่อเจ้าไปจากสนามรบแล้ว เจ้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้นำเซียนคนใดก็ได้เป็นอาจารย์!”
สวี่ชิงได้ยินเช่นนั้น รู้ว่าทุกอย่างในระบบดาวที่ 5 นั้นมีกฎเกณฑ์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้โค้งคารวะอีก แต่ก็ยังคงแสดงความขอบคุณออกมาอย่างจริงใจ “ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่ที่ให้คำแนะนำ สวี่ชิงจะจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ!”
แม่ทัพใหญ่พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตามีความชื่นชม “นี่คือสิ่งที่เจ้าได้มาด้วยความสามารถของตัวเอง สมควรได้รับมันแล้ว”
“ส่วนรางวัลสุดท้ายของการจับเป็นธิดาเทพ นั่นก็คืออาวุธเต๋าผู้นำเซียน!”
สวี่ชิงดวงตาเป็นประกาย สิ่งที่เขารอมาโดยตลอดก็คือ…รางวัลสุดท้ายนี้!
พลังงานต้นกำเนิด แต้มกองทัพก่อนหน้านี้ แม้จะมีประโยชน์กับเขา แต่ก็ใช่ว่าจะมีสิ่งที่ทดแทนไม่ได้ แม้แต่สมญาอริยะเซียน ก็เป็นเพียงแค่การก้าวข้ามในด้านฐานะเท่านั้น
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญจริงๆ ก็คือกำลังรบของตัวเอง!
และอาวุธเต๋าผู้นำเซียน จะเป็นไพ่ตายสุดยอดที่ยกระดับกำลังรบของเขา!
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของสวี่ชิงที่มีต่ออาวุธเต๋า แม่ทัพใหญ่ก็ยิ้มเล็กน้อย ขณะยกมือขึ้นก็มีแสงสีเงินนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากแขนเสื้อของเขา กลายเป็นเส้นไหมมากมาย พุ่งตรงไปยังความว่างเปล่าด้านบน
สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น ในเสี้ยวพริบตาต่อมา รูม่านตาทั้ง 2 ข้างของเขาก็หดเล็กลง
เพียงเห็นความว่างเปล่าด้านบนที่ถูกทะเลแสงปกคลุม จากการผสานเข้าไปของเส้นไหมสีเงินแต่ละเส้น…แต่ละเส้น เพียงพริบตาก็มีเสียงครืนครั่นเลื่อนลั่นดังมา มีแสงสีเลือดปรากฏเป็นจุดหลายจุดเพิ่มขึ้นมา
แต่ละจุด…แต่ละจุด ขยายออกไป ราวกับดอกไม้กำลังผลิบาน
กลายเป็นดอกไม้สีแดงมากมาย
สุดท้ายต่างก็เชื่อมต่อกัน ราวกับอาบย้อมทะเลแสง ก่อตัวเป็นนภาสีเลือดผืนหนึ่ง!
กลางท้องฟ้า คล้ายว่ามีแรงดันภายในขยายตัว ทำให้รอยร้าวมิติแต่ละทาง…แต่ละทาง ถูกฉีกออก รอยร้าวเหล่านี้ต่างแผ่ลามและถักทอเข้าด้วยกัน แล้วก่อเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ไม่สม่ำเสมอ!
มันคดเคี้ยวไปทั่วท้องฟ้า ยาวถึง 1 ล้านจั้ง
ไอหมอกเลือดราวน้ำตก ไหลทะลักมาตามช่องโหว่พวกนี้ ดุจคลื่นขุ่น
และท่ามกลางคลื่นขุ่นที่พลุ่งพล่านนี้ ดาบกระดูกสีขาวซีดเล่มหนึ่งก็กำลังคายกลิ่นอายโหดเหี้ยมอำมิตออกมา ค่อยๆ ลอยลงมาเยือน
รูปร่างของมันเหมือนกับจันทร์เสี้ยวกลับหัว ส่องประกายแสงสีเลือด!
บนนั้นยังมีลวดลายที่นับไม่ถ้วน ทั้งดูเหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็เหมือนเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในภายหลัง หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 อย่าง ต่างแนบแน่นแยกจากกันไม่ได้
จากการลอยต่ำลงมา ทะเลแสงที่อยู่รอบๆ ก็หดตัวลงกลายเป็นคลื่นวน
และสิ่งที่แปลกประหลาดกว่านั้นคือ รอยร้าวในมิติที่ถูกฉีกออกเหล่านั้น ภายใต้การอาบย้อมจากแสงดาบสีชาด ก็กลายเป็นเส้นใยแห่งผลกรรมเวรที่บิดเบี้ยวนับไม่ถ้วน
ต่างถักทอเข้าด้วยกันเป็นกฎต่างๆ ที่หักล้างกัน ภายใต้การควบคุมจากประกายดาบ ราวกับจะกลายเป็นแสงโค้งสังหารที่สามารถตัดวัฏสงสารได้
“มีดเล่มนี้คือสมบัติล้ำค่าสูงสุดที่ผู้นำเซียนจั้นหลูตอนนั้นสร้างวิถีได้สำเร็จ ก็ร่วมมือกับผู้นำเซียนเหล่านั้น สังหารผู้นำเทพองค์สุดท้ายของระบบดาวที่ 5 ได้ และใช้เล็บขององค์ท่านหลอมขึ้นมา!”
“ผู้นำเทพองค์นั้นคุณสมบัติเทพคือการสังหาร ดังนั้นดาบเล่มนี้…มีพลังในการสังหารที่น่าทึ่ง!”
แม่ทัพใหญ่พูดขึ้นอย่างช้าๆ
ในขณะที่เสียงของเขาดังก้อง มีดโค้งที่ปรากฏจากท้องฟ้ามายังหน้าสวี่ชิงเล่มนั้น ก็ราวกับว่าสัมผัสรู้สึกได้ เห็นเพียงดาบสั่นสะเทือน และส่งเสียงออกมา
เสียงนี้เมื่อดังขึ้น แสงดวงดาวก็ม้วนกลับ
เศษเสี้ยววิญญาณนับไม่ถ้วนที่ถูกดาบเล่มนี้สังหาร ก็ถูกเสียงของดาบเรียกออกมา ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า กลายเป็นภูตผีปีศาจร้าย
แต่พวกมันกลับไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย เพียงแค่แปลงเป็นหมอกเลือดเกรอะกรังพันรอบตัวดาบไว้เท่านั้น
และบริเวณที่ปลายคมดาบกรีดผ่าน มิติไม่ได้ถูกตัดออก แต่กลับหายไปอย่างถาวรราวกับถูกสัตว์ร้ายกัดกิน
นี่คืออาวุธเต๋าผู้นำเซียน!
ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงใจสั่นสะท้าน
เขายกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ จับดาบโค้งที่อยู่ตรงหน้า!
ในทันทีที่จับมัน เขาเหมือนได้ยินเสียงคำรามต่ำทุ้มของเทพเจ้าที่สั่นสะเทือนท้องฟ้าดารา เสียงนั้นทะลุผ่านจักรวาลทั้งหมด ย้อมโลกที่อยู่ตรงหน้าสวี่ชิงให้เป็นสีสนิม
และแผ่กลิ่นอายที่น่าพรั่นพรึงที่ชวนให้หนังศีรษะของสวี่ชิงชาวาบ
ในขณะเดียวกัน เสียงของแม่ทัพใหญ่ก็ยังคงดังลอยล่องอย่างต่อเนื่อง “รางวัลทั้งหมดขอมอบให้กับเจ้า”
“และหลังจากนี้ อีกครึ่งเดือนให้หลัง จะเกิดเรื่องใหญ่เกิดขึ้น!”
“ผู้นำเทพหลีจูแห่งระบบดาวที่ 4 ได้ทำข้อตกลงกับผู้นำเซียนจั้นหลูของเราแล้ว จะแลกเปลี่ยนตัวประกันซึ่งกันและกัน!”
“ส่วนผู้ที่เดินทางควบคุมตัวธิดาเทพไปแลกเปลี่ยนนั้น ผู้นำเซียนได้แต่งตั้ง…ให้สวี่ชิง เจ้ารับหน้าที่นี้ต่อไป!”
“สถานที่คือแนวหน้าของแนวรบปีกซ้าย กองทัพทั้งหมดของเราจะอยู่ที่นั่น เพื่อทำการคุ้มกันการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
